ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 117 ตอนนี้ข้าควรจะเป็นคนตายไปแล้ว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 117 ตอนนี้ข้าควรจะเป็นคนตายไปแล้ว
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงเลือกที่จะอ่านประวัติศาสตร์นอกต ารา
ทันที่
ในตอนนี้ ทั้งสองต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งการอ่าน พวกเขาตั้งใจ
อ่านหนังสือในมือ
เมื่อเห็นสถานที่ที่ตัวเองถูกเนรเทศและเสียชีวิต โม่จิ่วเยี่ยก็สูด
หายใจเข้าลึก ขณะเดียวกันก็มองไปยังเฮ่อจือหร่านอย่างลึกซึ้ง
“เจ้าสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เพราะหนังสือเหล่านี้หรือ”
ตอนนี้นอกเหนือจากตัวตนของนางที่ทะลุมิติเข้ามา โม่จิ่วเยี่ยก็รู้
ความลับของนางเกือบทั้งหมดแล้ว
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่มีเจตนาจะปิดบัง
“ใช่แล้ว ข้าสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ก็เพราะหนังสือ
เหล่านี้ ท่านก็เห็นแล้วว่าข้าซื้อของในโทรศัพท์ ของแปลก ๆ
เหล่านั้นคงจะมาจากอนาคต”
“อนาคต?” โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับค านี้ เขาแค่รู้สึกว่า
ทั้งหมดนี้เกินกว่าขอบเขตความเข้าใจของเขาไปไกลแล้ว
เฮ่อจือหร่านยักไหล่แล้วพูดต่อ “ตอนที่ข้าได้พื้นที่มิตินี้มาใหม่ ๆ
ข้าก็สงสัยเหมือนกันว่าท าไมข้างในถึงมีของแปลก ๆ แบบนี้”
“หลังจากที่ข้าศึกษาและวิเคราะห์อยู่นาน ข้าก็มั่นใจว่าพื้นที่มิตินี้
เป็นของที่มาจากอนาคตจริง ๆ”
พูดจบนางก็หยิบหนังสือในมือของโม่จิ่วเยี่ยขึ้นมา ชี้ไปที่มุมหนึ่ง
ของปกแล้วพูดว่า
“ท่านดูตรงนี้สิ เวลาตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้คือปี 2020 ตอนนี้พวก
เราอยู่ในปี 303 ห่างกันตั้งพันกว่าปีเชียวนะ”
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าหมายความว่า หนังสือเล่มนี้คนจากอนาคตเป็นคนเขียน
ขึ้นมาหรือ?”
“ไม่เชิงนัก ข้าเดาว่าน่าจะเป็นคนรุ่นหลังที่รวบรวมบันทึกพวกนี้
ไว้ด้วยกันมากกว่า” เฮ่อจือหร่านอธิบาย
จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้
เขาชี้ไปที่ข้อความในหนังสือ บริเวณซึ่งบันทึกเรื่องของเขาที่ถูก
เนรเทศจนตาย แล้วถามข้อสงสัยในใจออกมา
“ตามที่ในหนังสือเขียนไว้ ตอนนี้ข้าควรจะเป็นคนตายไปแล้ว แต่
ตอนนี้ข้ายังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้ต้องมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับเจ้าแน่ ๆ”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ปฏิเสธ
“ในหนังสือบันทึกไว้ว่าหลังจากที่ท่านถูกเนรเทศ เพียงออกจาก
เมืองหลวงก็สิ้นชีพแล้ว แต่สาเหตุการตายยังคงเป็นปริศนา ข้าเดาว่า
ท่านถูกองค์จักรพรรดิเรียกเข้าวังตอนกลางดึก แล้วถูกลงโทษโบย
ห้าสิบไม้จนบาดเจ็บสาหัส นี่อาจเป็นสาเหตุการตายอย่างหนึ่ง และ
อีกอย่างก็คือคนที่ต้องการชีวิตของท่านส่งคนมาลอบสังหาร”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “จริงอย่างที่เจ้าว่า วันนั้นข้าได้ค าเตือนจาก
เจ้าและเบาะรองนั่งที่เจ้าให้มาช่วยป้องกันไว้ แค่ถูกโบยห้าสิบไม้ข้าก็
แทบจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรก็ต้องถูกโบยร้อย
ไม้ แม้ตอนนั้นข้าจะไม่ตาย ก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน ในสถานการณ์แบบ
นั้น ใครคิดจะเอาชีวิตข้าก็ง่ายดายยิ่งนัก”
โม่จิ่วเยี่ยไม่กลัวตาย เขาเตรียมใจที่จะตายเพื่อชาติบ้านเมืองมา
นานแล้ว
เพียงแต่ เขาไม่อยากตายโดยที่ทุกอย่างไม่กระจ่างแบบนั้น
การที่ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย ทุกอย่างต้องยก
เป็นความดีความชอบให้เฮ่อจือหร่าน
บุญคุณครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะเอ่ยค าขอบคุณ โม่จิ่วเยี่ยจึง
สลักมันไว้ในใจ และจากนี้ไปเขาจะท าให้นางเป็นสตรีที่มีความสุข
ที่สุดในโลก จะทุ่มเทหัวใจดูแลนางถึงที่สุด
พวกเขายังคงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป โม่จิ่วเยี่ยอ่านเนื้อหา
หลังจากตนเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจนจบ เขาให้ความส าคัญกับ
สถานการณ์ของบุคคลที่ส าคัญบางคนเป็นพิเศษ
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งรู้ว่าท าไมเฮ่อจือหร่านถึงไม่รับตั๋วเงินที่เฟ่ยหนานอวี่
มอบให้
แท้จริงแล้วเฟ่ยหนานอวี่จะกลับกลายเป็นจักรพรรดิในอนาคต
ทั้งยังมีผลงานทางการเมืองอันโดดเด่น จนถูกขนานนามจากคนรุ่น
หลังว่าเป็นจักรพรรดิในต านาน
นี่เป็นเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยไม่มีทางคาดถึงเลย
รวมถึงหนานฉีที่กลายเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์
ต้าซุ่น แต่กลับสิ้นพระชนม์ไปอย่างเร็วเพราะหมกมุ่นในกามารมณ์
ส่วนหนานรุ่ยนั้น ในบันทึกประวัติศาสตร์ก็เพียงแนะน าไว้เพียง
เล็กน้อยเท่านั้น
เนื้อหาส่วนแรกยังพอไหว แทบไม่ต่างจากสถานะภายนอกของ
หนานรุ่ยในปัจจุบัน และไม่ได้กล่าวถึงว่าเขามีความทะเยอทะยาน
อะไรด้วย
อีกทั้งเวลาที่หนานรุ่ยเสียชีวิตก็ไม่นานหลังจากหนานฉีขึ้น
ครองราชย์
ในใจของเขาตอนนี้รู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง ถึงขนาดเกิดความคิด
เดียวกันกับเฮ่อจือหร่านว่า หากตอนนี้เขายังไม่ตาย ย่อมแสดงว่า
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าอนาคต
เรื่องราวจะพัฒนาไปอย่างไร
ถ้าเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย จะสามารถท าให้เรื่องนี้เปลี่ยนแปลง
ขึ้นได้หรือเปล่า?
โม่จิ่วเยี่ยคิดในใจ เพราะด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ยังท าอะไร
ไม่ได้
เฮ่อจือหร่านพบบันทึกเกี่ยวกับหนานรุ่ยในประวัติศาสตร์นอก
ต าราแล้ว
นางรีบเรียกโม่จิ่วเยี่ยมาให้นั่งข้าง ๆ จากนั้นทั้งสองคนก็อ่านมัน
ด้วยกัน
โม่จิ่วเยี่ยอ่านอักษรแบบย่อไม่ออก เฮ่อจือหร่านจึงอ่านให้เขาฟัง
“ในหนังสือบอกไว้ว่า หนานรุ่ยแสร้งท าเป็นโง่เขลามาหลายปี
แอบสร้างกองก าลังของตนเองอย่างลับ ๆ แต่เพราะไม่กล้าท าอะไร
โจ่งแจ้ง ขอบเขตอ านาจของเขาจึงไม่กว้างขวางนัก
ต่อมาในช่วงที่หนานฉีกับหนานเหิงห ้าหั่นกัน เขาก็เผยพิรุธ
ออกมา หนานฉีกับหนานเหิงร่วมมือกันเพียงครั้งเดียว คือตอนที่จะ
ก าจัดหนานรุ่ย”
โม่จิ่วเยี่ยสูดหายใจลึก จากบันทึกในหนังสือเล่มนี้ประกอบกับ
เรื่องที่เหอจื่อหยวนเคยเล่า เขายืนยันได้แล้วว่าหนานรุ่ยไม่ได้เรียบ
ง่ายอย่างที่เห็นภายนอก
และตอนที่เขาสามารถสั่งให้เหอจื่อหยวนยึดเสบียงเอาไว้ได้ ก็
เพราะต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างหนานฉีกับหนานเหิงขัดแย้ง
กันมากขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งก็หวังจะก าจัดเขาไปด้วย
เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่า เขากับหนานฉีนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่
ธรรมดา
สิ่งที่หนานเหิงหวั่นเกรงหนานฉีมากที่สุดก็คือ หนานฉีมีพี่น้อง
ร่วมสาบานที่แข็งแกร่งอย่างเขาอยู่
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็คงต้องระวังหนานรุ่ยไว้ให้ดี”
เฮ่อจือหร่านเม้มริมฝีปาก อดบ่นในใจอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขา
เพิ่งจะหาทางจัดการเรื่องของหนานเหิงไป ตอนนี้ก็ต้องมาคอย
ระแวดระวังหนานรุ่ยอีก
โชคดีที่จักรพรรดิซุ่นอู่มีพระโอรสเพียงแค่สามคนนี้ ถ้าหากมี
มากกว่านี้ พวกเขาก็คงรับมือไม่ไหวแล้ว
“ตอนนี้ท่านคิดแผนการอะไรดี ๆ ได้บ้างหรือยัง”
โม่จิ่วเยี่ยเย้ยหยัน “หนานรุ่ยหวั่นเกรงข้า เหตุผลคงไม่ต่างจาก
หนานเหิงนัก พวกเขากลัวว่าข้าจะมีโอกาสกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
และกลับไปช่วยเหลือหนานฉีอีก”
“ตอนนี้ก็คงต้องรอดูว่าเขาจะตัดสินใจลงมือกับข้าเมื่อไหร่ ถ้ารอ
ให้เฟ่ยหนานอวี่เผยแพร่เรื่องข้ากับหนานฉีแตกกันรู้ไปถึงหูเขาแล้ว
คาดว่าเขาน่าจะยอมเลิกหมายหัวข้าเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย”
“ในทางกลับกัน ถ้าตอนนี้เขาส่งคนมาแล้ว พวกเราก็ต้องเตรียม
รับมือให้พร้อม”
ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยนั้นเฮ่อจือหร่านก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง
“ช่วงนี้พวกเราก็ควรระวังตัวไว้สักหน่อยจะดีกว่า”
พูดจบ เฮ่อจือหร่านก็ใช้จิตส านึกเรียกโทรศัพท์ออกมา
นางเปิดแอปพลิเคชันเถาเป่าทันที่ ตั้งใจจะเลือกซื้ออุปกรณ์
ป้องกันตัวให้เหล่าสตรีในบ้านสักหน่อย
หน้าแรกของเถาเป่าปรากฏกล่องข้อความ แสดงสถานการณ์
การขายและรายรับของร้านค้า
เฮ่อจือหร่านเหลือบมอง ตอนนี้มีรายรับเพิ่มขึ้นเจ็ดแสนหยวน
หลังนางรับรู้แล้วจึงปิดกล่องข้อความไป
นางค้นหาสินค้าส าหรับให้ผู้หญิงใช้ป้องกันตัวในเถาเป่า ซึ่งสิ่งที่
เยอะที่สุดก็คือกระบองไฟฟ้าขนาดเล็กกับสเปรย์พริกไทย
กระบองไฟฟ้าดูเล็กและใช้งานได้จริง ดังนั้นนางจึงตัดสินใจซื้อ
มาหนึ่งอัน
นางแกะกล่องต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย จากนั้นก็เล็งปลายกระบองไฟฟ้า
ไปที่โต๊ะแล้วกดสวิตช์
ทันใดนั้นเสียงซู่ ๆ ก็พลันดังออกมา
โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถามว่า “นี่คือสิ่งใด”