ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 149 คืนแหวน
ในขณะก าลังวางแผนอยู่นั้น จิตส านึกของเฮ่อจือหร่านก็เข้าไป
ในพื้นที่มิติแล้ว
นางต้องการตรวจสอบมูลค่าของแหวนวงนั้นของฮูหยินฟางก่อน
เดิมทีคิดว่าแหวนเล็ก ๆ วงหนึ่ง ราคาที่ประเมินในเถาเป่าคงจะ
ใกล้เคียงกับพวกปิ่นเงินและของชิ้นอื่น ๆ
แต่สิ่งที่ท าให้เฮ่อจือหร่านประหลาดใจก็คือ ราคาแนะน าของ
แหวนวงนั้นสูงถึงแปดแสนหยวน!
เฮ่อจือหร่านไม่ค่อยรู้เรื่องอัญมณีพวกนี้ แต่นางเชื่อว่าราคา
ประเมินในเถาเป่าคงไม่ผิดพลาด
นางไม่รู้ว่าฮูหยินฟางใช้วิธีอะไรเก็บรักษาแหวนวงนี้ไว้ตอนที่
เรือนถูกรื้อค้น แต่ดูจากมูลค่าแล้ว แหวนวงนี้ต้องมีความหมายพิเศษ
ส าหรับฮูหยินฟางมากแน่
เฮ่อจือหร่านตัดสินใจจะคืนแหวนให้ฮูหยินฟางก่อน
เมื่อจิตส านึกกลับออกมาจากพื้นที่มิติ ก็เห็นพี่สะใภ้รองจ้องมอง
นางอยู่
“พี่สะใภ้รอง ตอนที่ข้าเข้าไปท าธุระในป่า ข้าเห็นว่ามีสมุนไพร
อยู่เยอะมาก พวกเราก็รู้จักอยู่บ้าง พรุ่งนี้ลองไปปรึกษากับพี่เผิงดู
หรือไม่ ว่าจะพาทุกคนไปเก็บสมุนไพรใช้แลกเงินได้บ้าง”
เดิมทีคิดว่าเมื่อคิดวิธีหาเงินได้แล้ว พี่สะใภ้รองจะดีใจ แต่ใครจะรู้
ว่านางยังคงท าสีหน้าเศร้าอยู่
“น้องสะใภ้เก้า มันเป็นวิธีที่ดีจริง ๆ แต่พวกเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้
พวกเราออกไปจากที่นี่เลย แล้วจะไปเก็บสมุนไพรได้อย่างไรเล่า?”
เฮ่อจือหร่านต้องยอมรับว่าความคิดของตัวเองนั้นเรียบง่าย
เกินไป
เผิงวั่งไว้ใจนางและโม่จิ่วเยี่ย ความไว้ใจนี้ได้มาจากการฝ่าฟัน
เหตุการณ์ต่าง ๆ มาด้วยกัน
นางคงไม่อาจเสียหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้
พอคิดไปคิดมา เฮ่อจือหร่านก็คิดอะไรไม่ออกในตอนนี้
สะใภ้รองเห็นเฮ่อจือหร่านล าบากใจ จึงเอ่ยปากว่า “น้องสะใภ้เก้า
เรื่องนี้พวกเราช่วยอะไรไม่ได้ เจ้าอย่ากังวลไปเลย”
“ได้ ข้าฟังพี่สะใภ้รอง ถึงอย่างไรพวกเราก็มีสถานะแบบนี้ หาก
ท าอะไรก็ควรพิจารณาตามก าลังของตัวเองจะดีกว่า”
พวกนางพูดคุยกันอีกสักพัก พี่สะใภ้รองพลันหาวออกมา แล้วจึง
ชวนกันกลับไปพักผ่อน
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าคนตระกูลฟางยังไม่ได้พักผ่อน จึงน าแหวนวง
นั้นออกมาจากพื้นที่มิติแล้วส่งให้ฮูหยินฟาง
“ท่านป้า แหวนวงนี้คงมีความส าคัญกับท่านมาก ข้าตั้งใจจะมอบ
คืนให้”
ฮูหยินฟางเห็นแหวนวงนั้น ดวงตาก็แดงก ่าทันที่ แต่นางไม่ได้ยื่น
มือออกไปรับ
“ไม่ ข้าใช้แหวนวงนี้แลกปลากับเจ้า ไม่อาจรับมันคืนได้”
เฮ่อจือหร่านพลันยัดแหวนใส่มือฮูหยินฟาง
“ท่านป้า แหวนของท่านดูมีค่ามาก ปลาไม่กี่ตัวของข้าไม่มีทาง
คุ้มค่าเท่ามันหรอก”
ฮูหยินฟางรับแหวนไป พลางพูดด้วยเสียงสะอื้น “ข้าไม่ปิดบังเจ้า
แหวนวงนี้เป็นของที่ท่านแม่ข้ามอบให้ ตอนที่ถูกยึดทรัพย์ไป ข้า
อยากเก็บมันไว้เป็นของระลึก จึงซ่อนแหวนไว้ในมวยผมและน ามัน
ออกมาได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นบุตรหลานท้องหิวจนน่าสงสาร ข้าคงไม่
มีทางเอามันออกมาเด็ดขาด”
“ท่านป้า ในเมื่อแหวนนี้มีค่ามาก ต่อไปท่านก็เก็บมันให้ดี ๆ อย่า
เอาออกมาแลกสิ่งของถ้าไม่จ าเป็น”
เฮ่อจือหร่านไม่ถนัดเรื่องปลอบใจ จึงบอกนางไม่กี่ประโยคก็จาก
ไปแล้ว
ในสถานการณ์ที่ไม่ได้คิดถึงอันตรายล่วงหน้า เฮ่อจือหร่านพา
โม่จิ่วเยี่ยเข้าไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ
ช่วงกลางวันทั้งสองคนนอนมากไปหน่อย ท าให้ตอนนี้จึงยังไม่
ง่วง
เฮ่อจือหร่านนึกถึงพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้จากพื้นที่มิติซึ่งยังไม่เคย
ลองชิม จึงคิดจะใช้มันท าเป็นอาหารมื้อดึก
แม้ว่าอาหารมื้อดึกจะเป็นพวกผักเสียส่วนใหญ่ แต่เฮ่อจือหร่านก็
พบเรื่องน่าประหลาดใจว่า ผักที่ผลิตจากพื้นที่มิตินั้นไม่เพียงมีดูสวย
แต่รสชาติยังยอดเยี่ยมด้วย
อย่างมะเขือเทศก็มีรสเปรี้ยวอมหวาน อร่อยยิ่งกว่าผลไม้เสียอีก
แตงกวาก็เช่นกัน กินแล้วจะมีรสหวานหน่อย ๆ ส่วนผักชีก็มีกลิ่น
หอมเข้มข้นกว่าที่นางเคยกินมา…
สรุปคือทุกอย่างที่เป็นผลผลิตจากพื้นที่มิติ ล้วนเป็นของชั้นเลิศ!
จนกระทั่งดึกดื่น ทั้งสองคนจึงนอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียงอย่าง
สบายใจ
เช้าวันถัดมา โม่จิ่วเยี่ยทักทายเผิงวั่งแล้วพาเฮ่อจือหร่านออกไป
ข้างนอก
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปในป่า แต่เฮ่อจือหร่านค านึงว่าพืชผลที่สุก
งอมในพื้นที่มิติ ส่วนใหญ่เป็นผักและธัญพืช ทั้งสองจึงตัดสินใจไป
เดินเล่นในเมืองอย่างกะทันหัน
ข้าวสารสามารถซื้อได้ที่ตลาด ส่วนผักก็เลือกอันที่เหมาะสมแล้ว
น ากลับไป
อาจเป็นเพราะการค้นหาตัวหนานเหิงไปทั่วทั้งเมือง จึงท าให้มีคน
เดินบนถนนไม่มากนัก
แม้ร้านรวงสองข้างทางจะเปิดร้านตามปกติ แต่ก็แทบไม่มีลูกค้า
เลย
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย
ขณะทั้งสองเดินมาถึงหน้าร้านปักผ้า ก็มีเด็กสาวอายุราวสิบ
สามสิบสี่ปีเดินออกมาพร้อมกับสาวใช้สองคน
ตามมาด้วยสตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง
สตรีผู้นั้นถือของคล้ายกับตุ๊กตาอยู่ในมือ
“คุณหนูลี่ ร้านของข้าเป็นกิจการเล็ก ๆ ถ้าท่านไม่รับตุ๊กตาที่สั่ง
ไว้ ข้าจะน าไปขายให้ใครเล่า?”
คุณหนูลี่หันกลับมาพูดอย่างโมโห “ของที่เจ้าท ามาไม่ถูกใจข้า
ข้าไม่รับมันหรอก”
“แต่คุณหนูลี่ ตุ๊กตาพวกนี้ท าตามแบบที่ท่านให้มาทุกอย่าง ท่าน
จะบอกว่าไม่ถูกใจแล้วไม่รับของไปได้อย่างไรกัน? ท่านดูสิ ตุ๊กตา
พวกนี้ท าจากวัสดุชั้นดีทั้งนั้น แค่ซื้อวัสดุพวกนี้ข้าก็เสียเงินไปมาก
แล้ว ยังไม่รวมค่าแรงที่ข้าจ่ายล่วงหน้าไปแล้วด้วย ถ้าท่านไม่รับข้าก็
จะขาดทุนนะ…”
คุณหนูลี่มองตุ๊กตาในมือหญิงคนนั้นอย่างดูถูกแล้วเดินจากไป
อย่างไม่สนใจ
เฮ่อจือหร่านมองตุ๊กตาในมือสตรีนางนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์
ถ้าพูดถึงวัสดุ ดูแล้วก็มีราคาจริง ๆ ไม่ต่างจากเสื้อผ้าของคุณหนู
ลี่เท่าไหร่
เป็นแบบนี้นี่เอง…
ไม่แปลกที่คุณหนูลี่ไม่สนใจซื้อ เพราะรูปร่างของมันดูแปลก
ประหลาดจริง ๆ
บ้างก็เหลี่ยม บ้างก็กลม บ้างก็แบน นางมองอยู่นานก็ยังไม่รู้ว่า
มันคืออะไร
จู่ ๆ เฮ่อจือหร่านก็นึกอะไรขึ้นมาได้
ชาติที่แล้วนางมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ชอบท าตุ๊กตาและงานฝีมือ
พวกนี้
หลังจากท าเสร็จแล้ว ยังส่งให้นางสองสามตัว ตอนนี้พวกมันก็
วางอยู่หัวเตียงในพื้นที่มิติของนาง
เฮ่อจือหร่านยืนแนบชิดร่างกายของโม่จิ่วเยี่ย
ส าหรับการกระท าอันสนิทสนมเช่นนี้ของนาง พาให้โม่จิ่วเยี่ยยัง
รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกได้ว่ามีสิ่งของเพิ่มขึ้นมาในมือคู่นั้นที่ยืนอยู่
ด้านหน้าเขา
พอชายหนุ่มก้มลงมอง ปรากฏว่าเป็นตุ๊กตาที่นางวางไว้ตรงหัว
เตียง
ที่แท้ก็เป็นเขาที่ความเข้าใจผิด นางแค่ใช้ตัวเขาเป็นจุดก าบังเท่า
นั้นเอง…
เฮ่อจือหร่านเดินเร็ว ๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าคุณหนูลี่ แล้วยืน
กระต่ายสีขาวหูยาวขนฟูที่ท าด้วยมือให้นางดู
“คุณหนู ท่านดูนี่สิ ตุ๊กตาของข้าเป็นอย่างไร?”
จู่ ๆ ถูกคนเข้ามาขวางทางไว้ คุณหนูลี่อยากจะระบายความ
โกรธตามสัญชาตญาณ แต่พอนางเห็นกระต่ายสีขาวนุ่มฟูตัวนั้น สี
หน้าก็เปลี่ยนไปทันที่
จากความไม่พอใจกลายเป็นความประหลาดใจและดีใจใน
พริบตา
“กระต่ายตัวนี้เจ้าขายหรือไม่? ข้ายินดีจ่ายมันในราคาสูง”
เจ้าของร้านปักผ้าเห็นตุ๊กตากระต่ายหูยาวนั้นแล้ว ถึงกับลืมเชิญ
เชื้อคุณหนูลี่ซื้อตุ๊กตาของตัวเอง พลางรีบเดินเข้ามาด้วยความ
ตื่นเต้น
“แม่นาง ตุ๊กตาตัวนี้เจ้าท าเองหรือ?”
เฮ่อจือหร่านมองทั้งสองคน แล้วตอบพวกเขา
“ตุ๊กตากระต่ายนี้ข้าท าเอง ไม่ได้ขาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณหนูลี่ก็ร้อนใจ “ถ้าเจ้ายอมขายตุ๊กตาตัวนี้ให้
ข้า ข้าจะให้สิบต าลึง”
แต่เฮ่อจือหร่านยังคงส่ายหน้าอย่างใจเย็น
นางไม่ได้น าตุ๊กตากระต่ายออกมาเพื่อแลกกับเงินสิบต าลึงนี้
เฮ่อจือหร่านเดินผ่านคุณหนูลี่ไปหาเจ้าของร้านปักผ้าโดยตรง
“เจ้าของร้าน ถ้าข้าท าตุ๊กตาแบบนี้ออกมา ร้านปักผ้าของท่าน
ยินดีรับซื้อหรือไม่?”