ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 122 บุตรชายแท้ ๆ ของหยวนกุ้ยเฟย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 122 บุตรชายแท้ ๆ ของหยวนกุ้ยเฟย
ได้ยินดังนั้น เฟ่ยมามาก็ยิ่งรู้สึกละอายใจมากขึ้น
“ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้า”
เฟ่ยมามาหยุดไปชั่วครู่ แล้วพูดต่อ “จริง ๆ แล้ว องค์ชายฉีไม่ใช่
บุตรแท้ ๆ ของหยวนกุ้ยเฟย แต่เป็นหลานชายที่ไร้ค่าของข้า”
พูดถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างเบิกตาโตพร้อมกัน
ข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากส าหรับพวกเขา ในตอนแรกพวก
เขายังไม่สามารถท าความเข้าใจได้
แต่ไม่นาน สมองของคนทั้งสองก็เริ่มแจ่มชัดขึ้น สิ่งแรกที่พวก
เขานึกถึงก็คือองค์ชายสามที่แท้จริงอาจเป็นเฟ่ยหนานอวี่
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงการคาดเดาของพวกเขา รายละเอียด
แท้จริงยังต้องฟังค าอธิบายของเฟ่ยมามา
เฟ่ยมามาถอนหายใจแล้วพูดต่อ “เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน มีผู้วิเศษ
คนหนึ่งบอกหยวนกุ้ยเฟยว่า ทารกในครรภ์ของนางจะเป็นเด็กผู้หญิง
เพื่อรักษาต าแหน่งของตน หยวนกุ้ยเฟยจึงคิดแผนสลับตัวทารก
ตอนนั้นนางสั่งให้คนลอบไปหาหญิงตั้งครรภ์ที่มีก าหนดคลอด
ใกล้เคียงกับนางหลายคน
ข้าคิดแค่ว่าพอองค์หญิงน้อยคลอดออกมา ก็จะหาครอบครัวที่มี
ลูกชายมาแลกเปลี่ยนตัว
ใครจะรู้ว่าหยวนกุ้ยเฟยกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันท าให้ต้องคลอด
ก่อนก าหนด หญิงมีครรภ์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าทั้งหมดจึงไม่ได้ใช้
ประโยชน์
บังเอิญวันนั้นข้าได้ข่าวว่าภรรยาของอดีตท่านแม่ทัพคลอด
บุตรชายในตอนเช้าตรู่ ก็คือท่าน ในยามคับขันเช่นนั้น หยวนกุ้ยเฟ
ยจึงหมายตาสกุลโม่
ตอนนั้น ข้ากับสวี่มามาได้ติดสินบนหมอต าแยที่ช่วยหยวนกุ้ย
เฟยท าคลอด สั่งก าชับนางว่าหลังจากองค์หญิงคลอดแล้ว ห้าม
รายงานข่าว แล้วส่งเด็กมาให้พวกเราทันที่
จากนั้นข้าก็อุ้มองค์หญิงน้อยที่เพิ่งเกิดแอบออกจากวัง ตั้งใจจะ
ไปสลับตัวเด็กที่จวนของพวกท่าน”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยมามายิ่งรู้สึกละอายใจ
“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า คิดถึงว่าพี่สะใภ้เองก็จะคลอดลูก
ชายเมื่อวาน จึงก็เกิดความคิดชั่วร้าย อยากให้หลานชายของตัวเอง
ได้เป็นองค์ชาย ได้มีชีวิตที่สุขสบาย ข้าเองก็จะได้ตอบแทนบรรพ
บุรุษตระกูลเฟ่ยแล้ว
ดังนั้น หลังจากออกจากวัง ข้าก็ส่งพวกองครักษ์กลับไป แล้ว
บอกพวกเขาว่าข้ามีวิธีสลับเด็กจากสกุลโม่เอง
บางทีพวกองครักษ์อาจคิดว่าจวนของพวกท่านมีการรักษาความ
ปลอดภัยที่เข้มงวด จึงไม่ง่ายที่จะลงมือ พอได้ยินข้าพูดแบบนั้น พวก
เขากลับรู้สึกวางใจมาก
หลังพวกเขาจากไป ข้าก็อุ้มองค์ชายน้อยกลับบ้าน หลังจาก
อธิบายสถานการณ์ให้พี่ชายและพี่สะใภ้ฟัง ข้าก็ทิ้งเขาไว้ที่นั่น แล้ว
อุ้มหลานชายของข้าไปแทน ซึ่งก็คือองค์ชายฉี
เมื่อข้ากลับไปยังต าหนักของหยวนกุ้ยเฟย ข้าไม่ได้บอกความ
จริงกับนาง นางจึงคิดว่าเด็กที่ข้าน ามาเปลี่ยนตัวเป็นลูกของคนสกุล
โม่
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าจึงส่งคนไปแจ้งองค์
จักรพรรดิว่าหยวนกุ้ยเฟยได้ให้ก าเนิดองค์ชายน้อยคนหนึ่ง
องค์จักรพรรดิได้รับข่าวก็รีบน าจักรพรรดินีและไทเฮามาดูองค์
ชายน้อยทันที่
ข้ากับสวี่มามาได้รับค าสั่งจากหยวนกุ้ยเฟยให้ปิดปากหมอต าแย
เสีย ในตอนที่ก าลังจะถูกรัดคอ หมอต าแยกลับหัวเราะและบอกพวก
เราว่า หยวนกุ้ยเฟยให้ก าเนิดองค์ชายน้อยจริง ๆ แต่พวกเรากลับท า
เรื่องน่าขันด้วยการสลับตัวเด็ก
ข้าคิดว่าหมอต าแยพูดแบบนั้นเพราะอยากให้พวกเราสับสน แต่
เพื่อพิสูจน์ความจริง วันรุ่งขึ้นข้าจึงหาข้ออ้างกลับบ้าน
หลังจากข้าเห็นเด็กในอ้อมกอดของพี่สะใภ้ ข้าก็แน่ใจแล้วว่า
ค าพูดของหมอต าแยเป็นความจริง หยวนกุ้ยเฟยให้ก าเนิดองค์ชาย
จริง ๆ
เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจ ข้าจึงแนะน าให้พี่ชายตั้งชื่อองค์
ชายสามโดยใช้ตัวอักษร ‘หนาน’ เอาไว้ด้วย
พี่ชายคิดว่าตัวอักษร ‘หนาน’ เป็นแซ่ของเหล่าราชวงศ์ อาจท า
ให้ผู้อื่นหวาดระแวงได้ จึงเปลี่ยนเป็นตัวอักษรที่อ่านออกเสียง
เหมือนกัน ในที่สุดจึงตั้งชื่อว่า เฟ่ยหนานอวี่
เรื่องนี้มีเพียงข้ากับพี่ชายพี่สะใภ้ที่รู้ พวกเราตกลงกันว่าจะไม่พูด
ถึงเรื่องนี้กับใครอีก
เพื่อไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน หลังจากข้ารู้ความจริง ก็รีบให้พี่ชาย
และพี่สะใภ้พาองค์ชายสามตัวจริงออกไปจากเมืองหลวงในคืนนั้น
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวของพวกเขาเลย
ต่อมาหยวนกุ้ยเฟยรู้ว่าคุณชายเก้าของสกุลโม่เป็นเด็กผู้ชาย ก็
รู้ว่าตัวเองถูกอาจารย์คนนั้นหลอก
อย่างไรก็ตาม องค์จักรพรรดิและคนอื่น ๆ ล้วนได้เห็นใบหน้า
ขององค์ชายสามด้วยตาตัวเองไปแล้ว ตอนนี้จะเปลี่ยนคนกลับมาก็
คงเป็นไปไม่ได้
หยวนกุ้ยเฟยเชื่อมาตลอดว่าท่านเป็นลูกแท้ ๆ ของนาง แน่นอน
ว่าท่านแม่ทัพก็คงรู้ดี หยวนกุ้ยเฟยมีท่าทีต่อท่านแตกต่างจากคนอื่น
เป็นพิเศษ”
เรื่องราวที่เฟ่ยมามาเล่ามานี้ เป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ย
ไม่เคยคิดมาก่อน
ตอนนี้ความจริงปรากฏชัดเจนแล้ว เฟ่ยหนานอวี่คือองค์ชาย
สามตัวจริง เขาเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของหยวนกุ้ยเฟย
และน าปัญหาใหม่มาให้อีก
“แล้วหนานฉีรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?” โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ
เฟ่ยมามาพูดความลับใหญ่หลวงนี้ออกมาแล้ว ย่อมไม่คิดจะ
ปิดบังอะไรอีก
“เมื่อต้นปีนี้ หยวนกุ้ยเฟยได้ยินว่าท่านกลับมาอย่างมีชัย จึงเรียก
ข้ากับสวี่มามามาปรึกษาว่าจะใช้ข้ออ้างอะไรเรียกท่านเข้าวังหลวง
เพื่อพบหน้า
ซึ่งเป็นช่วงเวลานั้นเองที่การสนทนาของพวกเราถูกองค์ชายฉี
ที่มาขอพบได้ยินเข้า
เขาข่มขู่หยวนกุ้ยเฟยว่า ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปแม้แต่ค า
เดียว ไม่อย่างนั้น แม้เขาจะตายไปแล้วก็จะลากตระกูลของหยวนกุ้ย
เฟยลงนรกไปด้วย
ยิ่งกว่านั้น หลังผ่านไปสองวัน องค์ชายฉีก็ส่งคนมาพาตัวสวี่มา
มาไปทรมานอย่างรุนแรงเพื่อซักถาม โชคดีที่วันนั้นข้าออกไปท าธุระ
ที่นอกวังจึงกลับมาช้า พอได้ยินว่าสวี่มามาถูกคนขององค์ชายฉีพา
ตัวไป ในใจก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที่
ดังนั้น ข้าจึงเก็บของมีค่าบางส่วน แล้วหนีออกจากวังหลวงใน
คืนนั้น
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ข้าหลบหนีการไล่ล่าของคนขององค์ชายฉี
มาตลอด ข้าหนีมาถึงที่นี่ได้อย่างยากล าบาก แต่กลับมาเจอพวกคน
อันธพาลที่ต้องการปล้นทรัพย์สินของข้า”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยมามาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่เลย
“หากวันนี้ไม่ได้พบท่านแม่ทัพมาช่วยชีวิตไว้ คงจะต้องตายใน
เงื้อมมือคนพวกนั้นแล้ว”
ส าหรับการหลอกลวงเบื้องสูงของเฟ่ยมามานั้น เฮ่อจือหร่านกับ
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกสงสารนางแม้แต่น้อย
แต่พวกเขารู้ดีว่าเฟ่ยมามาจ าเป็นต้องมีชีวิตอยู่
มีเพียงนางที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ตัวตนของหนานฉีจึงจะถูก
เปิดเผยในสักวัน
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเส้นทางเนรเทศ ไม่สามารถพาเฟ่ยมามาไป
ด้วยได้ หากถูกคนของหนานฉีพบเข้า ก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากที่
น าภัยมาสู่ตัวเองอีก
พวกเขาไม่ได้เกรงกลัวหนานฉี แต่ใครบ้างจะไม่ชอบชีวิตที่สงบ
สุข?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสกุลโม่ในปัจจุบันที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ
บ้านเมืองของราชวงศ์ต้าซุ่นแล้ว โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ
เรื่องวุ่นวายนี้อีกเช่นกัน
คิดถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าคนที่ต้องการให้เฟ่ยมามามีชีวิตอยู่
มากที่สุดก็คือเฟ่ยหนานอวี่
เมื่อเป็นเช่นนี้ ท าไมเขาจะไม่ช่วยเหลือนางเล่า?
เขาเชื่อว่าหากเฟ่ยมามาตกอยู่ในมือของเฟ่ยหนานอวี่ นาง
จะต้องมีชีวิตรอดแน่นอน
“เฟ่ยมามา ท่านอยากพบเฟ่ยหนานอวี่หรือไม่?”
เฟ่ยมามาเบิกตากว้าง ถามอย่างไม่มั่นใจ “ท่านแม่ทัพรู้จักหนา
นอวี่ด้วยหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ใน
เมืองหลวง”
เฟ่ยมามาคุกเข่าลงตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ยทันที่
“ยายแก่คนนี้ได้บอกทุกสิ่งที่รู้กับท่านแล้ว ข้าเชื่อมั่นในคุณธรรม
ของท่านว่าจะไม่น าเรื่องนี้ออกไปแพร่งพราย ในเมื่อรู้ที่อยู่ขององค์
ชายสามตัวจริงแล้ว ข้าก็ตั้งใจจะไปพบเขาเพื่ออธิบายความจริง
ทั้งหมด”
พูดจบ เฟ่ยมามาก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะจากไป
โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปากห้ามนางไว้ “ท่านรอก่อน การที่ท่านจะกลับ
เมืองหลวงเพียงล าพังอาจไม่ปลอดภัยนัก ข้าสามารถส่งคนไป
คุ้มครองท่านได้ระยะหนึ่ง”