ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 110 ไม่คิดเลยว่าเราจะมาเจอกันที่นี่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 110 ไม่คิดเลยว่าเราจะมาเจอกันที่นี่
เฮ่อจือหร่านเคลื่อนไหวรวดเร็ว นางกระโดดลงจากหลังคาและ
เปิดประตูเข้าไปในเรือน
ซุนหลินในฐานะขุนนางผู้ปกครอง กลับขูดรีดประชาชน ยอมให้
บุตรชายรังแกชาวบ้าน คนชั่วช้าเช่นนี้ยังคู่ควรเป็นขุนนางอีกหรือ?
เมื่อคิดดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงหยิบมีดเล่มหนึ่งออกมาจากพื้นที่
มิติ ก่อนจะตัดลิ้นและมือทั้งสองข้างของซุนหลินออก
นางอยากจะดูนักว่าคนพิการและพูดไม่ได้เช่นนี้ จะยังคงเป็นขุน
นางต่อไปได้อย่างไร?
ส่วนซุนเจียเป่า เขาข่มเหงรังแกผู้คน ก่อกรรมท าชั่วมานักต่อนัก
ชาตินี้ก็ให้เขากลายเป็นคนโง่เง่าไปเถอะ
เฮ่อจือหร่านหยิบยาพิษ ‘สิ้นสติ’ ออกมาจากพื้นที่มิติอีกครั้ง
แค่ใส่ยาสิ้นสติลงไป ซุนเจียเป่าก็จะกลายเป็นคนโง่ไปชั่วชีวิต
ในขณะซุนเจียเป่าก าลังหลับสนิท เฮ่อจือหร่านจึงถือโอกาสฉีด
ยาที่ผสมเสร็จแล้วเข้าไปในร่างกายของเขา
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ออกจากที่นั่นไป
อย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งนางคาดว่าน่าจะเป็นโรงเก็บ
ของ
ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างนางจริง ๆ สถานที่ที่นางสังเกตการณ์ไว้
นั้นเป็นโรงเก็บของของนายอ าเภอ
หน้าโรงเก็บมียามเฝ้าอยู่สองคน เฮ่อจือหร่านค่อย ๆ ย่องไป
ด้านหลังอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยกมือขึ้นฟาดท้ายทอยของพวกเขา
อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่ายามทั้งสองหมดสติไปแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รีบเข้าไปใน
โรงเก็บของทันที่
ต้องยอมรับว่าทรัพย์สมบัติของขุนนางผู้ชั่วช้าคนนี้มีมากมาย
นัก
ภายในโรงเก็บของที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร กลับเต็มไปด้วยทองค า
เงิน เครื่องประดับ ผ้าไหมชั้นดี ข้าวของโบราณ ภาพวาด และ
เครื่องประดับหยกนับไม่ถ้วน
ตอนนี้ในพื้นที่มิติของนางมีของชิ้นใหญ่มากมายที่หยิบมาจาก
ท้องพระคลัง ซึ่งนางน ามันไปวางขายในแอปเถาเป่าแล้ว จึงท าให้มี
พื้นที่ว่างมากขึ้น
เฮ่อจือหร่านประมาณด้วยสายตาว่าพื้นที่มิติของนางน่าจะใส่
ของพวกนี้ได้ทั้งหมด แล้วเก็บของทั้งหมดเข้าไป
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยที่นอนไม่หลับอยู่ในพื้นที่มิติ หลังเฮ่อจือหร่าน
ออกไปแล้ว เขาก็ออกจากห้องนอน
ขณะก าลังเป็นห่วงเฮ่อจือหร่าน จู่ ๆ ก็มีของมากมายกองสูงราว
กับภูเขาปรากฏขึ้นตรงหน้าแทบจะทับเขาอยู่แล้ว…
โม่จิ่วเยี่ยรู้ได้ทันทีว่าเฮ่อจือหร่านได้สิ่งของมาแล้ว เขาแค่หวังว่า
นางจะไม่โลภมากเกินไป และคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองแล้วรีบ
กลับมา
เมื่อท าสิ่งที่ต้องท าเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ
นางออกจากจวนนายอ าเภอแล้ววิ่งไปยังสถานที่ลับตาคน ก่อน
จะหายตัวเข้าไปในพื้นที่มิติ
เมื่อเห็นว่านางกลับมาอย่างปลอดภัย โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกโล่งใจ
ขึ้นมาทันที่
หลังจากลงโทษนายอ าเภอผู้ฉ้อฉลและบุตรชายของเขาไป เพียง
เฮ่อจือหร่านนึกถึงเรื่องราวต่อจากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
“นายอ าเภอสุนัขนั่นร ่ารวยพอสมควรเลย ข้าแค่ลงมือเพียงครั้ง
เดียวก็ได้ผลตอบแทนมากมายขนาดนี้”
ตอนที่ขนทรัพย์สินเหล่านั้นเข้าไปในพื้นที่มิติ โม่จิ่วเยี่ยก็ได้
ตรวจสอบดูแล้ว
เพียงแค่ตั๋วเงินและเงินทองก็มีมูลค่าถึงหลายแสนต าลึง
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีหีบใหญ่ใส่เหรียญทองแดงอีกหลายใบ ไม่ต้อง
สงสัยว่าพวกมันคือค่าผ่านทางเข้าอ าเภอที่ได้จากพวกชาวบ้าน
นายอ าเภอเล็ก ๆ คนหนึ่งมีทรัพย์สินมากมายขนาดนี้ ลองคิดดูสิ
ว่าเขากอบโกยเอาจากเลือดเนื้อของประชาชนไปมากแค่ไหน…
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองทรัพย์สินตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม “เจ้าจะจัดการ
กับสิ่งของพวกนี้อย่างไร”
เฮ่อจือหร่านกวาดสายตามอง สถานที่ที่เพิ่งจะว่างเปล่าไปเมื่อครู่
ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ข้าว่าจะเอาของชิ้นใหญ่ ๆ พวกนี้ไปขายในร้าน ส่วนเงินที่เหลือ
ถ้าหาทางคืนให้ชาวบ้านอ าเภอผิงหยางได้ก็คงจะดี”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นด้วยกับความคิดของนาง
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “การจะคืนเงินให้พวก
ชาวบ้านนับว่าเป็นความคิดที่ดี แต่เวลาคงเร่งรีบเกินไป”
เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกจนใจเช่นกัน นางคงไม่สามารถเดินทางไป
มอบเงินให้ชาวบ้านได้ทุกหลัง นอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกพบเห็น
แล้ว เวลาก็มีจ ากัดอย่างที่โม่จิ่วเยี่ยกล่าวไว้
“เช่นนั้นเรื่องนี้พวกเราค่อยหารือกันวันพรุ่งนี้ตอนข้าออกไปเช่า
รถม้า ข้าจะลองถามวิธีดูเผื่อจะมีวิธีที่ดีกว่านี้”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางและจัดการกับ
นายอ าเภอชั่วมามาก
หลังจากพูดคุยกับโม่จิ่วเยี่ยอีกสองสามประโยค ทั้งคู่ก็กลับไป
พักผ่อนที่ห้อง
รุ่งเช้าวันต่อมา เฮ่อจือหร่านยังคงปลอมตัวเป็นบุรุษก่อนจะออก
จากพื้นที่มิติ
ต าแหน่งที่นางยืนอยู่นั้นห่างจากจวนนายอ าเภอเพียงแค่ก าแพง
กั้นเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านไม่รีบร้อน นางเดินไปตามถนนสายใหญ่ เป้าหมาย
แรกคือหาเช่ารถม้าสักคัน
บรรยากาศบนท้องถนนวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ชาวบ้านต่างทราบ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวท่านนายอ าเภอ พวกเขารู้ดีว่าคน
พิการและเป็นใบ้เช่นนั้นคงไม่อาจด ารงต าแหน่งต่อไปได้ ดังนั้นจึงมี
การพูดคุยกันอย่างเปิดเผยมากขึ้น
หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่โรงเก็บของของ
ท่านนายอ าเภอถูกขโมยจนหมดเกลี้ยง นายอ าเภอกลายเป็นคนพูด
ไม่ได้ ส่วนบุตรชายผู้โอหังรังแกผู้อื่นก็กลายเป็นคนเสียสติ
เรื่องนี้สร้างความสะใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
กระทั่งยังมีคนกล้าบางคนวางแผนที่จะไปดูความวุ่นวายถึงจวน
นายอ าเภอ
ส่วนชาวบ้านที่เคยถูกพ่อลูกคู่นี้กดขี่ข่มเหง ต่างก็ร้องไห้ฟูมฟาย
พลางสาปแช่งการกระท าอันเลวร้ายของพวกเขา
ส าหรับเรื่องราวเหล่านี้ เฮ่อจือหร่านเพียงมองผ่านไปเท่านั้น
เมื่อสอบถามเส้นทางไปยังโรงรถม้าได้แล้ว นางก็เร่งฝีเท้า
เดินทางไปต่อ
แต่พอเลี้ยวไปอีกถนนหนึ่ง เฮ่อจือหร่านสายตาว่องไว จึง
สังเกตเห็นคนรู้จักเข้าเสียก่อน
คนผู้นั้นคือเฟ่ยหนานอวี่นั่นเอง
เฟ่ยหนานอวี่เดินทางมากับใครอีกหนึ่งคน ดูจากการแต่งกายก็
คล้ายเป็นผู้ติดตาม พวกเขาก้าวเดินด้วยท่าทางรีบร้อน เหมือนว่า
จะต้องไปจัดการธุระส าคัญอะไรบางอย่าง
เมื่อเห็นเฟ่ยหนานอวี่ เฮ่อจือหร่านพลันนึกถึงเรื่องบางเรื่อง
ขึ้นมาได้
นางจึงโบกมือไปทางเขา
แต่เฟ่ยหนานอวี่กลับมองนางเพียงครู่เดียว แล้วก็เร่งฝีเท้าเดิน
ต่อไป
เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ เฮ่อจือหร่านก็ก้มลงมองชุดบุรุษที่ตนสวม
อยู่ คราวนี้จึงเข้าใจได้ในทันที่
ด้วยชุดแบบนี้ อย่าว่าแต่เฟ่ยหนานอวี่ที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่
สองครั้ง แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยที่อยู่ด้วยกันแทบทุกวันยังเกือบจ านางไม่ได้
เฮ่อจือหร่านจึงรีบสาวเท้าเดินตามเฟ่ยหนานอวี่ไป
“คุณชายเฟ่ย”
เฟ่ยหนานอวี่หยุดชะงัก
เขาถามอย่างไม่มั่นใจว่า “ท่านเรียกข้าหรือ”
ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่บนถนนใหญ่ เฮ่อจือหร่านคงจะดึงเคราปลอม
ออก แล้วเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าที่แท้จริง เพราะนางเป็นกังวล
ว่าพวกเจ้าหน้าที่จะจ าหน้าได้
แต่สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้นางท าเช่นนั้น
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงได้แต่เปิดเผยตัวตน “คุณชายเฟ่ย ข้าเฮ่อจื
อหร่าน ภรรยาของโม่จิ่วเยี่ยเอง”
เฟ่ยหนานอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิจารณาโครงหน้าของนาง
อย่างละเอียด
เมื่อมองแบบนี้ เขาก็พบว่านางมีบางส่วนที่คล้ายกับภรรยาของ
โม่จิ่วเยี่ย น ้าเสียงของตนเองนางก็คงไม่น่าจะปลอมมันขึ้นมาได้
หลังจากจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง เฟ่ยหนานอวี่ก็แน่ใจว่าคนตรงหน้า
คือเฮ่อจือหร่าน สีหน้าของเขาจึงผ่อนคลายลงในทันที่
เขายังคงแสดงท่าทีสุภาพอ่อนน้อม “ฮูหยินโม่ ไม่คิดเลยว่าเราจะ
มาพบกันที่นี่อีก”
เฮ่อจือหร่านมองไปรอบ ๆ แล้วชี้ไปที่ชุดของตัวเองพลางพูดว่า
“คุณชายเฟ่ย ตอนนี้ข้าเป็นผู้ชายนะ”
เฟ่ยหนานอวี่เพิ่งเข้าใจจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายเฮ่อ”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับค าเรียกขานนี้ จากนั้นจึง
ถามว่า
“คุณชายเฟ่ย ท่านมาที่อ าเภอผิงหยางได้อย่างไร”
เฟ่ยหนานอวี่รู้สึกว่าจุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้ไม่มีความ
จ าเป็นต้องปิดบัง จึงพูดไปตามตรงว่า
“ไม่ปิดบังคุณชายเฮ่อ หลังข้าติดตามท่านอ๋องฉีไปถึงเมืองหลวง
ได้ไม่นาน ท่านอ๋องฉีกลับได้รับราชโองการให้ไปช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยที่อ าเภอตงเฟิง พวกเรารีบออกเดินทางไปอ าเภอตงเฟิง
ในคืนนั้น ใครจะรู้ว่าที่นั่น นอกจากภัยน ้าท่วมแล้ว ยังมีคนติดโรค
กาฬโรคอีกด้วย
นายอ าเภอตงเฟิงไม่รู้ว่าไปได้ยามาจากที่ใด เขาบอกว่าสามารถ
รักษาและควบคุมกาฬโรคได้ แต่ขาดแคลนสมุนไพรอยู่หนึ่งอย่าง
ท่านอ๋องฉีจึงมอบหมายให้ข้าเดินทางไปตามเมืองทางทิศตะวันตก
เผื่อว่าจะหาซื้อสมุนไพรชนิดนั้นได้”