ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2639 เฉียนซีออกโรง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นต่อไป พวกเจ้าก็จงเบิกตาดูให้ดี ว่าข้าจะฝึกสัตว์ได้อย่างไร”
“ปากดีเสียเหลือเกิน!” พวกเขากล่าวอย่างเย็นชา
บนร่างกายของมู่เฉียนซีไม่มีการไหลเวียนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่พลังจิตวิญญาณของนางกลับแพร่กระจายกลิ่นอายของหอคอยนิรันดร์ออกมา
สำหรับสัตว์อสูรแล้วกลิ่นอายเช่นนี้ สามารถปราบปรามพวกมันได้อย่างสมบูรณ์
“ช่างน่าขันเสียจริง มีพลังจิตวิญญาณเพียงแค่นี้ ยังคิดที่จะฝึกอินทรีปีศาจตัวนี้อีกหรือ! เจ้าคิดว่ากำลังเล่นอยู่ที่บ้าหรืออย่างไร” มีคนกล่าวพลางหัวเราะเยาะ
ก่อนหน้าที่มู่เฉียนซีจะผูกพันธสัญญาณกับอ้าน นางเคยใช้หอคอยจำลองสำหรับฝึกสัตว์เทพและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาแล้วมากมาย และในตอนนั้นนางต่างจัดการพวกมันเหล่านั้นด้วยพลังจิตวิญญาณ ณที่รุนแรง
แต่ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง นางคือเจ้านายของหอคอยนิรันดร์…หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืด ซึ่งนางแค่ใช้พลังจิตวิญญาณเพียงน้อยนิดก็สามารถฝึกสัตว์วิญญาณเหล่านี ให้เชื่อง และทำให้สัตว์วิญญาณเหล่านี้ยอมจำนนได้แล้ว
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน อินทรีปีศาจที่ก่อนหน้านี้เกลียดชังมู่เฉียนซีจนอยากจะฉีกเป็นชิ้น ๆ ตัวนั้น ในตอนนี้มันกลับก้มหัวที่เคยหยิ่งผยองนั้นลง พร้อมกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่า างแผ่วเบา
เมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซีมันก็กลายเป็นเชื่องขึ้นมาทันที และไม่โจมตีใครอีกแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันถูกฝึกให้เชื่องแล้ว
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง “นี่มันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าจะต้องใช้กลอุบายอะไรบางอย่างแน่นอน”
“เจ้าสามารถทำได้อย่างไรกัน”
ฉู่อวี้เหม่ยในฐานะที่เป็นผู้ฝึกสัตว์คนหนึ่ง นางย่อมรู้ดีกว่าใครว่าอินทรีปีศาจตัวนี้ถูกฝึกให้เชื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางกล่าวว่า “อินทรีปีศาจตัวนี้ ถูกฝึกให้เชื่องแล้วจริง ๆ พวกเราแพ้แล้วล่ะ!”
ในเมื่ออินทรีปีศาจถูกฝึกจนเชื่องแล้ว ทันทีที่มู่เฉียนซีโบกมือ เข็มยาขนาดเล็กก็ปักลงไปในร่างการของอินทรีปีศาจตัวนี้ทันที ส่วนพิษที่อินทรีปีศาจโดนก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันก็ไ ได้รับการฟื้นฟูแล้ว
บาดแผลของมันได้รับการรักษาจนหายดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งพวกเขาต่างก็กล่าวด้วยความตื่นตกใจว่า “นะ…นี่เจ้าทำได้อย่างไร”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าไม่เคยใช้ยาน้ำของหอหมอปีศาจรักษาอาการบาดเจ็บมาก่อนเลยอย่างนั้นหรือ แต่สิ่งนี่มันเอาไว้รักษาภายนอกเท่านั้น ส่วนยาน้ำที่รักษาอาการบาดเจ็บภายในก็สาม มารถรักษาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้เช่นกัน”
เมื่อมองดูบาดแผลบนร่างกายของพวกเขา ตอนนี้พวกเขาเองต่างก็รู้สึกอิจฉาอินทรีปีศาจตัวนั้นที่ฟื้นตัวได้อย่างราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าแพ้แล้ว!”
กลุ่มคนที่หยิ่งผยองก่อนหน้านี้ก้มหน้าลงด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย พวกเขาพ่ายแพ้แล้ว ใช่! แต่พวกเขาจะมาพ่ายแพ้เช่นนี้ได้อย่างไร!
“พวกเราแพ้แล้ว!” พวกเขากล่าวตอบ
“เช่นนั้นหลังจากนี้ต้องฟังคำสั่งของข้า” มู่เฉียนซีกล่าว
“วางใจเถอะ อย่างไรเสียพวกข้าก็สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้!”
“ในเมื่อหลังจากนี้ไปพวกเจ้าจะกลายมาเป็นลูกน้องของข้า เช่นนั้นข้าจะมอบยาลูกกลอนรักษาอาการบาดเจ็บเหล่านี้ให้พวกเจ้าก็แล้วกัน รีบรักษาตัวเสีย หลังจากนั้นจะได้เคลื่อนไหวกันต่อ” มู่เฉียนซีโยนขวดยาสองสามขวดไปให้กับพวกเขา
มู่เฉียนซีปฏิบัติตัวต่อพวกเขาอย่างหยาบคายมาโดยตลอด อีกทั้งยังเย่อหยิ่งและอวดดี แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะมอบยาให้พวกเขา ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกตกใจที่ได้รับความใส่ใจเช่ นนี้
หลังจากที่พวกเขากินยาลูกกลอนลงไป บาดแผลที่สามารถมองเห็นได้ก็ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ส่วนอาการบาดเจ็บภายในก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน มู่เฉียนซีลูบอินทรีปีศาจพลางกล่าว วว่า “ข้าจะไปเล่นทางนั้นพลาง ๆ ก่อน พวกเราจะต้องเริ่มล่าสัตว์กันได้แล้ว”
หากมีอินทรีปีศาจติดตามพวกเขาอยู่ตลอด ด้วยระดับของมันแล้ว คงจะมีสัตว์ภูตวิญญาณมากมายที่ตกใจกลัวจนหนีไปแน่ ดังนั้นพวกเขาก็อย่าหวังว่าจะได้ล่าสัตว์ภูตวิญญาณตัวใดอีกเลย
อินทรีปีศาจบินออกไปอย่างเชื่อฟัง ราวกับว่ามันถูกเลี้ยงเอาไว้ก็มิปาน เห็นได้ชัดว่ามู่เฉียนซีเพียงแค่ฝึกให้มันเชื่องเท่านั้น ไม่ได้ผูกพันธสัญญากับมันด้วยซ้ำ แต่มันกลับเชื่อฟั งคำสั่งของมู่เฉียนซีเป็นอย่างดี
นี่นางใช้วิธีแบบไหนกัน พวกเขารู้สึกว่า จากนี้ไปหากพวกเขากล้าทำเหมือนว่ามู่เฉียนซีเป็นเพียงแค่คนไร้ประโยชน์อีกละก็ พวกเขาคงจะเสียสติไปแล้วจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไปกันเถอะ! ตามความเร็วของข้าให้ทันล่ะ!”
มู่เฉียนซีเร่งความเร็วให้เร็วขึ้นอีก แม้ว่าจะไม่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณใด ๆ ก็สามารถนำหน้าพวกเขาไปได้ไกลเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาสามารถแซงหน้ามู่เฉียนซีได้ ก็เป็นเพราะมู่เฉียนซีจงใจที่จะชะลอความเร็วลง และพวกเขาที่กำลังไล่ตามอย่างสุดชีวิตก็เพิ่งจะเข้าใจในเรื่องนี้
พวกเขาเร่งความเร็วเพื่อไล่ตามมู่เฉียนซีอย่างต่อเนื่อง และเกือบที่จะถูกมู่เฉียนซีทิ้งห่างไปไกลจนลับตา
พลังกายของนางน่าทึ่งมากจริง ๆ และจิตวิญญาณของพวกเขาก็ถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆ มู่เฉียนซีก็หยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ได้บางอย่าง
คงจะไม่มีเรื่องอะไรหรอกนะ!
พวกเขาเองก็ชะลอความเร็วลงเช่นกัน มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ยังไม่รีบตามมาอีก!”
ในเมื่อพวกเขาไม่ขยับเขยื้อน มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “ข้าบอกแล้วว่าให้พวกเจ้าเชื่อฟังข้ายังไงล่ะ! พวกเจ้าคิดที่จะคืนคำอย่างนั้นหรือ”
พวกเขาทำได้เพียงพุ่งทะยานไปยังทิศทางเดียวกับมู่เฉียนซีเท่านั้น หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ด้านซ้ายที่อยู่ข้างหน้านี้มีสัตว์ภูตวิญญาณอยู่ตัวหนึ่ง พวกเจ้าลงมือได้เลย!”
“โฮกกก!” มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น และทันใดนั้นพื้นดินที่อยู่ข้างหน้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์สีดำสนิทก็ปรากฏตัวออกมา
ในฐานะที่ฉู่อวี้เหม่ยเป็นผู้ฝึกอสูรคนหนึ่ง ฉะนั้นนางจึงมีความเข้าใจในสัตว์ภูตวิญญาณแต่ละชนิดเป็นอย่างมาก นางกล่าวว่า “นี่คือวานรแขนเหล็ก มันแข็งแกร่งและอันตรายยิ่งกว่าอิ นทรีปีศาจเสียอีก!”
พวกเขาเกือบจะร้องไห้กันอยู่แล้ว วันนี้ดวงไม่ดีเลยจริง ๆ! นอกจากจะเจอคนวิปลาสอย่างมู่เฉียนซีแล้ว เหตุใดพวกเขาถึงต้องมาเจอสัตว์ภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งตัวแล้วตัวเล่าด้วย
รีบหนีเร็วเข้า!
เมื่อชีวิตน้อย ๆ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง พวกเขาจึงต้องรีบหนีเพื่อเอาตัวรอด แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่อนุญาตให้พวกเขาหลบหนี เพราะนางรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถหนีรอดได้อยู่แล้ว
พวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้ แม้ว่าวานรแขนเหล็กจะมีขนาดที่ใหญ่โต แต่มันกลับว่องไว และมันยังแข็งแกร่งกว่าพวกเขามากนัก ฉะนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันดิ้นรนเพื่อเผชิญหน้ากับเจ้า าตัวใหญ่ยักษ์นี้
ตูมมม โครมมม!
และแล้วอัจฉริยะของเมืองเสียงเหล่านั้นก็ต่อสู้กับวานรแขนเหล็กอย่างดุเดือด
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาทำอะไรไม่ถูกอีกอย่างก็คือ การที่พี่ใหญ่ของพวกเขาไม่มีทีท่าว่าจะออกโรงเลยแม้แต่น้อย
พวกเขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี ครั้งนี้เจ้าก็ไม่ลงมืออีกแล้วอย่างนั้นหรือ! อย่างน้อยก็มาช่วยหน่อยเถอะ! ตอนนี้สถานการณ์ของพวกเราอันตรายมากจริง ๆ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าคือพี่ใหญ่ของพวกเจ้า หากว่าข้าต้องลงมือเอง แล้วพวกเจ้าจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”
พวกเขาพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการที่นางเอาชนะพวกเขาก็เพื่อให้พวกเขากลายเป็นทาสของนาง และยังให้พวกเขาต้องทำงานอย่างหนักอีกด้วย!
“สู้มัน!” พวกเขากัดฟันกล่าว
จะไม่สู้ก็ไม่ได้! อย่างไรเสียพวกเขาก็จะต้องสู้อย่างสุดชีวิต มิเช่นนั้นคงได้ตายเป็นแน่
ตูมม โครมม!
พวกเขาพยายามจู่โจมอย่างสุดกำลัง จนสามารถสร้างบาดแผลให้กับวานรแขนเหล็กตัวนั้นได้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
วานรแขนเหล็กไม่เพียงแต่มีร่างกายที่ยืดหยุ่นได้เท่านั้น แต่พลังในการป้องกันของมันยังน่าสะพรึงกลัวมากอีกด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้มันได้
เหงื่อเย็นของพวกเขาแตกพลั่กออกมา เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะสามารถแสดงผลงานดี ๆ ต่อหน้าฝ่าบาทเสียในงานล่าสัตว์ครั้งนี้ได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะโชคร้าย ที่ต้องมาตายเร็วเช่น นนี้
แม้ว่าพลังในการป้องกันของวานรแขนเหล็กจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจุดอ่อนเลย ในฐานะที่มู่เฉียนซีเป็นเจ้านายของหอคอยนิรันดร์ ฉะนั้นนางจึงสามารถรู้ถึงจุดอ่อนของสั ตว์ร้ายทั้งหมดได้
ยกตัวอย่างเช่นตัวที่อยู่ตรงหน้านี้ จุดอ่อนของมันอยู่ที่หูของมันนั่นเอง
เข็มยาทั้งสามเล่มพุ่งออกไปจากปลายนิ้วของมู่เฉียนซี ซึ่งมันก็พุ่งไปทางวานรแขนเหล็กตัวนั้นด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดก็มิปาน
เป็นเรื่องยากที่วานรแขนเหล็กจะสังเกตเห็นถึงการโจมตีที่ละเอียดอ่อนในมุมที่มองเห็นได้ยากเช่นนี้ บวกกับการโจมตีนี้ไม่มีพลังวิญญาณเลย ดังนั้นวานรแขนเหล็กไม่รู้สึกถึงการคุกคาม เลยแม้แต่น้อย
ฉึก!
เข็มยาได้ข่วนไปบนหูของวานรแขนเหล็กอย่างแผ่วเบา
แม้ว่าหูจะเป็นจุดอ่อนของมัน แต่วานรแขนเหล็กก็ไม่สนใจบาดแผลที่เล็กน้อยเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
แต่วานรแขนเหล็กตัวนี้ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่มู่เฉียนซีเชี่ยวชาญนั้นไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นพิษต่างหาก
อย่าว่าแต่บาดแผลเพียงเล็กน้อยเลย แม้ว่าพิษของมู่เฉียนซีจะสัมผัสโดนแค่ผิวหนัง นั่นก็สามารถทำให้มันโดนพิษได้แล้ว
“โฮกกกกก!” หลังจากนั้นมันก็ยังคงโจมตีเหล่าคนโชคร้ายที่อยู่ตรงหน้าของมันต่อไป
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าพยายามเข้า! ใช้เวลาอีกเพียงแค่สิบอึดใจ มันก็จะล้มลงแล้ว”