ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 136 ผู้ที่ควบคุมทุกสิ่ง แท้จริงเป็นคนอื่น
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 136 ผู้ที่ควบคุมทุกสิ่ง แท้จริงเป็นคนอื่น
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าคนทั้งสามมีเงินติดตัวอยู่บ้าง จึงไม่อยากให้พวก
เขาต้องนอนกลางแจ้งเหมือนตัวเอง
ดังนั้น เขาจึงหาข้ออ้างขึ้นมาลอย ๆ ว่า
“หากพวกเจ้าไม่มีอะไรท าก็ไปเดินเล่นในเมืองได้ จะได้ถือโอกาส
สืบข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเหยียนปางด้วย”
“ขอรับ!”
หลังจากตอบรับ ร่างของพวกเขาก็หายไปจากที่เดิม
เมื่อกลับมากระโจม โม่จิ่วเยี่ยก็เล่าเรื่องที่ตนรู้มาเกี่ยวกับกลุ่มเห
ยียนปางให้เฮ่อจือหร่านฟัง
“สี่ปีก่อน พวกอันธพาลกลุ่มเหยียนปางในแถบทะเลสาบเกลือ
เริ่มออกอาละวาด จากนั้นก็ขยายกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ องค์จักรพรรดิ
ทรงทราบเรื่องนี้ จึงมีรับสั่งให้พี่สามน าก าลังมาที่นี่เพื่อปราบปราม
กลุ่มเหยียนปาง
หลังจากกวาดล้างเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน พี่สามก็ค้นพบรังของ
กลุ่มเหยียนปางในที่สุด เขาจับกุมหัวหน้ากลุ่มและผู้อาวุโสคนส าคัญ
ได้หลายคน ที่นี่จึงมีช่วงเวลาสงบสุขอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่
ปีหลังจากพี่สามได้รับค าสั่งให้กวาดล้างกลุ่มเหยียนปาง กลุ่มเหยียน
ปางกลับเติบโตจนแข็งแกร่งขึ้นถึงขนาดนี้”
หลังจากฟังค าบอกเล่าของโม่จิ่วเยี่ย สิ่งแรกที่เฮ่อจือหร่านนึกถึง
คือตอนหลังจากกลุ่มเหยียนปางถูกราชส านักส่งคนมากวาดล้าง การ
ที่พวกเขาสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้ในเวลาอันสั้น จะต้องมีคนคอย
ชักใยแน่นอน
“ท่านเคยคิดหรือไม่ ว่าดูจากภายนอกแล้ว กลุ่มเหยียนปางก็
เหมือนจะก่อตั้งขึ้นเองโดยคนที่ลุ่มหลงในผลประโยชน์ แต่ความจริง
แล้วคนที่ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลังอาจเป็นคนอื่น?”
จุดนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้คาดเดาไปเอง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มี
กลุ่มเหยียนปางของราชวงศ์ไหนบ้างที่ไม่มีคนส าคัญคอยสนับสนุน
อยู่เบื้องหลัง?
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “อาจเป็นไปได้”
แต่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มเหยียนปางคือใคร เขาก็นึกไม่ออก
ตอนนี้กลุ่มเหยียนปางกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง คนที่ควรกังวล
น่าจะเป็นจักรพรรดิซุ่นอู่
โม่จิ่วเยี่ยพูดเรื่องเหล่านี้กับเฮ่อจือหร่านก็แค่เป็นการพูดคุยฆ่า
เวลาเท่านั้น!
อย่างไรเสียพรุ่งนี้เช้าพวกเขาก็จะออกเดินทางจากที่นี่แล้ว กลุ่ม
เหยียนปางจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาสักนิด
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้าแล้วเตือนว่า “ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้พวกเรายัง
ต้องเดินทางอีก พักผ่อนกันเถอะ”
เฮ่อจือหร่านเองก็รู้สึกง่วงงุนเล็กน้อย ทั้งสองจัดการทุกอย่าง
เรียบร้อยแล้วก็เข้านอนทันที่
กลางดึก
จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้นมา
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านออกจากกระโจมพร้อมกันเพื่อ
ตรวจสอบ
รอบป่ามีแสงไฟลุกโชน
“พวกเจ้าหน้าที่! พวกเจ้าเห็นคนถือดาบผ่านมาบ้างหรือไม่?”
จางชิงเพิ่งเปลี่ยนเวรไปพักผ่อน ตอนนี้ถูกคนปลุกให้ตื่นอีกรอบ
จึงรู้สึกหงุดหงิดมาก
“เจ้าเป็นใคร ถึงมาตะโกนโวยวายอยู่ที่นี่!?”
หัวหน้ากลุ่มเหยียนปางที่น าหน้าอยู่ไม่พอใจ ยกแส้หนังในมือขึ้น
ฟาดใส่จางชิงอย่างไม่ไว้หน้า
“บังอาจนัก! กล้ามาอวดดีในเขตของกลุ่มเหยียนปางของข้า เจ้า
คงอยากจะตายมากแล้วสินะ?”
เมื่อเห็นว่าจางชิงก าลังจะเสียเปรียบ เผิงวั่งจึงรีบวิ่งเข้ามา
“อย่าใช้ก าลัง พูดกันดี ๆ พูดกันดี ๆ เถอะ”
เผิงวั่งพูดด้วยน ้าเสียงที่ฟังดูไม่มั่นใจ
โบราณกล่าวไว้ว่า มังกรแข็งแกร่งไม่อาจกดข่มงูเจ้าถิ่นได้ ใน
เขตของกลุ่มเหยียนปาง เขาไม่กล้าวางท่าเป็นเจ้าหน้าที่ทางการ
แม้แต่น้อย
เขาเคยได้ยินมาว่า พวกกลุ่มเหยียนปางฆ่าคนไม่กะพริบตา และ
แน่นอนว่าต้องมีคนหนุนหลังพวกเขาอยู่ มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ตัว
เล็ก ๆ อย่างเขาจะกล้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
เมื่อเห็นว่าเผิงวั่งพูดจาอ่อนลง หัวหน้ากลุ่มเหยียนปางจึงแค่น
เสียงแล้วเก็บแส้หนังกลับไป
“หึ! นับว่าพวกเจ้ายังรู้ความ วันนี้ข้าจะไม่เอาเรื่อง แค่จงบอกมา
พวกเจ้าเห็นหรือไม่ว่าใครเป็นคนฆ่าคนพวกนั้นในป่า?”
เผิงวั่งรีบส่ายหน้าและแสดงท่าทางตกใจ “พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่
ไม่นาน ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น”
ขณะพูด เผิงวั่งก็แอบช าเลืองมองโม่จิ่วเยี่ยโดยไม่รู้ตัว
อีกฝ่ายเพิ่งพาเฮ่อจือหร่านกับโม่ชูหานออกไปเพียงครู่เดียว
แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับการตามหาคนของกลุ่มเหยียนปาง
ทว่าเขาไม่อาจพูดเรื่องนี้ออกไปได้
โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่ากลุ่มเหยียนปางในยามนี้จะโอหังถึงเพียงนี้
เขาเตรียมจะลงมือแล้ว แต่เมื่อเห็นเผิงวั่งจัดการเรื่องให้ จึงอดทน
ไว้ไม่ลงมือ
หัวหน้ากลุ่มเหยียนปางสั่งลูกน้องถือคบเพลิงค้นหาทั่วไปค่าย
พัก เมื่อไม่พบคนที่ต้องการ จึงสั่งให้ถอนก าลังออกไป
เมื่อเห็นคนของกลุ่มเหยียนปางเดินห่างออกไป เผิงวั่งจึงถอน
หายใจอย่างโล่งอก
เขาหันไปด่าจางชิง แต่ความจริงแล้วเป็นการเตือนโม่จิ่วเยี่ยทาง
อ้อม
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าออกไปข้างนอกก็อย่าก่อเรื่อง ท าไมเจ้า
ไม่จ าสักที?”
จางชิงเกาหัวพลางหวาดหวั่น
“หัวหน้า ข้าผิดไปแล้ว”
เผิงวั่งตบท้ายทอยเขาเบา ๆ
“รู้ว่าผิดแล้วก็ต้องแก้ไขสิ”
“ข้าจะแก้ไขแน่นอนขอรับ”
…
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว ทุกคนจึงกลับเข้าไปพักผ่อน
ในกระโจมต่อ
เพื่อออกจากสถานที่อันวุ่นวายแห่งนี้โดยเร็ว พอฟ้าเริ่มสางพวก
เจ้าหน้าที่ก็ปลุกทุกคนให้ตื่น และเดินทางต่อตามค าสั่งของเผิงวั่ง
โดยไม่แม้แต่จะกินอาหารเช้า
ทุกคนแบกสัมภาระที่จัดเตรียมไว้มาที่ท่าเรือ แต่กลับถูกแจ้งว่า
ช่วงนี้มีบุคคลส าคัญมาเยือน ท่าเรือจึงหยุดท าการในวันนี้
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เผิงวั่งจะอยากออกเดินทางไปแค่
ไหนก็ท าไม่ได้ เขาจึงจ าใจต้องพาทุกคนเดินทางกลับไปตามเส้นทาง
เดิมเพื่อพักผ่อนอีกหนึ่งวัน แล้วค่อยออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างก าลังคาดเดา ว่าบุคคลส าคัญที่
ผู้ดูแลท่าเรือกล่าวถึงนั้นจะเป็นใคร
แต่ค าถามนี้ค่อนข้างหาค าตอบยากส าหรับพวกเขา
ผู้ที่สามารถเรียกว่าบุคคลส าคัญได้นั้น มีอยู่ไม่น้อย
ในเมืองหลวง พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงล้วนถูกเรียกเช่นนี้
เมื่อคิดไม่ออก ทั้งสองจึงเห็นพ้องกันว่าไม่ควรคิดให้เปลืองสมอง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาตัดสินใจจะออกไปส ารวจดู
ในยามดึกตอนที่ทุกคนหลับ
เนื่องจากไม่ต้องรีบเดินทาง เฮ่อจือหร่านจึงตั้งใจจะพักผ่อนให้
เต็มที่สักวัน และเก็บแรงเอาไว้ด้วย เพราะนางอาจต้องลงมือท าอะไร
บางอย่างในคืนนี้
พวกเขาไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ เช่นเดียวกับถังหมิงรุ่ย
ตอนนี้เขาก าลังซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินของตระกูลถัง มองหา
เครื่องประทินและเสื้อผ้าบางส่วนที่สตรีในบ้านไม่ได้น าติดตัวไป
เขาทา ๆ ลบ ๆ อยู่นาน และท าผมทรงสตรีพร้อมกับเปลี่ยน
เสื้อผ้า หลังรู้สึกว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรแล้ว จึงออกจากห้องใต้ดิน
สิ่งแรกที่เขานึกถึง คือผู้มีพระคุณไม่สามารถเดินทางไปจากที่นี่
ได้ หากพวกกลุ่มเหยียนปางพบเข้าคงจะเป็นอันตราย
ดังนั้น เขาจึงตั้งใจจะไปเตือนสักหน่อย
ผลปรากฏว่า ตอนที่เขามาถึงค่ายพัก เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่ว
เยี่ยต่างก็พักผ่อนอยู่ในกระโจม ถังหมิงรุ่ยจึงไม่ได้พบพวกเขา
แต่เมื่อเห็นกลุ่มคนเหล่านี้ดูสบายอารมณ์ ถังหมิงรุ่ยก็รู้ว่าผู้มี
พระคุณคงไม่ได้เจอเรื่องอันตราย จึงจากไปอย่างสบายใจ
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยบอกคนภายนอกว่าจะนอนพักผ่อน
เพราะรู้ว่าทุกคนจะไม่มารบกวน
คนทั้งสองเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน นอกจากจะได้กินอาหาร
แสนอร่อยแล้ว ยังได้สัมผัสความเงียบสงบที่แตกต่างออกไป
ต้องยอมรับว่า พื้นที่มิติเพาะปลูกนี้ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ ธัญพืช
และผักที่ปลูกไว้เติบโตขึ้นมากแล้ว
ไม้ผลบนเนินเขาก็สูงใหญ่ขึ้นมาก หากมองไปไกล ๆ ก็เห็นเป็น
สีเขียวขจีแล้ว
วัวและแกะต่างวิ่งเล่นอย่างสบายใจบนทุ่งหญ้า แม้แต่ล่อที่เพิ่งพา
เข้ามาก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้มันก าลังกลิ้ง
เกลือกอย่างสบายอารมณ์บนพื้นที่โล่ง
สถานการณ์เช่นนี้ส าหรับเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ย ที่นี่ก็
เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์บนดินที่มีอยู่จริง
หลังจากที่ได้ใช้เวลาอันแสนสบายตลอดทั้งวันในพื้นที่มิติ ใน
ที่สุดเวลาก็ผ่านพ้นไปจนถึงยามดึกสงัด