ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 135 คนผู้นี้ช่างน่าสงสาร
อีกทั้งเฟ่ยหนานอวี่ยังไว้วางใจถังหมิงรุ่ยมาก หลังจากขึ้น
ครองราชย์ได้ไม่นาน เขาก็แต่งตั้งให้ตระกูลถังเป็นพ่อค้าหลวงเพียง
รายเดียวของราชวงศ์ต้าซิง
ส่งผลให้กิจการของตระกูลถังในสมัยที่เฟ่ยหนานอวี่ปกครอง
เฟื่องฟูยิ่งขึ้น จนกลายเป็นตระกูลที่ร ่ารวยทัดเทียมกับไม่แพ้ผู้ใดใน
โลก
แน่นอนว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าผู้น าตระกูลถังไม่มีหัวคิดเรื่อง
การค้า
นอกจากนี้ ในบันทึกประวัติศาสตร์ยังกล่าวว่า บรรพบุรุษของ
ถังหมิงรุ่ยท าการค้ามาหลายชั่วอายุคน แต่ภายหลังถูกกลุ่มเหยียน
ปางวางแผนคิดร้าย จนเกือบสูญเสียทั้งครอบครัวและทรัพย์สินไป
เพื่อฟื้นฟูตระกูลถังอีกครั้ง ถังหมิงรุ่ยในวัยเพียงสิบเจ็ดปี จึงพา
มารดาและน้องชายสองคนหนีออกจากบ้านเกิด โดยใช้เงินเก็บที่
เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
หลังจากพยายามอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี เขาก็สร้างกิจการ
ขึ้นมาใหม่ได้อย่างใหญ่โต พร้อมทั้งยังแอบรวบรวมข้อมูลโดย
ละเอียดของกลุ่มเหยียนปางเอาไว้ด้วย
เมื่อหนานฉีขึ้นครองราชย์ เฟ่ยหนานอวี่ก็น ากองก าลังไป
ปราบปรามกลุ่มเหยียนปาง ถังหมิงรุ่ยจึงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะส่งมอบ
ข้อมูลที่เขาเก็บรวบรวมมาหลายปีให้อีกฝ่าย ทั้งสองจึงได้รู้จักกัน
ด้วยเหตุนี้
ในขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยต่างนึกถึงเรื่องของ
ตระกูลถังที่เจ้าหน้าที่เพิ่งเล่าให้ฟัง
มีความเป็นไปได้สูงว่าตระกูลถังที่เจ้าหน้าที่พูดถึงนั้น คือตระกูล
เดิมของถังหมิงรุ่ย
ตอนนี้สิ่งที่เฮ่อจือหร่านก าลังคิดคือ ยังไม่ต้องพิจารณาว่าถังหมิง
รุ่ยมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเฟ่ยหนานอวี่หรือไม่
เมื่อไปถึงซีเป่ยและเพื่อให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น แน่นอน
ว่านางต้องท าการค้าที่สร้างรายได้อย่างเปิดเผย เพื่อบังหน้าการใช้
เงินจากท้องพระคลัง
อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์ต้าซุ่นมีกฎอยู่ว่า ส าหรับผู้ที่ถูกเนรเทศ
หากไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากองค์จักรพรรดิ ก็จะต้องใช้
ชีวิตในดินแดนที่ถูกเนรเทศตลอดไป ไม่สามารถออกมานอกเมืองได้
แม้แต่ก้าวเดียว
ด้วยสาเหตุนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการหาพ่อค้าที่มีไหวพริบดีมาร่วมมือ
ด้วย
คิดถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่า คนที่เหมาะสมจะร่วมท า
การค้ากับนางมากที่สุดก็คือถังหมิงรุ่ย
“ท่านพี่ คนผู้นี้น่าสงสารมากเลยนะ”
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของนางเป็นอย่างดี
“อืม ข้าจะไปดูสักหน่อย”
โม่ชูหานไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเพียงคิดว่าภรรยาของน้องเก้า
เป็นสตรีที่มีจิตใจอ่อนโยนเท่านั้น
เขาจึงเตรียมจะติดตามโม่จิ่วเยี่ยไปด้วย
ทว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับห้ามเขาไว้
“พี่แปด ร่างกายของท่านยังอ่อนแอ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ให้ข้า
จัดการเองก็พอ”
โม่ชูหานเห็นว่ามีคนแค่ไม่กี่คนถือมีดไล่ตาม น้องเก้าของเขา
สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน จึงไม่ได้ฝืนร่างกายอีกต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยเลือกที่จะลงมือ แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้มีคนรอด
ชีวิตเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยนึกสนใจคนของกลุ่มเหยียนปางเลย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งนั้น สู้จัดการพวกมัน
ให้สิ้นซากไปเลยดีกว่า
เขาซ่อนตัวอยู่ในที่มืด แล้วใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อเล็งไปยังคนของ
กลุ่มเหยียนปาง
เสียงฉึกฉับดังขึ้นไม่กี่ครั้ง คนของกลุ่มเหยียนปางก็โดนยิงเข้าที่
หว่างคิ้ว ล้มลงกับพื้นทั้งหมด
ถังหมิงรุ่ยเห็นคนที่ไล่ตามตายไป ก็ตระหนักได้ว่าตัวเองรอดแล้ว
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมกับเดินไปทางโม่จิ่วเยี่ย
“ข้ามีนามว่าถังหมิงรุ่ย ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้า
ไว้”
การช่วยชีวิตที่มีจุดประสงค์แอบแฝง โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่หลบซ่อน
ตัวอีกต่อไป
เขากวาดตามองรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายแล้ว จึงปรากฏ
ตัวออกมาจากที่ซ่อน
ขณะเดียวกันเฮ่อจือหร่านก็รีบมาหาพวกเขา
ถังหมิงรุ่ยเห็นชายหญิงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ก็ไม่สงสัยเลยว่า
พวกเขาคือคนที่ช่วยชีวิตตนเองไว้
เขาก ามือค านับอีกครั้ง “ท่านผู้มีพระคุณ”
โม่จิ่วเยี่ยประคองเขาขึ้นเล็กน้อย
“พวกข้าแค่เห็นเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเท่านั้น ท่านไม่ต้อง
ใส่ใจมากนัก”
ถังหมิงรุ่ยรอดชีวิตมาได้ สิ่งแรกที่คิดคือการแสดงความขอบคุณ
มือของเขาล้วงเข้าไปในถุงเสื้อตามความเคยชิน แต่กลับพบว่า
มันว่างเปล่า
เขาดูเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าตั้งใจจะมอบเงินให้ท่านทั้งสองเพื่อแสดงความขอบคุณ แต่
เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่บ้านเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น…”
โม่จิ่วเยี่ยนึกถึงบันทึกในประวัติศาสตร์ที่บอกว่า กิจการของถังห
มิงรุ่ยในอนาคตจะเติบโตอย่างไร้ขีดจ ากัด แม้วันนี้ตนจะไม่ยื่นมือเข้า
ช่วย เขาก็คงจะไม่ตายอยู่ที่นี่
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ตนช่วยชีวิตคนมากนัก
ขณะก าลังจะพูดว่า ‘ไม่ต้องเกรงใจ’ เฮ่อจือหร่านกลับแทรก
ขึ้นมาก่อน
“พวกเราเป็นนักโทษที่ถูกริบทรัพย์และเนรเทศตามค าสั่งของ
ราชส านัก ตอนนี้ก าลังเดินทางไปยังเมืองอวิ่นในซีเป่ย
สามีของข้าชื่อโม่จิ่วเยี่ย หากท่านมีความจริงใจจะขอบคุณพวก
เราที่ช่วยชีวิต หากพร้อมเมื่อไหร่ ท่านก็สามารถส่งไปให้พวกเราที่
นั่นได้ อีกทั้งในอนาคตของพวกเราก็ต้องการเงินจ านวนหนึ่งจริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านคิดว่า ในเมื่อนางให้โม่จิ่วเยี่ยช่วยชีวิตถังหมิงรุ่ยก็
เพื่อจุดประสงค์ในการร่วมมือทางการค้าในวันข้างหน้า
แทนที่จะพูดจาอ้อมค้อมและตัดโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ทางที่ดีก็
ควรพูดตรง ๆ ทั้งชื่อและสถานที่ เพื่อให้เขาสามารถมาหาได้เมื่อ
ต้องการตอบแทนบุญคุณนี้
แน่นอนว่าเฮ่อจือหร่านท าเช่นนี้ก็เป็นเพียงการเสี่ยงดวง
เพราะซีเป่ยเป็นดินแดนที่แร้นแค้น ไม่มีใครอยากย่างกรายเข้า
ไปที่นั่น
ไม่รู้ว่าในอนาคตถังหมิงรุ่ยจะส านึกบุญคุณและส่งเงินไปให้ที่ซี
เป่ยจริงหรือไม่
การกระท าของนางเป็นเพียงการสร้างทางเลือกไว้ให้ตัวเอง
เท่านั้น
หากถังหมิงรุ่ยมีความคิดจะตอบแทนบุญคุณจริง ๆ เมื่อนางจะท า
การค้าในอนาคต ก็ย่อมมีช่องทางเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแล้ว
เมื่อได้ยินชื่อของโม่จิ่วเยี่ย ถังหมิงรุ่ยกลับชะงักไปชั่วขณะ
เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับโม่จิ่วเยี่ย
ถังหมิงรุ่ยไม่รู้ว่าท าไมสกุลโม่ถึงได้ตกต ่าถึงขั้นถูกริบทรัพย์และ
เนรเทศ
ตั้งแต่เด็ก เขามักได้ยินนักเล่านิทานเล่าเรื่องราวความกล้าหาญ
ในการต่อสู้ของบุรุษสกุลโม่ ดังนั้น ความประทับใจที่มีต่อสกุลโม่จึง
ลึกซึ้งมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน คุณชายสามแห่งสกุลโม่ได้น า
คนมาที่นี่ด้วยตนเองเพื่อปราบปรามกลุ่มเหยียนปางตามค าสั่ง
เขายังจ าภาพที่คุณชายสามโม่ผลักหัวหน้ากลุ่มเหยียนปางเข้า
ไปในกรงขังนักโทษได้อย่างชัดเจน
เหตุการณ์นี้ได้รับการสรรเสริญจากชาวบ้านรอบทะเลสาบเกลือ
เป็นเวลานาน โดยเฉพาะคุณชายสามแห่งสกุลโม่ พวกชาวบ้านพา
กันร ่าลือถึงเขาราวกับเป็นเทพเจ้า
ใครจะรู้ว่าเพียงไม่กี่ปี กาลเวลาผันผ่าน บุรุษสกุลโม่กลับ
เสียชีวิตไปในสนามรบ และตอนนี้ก็ต้องมาเผชิญชะตากรรมถูกยึด
ทรัพย์และเนรเทศ
เดิมทีคิดว่าเมื่อพูดแบบนี้ไปแล้ว ถังหมิงรุ่ยอาจจะคิดว่านางเป็น
คนเห็นแก่ตัว แค่พูดจาสุภาพด้วยสักหน่อย เขาก็จะจากไป
แต่หลังได้ยินค าพูดของนาง ถังหมิงรุ่ยกลับมีท่าทีถ่อมตัวมาก
ขึ้น
“ครอบครัวของข้าขึ้นเรือข้ามแม่น ้าไปเมื่อวานนี้ ตอนนี้ก าลังรอ
ข้าไปพบที่เมืองท่า ที่นั่นเป็นจุดสุดท้ายก่อนไปถึงซีเป่ย ข้ายังไม่ได้
คิดว่าจะพาครอบครัวไปที่ไหน ไม่สู้ร่วมเดินทางไปกับพวกท่านผู้มี
พระคุณด้วยกัน ระหว่างทางข้าอาจจะคิดวิธีหาเงินมาได้บ้าง”
เฮ่อจือหร่านตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ดูเหมือนว่าพวกเราและคุณชายถังจะมีวาสนาต่อกันจริง ๆ
เช่นนั้นพวกเราก็ไปด้วยกันเถอะ! จะได้ช่วยดูแลกันและกันระหว่าง
ทางด้วย”
ถังหมิงรุ่ยมองไปรอบ ๆ แล้วชี้ไปที่ศพของคนจากกลุ่มเหยียน
ปางบนพื้น แล้วพูดว่า
“เมื่อครู่ท่านผู้มีพระคุณได้ช่วยชีวิตข้า ศพของพวกเขาคงจะถูก
พบในตอนเช้าแน่ กลุ่มเหยียนปางมีคนมากอิทธิพล ข้าไม่อยากสร้าง
ปัญหาให้พวกท่านอีก จึงจะขอตัวล่วงหน้าไปก่อน พรุ่งนี้ข้าจะรอ
พวกท่านที่ท่าเรือในเมืองท่าเอง”
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยไม่กลัวกลุ่มเหยียนปาง แต่ใครจะอยาก
หาเรื่องยุ่งยากให้ตัวเองโดยไม่จ าเป็นเล่า?
ดังนั้น พวกเขาจึงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของถังหมิงรุ่ย
“ตกลง พรุ่งนี้พบกันที่เมืองท่า”
โม่จิ่วเยี่ยพูดจบก็จูงมือเล็ก ๆ ของเฮ่อจือหร่านจากไป หลัง
รวมตัวกับโม่ชูหานแล้ว พวกเขาก็กลับไปที่ค่ายพักพร้อมกัน
เขายังท าสัญญาณมือบอกไปยังเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ไม่
ไกล ไม่นานเหลียงห่าวก็น าคนมาถึง