ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 121 บังเอิญพบเฟ่ยมามา
เผิงวั่งรีบเร่งเดินทาง เมื่อเห็นพวกนางกลับมาก็จัดการให้ออก
เดินทางต่อ
หลังออกจากประตูเมือง โม่จิ่วเยี่ยก็เห็นร่างสูงใหญ่ห้าคนยืนอยู่
ริมทางแต่ไกล
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ เปลี่ยนเป็นชุดคนทั่วไปแล้ว เมื่อเห็นโม่
จิ่วเยี่ยก็พยักหน้าให้เขาเล็กน้อย
จากนั้นก็แสร้งท าเป็นคนเดินทาง ติดตามขบวนเนรเทศไปห่าง ๆ
ขบวนเดินทางไปตามถนนเส้นหลัก กระทั่งผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งออกมาจากริมทางพลางโซเซมาทางขบวนนักโทษ
คนที่มาเป็นหญิงชราคนหนึ่ง อุ้มห่อผ้าไว้ในอ้อมแขน เมื่อเห็น
คนก็ร้องตะโกนว่า “ช่วยด้วย…มีคนปล้น”
เผิงวั่งเห็นเหตุการณ์นี้เข้าจึงโบกมือให้หยุดขบวน แล้วหันไป
มองหญิงชรา
หญิงชราผมขาวโพลน เสื้อผ้าไหมที่สวมใส่อยู่ไม่เห็นสีเดิมแล้ว
ในดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ขณะเดียวกัน ก็มีชายฉกรรจ์หลายคนไล่ตามมาด้านหลังนาง
ครั้นเห็นว่าคนที่ไล่ตามนางเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ หญิงชราก็
กลัวจนรีบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเผิงวั่ง
“ข้ามีเงินให้ท่าน ขอร้อง ช่วยข้าด้วย”
เดิมทีเผิงวั่งไม่คิดจะยุ่งเรื่องของคนอื่ย แต่พอได้ยินว่าช่วยคน
แล้วจะได้เงิน เขาก็เริ่มสนใจขึ้นมา
ดังนั้น เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นเกือบจะเข้าถึงตัวหญิงชรา เขาก็
พาคนของตนมายืนขวางไว้ด้านหน้า
“กลางวันแสก ๆ แบบนี้ พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ
อย่างไร? ถึงกล้าดีมาปล้นชิงคนแบบนี้”
พวกชายฉกรรจ์มีหน้าตาเหมือนโจรขโมย มองปราดเดียวก็รู้ว่า
ไม่ใช่คนดีอะไรแน่
ถ้าเป็นคนเดินทางธรรมดา พวกเขาแค่ขู่ไปเล็กน้อยก็คงไม่มีใคร
กล้าเข้ามายุ่ง
แต่คนตรงหน้าไม่เหมือนกัน พวกเขาสวมชุดเจ้าหน้าที่ทางการ
ท าให้พวกชายฉกรรจ์รู้สึกต่อต้านทันที่
แต่นึกถึงห่อผ้าที่หญิงชราอุ้มไว้ในอ้อมแขน การจากไปแบบนี้ก็
รู้สึกน่าเสียดายอยู่บ้าง
ชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้ายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันสีเหลืองทั้งปาก
“ท่านเจ้าหน้าที่ หญิงชราคนนั้นเป็นบ่าวรับใช้ในบ้านข้า นาง
ขโมยของและพยายามจะหลบหนี พวกเราแค่ต้องการเอาของของเรา
กลับคืนมา”
ทันทีที่เขาพูดจบ หญิงชราก็โต้แย้งว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ อย่าฟัง
เขาพูดจาเหลวไหล ข้าไม่รู้จักเขาเลย จะเป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะ
ขโมยของของพวกเขา อีกอย่าง ท่านดูเขาสิ ไม่เหมือนคนมีเงินเลย
สักนิด แล้วจะมีปัญญาจ้างบ่าวรับใช้ได้อย่างไร”
ขณะที่หญิงชราก าลังพูดอยู่นั้น เฮ่อจือหร่านผู้ชื่นชอบเรื่อง
ซุบซิบนินทาก็ลากโม่จิ่วเยี่ยให้มาดูเรื่องวุ่นวาย
ใครจะรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับจ าหญิงชราคนนั้นได้ในทันทีที่เห็น
เนื่องจากที่นี่มีคนมากมายและก าลังพูดจาวุ่นวายกันอยู่ เขาจึง
ไม่ได้เอ่ยเรียกนาง
ทว่าพบเจอคนคุ้นเคยเช่นนี้ เขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดายต่อได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนผู้นี้มีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษ
ดังนั้น ก่อนที่เผิงวั่งจะพูดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็เดินมาอยู่ตรงหน้าชาย
ฉกรรจ์ทั้งหลาย
“ข้าขอแนะน าพวกเจ้า จงเลิกล้มความคิดพวกนั้นเสีย กลับไปยัง
ที่ของพวกเจ้าเถอะ เพื่อจะได้ไม่เจ็บตัว”
หลังได้ยินเสียงคุ้นหูนี้ หญิงชราก็กระชับห่อของในอ้อมแขนแน่น
ขึ้น นางตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้รีบหลบหนีไป
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นความผิดปกติของโม่จิ่วเยี่ย ตามปกติ
แล้วเขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ตอนนี้กลับอาสาช่วยเหลือ
หญิงชราคนหนึ่ง ย่อมจะต้องมีเรื่องซ่อนเร้นแน่นอน
ดังนั้น หลังโม่จิ่วเยี่ยเดินออกไป นางก็คอยจับตาดูหญิงชราอยู่
ตลอด
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าหญิงชราหันหลังจะหนี ก็ก้าวเข้าไปดึงตัวอีก
ฝ่ายเอาไว้ พลางกระซิบเบา ๆ ว่า
“ท่านยังไปไม่ได้”
เฟ่ยมามา*[1]จ าเสียงคนที่ช่วยเหลือตนเมื่อครู่ได้ว่าเป็นโม่จิ่วเยี่ย
นางรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที่ จึงคิดจะฉวยโอกาสนี้หนีไป
แต่ใครจะรู้ว่านางกลับถูกหญิงสาวที่ไม่รู้จักคนหนึ่งขวางเอาไว้
ในสถานการณ์แบบนี้ นางไม่มีทางหลบหนีไปได้อีกแล้ว
เฟ่ยมามาจึงจ าต้องยืนอยู่ที่เดิม
สายตาของเฮ่อจือหร่านยังคงจับจ้องนาง เพื่อป้องกันไม่ให้คน
หนี
โม่จิ่วเยี่ยพูดจบแล้ว เผิงวั่งและเจ้าหน้าที่อีกไม่กี่คนก็แสดงแส้ใน
มืออย่างพร้อมเพรียงกัน
พวกชายฉกรรจ์เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็รู้ว่าอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้
ประโยชน์ จึงหันหลังวิ่งออกไป
โม่จิ่วเยี่ยเห็นคนวิ่งหนีไปแล้ว จึงพูดกับเผิงวั่งว่า “พี่เผิง หญิง
ชราท่านนี้เป็นคนคุ้นเคยของข้า ข้าอยากคุยกับนางตามล าพังสัก
หน่อย”
เผิงวั่งไม่ได้สงสัยอะไรมาก ดูจากท่าทีที่โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งมาเข้ายุ่ง
เรื่องของคนอื่นเมื่อครู่ เขาก็พอจะเดาได้
“ได้ เจ้าไปคุยเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวขอบคุณเผิงวั่ง แล้วพาเฮ่อจือหร่านเดินประกบ
เฟ่ยมามาไปยังอีกด้านหนึ่งของขบวน
เฟ่ยมามาหลบตาไม่กล้าสบมองโม่จิ่วเยี่ยตรง ๆ
จนกระทั่งพวกเขาเดินห่างจากขบวนเนรเทศไปพอสมควร โม่จิ่ว
เยี่ยจึงถามว่า “ท าไมเฟ่ยมามาถึงมาอยู่ที่นี่?”
เฟ่ยมามาพยายามควบคุมอารมณ์ แล้วก้มหน้าพูดว่า “คุณชาย
ท่านนี้คงจ าคนผิดแล้ว ข้าไม่ใช่เฟ่ยมามาอะไรหรอก”
เฟ่ยมามาคนนี้โม่จิ่วเยี่ยเจอบ่อยตอนยังเด็ก แล้วเขาจะจ าผิดได้
อย่างไร?
“คุณเฟ่ยมามามีเรื่องอะไรที่พูดไม่ได้หรือ?”
คุณเฟ่ยมามายังคงดื้อดึง “ยายแก่คนนี้ขอบคุณคุณชายที่
ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่ท่านคงจ าคนผิดแล้ว”
นางพูดพลางเปิดห่อผ้าในอ้อมแขน จากนั้นหยิบเครื่องประดับ
ของสตรีออกมาสองสามชิ้นก่อนยื่นให้
“ข้าซาบซึ้งในบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ขอมอบสิ่งเหล่านี้เป็นของ
ขอบคุณ ข้ายังมีธุระ ไม่รบกวนคุณชายแล้ว”
พูดจบ เฟ่ยมามาก็หมุนตัวเตรียมจะจากไป
เฮ่อจือหร่านก้าวออกมาขวางทางนางไว้ก่อน
เฟ่ยมามารู้ดีว่าวันนี้คงไม่อาจหลบเลี่ยงไปได้ จึงหันกลับมา
เผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย โดยไม่เสแสร้งอีกต่อไป
“ท่านแม่ทัพ ข้าหนีออกมาจากวังหลวง ให้ท่านได้เห็นสภาพตก
อับเช่นนี้ ช่างน่าละอายยิ่งนัก”
โม่จิ่วเยี่ยมีความรู้สึกที่ดีต่อคนในต าหนักของหยวนกุ้ยเฟ่ยเสมอ
มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวใช้ส่วนตัวสองคนที่ติดตามหยวนกุ้ยเฟ่ย
ซึ่งปฏิบัติต่อเขาไม่ต่างจากหนานฉี
สิ่งที่เขาก าลังคิดอยู่ตอนนี้คือ เฟ่ยมามาบอกว่าตัวเองหนีออกมา
จากวังหลวง นั่นหมายความว่ามีเกิดเรื่องขึ้นที่ต าหนักของหยวนกุ้ย
เฟ่ย
และเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับหนานฉีอย่างแน่นอน
ดังนั้น วันนี้เขาจะต้องถามให้รู้เรื่องไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
เพื่อไม่ให้ห่างจากขบวนมากเกินไป โม่จิ่วเยี่ยจึงดึงเฟ่ยมามาเดิน
ไปถามไป
“เฟ่ยมามา เกิดเรื่องร้ายกับพระสนมกุ้ยเฟ่ยหรือ?”
เฟ่ยมามาหนีออกมาจากวังหลวง ระหว่างทางเจอนางกับ
อุปสรรคมากมายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
นางคิดอยู่หลายครั้งว่าความลับที่นางรู้จะถูกฝังไปพร้อมกับกัน
หรือไม่
ตอนนี้ได้พบกับโม่จิ่วเยี่ย เฟ่ยมามาเหมือนเห็นความหวังที่จะมี
ชีวิตอยู่ต่อ นางกัดฟันตัดสินใจบอกเรื่องที่นางรู้ให้โม่จิ่วเยี่ยฟัง
ด้วยวิธีนี้ แม้นางจะตายไปก็จะไม่เสียดายอะไรแล้ว
ทว่าก่อนจะเปิดเผยความลับในใจ เฟ่ยมามาเหลือบมองเฮ่อจือห
ร่านอย่างไม่รู้ตัว
โม่จิ่วเยี่ยอธิบายว่า “ท่านไม่ต้องกังวล ภรรยาของข้าไว้ใจได้”
เฟ่ยมามาพิจารณาเฮ่อจือหร่านอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
“ข้าเคยท าเรื่องผิดพลาดไว้ครั้งหนึ่ง ยามนี้ก็ถือว่าได้รับผลกรรม
แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น สิ่งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยนึกถึงก็คือเรื่องที่หนานฉีถูก
สับเปลี่ยนตัว
“เรื่องที่เฟ่ยมามาพูด เกี่ยวข้องกับองค์ชายฉีหรือ?”
เฟ่ยมามาตกใจ
“ท่านแม่ทัพรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?”
ส าหรับเรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดจะปิดบังนาง
“หนานฉีเคยส่งคนมาลอบสังหารข้า ต่อมาพวกเราเดินทางผ่าน
อ าเภอผิงหยวน เขายังนัดแนะข้าให้ไปพบที่โรงเตี๊ยม แล้วใส่ยาพิษลง
ในสุรา…”
[1] มามา : เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกนางก านัลรับใช้อาวุโสที่เคย
แต่งงานแล้ว