ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2638 แค่ฝึกสัตว์เท่านั้น
เข็มยาเล็กละเอียด ได้เหลือไว้เพียงรูขนาดเล็กบนร่างของอินทรีปีศาจเท่านั้น
พวกเขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี นี่มันจะเรียกว่าโจมตีได้อย่างไรล่ะ! มันทำอะไรอินทรีปีศาจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
ดูเหมือนว่าการโจมตีของมู่เฉียนซี จะทำให้อินทรีปีศาจตัวนี้โกรธเคือง มันกางปีกออกอย่างกะทันหัน และบินไปยังมู่เฉียนซีที่อยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งลมกระโชกแรงก็ได้ทำ ำลายต้นไม้ที่อยู่รอบมู่เฉียนซีไปจนสิ้น
“นี่มู่เฉียนซีกำลังรนหาที่ตายอยู่อย่างนั้นสินะ ไม่ว่าความเร็วของนางจะเร็วแค่ไหน นางก็ไม่อาจหลบมันพ้นได้เป็นแน่”
“ตอนที่อินทรีปีศาจหันไปสนใจมู่เฉียนซี พวกเราฉวยโอกาสนี้หนีกันเถอะ!”
พวกเขาที่ได้รับบาดเจ็บกำลังเตรียมตัวจะหนี แต่ในตอนที่สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์นั้นพุ่งเข้ามา สีหน้าของมู่เฉียนซีกลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เริ่มนับเลขช้า ๆ “หนึ่ง สอง สาม!”
“หมอบ!”
ตึงง!
ทันใดนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือน และอินทรีปีศาจที่บินอยู่กลางอากาศตัวนั้นก็ร่วงลงสู่พื้นอย่างกะทันหัน ถึงแม้ว่ามันจะดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อยอยู่ดี
ดวงตาคู่นั้นของมันจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความโกรธ แต่มันกลับไม่สามารถทำร้ายนางได้เลยแม้แต่ปลายนิ้ว
มู่เฉียนซีเหยียบไปบนร่างของมันแล้วกล่าวว่า “จะดิ้นรนไปเพื่ออะไร เจ้าแพ้แล้ว!”
เดิมทีอัจฉริยะของเมืองเสียกลุ่มนั้นต้องการจะหนี แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงผิดปกติ พวกเขาก็หันกลับมา และพบว่ามู่เฉียนซีเหยียบอยู่บนตัวของอินทรีปีศาจด้วยท่าทางของผู้ชนะ
นะ…นางทำได้อย่างไรกันแน่
เมื่ออินทรีปีศาจถูกพิชิตไปแล้ว อันตรายก็ได้ถูกกำจัดไปด้วย ซึ่งพวกเขาเองก็หนีไม่ไหวแล้วเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงวิ่งกลับมาแล้วกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าพิชิตอินทรีปีศาจตัวนี้ได้ อย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าทุกคนตาไม่ดีกันหรืออย่างไรกัน นี่เป็นเรื่องที่เห็นอยู่ชัด ๆ มิใช่หรือ?”
มีคนกล่าวด้วยความโมโหว่า “เจ้ามีความสามารถที่จะจัดการอินทรีปีศาจ เหตุใดถึงไม่ลงมือตั้งแต่แรก! เพราะอะไรถึงต้องรอให้พวกเราเกือบจะถูกอินทรีปีศาจตัวนี้ฆ่าตายก่อนถึงค่อยลงมือกันล่ ะ”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “หากว่าพวกข้ารอให้มันปลิดชีวิตน้อย ๆ ของพวกเจ้าไปก่อนแล้วค่อยลงมือ พวกเจ้าค่อยมาโกรธข้า แต่ตอนนี้ข้าคือคนที่ช่วยชีวิตพวกเจ้า นี่คือ อท่าทางที่พวกเจ้าปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเจ้าเอาไว้อย่างนั้นหรือ”
ความรู้สึกของพวกเขามีเพียงความเกรี้ยวกราดเท่านั้น นางคือเฒ่าประมงได้กำไรอย่างสิ้นเชิง นางรอให้พวกเขาต่อสู้จนอินทรีปีศาจตัวนี้เหนื่อยล้า หลังจากนั้นนางจึงค่อยลงมืออย่างได้เปร รียบ ช่างน่ารังเกียจนัก!
แต่มู่เฉียนซีก็ได้ช่วยเหลือพวกเขาเอาไว้จริง ๆ ซึ่งนี่ก็เป็นข้อเท็จจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเช่นกัน
ในเวลานี้หญิงสาวในชุดสีแดงคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นมาว่า “แม่นางมู่ ข้ามีชื่อว่าฉู่อวี้เหม่ย ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือพวกเราไว้”
สาวน้อยในชุดสีแดงผู้นี้เป็นสาวงามที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ซึ่งการขอโทษด้วยท่าทางที่สงบเสงี่ยม ทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้ง่ายมากขึ้น หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “รู้ว่าข้าเป ป็นคนช่วยพวกเจ้าไว้ก็ดีแล้ว ฉะนั้นจงหุบปากไปเสีย!”
แต่ฉู่อวี้เหม่ยกลับกล่าวว่า “แม่นางมู่ช่วยมอบอินทรีปีศาจให้กับข้าได้หรือไม่ อย่างไรเสียพวกเราก็ต่อสู้กับสัตว์ภูตวิญญาณตัวนี้มานานเช่นกัน”
“การล่าสัตว์ในครั้งนี้ สุดท้ายแล้วผู้ใดสามารถเอาชนะสัตว์ภูตวิญญาณได้ สัตว์ภูตวิญญาณตัวนั้นก็จะเป็นของคนผู้นั้นมิใช่หรือ และการล่าสัตว์ในครั้งนี้ก็จัดโดยเจ้าเมืองเสีย หรื อว่าพวกเจ้าที่เป็นคนของเมืองเสีย จะไม่รู้แม้กระทั่งกฏนี้ ซ้ำยังต้องการแย่งเหยื่อกับข้าอีกด้วย” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“เห็นได้ชัดว่าพวกเราเองก็ออกแรงเช่นกัน แต่เจ้าคิดจะฮุบไว้คนเดียวอย่างนั้นหรือ ช่างน่ารังเกียจนัก!” คนเหล่านี้ถูกทำให้โกรธไม่น้อยเลยทีเดียว
“แต่นี่เป็นกฏที่เจ้าเมืองของพวกเจ้าตั้งเอาไว้นะ!”
“แน่นอนว่าข้าย่อมรู้กฏดีอยู่แล้ว แต่ถึงอินทรีปีศาจตนนี้จะตกอยู่ในมือของแม่นางมู่ แต่แม่นางมู่ก็ทำได้เพียงฆ่ามันทิ้งเท่านั้น! ความสามารถของอินทรีปีศาจแข็งแกร่งมาก ทั้งยังม มีคุณสมบัติที่สูงมาก! หากฆ่าไปคงน่าเสียดายแย่ อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงผู้ฝึกสัตว์ ข้าสามารถฝึกมันได้! ดังนั้น…” ฉู่อวี้เหม่ยกล่าว
“ดังนั้นเลยต้องการให้ข้ามอบมันให้เจ้าหรือ ทำไมล่ะ”
สำหรับคนของเมืองเสีย มู่เฉียนซีไม่คิดที่จะไว้หน้าอยู่แล้ว เพราะพวกเขาก็คือคนของโยวเยี่ยเสียนั่นเอง
เป็นครั้งแรกที่ฉู่อวี้เหม่ยเจอคนที่รู้ว่านางเป็นผู้ฝึกสัตว์แล้วไม่ให้เกียรตินางเช่นนี้ นางกล่าวอย่างใจดีว่า “หากแม่นางมู่รู้สึกว่าเสียเปรียบละก็ เช่นนั้นข้าขอซื้ออินทรี ปีศาจตัวนี้! ในฐานะของผู้ฝึกสัตว์ข้ามีทุนเพียงน้อยนิดเท่านั้น ข้าจะซื้อมันในราคาของสัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถเป็นสัตว์ภูตวิญญาณขั้นสูง ดังนั้นข้ายอมจ่ายใน…”
ฉู่อวี้เหม่ยยังไม่ทันได้เสนอราคาที่มีความน่าดึงดูดออกมา มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “หยุด! ข้าไม่ขาย ไม่ว่าจะให้ราคาเท่าไรก็ไม่ขาย! แม้ว่าเมืองอวู่ซวงจะไม่ได้ร่ำรวยเท่ากับเมืองเส สีย แต่พวกเจ้าคิดว่าข้าจะขาดเงินขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ?”
เมืองอวู่ซวงไม่ได้มีเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วนับประสาอะไรกับมู่เฉียนซีที่เป็นถึงเจ้าของหอหมอปีศาจ ฉะนั้นนางยิ่งไม่ขาดเลย
ฉู่อวี้เหม่ยกล่าวอย่างเสียใจว่า “แม่นางมู่อย่าเอาแต่ใจนักเลย มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากหากอินทรีปีศาจถูกฆ่าไปจริง ๆ ”
“เจ้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว เจ้าอินทรีปีศาจตัวนี้มีความสามารถเลยทีเดียว ดังนั้นข้าเองก็ไม่อาจฆ่ามันได้เช่นกัน!”
บนใบหน้าของฉู่อวี้เหม่ยฉายแววยินดีออกมา หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ถึงข้าจะไม่ฆ่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมอบมันให้กับคนของเมืองเสียอย่างพวกเจ้า แค่ฝึกสัตว์มิใช่หรือ มันไม่ใช่เรื่องยากเสียหน่อย”
ทั้งพลังบำเพ็ญและรากฐานของนางถูกทำลาย และแม้แต่สัตว์พันธสัญญาของนางต่างก็ตกอยู่ในภาวะจำศีล เนื่องจากนางไม่มีพลังวิญญาณจึงไม่สามารถเรียกออกมาได้ ดังนั้นนางจึงติดต่อกับเส สี่ยวหง เสี่ยวโม่โม่และอู๋ตี้ไม่ได้เลย
ส่วนพวกของนิรันดร์ที่ดำรงอยู่ในฐานะสิ่งพิเศษอย่างมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ถึงนางจะไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย พวกเขาก็สามารถอาศัยพลังของตนเองออกมาจากมิติพันธสัญญาได้
ถึงนางจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่กลับมีอ้านเป็นผู้ผูกพันธสัญญา ในฐานะเจ้านายของหอคอยนิรันดร์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใด ขอเพียงนางมีพลังจิตวิญญาณ นางก็สามารถฝึกให้มันเชื่องได้ เช่นกัน
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย เพื่อเสริมพลังให้เมืองอวู่ซวงแข็งแกร่งขึ้น นอกจากการเติบโตของหอหมอปีศาจแล้ว การทำให้มีสัตว์ภูตวิญญาณมาควบคุมสถานการณ์มากขึ้น ก็เป็นวิธีการ รที่ไม่เลวเช่นกัน
มีใครบางคนกล่าวขึ้นมาอย่างเยาะเย้ยว่า “เจ้าเป็นเพียงแค่คนไร้ค่าไม่มีพลังวิญญาณใด ๆ เลย คิดไม่ถึงเลยว่ายังอยากจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อีกอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าคิดว่าการฝึกสัตว์มันทำได้ง่ายนักหรืออย่างไร บอกว่าจะฝึกก็ฝึกได้แล้วอย่างนั้นหรือ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หรือพวกเจ้าไม่เชื่อ!”
“แน่นอนว่าต้องไม่เชื่ออยู่แล้ว! พวกข้าโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ว่าคนไร้ประโยชน์เช่นนี้จะสามารถฝึกสัตว์ได้” พวกเขากล่าวอย่างดูถูก
ฉู่อวี้เหม่ยกล่าวว่า “แม่นางมู่ ท่านอย่าได้ทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายเลย การฝึกสัตว์ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นอกจากนี้ความสามารถของสัตว์ภูตวิญญาณตัวนี้ยังแข็งแกร่งอีกด้วย หากท่าน นทำอย่างลวก ๆ อาจจะถูกสะท้อนกลับเอาได้ง่าย ๆ ในกรณีร้ายแรงอาจจะอันตรายถึงชีวิต ส่วนในกรณีที่เบาที่สุดก็อาจจะกลายเป็นเพียงคนเสียสติเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นพวกข้าจะอธิบายกั บฝ่าบาทเสียและฝ่าบาทอวู่ซวงอย่างไร!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าสามารถฝึกสัตว์ได้ หากพวกเจ้าไม่เชื่อแล้วละก็ เช่นนั้นก็มาเดิมพันกันไหมล่ะ! หากข้าสามารถฝึกอินทรีปีศาจตัวนี้ได้สำเร็จ การล่าสัตว์หลังจากนี้! พวกเจ้าจ จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้าทั้งหมด ข้าบอกให้พวกเจ้าไปตีที่ไหน พวกเจ้าก็ต้องไปตีที่นั่น ข้าบอกให้พวกเจ้าไปไหน พวกเจ้าก็ต้องไปที่นั่นเช่นกัน”
“หากว่าข้าแพ้ อินทรีปีศาจตัวนี้ก็จะเป็นของพวกเจ้า และยังมียาลูกกลอนขั้นเทวะนี้ด้วย ข้าจะมอบให้คนละขวดเลย ดีหรือไม่!”
สำหรับการนำเอายาลูกกลอนขั้นเทวะนี้ออกมาของมู่เฉียนซี ทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉามากจริง ๆ
สิ่งของที่มู่เฉียนซีเอาออกมาเดิมพันเหล่านี้ล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอินทรีปีศาจหรือยาลูกกลอนขั้นเทวะก็ตาม
พวกเขาปรึกษาหารือกันอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปออกมา “ตกลง! เดิมพันก็เดิมพันสิ! พวกข้าไม่เชื่อว่าคนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีพลังบำเพ็ญใด ๆ เลยอย่างเจ้าจะสามารถฝึกอินทรีป ปีศาจให้เชื่องได้ เจ้านี่ช่างเพ้อเจ้อเหลือเกิน! เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชเกินไปนักล่ะ ทำตัวฟุ่มเฟือยมากเกินไปเช่นนี้ เดี๋ยวอาจารย์ก็รังเกียจหรอก!”