ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 147 ขบวนนักโทษตั้งค่ายพักแรม
ฮูหยินผู้เฒ่าสายตาไวมาก คิดว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้พบกันมา
หลายปี คงมีเรื่องส่วนตัวมากมายต้องพูดคุยกัน จึงพาโม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านเดินออกห่างไปอีกหน่อย
เมื่อหาต าแหน่งเหมาะสมได้แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเช็ดน ้าตาแล้วถาม
ว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าไปพบพี่สามของเจ้าได้อย่างไร?”
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องราวที่ไปพบกับพี่ชายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
ส าหรับฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ข้อมูลในค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยมีมาก
เกินไป
บุตรชายคนที่สี่โม่ซิวเหยียนตายเพราะหนานเหิง ส่วนบุตรชาย
คนที่สามโม่อวิ๋นเฟิงถูกหนานเหิงและราชครูของหนานเจียงร่วมมือ
กันควบคุมตัวไว้นานถึงสี่ปี
บุตรชายคนโตโม่โซ่วเหยี่ยและบุตรชายคนรองโม่เจียเฉิงก็ไม่ได้
ตายจริง ๆ แต่ตอนนี้กลับหายตัวไป
อีกทั้งโม่จิ่วเยี่ยยังสังหารหนานเหิงกับราชครูหนานเจียงด้วยมือ
ตัวเอง…
ส่วนเรื่องที่จักรพรรดินีจ้างวานป้าหลิวให้มาวางยาสะใภ้ทั้งหลาย
โม่จิ่วเยี่ยตัดสินใจเก็บเอาไว้ก่อน รอให้เฮ่อจือหร่านตรวจสอบ
ร่างกายพวกพี่สะใภ้แล้วค่อยบอกเรื่องนี้
โชคดีที่ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นสตรีผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แม้จะ
ตกใจกับข่าวเหล่านี้แต่ก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
นางดึงแขนเสื้อของโม่จิ่วเยี่ย แล้วพูดว่า “จิ่วเยี่ย พี่สามของเจ้า
เลือกจะพบแม่ที่นี่ เขาไม่ได้คิดจะไปซีเป่ยกับพวกเราหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “พี่สามบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเขายังมี
ชีวิตอยู่ จึงอยากใช้โอกาสนี้ปลอมตัวออกไปสืบหาความเป็นไปของ
พี่ใหญ่กับพี่รอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองโม่อวิ๋นเฟิง ดวงตาเผยความอาลัยอาวรณ์
แต่ในใจนางรู้ดีว่าการกระท าของโม่อวิ๋นเฟิงนั้นถูกต้องแล้ว
หากพวกเขาไปถึงซีเป่ย การจะออกมาตามหาคนก็คง
ยากล าบาก
ในตอนนั้นเอง โม่อวิ๋นเฟิงก็พาภรรยาเดินเข้ามา
“ท่านแม่ น้องเก้าบอกท่านแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าจะออกไปตามหา
พี่ใหญ่กับพี่รอง”
“อืม น้องเก้าเจ้าเพิ่งบอกแม่ แต่เจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ แม่แก่มาก
แล้ว ไม่อาจทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายได้อีก”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดพลางน ้าตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
โม่อวิ๋นเฟิงก้าวเข้าไปข้างหน้า จับมือฮูหยินผู้เฒ่าไว้
“ท่านแม่วางใจเถอะ ไม่ว่าผลการค้นหาครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อ
ถึงช่วงข้ามปี ข้าจะต้องกลับมาอยู่ข้างกายท่านอย่างแน่นอน”
เมื่อได้รับค ายืนยันจากโม่อวิ๋นเฟิง ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกสบายใจ
ขึ้นมาบ้าง
“ดีแล้ว จ าไว้ว่าครอบครัวของเจ้าทุกคนก าลังรอเจ้าอยู่ที่ซีเป่ย”
หลังจากปลอบประโลมมารดาแล้ว โม่อวิ๋นเฟิงก็ก าชับภรรยาอีก
สองสามประโยคก่อนที่จะเตรียมตัวจากไป
เฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้น จึงรีบหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากพื้นที่
มิติแล้วส่งให้เขา
“พี่สามต้องออกเดินทาง มีเรื่องที่ต้องใช้จ่ายเงินจ านวนมาก ท่าน
น าเงินพวกนี้ไปด้วยเถอะ”
โม่อวิ๋นเฟิงเพิ่งคิดว่าครอบครัวคงไม่มีเงินติดตัวแล้ว ระหว่างทาง
เขาคงต้องล าบากไม่น้อย จึงวางแผนจะไปน าเงินจากกลุ่มเหยียนปาง
มาให้ครอบครัวเพิ่ม
พอเห็นตั๋วเงินจ านวนมากที่น้องสะใภ้เก้าหยิบยื่นออกมา โม่อวิ๋น
เฟิงก็ปฏิเสธทันที่
“ไม่ได้หรอกน้องสะใภ้เก้า ที่บ้านมีคนอีกมาก ระหว่างทางยิ่งต้อง
ใช้เงินมากกว่า ข้าจะหาทางจัดการกับเสบียงเดินทางเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าเงินที่เฮ่อจือหร่านหยิบออกมานี้ล้วนเป็นเงินที่
ครอบครัวของนางมอบให้ก่อนออกเดินทาง การต้องใช้มันเลี้ยงดู
ครอบครัวใหญ่ของพวกเขาก็มากพอแล้ว ไม่ควรให้นางต้องออกเงิน
ใช้จ่ายอีก
ด้วยเหตุนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงช่วยโม่อวิ๋นเฟิงปฏิเสธด้วยอีกแรง
“สะใภ้เฮ่อ พี่สามของเจ้าเป็นบุรุษตัวโต เขาอยู่ข้างนอกคงไม่
ถึงกับอดตายหรอก เงินนี้เจ้าเก็บกลับไปเถอะ!”
ตอนนั้นเองพี่สะใภ้สามก็หยิบถุงเงินออกมาแล้วยัดใส่มือของ
โม่อวิ๋นเฟิง
“ท่านพี่ ถ้าท่านไม่ยอมรับเงินของน้องสะใภ้เก้า ก็ใช้เงินของข้า
ได้นะ”
โม่อวิ๋นเฟิงยังคงไม่รับ เขายัดถุงเงินคืนใส่มือของภรรยา
“เรื่องค่าเดินทางข้าจะหาวิธีเอง พวกเจ้าเก็บเงินเอาไว้ใช้ยาม
จ าเป็นเถอะ”
เห็นโม่อวิ๋นเฟิงยืนกรานเช่นนั้น สะใภ้สามจึงจ าต้องเก็บถุงเงิน
กลับไป
นางก าชับเขาอีกสองสามประโยค ก่อนจะแยกจากสามีด้วย
ความอาลัยอาวรณ์
โม่อวิ๋นเฟิงใช้วิชาตัวเบา จากนั้นร่างกายก็หายวับไปอย่าง
รวดเร็ว
น ้าตาของพี่สะใภ้สามไหลรินลงมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
เฮ่อจือหร่านปลอบนางสองสามค า แล้วพาทุกคนเดินกลับค่าย
พัก
ระหว่างทางฮูหยินผู้เฒ่าก็ก าชับพี่สะใภ้สามว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่อง
วันนี้กับคนอื่น
แม้ว่าในสกุลโม่จะไม่มีคนจิตใจคิดร้าย แต่ยิ่งมากคนก็ยิ่งมาก
ปาก ยากจะรับประกันได้ว่าใครจะไม่พลั้งปากพูดออกไปจนเกิด
ปัญหา
หลังกลับถึงค่ายพัก ฮูหยินผู้เฒ่าท าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พลางไปเรียกโม่หานเยี่ยให้ตื่นนอนและล้างหน้าล้างตา
โม่ชูหานเห็นทุกคนกลับมา จึงรีบดึงโม่จิ่วเยี่ยไปสอบถามอย่าง
ร้อนใจ
โชคดีที่ตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่เพิ่งตื่น ยังมีเวลาเหลือก่อนออก
เดินทาง
เฮ่อจือหร่านไม่ได้นอนมาทั้งคืน จึงเข้าไปในกระโจมเพื่อพักผ่อน
แล้ว
นางเพิ่งจะล้มตัวนอน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าวิ่งวุ่นดังมาแต่
ไกล
เสียงม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และหยุดลงใกล้กับค่ายพักอย่าง
รวดเร็ว
ทุกคนออกมาจากกระโจมเพื่อตรวจสอบ
เห็นเพียงชายคนหนึ่งสวมชุดขุนนางก าลังขี่ม้า ในมือถือ
ภาพวาดของหนานเหิงอยู่
“พวกเจ้าเห็นองค์ชายเหิงหรือไม่?”
เผิงวั่งรีบเดินเข้าไปดูก่อน
“ใต้เท้า พวกเราไม่เคยเห็นองค์ชายเหิงมาก่อนเลยขอรับ”
ชายบนหลังม้าเห็นเผิงวั่งตอบอย่างขอไปที่ จึงท าสีหน้าบึ้งตึง
ทันใด
“เจ้าดูให้ดี นี่คือองค์ชายเหิง ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะตอบส่ง ๆ ได้”
เผิงวั่งตกใจกับท่าทีของคนบนหลังม้าจนเหงื่อเย็นผุดซึม
แต่เขาก็ไม่ได้โกหกนะ…
“ใต้เท้า ข้าเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยขั้นแปด จะมีคุณสมบัติ
อะไรไปพบองค์ชายเหิงได้เล่า?”
ชายบนหลังม้าคิดว่าค าพูดเขามีเหตุผล องค์ชายหนานเหิงไม่ใช่
บุคคลที่ใครก็มีสิทธิ์พบเห็นได้
ดังนั้น หลังจากกวาดตามองรอบค่ายพักแล้ว เขาก็โบกมือไป
ทางด้านหลัง น าคนทั้งหมดจากไปอย่างรวดเร็ว
เผิงวั่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วพาคนกลับเข้าค่ายพัก
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งออกไปสืบข่าว
ทันที่
เพราะเขากังวลว่าหากองค์ชายหนานเหิงเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ท่าเรือที่นี่อาจถูกปิดอีกครั้ง
และเผิงวั่งคาดการณ์ถูกต้อง
เจ้าหน้าที่ซึ่งออกไปสืบข่าวกลับมารายงานว่า
เมื่อคืนเรือส าราญที่องค์ชายเหิงโดยสารเกิดไฟไหม้ ชะตากรรม
ขององค์ชายยังไม่แน่ชัด
ท่าเรือไม่เพียงถูกปิดกั้น แม้แต่ประตูเมืองก็ถูกปิดไปด้วย ตราบ
ใดที่ยังไม่พบองค์ชายเหิงก็ห้ามผู้ใดเข้าออกทั้งสิ้น
ทันใดนั้นเผิงวั่งก็ตกตะลึง
หากสามารถหาองค์ชายเหิงได้เร็ว ๆ ก็คงดี แต่ถ้าหาตัวไม่พบ
พวกเขาจะไม่ต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดไปหรือ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เผิงวั่งก็รู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก
เขาท าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมตัวนักโทษมาหลายปี นี่เป็นครั้ง
แรกที่เดินทางไม่ราบรื่นขนาดนี้ แค่เจอภัยธรรมชาติก็ย ่าแย่พออยู่
แล้ว แต่กลับต้องเจอภัยจากมนุษย์อีก…
แต่เพราะไม่มีทางเลือก เมื่อเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ได้แต่
ยอมรับชะตากรรมเท่านั้น
“ไปบอกทุกคน ให้ขบวนนักโทษตั้งค่ายพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะ
สามารถเดินทางต่อไปได้”
ข่าวนี้ไม่มีผลกระทบอะไรกับเฮ่อจือหร่าน เพราะนางมีเงินอยู่
มากมาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่แตกต่างกัน
แต่ส าหรับคนจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยกลับไม่เหมือนกัน
พวกเขาเดินทางมาไกลแล้ว เงินยี่สิบต าลึงที่มีติดตัวมาก็เหลือ
น้อยลงเต็มที่
หากไม่สามารถไปถึงซีเป่ยได้ในเร็ว ๆ นี้ พวกเขาอาจต้องอด
ยากเหมือนคนตระกูลเหอก็เป็นได้
เฮ่อจือหร่านไม่ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของคนตระกูลเซี่ยและ
ตระกูลฟาง ตอนนี้นางง่วงนอนมาก
เมื่อได้ยินว่าไม่ต้องเดินทางแล้ว นางก็รีบมุดเข้าไปในกระโจม
ตั้งใจจะนอนชดเชยให้เต็มที่
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่านางกับโม่จิ่วเยี่ยออกไปท าอะไรมามากมายเมื่อ
คืน จึงก าชับคนในครอบครัวว่าห้ามใครไปรบกวนพวกเขาเด็ดขาด