ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2635 เขาตกเป็นทาส
“ล่าสัตว์หรือ!” มู่อวู่ซวงได้รับจดหมายของโยวเยี่ยเสียแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นกิจกรรมระหว่างเจ้าเมืองที่พบเห็นได้บ่อย ๆ
พวกเขาแข่งขันกันเอง แต่หากเข่นฆ่ากันก็จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บได้ง่าย ซึ่งนั่นจะทำให้พี่น้องคนอื่น ๆ สามารถเอาเปรียบได้ ดังนั้นพวกเขาจึงใช้การล่าสัตว์วิญญาณในแดนวิญญาณแ แบ่งระดับสูงต่ำ หรือไม่ก็ปราบปรามศัตรูของตนเอง
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเชิญมู่อวู่ซวงมาก่อน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะความสามารถของมู่อวู่ซวงไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคิดว่าเป็นคู่แข่งได้
ทว่าการที่โยวเยี่ยเสียเชิญมู่อวู่ซวงในครั้งนี้ ก็เป็นการถือโอกาสขอโทษมู่อวู่ซวงในเรื่องที่โยวเยี่ยอี้ได้ทำลงไป
แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงการขอโทษที่เสแสร้งเท่านั้น
มู่อวู่ซวงค้นพบว่าโยวเยี่ยเสียไม่เพียงแต่เชิญเขาเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังเชิญซีเอ๋อร์อีกด้วย
เขาจะต้องไปงานล่าสัตว์ในครั้งนี้ อย่างไรเสียก็จะต้องเอาชนะพวกเขาให้ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นเขาต้องคว้าโอกาสนี้เพื่อตรวจสอบเบาะแสของอีกฝ่ายให้ได้
หากต้องการที่จะกลายเป็นราชาแห่งแดนวิญญาณ พวกของโยวเยี่ยเสียเหล่านี้ ก็ถือได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากเลยทีเดียว
ส่วนซีเอ๋อร์จะไปหรือไม่นั้น มู่อวู่ซวงต้องไปถามนางเสียก่อน
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คาดหวังให้ซีเอ๋อร์ไปในงานล่าสัตว์ที่มีอันตรายเช่นนี้อยู่แล้ว
ก่อนที่จะหาต้นกำเนิดสามโลกาเจอ เขาอยากที่จะปกป้องซีเอ๋อร์อย่างระมัดระวัง และไม่อยากให้นางต้องเจอกับเรื่องที่อันตรายเลยแม้แต่น้อย
ถึงภายในใจของเขาจะคิดเช่นนี้ แต่มู่อวู่ซวงก็เข้าใจซีเอ๋อร์เป็นอย่างดี แม้ว่าทั้งการบำเพ็ญ และรากฐานของร่างกายจะถูกทัณฑ์สวรรค์ทำลายไป แต่แน่นอนว่าองค์หญิงน้อยตระกูลมู่ของ พวกเขาไม่ใช่ดอกไม้ที่ต้องดูแลอย่างระมัดระวังอยู่ในเรือนกระจกอยู่แล้ว
เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะหลังจากที่มู่เฉียนซีได้ยินคำพูดของมู่อวู่ซวง นางก็กล่าวขึ้นมาว่า “ไปสิ! อาเล็ก หากท่านไปข้าก็ต้องไปอยู่แล้ว! โยวเยี่ยเสีย เจ้าหมอนั่นเป็นหนึ่งในผู้ ที่อยู่เบื้องหลังคนที่เกือบจะฆ่าอาเล็กในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณ ทั้งยังเป็นพี่ชายของเจ้าคนไร้ความสามารถอย่างโยวเยี่ยอี้อีกด้วย ข้าอยากจะไปสั่งสอนเขาสักหน่อย”
มู่อวู่ซวงรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย หลังจากนั้นหวงจิ่วเยี่ยก็ยืนอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี ราวกับเทพผู้พิทักษ์ที่มีขนาดสูงใหญ่ก็มิปาน
ดูเหมือนเขาอยากจะบอกกับมู่อวู่ซวงว่า เขาสามารถปกป้องซี สามารถปกป้องผู้หญิงของตนเองได้
เขาไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรเลย เพราะท่าทางของเขาได้แสดงทุกอย่างออกมาหมดแล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หลานสาวของข้า ข้าสามารถปกป้องเองได้! เจ้าไม่จำเป็นต้องดูแลแดนนรกของเจ้าแล้วหรืออย่างไร”
ในตอนที่เผชิญหน้ากับจิ่วเยี่ยต่อหน้ามู่เฉียนซี พวกเขาจงใจที่จะหลีกเลี่ยงการพูดชื่อของหวงจิ่วเยี่ยออกมา
เพราะถึงแม้ว่าจะมีเกราะที่ซ่อนการรับรู้ของสวรรค์ได้ แต่หากภายในการสนทนาของพวกเขาเปิดเผยอะไรมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
พวกเขาไม่สนใจว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับหวงจิ่วเยี่ยหรือไม่ แต่พวกเขากลัวว่าหากจิ่วเยี่ยถูกค้นพบ มู่เฉียนซีอาจจะได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างเอาแต่ใจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้มู่อวู่ซวงแย่งนางไป และไม่คิดที่จะมอบหน้าที่ในการปกป้องผู้หญิงของตนเองให้มู่อวู่ซวง ถึงแม้ว่าเขา าจะเป็นอาเล็กของซีก็ตาม
จื่อโยวกล่าวว่า “ความจริงแล้วในแดนนรกของเราตอนนี้สงบสุขดี! อย่างไรเสียแดนนรกในตอนนี้ก็เป็นหนึ่งเดียวกัน จนไม่สามารถแตกพ่ายได้ ฉะนั้นไม่มีผู้ใดกล้าทำผิดอีกแล้วขอรับ”
แน่นอนว่าจื่อโยวไม่ได้พูด ว่าเรื่องที่พวกเขาต้องจัดการไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของแดนนรกเท่านั้น
เผ่าเทพยังคงเพ่งเล็งพวกเขาอยู่เสมอ ตอนนี้แดนนรกเป็นเพียงแค่ฐานที่มั่นที่มั่นคงที่สุดสำหรับพวกเขาเท่านั้น พวกเขาจำเป็นที่จะต้องครอบครองพลังอำนาจที่แข็งแกร่งเพื่อสั่นคลอนเผ่า าเทพให้เร็วที่สุด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ท่านตั้งสมาธิจัดการเจ้าพวกนั้นเถิดเจ้าค่ะ ความปลอดภัยของข้ามอบให้เป็นหน้าที่ของจิ่วเยี่ยก็พอแล้ว”
“แต่ข้าไม่อยากมอบเจ้าให้เขาเลยนี่นา!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“แต่ข้าก็ไม่สามารถปล่อยให้เจ้าหมอนี่มาอย่างเปล่าประโยชน์และกลายเป็นเพียงท่อนไม้ที่ไม่ต้องทำงานได้! เขาคือคนของข้า และเขายังเป็นทาสของข้าด้วย”
“ทาสหรือ! อย่างนี้ถือว่าเป็นทาสได้หรือ ภายในใจของเขาจะต้องมีความสุขมากเป็นแน่!”
หลานสาวของตนเองชอบชายผู้นี้จนไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาเกลียดที่ตอนแรกตนเองเคลื่อนไหวไม่สะดวก เพราะหากตอนที่อยู่ในแคว้นจื่อเยี่ยเขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางซีเอ๋อ อร์ไม่ให้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้นแล้วละก็ บางที…
แต่ทว่าสมมติฐานของมู่อวู่ซวงนั้นไม่มีอยู่จริง เพราะในตอนที่หวงจิ่วเยี่ยเจอกับสุ่ยจิงอิ๋ง มู่เฉียนซีก็ได้ผูกพันธสัญญากับอาถิงแล้ว ฉะนั้นพันธนาการระหว่างพวกเขาได้ถูกกำหนดเอาไ ไว้แล้ว
มู่อวู่ซวงตอบกลับจดหมายเชิญเพื่อเข้าร่วมงานล่าสัตว์ ไม่เพียงแต่เขาสามารถไปได้ มู่เฉียนซีก็สามารถไปได้เช่นกัน
เขตชายแดนของเมืองเสียมีป่าที่อันตรายอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งป่าแห่งนี้ก็เป็นที่อยู่ของสัตว์ภูตวิญญาณที่บ้าคลั่งจำนวนนับไม่ถ้วน
มันเป็นสถานที่ที่คนระดับต่ำกว่ามหาจักรพรรดิวิญญาณไม่กล้าย่างกรายเข้าไป และที่นี่ก็ได้กลายเป็นสถานที่ที่ใช้ในการล่าสัตว์ของเจ้าเมืองเสียอย่างโยวเยี่ยเสียในครั้งนี้
นอกจากมู่อวู่ซวงแล้ว เขายังเชิญเจ้าเขตแดนหลักมาอีกห้าคน ซึ่งในห้าคนนี้ล้วนเป็นผู้ติดตามของเขาทั้งสิ้น
“ดูเหมือนว่าครั้งนี้เสด็จพี่จะให้ความสำคัญต่อโยวเยี่ยอวู่ซวงมากเลยทีเดียว! คิดไม่ถึงว่าจะให้เข้าไปล่าสัตว์ในป่าภูตวิญญาณปีศาจเช่นนี้”
“ใครใช้ให้โยวเยี่ยอวู่ซวงในเวลานี้เคลื่อนไหวมากเกินไปล่ะ ขับไล่พระอนุชาอี้ออกมาจากเขตแดนอวู่ซวงยังไม่พอ ยังมีความสัมพันธ์กับหอหมอปีศาจอย่างใกล้ชิดอีกด้วย”
“…”
หลังจากนั้นไม่นาน โยวเยี่ยเสียก็เดินทางมาถึง นอกจากเขาจะพายอดฝีมือมาด้วยมากมายแล้ว ตอนนี้ข้างกายของเขายังมีหนุ่มน้อยกับเด็กสาวอยู่ด้วย
ป่าภูตวิญญาณปีศาจนั้นอันตรายมาก คิดไม่ถึงเลยว่าเสด็จพี่เสียจะพาหนุ่มสาวระดับจักรพรรดิวิญญาณมาด้วยมากมายเช่นนี้ นี่เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่
จากระยะไกล ๆ กลางอากาศมีสัตว์พาหนะสีดำขนาดใหญ่ปรากฏออกมา มันใช้ความพยายามเพียงชั่วพริบตาก็บินมาถึงท้องฟ้าเหนือศรีษะของพวกเขาด้วยปีกคู่นั้นได้แล้ว
นี่คือพาหนะบินได้ที่พบเจอได้ยากยิ่งในแดนวิญญาณ จุดเด่นคือมีความเร็วและความมั่นคง เป็นสัตว์พาหนะบินได้ที่สะดวกสบายมากที่สุดแล้ว
แน่นอนว่าสัตว์พาหนะบินได้เช่นนี้ยังมีจุดเด่นอยู่อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือมันแพงมาก มันสุดแสนที่จะแพงเลยด้วย
ขนาดคนที่อยู่ที่นี่ผู้เป็นเจ้าเขตแดนมานานหลายร้อยปียังไม่กล้าลงทุนใช้เงินซื้อสัตว์พาหนะขนาดนี้เลย แต่โยวเยี่ยอวู่ซวงที่เพิ่งมายังแดนวิญญาณได้เพียงสองปี คิดไม่ถึงเลยว่าจะ ะสามารถซื้อสัตว์พาหนะเช่นนี้ได้
ดูเหมือนว่าการร่วมมือกับหอหมอปีศาจ จะทำให้มู่อวู่ซวงได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลยจริง ๆ!
ทรัพย์สมบัติจากครอบครัวในแดนวิญญาณของมู่อวู่ซวงไม่ได้ร่ำรวยเท่าไรนัก แต่นับตั้งแต่ซีเอ๋อร์เปิดหอหมอปีศาจ เขาก็สะสมความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็วมากเลยทีเดียว
หากปล่อยให้หอหมอปีศาจพัฒนาต่อไป พวกเขาก็จะกลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในแดนวิญญาณได้ไม่ยากเลย
มู่อวู่ซวงพามู่เฉียนซีกระโดดลงมาจากสัตว์พาหนะบินได้ คนที่เหลือด้านล่างจ้องมองไปยังมู่อวู่ซวงและสาวน้อยที่ได้รับการปกป้องจากมู่อวู่ซวงเป็นอย่างดีผู้นั้น
พวกเขาใช้วิธีการมากมายในการตรวจสอบ สุดท้ายแล้วผลปรากฏว่าในร่างกายของสาวน้อยผู้นั้นไม่มีการไหลเวียนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยจริง ๆ และคาดว่าน่าจะไม่ใช่ผู้ฝึกฝนอีกด้วย
คนที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ แม้ว่าจะอยู่ในครอบครัวธรรมดาอื่น ๆ ในแดนวิญญาณก็ต้องถูกทอดทิ้งเช่นกัน ฉะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชวงศ์ของพวกเขาเลย ราชวงศ์ของพวกเขาไม่อนุญาตให้มีคนไ ไร้ประโยชน์ที่ใช้การไม่ได้เช่นนี้ดำรงอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน
บนสีหน้าของเหล่าหนุ่มสาวที่อยู่ข้างกายโยวเยี่ยเสียเต็มไปด้วยความดูถูก หลังจากนั้นโยวเยี่ยเสียก็เดินไปตรงหน้าพวกเขาพลางกล่าวว่า “น้องอวู่ซวง ไม่เจอกันเสียนาน ข้าคิดถึงเจ้าจ จริง ๆ!”
โยวเยี่ยเสียเป็นคนที่เหมือนกับชื่อที่ชั่วร้ายของเขา บนใบหน้าที่หล่อเหลาเต็มไปด้วยร่องรอยของความชั่วร้าย ดูเหมือนคนที่เอาแต่ใจ ราวกับลูกผู้ดีมีเงินก็มิปาน
“ท่านเจ้าเมืองเสีย!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเรียบเฉย
เขาไม่สามารถทำเหมือนคนอื่น โดยการแสร้งเรียกว่าเสด็จพี่อย่างสนิทสนมได้
ดูเหมือนว่าโยวเยี่ยเสียเองก็ไม่สนใจท่าทางที่เย็นชาของมู่อวู่ซวงเช่นกัน เขากล่าวว่า “หนุ่มสาวเหล่านี้ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่จากเขตแดนเสียของพวกข้า แต่ละคนล้วนโดดเด่นเป็นอย่างมาก! ! ข้าเห็นว่าหลานสาวตัวน้อยของเจ้ามาเข้าร่วมการล่าสัตว์โดยไม่มีเพื่อนเลย ข้าจึงให้พวกเขามาทำความคุ้นเคยเสียหน่อย หลานสาวตัวน้อยของเจ้ายังไม่มีคนรักสินะ! เจ้าหนูน้อยสองสามคนนี้ ก็ไม่เลว รู้จักกันไว้บางที… ”
คำพูดของโยวเยี่ยเสียยังไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีกลิ่นอายที่อันตรายกำลังจู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน และเงาสีดำก็ได้ปกคลุมเขาเอาไว้ทันที
ตูมม!
มีเสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นมา และร่างของเขาก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปทันที