ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 118 อาวุธป้องกันตัว
เฮ่อจือหรานอธิบายวิธีการใช้กระบองไฟฟ้าขนาดเล็กให้เขาฟัง
อย่างใจเย็น
“ท่านคิดว่าสิ่งนี้เหมาะที่จะให้ท่านแม่ พวกพี่สะใภ้กับน้องสาว
ท่านใช้ป้องกันตัวหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยรับกระบองไฟฟ้ามาถือไว้ในมือ เขาพลิกเล่นไปมา
พร้อมกับลองท าตามที่เฮ่อจือหรานท าให้ดู
“ของสิ่งนี้ใช้ง่าย พกพาสะดวก แต่ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะที่จะให้
พวกนางใช้”
เฮ่อจือหรานขมวดคิ้ว “ท าไมท่านถึงคิดเช่นนั้นเล่า”
“ท่านก็เห็นมือสังหารครั้งก่อนแล้ว พวกเขาจะใช้ธนูยิงโจมตีจาก
ระยะไกลก่อน ถ้าลอบสังหารไม่ส าเร็จ ถึงจะเข้าต่อสู้ระยะประชิด สตรี
ในบ้านเราไม่มีใครฝึกฝนวรยุทธ แม้มือสังหารจะเข้ามาประชิดตัวแล้ว
ข้าก็เกรงว่าพวกนางยังไม่ทันได้ใช้กระบองไฟฟ้า ก็คงจะถูกสังหารไป
ก่อน”
ได้ยินโม่จิ่วเยี่ยอธิบายเช่นนั้น เฮ่อจือหรานก็ตระหนักได้ถึงข้อนี้
ยิ่งคิดถึงสเปรย์พริกไทยที่กระทั่งใช้ป้องกันหมาป่ายังเอาไม่อยู่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระบองไฟฟ้าแบบนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่จ าเป็นต้องให้
โม่จิ่วเยี่ยดู
จากสถานการณ์ในตอนนี้ สิ่งที่พวกพี่สะใภ้ต้องการคืออาวุธ
ป้องกันตัวที่สามารถโจมตีระยะไกลได้ ยิ่งมีอานุภาพรุนแรงเท่าไหร่ยิ่ง
ดี
เมื่อคิดจากจุดนี้แล้ว สิ่งที่เหมาะสมที่สุดก็มีเพียงปืนพกเท่านั้น
เพียงแต่หากจะเอาปืนพกไปให้พี่สะใภ้ทั้งหลายเห็น ต้องมีข้ออ้าง
ที่เหมาะสมสักหน่อย
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นในหัวของนางก็พลันสว่างวาบ
ขึ้นมา
เฮ่อจือหร่านใช้จิตส านึกหยิบปืนพกที่เล็กกว่าฝ่ามือขึ้นมา
เล็กน้อย
โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้วถามขึ้น “เจ้าคิดจะมอบสิ่งนี้ให้พวกนางหรือ?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ดูจากตอนนี้ พวกนางใช้สิ่งนี้ได้
เหมาะสมที่สุด ไม่เพียงมีพลังท าลายล้างสูง แต่ยังสามารถโจมตี
ระยะไกลได้อีกด้วย ส่วนข้ออ้างข้าคิดเอาไว้แล้ว ข้าจะบอกว่าพวกเรา
ไปได้มาจากชาวต่างชาติคนหนึ่งระหว่างทางที่ไล่ตามขบวนนักโทษ
มา”
ส าหรับชาวต่างชาติโม่จิ่วเยี่ยรู้จักอยู่บ้าง พวกเขาเป็นเพียงชาย
ร่างใหญ่ ผมสีทอง ตาสีฟ้า
ครั้งหนึ่งเขาเคยพบเห็นคนแบบนี้กับตา ตอนที่ผ่านไปแถวท่าเรือ
ทะเลแห่งหนึ่ง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเข้าไปดูใกล้ ๆ
แม้เขาจะฟังค าพูดของพวกชาวต่างชาติไม่ออก แต่สิ่งที่พวกเขา
หยิบออกมาจากถุงล้วนเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เฮ่อจือหร่านคิดหาข้ออ้างที่จะน ามินิปืนพกออกมาและมันก็เป็น
วิธีที่ดีไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้สึกว่าปืนพกขนาดเล็กนี้เหมาะที่สุดส าหรับ
ให้สตรีสกุลโม่เก็บไว้ใช้ป้องกันตัว
แม้ว่าเขาจะโชคร้ายตายด้วยน ้ามือของพวกนักฆ่า อย่างน้อย
พวกนางก็ยังมีอาวุธไว้ป้องกันชีวิตตนเอง และโอกาสรอดชีวิตก็ยังมี
มาก
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาเอ่ยปากว่า
“เช่นนั้นก็ดี ท าตามที่เจ้าบอกเถอะ”
ในเวลานี้นางมีปืนพกเพียงสองกระบอก หากต้องการมากกว่านี้
เฮ่อจือหร่านจ าต้องออกไปหยิบมันออกมาจากพื้นที่มิติเรื่อย ๆ
เมื่อได้รับความยินยอมจากโม่จิ่วเยี่ย นางจึงหายตัวออกไปจาก
พื้นที่มิติทันที่
เฮ่อจือหร่านนั่งอยู่ในกระโจม พลางใช้จิตส านึกเรียกปืนพก
ออกมาไม่หยุด
จนกระทั่งมีปืนพกสิบกระบอกที่เหมือนกันปรากฏขึ้นต่อหน้า
นางจึงกลับเข้าไปในพื้นที่มิติ
หลังจากจัดการกับของที่จะใช้ป้องกันตัวให้กับทุกคนเรียบร้อย
เฮ่อจือหร่านก็เริ่มเล่าเรื่องราวบางตอนในประวัติศาสตร์นอกต าราให้
โม่จิ่วเยี่ยฟัง
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าสาเหตุที่หนานฉีเกลียดชังเขาเป็นเพราะเขาถูก
สับเปลี่ยนตัว
แต่บนร่างกายของเขามีรอยปานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบุรุษสกุล
โม่
หากหนานฉีมีรอยปานเช่นเดียวกัน เขาอาจสงสัยว่ารอยปานบน
ร่างกายของตัวเองถูกสร้างขึ้นในภายหลัง
แต่เขารู้ดีว่าบนร่างกายของหนานฉีนั้นไม่มีรอยปานของสกุลโม่
เมื่อมองจากมุมนี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงมั่นใจในตัวตนของตัวเองมาก
ขึ้น
เขาเป็นคนสกุลโม่โดยแท้ ยิ่งไปกว่านั้น รูปร่างหน้าตาของเขา
กับพี่สี่ก็มีความคล้ายกันถึงเจ็ดแปดส่วน ไม่มีทางที่จะถูกสับเปลี่ยน
ตัวได้
เรื่องนี้ยิ่งคิดกลับยิ่งมีเงื่อนง า ทั้งสองคนครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็
ไม่อาจหาสาเหตุแท้จริงได้
ท้ายที่สุดแล้ว ย่อมไม่มีควันไฟโดยไร้เชื้อเพลิง หนานฉีคงไม่มา
สงสัยว่าตัวเขาอาจไม่ใช่เชื้อพระวงศ์หรอก
เรื่องนี้ยังไม่ได้ทิ้งความเป็นไปได้ที่คนซึ่งต่อต้านเขา จะจงใจยุยง
ให้หนานฉีคิดก าจัดโม่จิ่วเยี่ยด้วยมือตัวเอง
อย่างไรก็ตาม จากความเข้าใจของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อหนานฉี เขา
ไม่ใช่คนที่ไร้หัวคิดแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ท าให้หนานฉีเชื่อ
หรืออาจเป็นไปได้ว่าหนานฉีไม่ใช่เชื้อพระวงศ์จริง ๆ และเขารู้
เรื่องนี้จากหยวนกุ้ยเฟย
ถ้าหยวนกุ้ยเฟยท าเรื่องแบบนั้นจริง นางคงจะเก็บความลับไว้ใน
ท้องไปชั่วชีวิตโดยไม่พูดออกมาแน่นอน
นั่นหมายความว่า หนานฉีคงแอบได้ยินอะไรบางอย่างเข้า
เมื่อยิ่งวิเคราะห์ก็ยิ่งรู้สึกสับสน ทั้งสองคนจึงตัดสินใจไม่คิดต่อ
แล้ว
ทว่าพวกเขาได้ยืนยันแล้วว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนสกุลโม่จริง ๆ ส่วน
หนานฉีจะมีสถานะอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา
คืนนี้เป็นคืนที่ชวนให้นอนไม่หลับ เมื่อทั้งสองคนลุกจากโต๊ะ
อาหาร เข็มชั่วโมงบนนาฬิกาแขวนบนผนังชี้ที่เลขสามแล้ว
เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วยามก่อนถึงเวลาตื่นนอนตามปกติ
โม่จิ่วเยี่ยบอกนางว่า “อีกสักพักพวกเรายังต้องเดินทางต่อ น่าจะ
พักสักหน่อยดีกว่า”
ตอนที่ค้นหาบันทึกประวัติศาสตร์ของหนานรุ่ยเมื่อครู่นางไม่รู้สึก
อะไรนัก แต่พอร่างกายได้ผ่อนคลาย เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกง่วงขึ้นมา
จริง ๆ นางไปเข้าห้องน ้าเพื่อล้างหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็กลับมานอน
หลับตาพักผ่อนบนเตียง
พวกเขาไม่กล้านอนหลับสนิท เพราะกลัวว่าจะตื่นสายแล้วถูก
ผู้อื่นจะรู้ว่าคนไม่อยู่ในกระโจม
ขณะที่เฮ่อจือหร่านครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็รู้สึกว่าคนข้าง ๆ ก าลัง
ขยับตัว นางจึงลืมตาขึ้นทันที่
ทั้งสองคนรีบลุกจากเตียง พลางจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วจึง
ออกจากพื้นที่มิติ
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ พวกเจ้าหน้าที่ก าลังจัดเก็บกระโจม
อยู่ เฮ่อจือหร่านก็เรียกสตรีในบ้านทั้งหมดมารวมตัวกัน
นางแสร้งท าเป็นขนของขึ้นรถลาก แต่นั่นเป็นแผนการจะซ่อน
ปืนพกไว้ในกล่องไม้ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อจะส่งมอบให้กับ
ครอบครัวเร็วที่สุด
แม้ว่าการเลือกมอบปืนพกในเวลานี้อาจจะดูรีบร้อนไปสักหน่อย
แต่โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าในเมื่อพอจะคาดเดาออกแล้วว่าหนานรุ่ยอาจคิด
ท าอะไรบางอย่าง พวกเขาก็ควรจะมอบของที่ช่วยป้องกันตัวให้กับ
ครอบครัวโดยเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยแสร้งท าเป็นไปจัดข้าวของในรถลาก และหยิบกล่องไม้
ที่มีปืนพกสิบกระบอกติดมือมาด้วย
เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเห็น เขาจึงเปิดหีบไม้ออกเพียงช่องเล็ก ๆ
ให้ครอบครัวได้เห็นของที่อยู่ภายใน
เหล่าสตรีในบ้านต่างมุงดูอยู่รอบรถลาก พลางยื่นหน้ามองเข้าไป
ในหีบไม้
ทันใดนั้นเองขณะสะใภ้รองก าลังจะเอ่ยปากถาม ฮูหยินผู้เฒ่าก็
ตวาดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชาว่า
“เซี่ยเอ๋อร์ เจ้าอยากจะป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ถึงสิ่งที่พวกเรา
ก าลังท าอยู่หรือ”
สะใภ้รองหันไปมองแม่สามีที่มีสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเม้มริม
ฝีปาก
“ข้าผิดไปแล้วท่านแม่”
ดังนั้น แม้คนอื่น ๆ จะอยากรู้อยากเห็นสิ่งของในหีบมากเพียงใด
ต่างไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถามอีก
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตามองรอบ ๆ เห็นว่าทุกคนก าลังยุ่งอยู่กับการจัด
ข้าวของ จึงพูดกับทุกคนด้วยน ้าเสียงแผ่วเบาว่า
“สิ่งที่อยู่ในหีบคืออาวุธลับ พวกเราซื้อมาจากชาวต่างชาติ
ระหว่างทาง อาวุธลับชนิดนี้มีอานุภาพร้ายแรงและใช้ง่าย”
“พวกเรานึกถึงว่าอาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นระหว่างทาง เพื่อให้ทุก
คนมีวิธีป้องกันตัวเอง ข้ากับหร่านหร่านจึงตัดสินใจมอบอาวุธลับให้
ทุกคนเพื่อใช้ป้องกันตัว”
พี่สะใภ้รองเป็นคนใจกว้างมาตลอด นางไม่สนใจเรื่องอาวุธลับ
อะไรนัก แต่กลับสนใจค าว่า “หร่านหร่าน” ที่หลุดออกมาจากปาก
ของโม่จิ่วเยี่ย
ดูเหมือนว่าน้องเก้าที่มีนิสัยเย็นชา สามารถเรียกน้องสะใภ้เก้า
แบบนี้ได้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงจะพัฒนาไปอย่าง
รวดเร็ว
คาดว่าอีกไม่นาน สกุลโม่ของพวกเราก็คงจะมีสมาชิกใหม่
เพิ่มขึ้นแล้ว!