ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 129 อาหารเย็นคุณจะโชว์ฝีมือใช่ไหม
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 129 อาหารเย็นคุณจะโชว์ฝีมือใช่ไหม
“ท่านแม่ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน พูดแบบนี้ก็เหมือนเป็น
คนนอกนะเจ้าคะ” เฮ่อจือหร่านจับมือฮูหยินผู้เฒ่าไว้พลางปลอบ
ประโลม
โม่จิ่วเยี่ยเลือกจะบอกเรื่องทั้งหมดกับฮูหยินผู้เฒ่า เพราะเขารู้ดี
ถึงนิสัยของมารดาตัวเอง
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนที่เคยผ่านเรื่องราวมามากมาย จิตใจนางจึง
ไม่เหมือนสตรีทั่วไปที่เรียบร้อย
หากพูดคลุมเครือเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับโม่ชูหานคงไม่
สามารถรับมือได้
ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงเลือกที่จะเล่าทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
แบบนี้ถึงแม้มารดาจะเศร้าเสียใจ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้นางคิด
วนเวียนไปทั้งวัน
นอกจากนี้ โม่จิ่วเยี่ยยังได้เล่าตามค าอธิบายที่เขาและเฮ่อจือห
ร่านคิดเอาไว้ ก าชับให้มารดาพูดแบบนี้กับคนภายนอก
ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ฮูหยินผู้เฒ่าก็เข้าใจเจตนาของเขา
ในขณะโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก าลังปลอบโยนฮูหยินผู้เฒ่าอยู่
นั้น พี่สะใภ้แปดก็ก าลังพยุงโม่ชูหานให้นอนลงบนที่นอนเดิมของ
นางในกระโจม
นางยังคงมีน ้าตาคลอเบ้า
“ท่าน ท่านรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ข้าเพิ่งรู้ข่าวท่านเสียชีวิตใน
สนามรบ ถ้าไม่นึกถึงว่ายังต้องดูแลท่านแม่แทนท่าน ข้าคงไม่อยากมี
ชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว…”
พูดจบ สะใภ้แปดก็โผเข้าไปร้องไห้ในอ้อมอกของโม่ชูหานอีก
ครั้ง
“ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงท่านมากแค่ไหน…ฮึก…”
โม่ชูหานยกมือขึ้นกอดภรรยาสาวในอ้อมแขนแน่น ลูบผมแห้ง
กรอบของนางเบา ๆ พลางพูดว่า “เป็นความผิดของข้าที่ท าให้เจ้า
ต้องล าบาก ต่อไปนี้ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะชดเชยให้เจ้าเป็น
อย่างดีแน่นอน…”
สะใภ้แปดซุกหน้าลงบนอกของเขาแรง ๆ
“ท่านต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี ถ้าจะตายก็ต้องให้ข้าตายก่อน ข้าไม่
สามารถทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียท่านไปอีกครั้ง”
“ได้ ข้าสัญญา ข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างดีแน่นอน”
………
ส าหรับทุกคนในสกุลโม่ คืนนี้เป็นค ่าคืนที่ไม่มีใครหลับใหล
เมื่อทุกคนตื่นนอนตอนเช้า ก็แทบจะมีรอยคล ้าใต้ตาขนาดใหญ่
กันทุกคน
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยออกมาจากกระโจม พวกเขาไปหา
เผิงวั่งเป็นอันดับแรก
พวกเขาคิดว่าจ าเป็นต้องแจ้งเรื่องของโม่ชูหานให้เผิงวั่งทราบ
เผิงวั่งคาดเดาไว้แล้วว่าพวกเขาจะมาหาตน หลังจากตื่นนอนเขา
จึงไม่รีบเร่งให้ขบวนออกเดินทาง แต่เฝ้ารออยู่ที่เดิม
โม่จิ่วเยี่ยจูงเฮ่อจือหร่านไปนั่งข้าง ๆ เขา
“พี่เผิง เมื่อคืนท่านก็เห็นแล้ว พี่แปดของข้ายังไม่ตาย”
“ส าหรับสกุลโม่ของพวกเจ้านับเป็นเรื่องดีที่สุด สมควรฉลองสัก
หน่อย” เผิงวั่งพูดพลางมองไปทางเฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้ พี่ชายไม่ได้ลิ้มรสฝีมือการท าอาหารของเจ้ามานาน
แล้ว อาหารเย็นวันนี้เจ้าจะแสดงฝีมือสักหน่อยได้หรือไม่”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา รับรองว่าข้าจะท าให้พี่เผิงและเจ้าหน้าที่คน
อื่น ๆ พอใจแน่นอน”
เผิงวั่งเป็นคนฉลาด เขาไม่อยากสืบค้นรายละเอียดว่าโม่ชูหาน
สามารถกลับมามีชีวิตได้อย่างไร
เขาจดจ าหลักการหนึ่งไว้เสมอ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งตายเร็ว!
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมองออกถึงเจตนาของเผิงวั่ง แต่เดิม
พวกเขาก็แค่ต้องการแจ้งเรื่องที่มีคนเพิ่มขึ้นมาให้เผิงวั่งทราบเท่านั้น
เป็นแบบนี้ย่อมดีแล้ว พวกเขาไม่จ าเป็นต้องเสียเวลาหาข้ออ้าง
ต่าง ๆ มาปิดบังอีก
ขบวนเนรเทศมีข้อก าหนดว่า หากไม่ใช่ในกรณีพิเศษ ก็ไม่
อนุญาตให้นักโทษนั่งพาหนะใด ๆ
ดูจากสภาพของโม่ชูหานในตอนนี้ เขาอ่อนแอเกินกว่าจะ
เดินทางไปกับขบวนนักโทษได้
เผิงวั่งก็รู้จักเอาใจคน เขารู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะต้องพูดถึงเรื่องนี้ จึงท า
ความดีด้วยการเสนอให้โม่ชูหานนั่งรถลาก
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านย่อมต้องขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
พี่สะใภ้ทั้งหลายตื่นแต่เช้าท าโจ๊กข้าวต้ม พร้อมกับซาลาเปาและ
ไข่คนละหนึ่งอย่าง
ทุกคนเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ เผิงวั่งก็เริ่มจัดการเตรียมออก
เดินทาง
หลังค านึงถึงสภาพร่างกายของโม่ชูหานที่ขาดสารอาหารอย่าง
หนัก
หากต้องการเสริมสร้างร่างกายให้เขา เฮ่อจือหร่านย่อมมีวิธี
มากมาย
การเสริมสร้างร่างกายให้โม่ชูหานต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ทาง
ที่ดีที่สุดคือใช้สมุนไพรประเภทโสมและเห็ดหลินจือที่คนในยุคนี้
ยอมรับ
นางเพียงต้องหาโอกาสให้สมุนไพรเหล่านี้ได้เปิดเผยตัวเท่านั้น
โชคดีที่วันนี้ขบวนนักโทษเดินทางผ่านอ าเภออีกแห่งหนึ่ง
แต่เดิมพวกเขาไม่จ าเป็นต้องเข้าตัวอ าเภอ แต่เผิงวั่งอยากกิน
อาหาร ตั้งแต่ตื่นนอนเขาก็บอกว่าอยากกินอาหารที่เฮ่อจือหร่านท า
เขาคิดถึงรสชาตินั้นมาทั้งวัน
ดังนั้น เมื่อผ่านที่นั่น เขาจึงสั่งให้ขบวนนักโทษรั้งรอ แล้วพา
เฮ่อจือหร่านกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้าไปซื้อเสบียง
ด้วยรู้ว่าเฮ่อจือหร่านเข้าอ าเภอครั้งหนึ่ง การ “ซื้อ” ของของนาง
แน่นอนว่ามีไม่น้อย โม่จิ่วเยี่ยจึงพยุงโม่ชูหานลงมา แล้วให้นางขับรถ
ลากไป
ตอนนี่เผิงวั่งไม่ได้มองคนสกุลโม่เป็นนักโทษแล้ว เขาย่อมไม่คิด
จะเอาเปรียบเฮ่อจือหร่านอีก
“น้องสะใภ้ นี่เงินห้าต้าลึง อาหารเย็นของพวกข้าขอฝากเจ้าด้วย
นะ” จากนั้นเขาก็เตรียมจะยัดเงินใส่มือเฮ่อจือหร่าน
แต่เพราะค านึงถึงการดูแลคนในครอบครัวนางของเผิงวั่งในช่วง
นี้ เฮ่อจือหร่านจึงไม่รับเงินของเขา
“พี่เผิง เราตกลงกันแล้วว่าพวกเราจะเลี้ยงฉลอง แล้วจะให้ท่าน
จ่ายเงินได้อย่างไร?”
เฮ่อจือหร่านผลักเงินคืนกลับไป
เผิงวั่งเห็นสถานการณ์แบบนั้นจึงไม่โต้เถียงกับนาง
“เช่นนั้น พี่ชายก็จะไม่เกรงใจเจ้าแล้วนะ”
เขารู้ว่าเฮ่อจือหร่านชอบไปซื้อของคนเดียว เผิงวั่งจึงพา
เจ้าหน้าที่ไปหาร้านน ้าชาริมถนน แล้วนั่งดื่มชารอ
จุดประสงค์หลักของเฮ่อจือหร่านในการเข้าตัวอ าเภอครั้งนี้คือ
การซื้อของบ ารุงให้โม่ชูหาน
หลังจากแยกกับเผิงวั่ง นางก็จูงล่อลากรถเข้าไปในตรอกเปลี่ยว
นางมุดเข้าไปในรถลาก แล้วซื้อโสมสองรากกับเห็ดหลินจือสอง
ดอกในร้านค้าของเถาเป่า
สุภาษิตกล่าวว่า การบ ารุงร่างกายด้วยอาหารดีกว่าการใช้ยา แต่
ร่างกายของโม่ชูหานอ่อนแอเกินไป
เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจใช้ทั้งยาและอาหารในการบ ารุงร่างกาย
ไปพร้อมกัน
ดังนั้น นางจึงซื้อนกพิราบมาสองตัวและไก่ด าอีกหนึ่งตัวจาก
พื้นที่มิติ เพื่อน ามาต้มน ้าแกงร่วมกับเห็ดหลินจือและโสมให้โม่ชูหาน
ทาน
นอกจากนี้ นางยังน ายาสกัดที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของ
ร่างกายจากพื้นที่มิติมาเทใส่ขวดกระเบื้องเล็ก ๆ เพื่อให้โม่ชูหานกิน
ทุกวันตามเวลา
ในเมื่อมีโอกาสได้จับจ่ายซื้อของแล้ว เฮ่อจือหร่านย่อมไม่พลาด
โอกาสนี้
นางซื้อผลไม้และผักตามฤดูกาล เนื้อสัตว์หลากหลายชนิด
รวมถึงอาหารส าเร็จรูปรมควันและเนื้อหมักเค็มต่าง ๆ
การเลี้ยงอาหารส าหรับแขกย่อมต้องจัดเตรียมให้ครบถ้วน
สมบูรณ์
เฮ่อจือหร่านซื้อสุราหนึ่งลังจากเถาเป่าแล้วเทใส่ไหสุรา
เตรียมของเสร็จแล้ว ข้าวของทั้งหมดมีอยู่เต็มถึงครึ่งรถ
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่าไม่มีอะไรตกหล่น เฮ่อจื
อหร่านจึงพอใจและจูงรถลากไปพบกับเผิงวั่งที่ร้านน ้าชา
เรื่องที่เฮ่อจือหร่านซื้อของรวดเร็วนั้น เผิงวั่งเห็นเป็นเรื่องปกติไป
แล้ว
เฮ่อจือหร่านคิดว่าถ้ากลับเร็วขึ้น ก็จะมีเวลาเตรียมอาหารเย็น จึง
ให้เผิงวั่งกับเจ้าหน้าที่นั่งในรถ ส่วนนางขับล่อลากรถไปตลอดทาง
เพื่อให้เดินทางได้เร็วขึ้น
ทันทีที่เผิงวั่งเข้าไปในรถลาก เขาก็ตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
ตระกูลเฮ่อร ่ารวยจริง ๆ ถึงซื้อของมามากมายขนาดนี้
เงินห้าต้าที่เขาน าออกมาเมื่อครู่ คงซื้อของพวกนี้ได้ไม่ถึงครึ่ง
ด้วยซ ้า…
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ความคิดของเผิงวั่ง นางบังคับล่อออกจากตัว
อ าเภอไปอย่างรวดเร็ว
เผิงวั่งมองท้องฟ้าแล้วสั่งให้ทุกคนเดินทางต่อไปอีกหนึ่งชั่วยาม
จากนั้นจึงค่อยพักผ่อน
เมื่อมีเป้าหมาย ขบวนนักโทษก็เดินทางกันอย่างกระฉับกระเฉง
หนึ่งชั่วยามผ่านไป เผิงวั่งเลือกพักแรมข้างแม่น ้า
พี่สะใภ้ทั้งหลายรู้ว่าคืนนี้ต้องเลี้ยงอาหาพวกเจ้าหน้าที่ พอขบวน
หยุดลง พวกนางก็ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ