ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 146 ข้าเองก็มีสามีแล้ว
โม่อวิ๋นเฟิงมองไปรอบ ๆ แล้วหันมองเฮ่อจือหร่านด้วยสีหน้างุนงง
“นางเป็นใคร แล้วท าไมเจ้าถึงแต่งตัวแบบนี้?”
ในความทรงจ าของโม่อวิ๋นเฟิง น้องเก้าเป็นคนรักความสะอาด
มาก
แต่ยามนี้โม่จิ่วเยี่ยกลับสวมเสื้อผ้าหยาบ ๆ ทั้งยังเปรอะเปื้อนไป
ด้วยคราบฝุ่น
ซ ้าน้องเก้าไม่เคยมีสาวใช้มาก่อน ท าไมสตรีคนนี้ถึงได้อยู่ข้าง
กายเขา?
“พี่สาม นางคือภรรยาของข้า แซ่เฮ่อ ตอนนี้สกุลโม่ของเราถูก
องค์จักรพรรดิสั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศแล้ว พวกเราก าลังอยู่ที่
ทะเลสาบเกลือ ซึ่งเป็นเส้นทางที่จ าเป็นต้องผ่านเพื่อไปยังสถานที่
เนรเทศ” โม่จิ่วเยี่ยอธิบายอย่างใจเย็น
ได้ยินดังนั้นโม่อวิ๋นเฟิงก็เบิกตากว้าง
ทุกอย่างนี้ดูราวกับความฝันส าหรับเขา
ตอนเขาออกจากบ้าน น้องเก้าเพิ่งอายุสิบเจ็ด ตอนนั้นมารดาก็
เร่งเร้าให้เขาแต่งงานกับตระกูลเฮ่อเร็ว ๆ เพื่อสืบทอดสกุลโม่ต่อไป
แต่น้องเก้ากลับอ้างว่าตัวเองยังอายุน้อยเกินไปและปฏิเสธหลาย
ครั้ง
ทว่าตอนนี้ น้องชายกลับบอกว่าตนเองแต่งงานกับคุณหนูตระกูล
เฮ่อแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
โม่อวิ๋นเฟิงสับสนไปหมด
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเวลาก าลังเร่งรีบและเข้าใจความสงสัยของโม่อวิ๋น
เฟิง
เขาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง
หลังฟังน้องชายเล่าเรื่องราวของสกุลโม่ในช่วงเวลาหลายปีที่
ผ่านมา โม่อวิ๋นเฟิงก็คุกเข่าลงกับพื้นและร ่าไห้สุดเสียง
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าการให้โม่อวิ๋นเฟิงยอมรับความ
จริงทั้งหมดในตอนนี้คงไม่ดีนัก การร้องไห้จึงเป็นวิธีระบายความรู้สึก
อย่างหนึ่ง ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ได้เข้าไปหักห้ามเขา
พอโม่อวิ๋นเฟิงร้องไห้จนพอใจแล้ว จึงหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย
“น้องเก้า ข้าจะไม่เปิดเผยตัวตนก่อนชั่วคราว”
“พี่สามคิดจะท าอะไร?” โม่จิ่วเยี่ยพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกโม่อวิ๋นเฟิง
เอ่ยแทรก
“ในเมื่อทุกคนคิดว่าข้าตายไปแล้ว และในกลุ่มเนรเทศของสกุล
โม่ก็ไม่มีชื่อข้า ข้าจะถือโอกาสนี้ออกไปตามหาพี่ใหญ่กับพี่รอง
เสียเลย”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากัน ทั้งสองคนต่างเห็นว่าสิ่งที่
โม่อวิ๋นเฟิงพูดมาดูมีเหตุผล
ไม่เพียงสถานะของพวกเขาสองคนตอนนี้ที่ไม่สามารถออกไป
ตามหาพี่ใหญ่กับพี่รองได้ กระทั่งไปถึงซีเป่ยแล้วก็ต้องไปลงทะเบียน
กับทางการก่อน อีกทั้งราชส านักยังมีกฎว่าผู้ที่ถูกเนรเทศไม่สามารถ
ออกจากสถานที่เนรเทศได้แม้ก้าวเดียวตลอดชีวิต หากไม่มีรับสั่ง
จากองค์จักรพรรดิ
เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นจะมาตรวจสอบบ้านของนักโทษเป็นระยะ
หากพบว่ามีคนหายไปก็จะต้องรายงานเรื่องนี้ให้ราชส านักรู้แน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยิ่งจะท าให้ครอบครัวเดือดร้อนโดยไม่จ าเป็น
ดังนั้น การที่โม่อวิ๋นเฟิงไม่เข้าร่วมการเนรเทศและออกไปตามหา
คนจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าตอบ “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะหาโอกาสให้ท่านแม่
กับพี่สะใภ้สามลอบมาพบกับท่าน เพื่อให้พวกนางสบายใจ”
“ดี ทุกอย่างให้น้องเก้าจัดการเถอะ”
ใบหน้าโม่อวิ๋นเฟิงดูสงบนิ่ง แต่เมื่อได้ยินน้องชายพูดถึงมารดา
และภรรยา เขาก็รู้สึกอยากพบพวกนางใจจดใจจ่อแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้า “พี่สาม เวลาขนาดนี้แล้ว ท่านรอ
อยู่ที่นี่เถอะ ข้าจะกลับไปหาวิธีพาท่านแม่กับพี่สะใภ้สามมาหาท่าน
เอง”
เฮ่อจือหร่านแอบหยิบเสบียงแห้งจากพื้นที่มิติมาให้โม่อวิ๋นเฟิง
เล็กน้อย ก่อนจะตามโม่จิ่วเยี่ยกลับมายังค่ายพัก
โม่ชูหานวรยุทธ์สูงส่ง ตอนที่ทั้งสองคนออกจากค่ายเขาก็รับรู้
แล้ว
เขารู้ว่าน้องเก้ากับน้องสะใภ้ออกไปเพราะเรื่องของพี่สาม ด้วย
กังวลว่าอาจมีเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย จึงคอยอยู่ทางที่พวก
เขาจากไปเพื่อเตรียมไปช่วยเหลือตลอดเวลา
พอเห็นพวกเขาเดินกลับมาแต่ไกล โม่ชูหานก็รีบออกไปต้อนรับ
“น้องเก้า น้องสะใภ้ พี่สามอยู่ไหน?”
“พี่แปด ข้ากับหร่านหร่านได้ข่าวใหม่มา เรื่องนี้รอข้าเล่าให้ท่าน
ฟัง แต่ตอนนี้ข้าต้องพาท่านแม่กับพี่สะใภ้สามไปพบพี่สามก่อน เวลา
เร่งด่วนมาก ถ้าจ าเป็นคงต้องรบกวนท่านช่วยรับมือกับพี่เผิงแล้ว”
แม้โม่ชูหานจะสับสนไปบ้าง แต่เขาก็เห็นว่าน้องชายก าลังรีบร้อน
อยู่
“ได้ เจ้าพาท่านแม่กับพี่สะใภ้สามไปเถอะ ตรงนี้มีข้าดูอยู่”
ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ในกระโจมกับพี่สะใภ้สาม ซึ่งเป็นจุดพักของเหล่า
สตรี โม่จิ่วเยี่ยไม่สะดวกจะออกหน้า เฮ่อจือหร่านจึงอาสาไปปลุกคน
ให้ตื่น
ไม่นานนัก นางก็พาทั้งคู่ที่ยังงุนงงอยู่บ้างเดินหลบเลี่ยงสายตา
พวกเจ้าหน้าที่มารวมตัวกับโม่จิ่วเยี่ย
ด้วยเวลาเร่งรัด โม่จิ่วเยี่ยจึงช่วยพยุงฮูหยินผู้เฒ่า ส่วนเฮ่อจือห
ร่านจูงมือพี่สะใภ้สามมุ่งหน้าไปทางป่าทึบ
พวกเขาบอกเรื่องที่โม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่ให้พวกนางรู้ระหว่าง
ทาง และอธิบายว่าพวกนางจะได้พบกับโม่อวิ๋นเฟิงในไม่ช้า
หากไม่ใช่เพราะเคยมีเรื่องโม่ชูหานฟื้นคืนชีพขึ้นมา ทั้งสองคน
คงไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง
โดยเฉพาะสะใภ้สาม เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนได้เห็นโม่ชูหาน
กลับมามีชีวิต นางยังไม่รู้เลยว่าตนเองอิจฉาน้องสะใภ้แปดมากแค่
ไหน
แต่ไม่คิดเลยว่าสามีของนางก็จะสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วย
เช่นกัน…
พี่สะใภ้สามร้องไห้ด้วยความดีใจ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดไม่ใช่
เรื่องโกหก นางจึงจับแขนของเฮ่อจือหร่านแน่น พลางถามนั่นนี่ไม่
หยุด
“น้องสะใภ้เก้า พี่สามของเจ้าผอมมากใช่หรือไม่?”
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าคิดว่าพี่สามของเจ้าจะยังจ าข้าได้หรือเปล่า?”
“น้องสะใภ้เก้า ช่วยดูข้าหน่อยสิ ผมของข้ายุ่งมากหรือไม่?”
“น้องสะใภ้เก้า…”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของพี่สะใภ้สาม จึงตอบค าถามต่าง
ๆ ที่นางถามมาอย่างอดทน
ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ต่างกัน เมื่อได้ยินว่าลูกชายคนที่สามยังมีชีวิต
อยู่ นางก็รู้สึกตื้นตันจนน ้าตาไหลพรากราวกับสายฝน
นางพึมพ าไม่หยุดว่า “ขอบคุณสวรรค์ที่ท าให้สกุลโม่ของเรามี
ทายาทเพิ่มขึ้นอีกคน…อามิตตาพุทธ…อามิตตาพุทธ…”
การพาคนมาด้วยสองคนท าให้ โม่จิ่วเยี่ยไม่สามารถใช้วิชาตัว
เบาในการเดินทางได้ ความเร็วจึงช้าลงไปมาก
หลังจากเดินทางไปประมาณครึ่งชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็เห็น
ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหน้า
โม่อวิ๋นเฟิงเห็นทุกคนแล้วก็เดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
เขาคุกเข่าลงตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า
“อวิ๋นเฟิงอกตัญญู ท าให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วง”
หากไม่ใช่เพราะเสียงที่คุ้นเคย ฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะจ าไม่ได้ว่า
ชายที่มีเคราเต็มหน้าและผมเผ้าปรกหน้าครึ่งหนึ่งคนนี้คือลูกชายคน
ที่สามของนาง โม่อวิ๋นเฟิง
นางยื่นมือสั่นเทาออกไปแตะเบา ๆ บนศีรษะยุ่งเหยิงของโม่อวิ๋น
เฟิง
“เจ้าเป็นอวิ๋นเฟิงของข้าจริง ๆ หรือ?”
โม่อวิ๋นเฟิงเสยผมที่ปรกหน้าไปด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้น
“ท่านแม่ ลูกอกตัญญูอวิ๋นเฟิงอยู่ที่นี่แล้ว”
คราวนี้เมื่อไม่มีผมบดบังใบหน้า แม้จะยังมีหนวดเคราขึ้นเต็ม แต่
ฮูหยินผู้เฒ่าก็จ าบุตรชายของตัวเองได้ในทันที่
“อวิ๋นเฟิง… เป็นอวิ๋นเฟิงจริง ๆ … อวิ๋นเฟิงของแม่ยังไม่ตาย… ดี
จริง ๆ …”
ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นเต้นจนกอดโม่อวิ๋นเฟิงไว้แน่นและร้องไห้โฮ
พี่สะใภ้สามก็อยากจะถามถึงสภาพของสามี แต่เมื่อเห็น
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับสามี นางจึงอดทนไม่เข้าไปแทรก
นางยังคงเกาะแขนของเฮ่อจือหร่านไว้พลางร ่าไห้ไม่หยุด
ฮูหยินผู้เฒ่าร้องไห้อยู่พักหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ตบไหล่ของโม่อวิ๋น
เฟิง พร้อมกับประคองเขาให้ลุกขึ้น
“ตลอดหลายปีที่เจ้าจากบ้านไป ไม่รู้ว่าสะใภ้เฝิงหลั่งน ้าตาเพื่อ
เจ้าไปมากมายแค่ไหนแล้ว”
ขณะพูด ฮูหยินผู้เฒ่าก็ดึงโม่อวิ๋นเฟิงมาตรงหน้าสะใภ้สาม
ดวงตาของสะใภ้สามพร่าเลือนไปด้วยหยาดน ้าตา
“สามีของข้า ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องอิจฉาน้องสะใภ้แปดอีกแล้ว…
ฮึก…ข้าเองก็มีสามีแล้ว… ฮือ ๆ ๆ…”
โม่อวิ๋นเฟิงก้าวเท้ายาว ๆ มาตรงหน้าสะใภ้สาม แล้วโอบกอดนาง
เข้าสู่อ้อมอกของเขา
“ขอโทษนะฉุยเหลี่ยน ข้าท าให้เจ้าต้องทุกข์ใจมาตลอดหลายปี
ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง”