ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 176 ข้าวปั้นน้อย
เฮ่อจือหร่านยิ่งฟังยิ่งรู้สึกสนใจ จึงถามต่อว่า “แล้วหลังจากนั้น
เล่า?”
เมื่อพูดถึงเรื่องราวต่อมา โม่จงหยวนพลันรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
“ตอนต้นปี ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตัวกินเหล็กคู่นี้ถึงไม่มาที่นี่อีก ข้า
กังวลว่าพวกมันอาจจะเจอกับอันตรายจึงขึ้นเขาไปตามหาหลายครั้ง
แต่ก็ไม่พบ กระทั่งเดือนที่แล้ว ตัวกินเหล็กตัวหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส
คาบลูกของมันมาหาข้า มันบาดเจ็บหนักมาก หลังจากฝากลูกไว้กับ
ข้าก็สิ้นใจไป ข้าสงสารเจ้าตัวน้อยที่ก าพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กจึงเก็บ
มันไว้และดูแลมาตลอด”
พอรู้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นี้ไร้พ่อแม่ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกสะเทือนใจ
อย่างยิ่ง จึงกอดมันแน่นขึ้นอีก
ขณะโม่จงหยวนเล่าเรื่องของเจ้าตัวน้อย เขาก็ได้อธิบายสาเหตุ
เรื่องผีสิงของที่นี่ไปด้วย
ไม่แปลกใจเลยที่หม่าจวิ้นซานจะบอกว่า บ้านที่อยู่ทางทิศ
ตะวันออกมีผีสิง ที่แท้ก็เป็นเสียงจากแพนด้ายักษ์สองตัวที่ท าขึ้นเพื่อ
ตอบแทนบุญคุณของพี่ห้านี่เอง
โม่จงหยวนสังเกตว่าน้องสะใภ้เก้าชอบเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้มาก
“หากน้องสะใภ้เก้าชอบ เจ้าก็เลี้ยงมันไว้เถอะ ข้าเป็นผู้ชายตัวโต
มือไม้หยาบกระด้าง คงดูแลมันได้ไม่ดี”
เฮ่อจือหร่านยิ้มแย้มขึ้นมาทันที่ นับตั้งแต่มาอยู่ในยุคโบราณ นี่
เป็นครั้งแรกที่นางแสดงท่าทางไม่ส ารวมเช่นนี้
“เช่นนั้นข้าขอบคุณพี่ห้ามากเจ้าค่ะ”
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเคยเห็นเฮ่อจือหร่านดีใจขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ความสุขของนางส าคัญกว่าอะไรทั้งหมด
เขาก้าวเข้าไปลูบหลังเจ้าตัวน้อยเบา ๆ “ในเมื่อจะเลี้ยงมันแล้ว
เจ้าก็ตั้งชื่อให้มันสิ”
เฮ่อจือหร่านคิดสักพักแล้วพูดขึ้นว่า “มันตัวกลมป้อมเหมือน
ก้อนข้าวปั้น เรียกว่าข้าวปั้นน้อยก็แล้วกัน”
โม่จิ่วเยี่ยเปลี่ยนมาลูบหัวนางอย่างเอ็นดู “ดี เรียกมันว่าข้าวปั้น
น้อย”
สองสามีภรรยาเดินน าหน้าไปอย่างหวานชื่น ส่วนโม่จงหยวนกับ
โม่ชูหานที่เดินตามหลังแทบจะทนดูไม่ได้
เพื่อไม่ให้รบกวนน้องเก้ากับภรรยาที่ก าลังหวานชื่น โม่ชูหานจึง
ดึงโม่จงหยวนให้เดินเร็วขึ้นอีกหลายก้าว
“พี่ห้า พวกเราเดินเร็วขึ้นหน่อยเถอะ ท่านแม่กับพี่สะใภ้ห้าก าลัง
รอท่านอยู่”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านยังคงตื่นเต้นที่ได้ครอบครองสมบัติชิ้นใหญ่
เพื่อให้ข้าวปั้นน้อยได้กินอาหารที่ดีขึ้น นางจึงเข้าไปในพื้นที่มิติ
แล้วใช้เงินสามพันหยวนเพื่อสร้างป่าไผ่ขึ้นมา รวมถึงปลูกต้นไผ่
อร่อย ๆ ไว้เต็มไปหมด
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังเตรียมนมอีกหลายถ้วยไว้ให้ข้าว
ปั้นน้อยดื่มได้ทุกเมื่อ
สมบัติที่เฮ่อจือหร่านเลี้ยงไว้จะต้องได้รับการดูแลดั่งสมบัติของ
ชาติ!
แม้ว่าโม่ชูหานกับโม่จงหยวนจะเร่งฝีเท้าแล้ว แต่ด้วยระยะทางสั้น
ๆ แค่นี้ พวกเขาก็ไม่ได้เร็วไปกว่าคู่สามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยสักเท่าไหร่
ทั้งสี่คนกลับมาถึงที่พักของคนสกุลโม่ตามล าดับ
โม่จงหยวนได้รู้จักกับมารดาก่อนตามค าแนะน าของโม่ชูหาน
จากนั้นก็เป็นภรรยา
หลังทั้งสองทราบว่าโม่จงหยวนสูญเสียความทรงจ าก็ร้องไห้โฮ
ออกมาพร้อมกัน
โดยเฉพาะพี่สะใภ้ห้าที่อดทนเป็นหม้ายมาหลายปี ในที่สุดสามี
นางก็ฟื้นคืนชีพ แต่อีกฝ่ายกลับจ านางไม่ได้
เรื่องแบบนี้นางยังไม่อาจยอมรับได้ในทันที่
พี่สะใภ้ห้าจับแขนของโม่จงหยวนไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ท่านพี่ ท่านจ าข้าไม่ได้จริง ๆ หรือ ท่านเคยบอกว่าหลังกลับมา
อย่างมีชัย ท่านจะพาข้าไปกินหมูตงพัวที่หอเดือนเต็มในเมืองหลวง
ท่านยังบอกอีกว่าจะหาเวลาพาข้าไปขอลูกจากพระโพธิสัตว์ที่วัด
ท่านลืมสิ่งเหล่านี้ไปหมดแล้วหรือ”
เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าร้องไห้จนใบหน้าเปียกปอน โม่จง
หยวนจึงพยายามนึกถึงสิ่งที่นางพูด
แต่ยิ่งคิดหัวสมองของเขาก็ยิ่งปวดจนต้องเอามือกุมศีรษะและ
ทรุดนั่งยองอยู่บนพื้น สีหน้าแสดงความเจ็บปวด
เฮ่อจือหร่านรู้ว่านี่เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่สูญเสีย
ความทรงจ า
ส่วนใหญ่อาการแบบนี้เกิดจากการที่ผู้ป่วยพยายามนึกถึง
เรื่องราวในอดีต สุดท้ายยิ่งคิดก็ยิ่งท าให้ปวดหัวมากขึ้น
ที่จริงแล้วส าหรับโม่จงหยวนนั้น การเกิดสถานการณ์เช่นนี้ถือ
เป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันบ่งบอกว่าเขามีโอกาสฟื้นคืนความทรงจ า
ได้สูง
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรไปกระตุ้นคนไข้มากเกินไป
เฮ่อจือหร่านเห็นพี่สะใภ้ห้าตื่นเต้นและยังอยากจะพูดอะไร
บางอย่างเพื่อให้โม่จงหยวนระลึกถึงความทรงจ าได้ นางจึงรีบเข้าไป
ห้ามไว้
“พี่สะใภ้ห้า พี่ห้าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ หากกระตุ้นเขาเช่นนี้อาจ
ท าให้เขาบาดเจ็บได้ง่าย”
พี่สะใภ้ห้าไม่รู้ว่าการกระท าเช่นนี้จะท าร้ายสามีได้อย่างไร แต่
นางก็ไม่สงสัยในค าพูดของน้องสะใภ้เก้าเลย
เมื่อคิดว่าการกระท าของตนอาจท าร้ายสามีได้ แม้ในใจสะใภ้ห้า
จะมีค าพูดอีกมากมายที่อยากจะเอ่ย แต่ตอนนี้นางก็ไม่กล้าอีกแล้ว
โดยเฉพาะหลังเห็นสีหน้าเจ็บปวดของโม่จงหยวน ตอนนี้พี่สะใภ้
ห้ามีแต่ความรู้สึกสงสารเขาเท่านั้น
นางเข้าไปหาและค่อย ๆ พยุงโม่จงหยวนให้ลุกขึ้นมา
“ท่านพี่ ข้าจะไม่พูดอีกแล้ว ถ้าท่านนึกไม่ออกก็ค่อย ๆ นึกไป
เถอะ ต่อไปข้ายังมีเวลามากมายที่จะเล่าเรื่องราวในอดีตของพวกเรา
ให้ท่านฟัง”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็อยากจะใกล้ชิดกับบุตรชายให้มากขึ้น แต่เมื่อเห็น
คู่สามีภรรยาที่พลัดพรากกันมานานได้พบกันอีกครั้ง ในฐานะผู้
อาวุโส นางไม่ควรเสียมารยาทเช่นนั้น
ดังนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเรียกคนอื่น ๆ ให้มาที่กองไฟ
โม่ชูหานและโม่จิ่วเยี่ยอาสาเล่าสถานการณ์ของพี่ห้าให้มารดา
ฟัง
พี่สะใภ้ทั้งหลายกับโม่หานเยี่ยก็สนใจข้าวปั้นน้อยในอ้อมแขน
ของเฮ่อจือหร่าน
ดวงตาของโม่หานเยี่ยยังคงเอ่อล้นไปด้วยน ้าตา นางใช้แขนเสื้อ
เช็ดมันอย่างลวก ๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้เฮ่อจือหร่าน
“พี่สะใภ้เก้า สิ่งเล็ก ๆ ในอ้อมแขนของท่านคล้ายตุ๊กตาหมี
แพนด้าที่พวกเราท ามากเลย”
เฮ่อจือหร่านพลิกตัวข้าวปั้นน้อยให้หันหน้าไปทางทุกคน
“มันคือหมีแพนด้าจริง ๆ”
ดวงตาของโม่หานเยี่ยสว่างวาบขึ้นทันที่
“พี่สะใภ้เก้า มันเป็นหมีแพนด้าจริง ๆ หรือ? มันน่ารักมาก ข้าขอ
อุ้มหน่อยได้หรือไม่”
เพียงให้กอดเท่านั้น เฮ่อจือหร่านไม่ได้คิดหวง
ใครจะรู้ว่าเพียงข้าวปั้นน้อยสัมผัสกับโม่หานเยี่ย มันก็พลันหด
ตัวกลับทันที่ ตามมาด้วยส่งเสียงร้องเบา ๆ
โม่หานเยี่ยตกใจกับการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของข้าวปั้น
น้อยจึงชักมือกลับ
“พี่สะใภ้เก้า ดูเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่ชอบข้าเลย”
“พี่ห้าเพิ่งบอกว่าข้าวปั้นน้อยกลัวคนแปลกหน้าอยู่บ้าง”
โม่หานเยี่ยกะพริบตาโตเหมือนจะไม่เชื่อ
“แล้วพี่สะใภ้เก้าไม่ใช่คนแปลกหน้าหรือ?”
จุดนี้เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกแปลกใจมาก ตั้งแต่เจ้าตัวน้อยนี้มาอยู่ใน
อ้อมกอดของนาง มันก็เชื่องมาก ไม่เห็นว่ามันจะมีอาการไม่คุ้นเคย
แต่อย่างใด
หรือว่า นางจะมีสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ในการดึงดูดแมวจริง ๆ
เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านจึงลองให้พี่สะใภ้คนอื่นอุ้มข้าวปั้น
น้อยดู
ผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด ข้าวปั้นน้อยปฏิเสธทุกคนทันที่
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านมั่นใจได้อย่างเต็มที่แล้วว่าโชคชะตาระหว่าง
นางกับข้าวปั้นน้อยถูกก าหนดเอาไว้แล้ว
ไม่คิดว่าความฝันที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ในชาติก่อนจะ
กลายเป็นจริงหลังจากนางทะลุมิติมาแล้ว
เหล่าสตรีแหย่ข้าวปั้นน้อยอีกครู่หนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเหลี
ยงห่าวและคนอื่น ๆ ยังนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเดียวดาย
พลันนึกขึ้นได้ว่าเฮ่อจือหร่านยังไม่รู้เรื่องที่เหลียงห่าวกับคนอื่น
ๆ ท าในคืนนี้ พี่สะใภ้รองจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เฮ่อจือหร่านฟังอีก
ครั้ง
แต่เดิมเฮ่อจือหร่านคิดว่าหลังจากลงหลักปักฐานที่นี่แล้ว จะไป
เยี่ยมเยือนรองนายอ าเภอชุยกับโม่จิ่วเยี่ยด้วยกัน ไม่คิดว่าเหลียงห่าว
กับคนอื่นจะชิงลงมือก่อน
ตราบใดที่น ้ามันไม่ไหลไปที่นาของคนอื่น ใครเป็นคนลงมือล้วน
ไม่ส าคัญ
ทว่าหลังรู้ว่าที่เรือนของรองนายอ าเภอชุยยังเหลือสิ่งของโบราณ
ภาพวาดและภาพอักษรจ านวนมากที่ไม่สามารถน ากลับมาได้ หัวใจ
ของเฮ่อจือหร่านก็เริ่มกระสับกระส่ายอีกครั้ง