ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 177 ข้าเแค่อยากถามบางอย่าง
เมื่อหาโอกาสที่เหมาะสมได้ นางก็จะไปที่นั่นอีกครั้ง เงินที่ได้มา
สามารถใช้ซื้อของอร่อย ๆ ในเถาเป่าให้ข้าวปั้นน้อยได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่เร่งด่วน เรือนของรองนายอ าเภอชุยก็อยู่
ตรงนั้น ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน
ตอนนี้สิ่งส าคัญที่สุดคือการถอนพิษให้โม่จงหยวนก่อน รวมถึง
ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัวด้วย
คนสกุลโม่ส่งเสียงดังไม่น้อย แม้ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยจะไม่รู้
ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากสถานการณ์แล้วก็รู้ว่าที่นี่ต้องเกิดเรื่อง
แน่นอน
ด้วยความเป็นห่วง เซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวจึงเดินมาดู
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าการที่บุตรชายคนที่ห้าฟื้นคืนชีพเป็นเรื่องดี
ในอนาคตเขาก็ต้องเผยตัวต่อหน้าผู้คนบ่อย ๆ จึงไม่จ าเป็นต้องปิดบัง
ดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่าจึงเล่าเรื่องของโม่จงหยวนให้ทั้งสองคนฟัง
ด้วย
เมื่อเซี่ยเทียนไห่และฟางฉวนโจวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีกับคน
สกุลโม่อย่างจริงใจ
หลังจากรู้ว่าโม่จงหยวนสูญเสียความทรงจ า ทั้งสองคนก็เอ่ย
ปลอบโยนฮูหยินผู้เฒ่าสักพัก ก่อนจะกลับไปยังที่พักของตัวเอง
ฮูหยินผู้เฒ่ามองท้องฟ้า เวลานี้ล่วงเลยยามเที่ยงคืนไปแล้ว หาก
ไม่รีบพักผ่อน เกรงว่าทุกคนจะไม่มีแรงเผชิญกับเรื่องอีกมากมายใน
วันพรุ่งนี้ จึงเร่งให้ทุกคนไปพักผ่อน
ยามนี้ไม่สามารถจัดหาที่พักให้เหลียงห่าวกับคนอื่นรวมไปถึงโม่
จงหยวนที่เข้ามาใหม่ได้ เพราะกระโจมที่มีอยู่จ ากัด
เฮ่อจือหร่านจึงเสนอให้ฮูหยินผู้เฒ่าพาโม่หานเยี่ยไปอาศัยนอน
อยู่บนเกวียนลา พี่ห้ากับพี่สะใภ้ห้าอยู่ในกระโจมเดียวกัน ส่วนเหลียง
ห่าวและคนอื่นให้พักอยู่ในบ้านชั่วคราว
ทุกคนไม่คัดค้าน ต่างพากันแยกย้ายไปพักผ่อน
เฮ่อจือหร่านเพิ่งจะหันหลังไป ข้าวปั้นน้อยก็กอดขาของนางไว้
แน่น
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเจ้าตัวน้อยติดภรรยาของเขา จึงจ าใจต้องก้มอุ้ม
มันขึ้นมา
ไม่คิดว่าข้าวปั้นน้อยจะไม่คิดรังเกียจอ้อมกอดของเขา
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านด้วยมืออีกข้าง ส่วนอีกมือก็อุ้มข้าว
ปั้นน้อย เดินกลับเข้าไปในกระโจม
เพียงเข้าไปในกระโจมแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รีบจูงโม่จิ่วเยี่ยกับข้าว
ปั้นน้อยเข้าไปในพื้นที่มิติ
เมื่อเห็นความเขียวชอุ่มในพื้นที่มิติเพาะปลูก ข้าวปั้นน้อยก็ลืม
การเกาะติดเจ้าของคนใหม่ทันที่ มันวิ่งด้วยขาสั้น ๆ ขึ้นไปบนเนิ่น
เขาอย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านเตรียมหน่อไม้อ่อน แคร์รอต และนมไว้ให้มันใน
พื้นที่มิติเพาะปลูก เมื่อข้าวปั้นน้อยวิ่งจนเหนื่อยก็สามารถมากินได้
ตอนนี้สิ่งที่นางต้องท าคือเตรียมยาส าหรับถอนพิษให้เร็วที่สุด
เพื่อรักษาพิษในร่างของโม่จงหยวน
หลังจากท าการวิจัยและทดลองตลอดทั้งคืน เฮ่อจือหร่านก็
สามารถสร้างยาถอนพิษได้ส าเร็จก่อนฟ้าสาง
ในตอนนั้นดูเหมือนว่าข้าวปั้นน้อยจะวิ่งจนเหนื่อยแล้ว มันจึงค่อย
ๆ เดินกลับมาหาเจ้านายทั้งสองคน
เฮ่อจือหร่านตรวจสอบอาหารที่ตนให้ข้าวปั้นน้อยกินก็พบว่ามัน
กินจนหมดเกลี้ยงแล้ว
นางจึงซื้อไผ่และหน่อไม้จากเถาเป่ามาให้มันเพิ่ม
ข้าวปั้นน้อยเป็นนักกินตัวยง เมื่อเห็นของอร่อยก็จะลืมไปว่าเคย
ท าตัววุ่นวายอยู่กับเจ้าของ
ช่วงเวลานั้นเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยต่างล้างหน้าล้างตากัน
เรียบร้อยแล้ว จึงพาข้าวปั้นน้อยที่กินจนอิ่มหน าส าราญออกไปจาก
พื้นที่มิติ
ข้างนอกฟ้ายังไม่สว่างมาก ทุกอย่างจึงดูมืดครึ้มไปหมด
มีพี่สะใภ้หลายคนที่ตื่นแล้ว พวกนางก่อกองไฟอยู่ระหว่าง
กระโจมหลายหลังเพื่อให้ความอบอุ่น
โม่จงหยวนดูจะมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นมากในเช้านี้ อาจเป็นเพราะ
เขามีครอบครัวคอยอยู่เคียงข้าง
หลังจากทานอาหารเช้าอย่างเรียบง่ายเสร็จ เซี่ยเทียนไห่กับ
ฟางฉวนโจวก็มาหา
พวกเขามีความคิดเหมือนกับเฮ่อจือหร่าน คือตั้งใจจะไป
สอบถามที่บ้านตระกูลจ้าวและตระกูลโจวในหมู่บ้าน เพื่อดูว่าจะ
สามารถเช่าบ้านส าหรับพักอยู่ชั่วคราวได้หรือไม่
ยาแก้พิษของเฮ่อจือหร่านปรุงเสร็จแล้ว การที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยจะ
เข้าเมืองไปก็เพียงใช้การซื้อยาสมุนไพรเป็นข้ออ้างเพื่อหาเหตุผลให้
ยาแก้พิษได้น าออกมาใช้
ตอนนี้ยาแก้พิษถูกเก็บไว้ในพื้นที่มิติ ทั้งสองคนจึงไม่ได้รีบร้อน
จะเข้าเมือง
ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจจะไปมองหาบ้านในหมู่บ้านก่อนแล้ว
ค่อยเข้าเมืองในภายหลัง
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ทั้งสองก็เตรียมจะไปหมู่บ้านพร้อมกับฟางฉ
วนโจวและเซี่ยเทียนไห่
แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเตรียมออกเดินทาง
กลับมีเจ้าก้อนนุ่ม ๆ มาขวางเท้าพวกเขาไว้เสียก่อน
เฮ่อจือหร่านก้มลงอุ้มข้าวปั้นน้อยขึ้นมาด้วยความเอ็นดู แล้วพูด
เสียงอ่อนว่า “ข้าวปั้นน้อย ข้ามีธุระต้องไปท า เจ้าเชื่อฟังแล้วรอข้าอยู่
ที่นี่นะ”
ข้าวปั้นน้อยกะพริบตา ดวงตาสีด าขลับคู่โตจ้องมองนางแน่วนิ่ง
ไม่ยอมจากไปไหนเลย
โม่หานเยี่ยเห็นเช่นนั้นจึงลองยื่นมือไปทางข้าวปั้นน้อยอย่าง
ระมัดระวัง “ข้าวปั้นน้อย เด็กดี เจ้าให้ข้าอุ้มหน่อยได้หรือไม่?”
ข้าวปั้นน้อยมองเฮ่อจือหร่านสลับกับโม่หานเยี่ย เหมือนจะเข้าใจ
แล้วว่าเจ้าของมีธุระต้องไปท า มันจึงยอมไปอยู่ในอ้อมกอดของโม่
หานเยี่ยอย่างไม่เต็มใจนัก
หลังจากจัดการข้าวปั้นน้อยเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือห
ร่านจึงเรียกฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่ให้ไปที่หมู่บ้านด้วยกัน
ภายในหมู่บ้านซีหลิ่ง พื้นที่ส าหรับอยู่อาศัยของทั้งสามตระกูล
แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวตั้งอยู่ตรงข้ามกัน
ของสองฝั่งถนนในหมู่บ้าน
ส่วนตระกูลชุยมีพื้นที่ค่อนข้างมาก ทั้งยังตั้งอยู่ตรงใจกลางของ
หมู่บ้านอีก
ด้วยเหตุนี้บ้านเรือนของทั้งสามตระกูลจึงมีลักษณะคล้ายกับรูป
สามเหลี่ยม
จากเหตุการณ์เมื่อวาน หากไม่จ าเป็น พวกเขาก็ไม่คิดจะติดต่อ
กับตระกูลชุยอีก ดังนั้นเป้าหมายในการเช่าบ้านจึงอยู่ที่ตระกูลจ้าว
และตระกูลโจว
ทุกคนมาถึงจุดแบ่งเขตระหว่างตระกูลจ้าวกับตระกูลโจว จากนั้น
ก็มองซ้ายแลขวา
เซี่ยเทียนไห่ถาม “หลานสะใภ้ เจ้าคิดว่าพวกเราควรไปที่ไหน
ก่อนดี?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รีบตอบ แต่อยากจะท าความเข้าใจ
สถานการณ์ของตระกูลจ้าวและตระกูลโจวก่อน
ประจวบเหมาะกับตอนนั้นที่มีหญิงคนหนึ่งก าลังอุ้มเด็กเดิน
ออกมาจากบ้านตระกูลจ้าว
เฮ่อจือหร่านก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปทักทายนางอย่างสุภาพ
“สวัสดีพี่สะใภ้ ข้าเป็นคนที่ถูกที่ว่าการอ าเภอส่งมาเมื่อวาน”
สตรีนางนั้นมองเฮ่อจือหร่านอย่างตื่นตระหนกแล้วก็หันหลังเดิน
จากไป
แต่ในยามเช้าตรู่แบบนี้กว่าจะได้เจอคนที่พอจะสอบถามข้อมูล
ได้ เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
ดังนั้น นางจึงรีบวิ่งตามไป
“พี่สะใภ้ ข้าไม่ใช่คนไม่ดีหรอก แค่อยากถามอะไรท่านสักหน่อย
เท่านั้น”
สตรีนางนั้นยังคงเดินต่อไปทางบ้านตระกูลโจวโดยไม่มีทีท่าว่าจะ
หยุด
“ถ้าเจ้าอยากรู้อะไรก็ไปถามผู้ใหญ่บ้านสิ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
ฟังจากน ้าเสียงของนาง เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวผู้ใหญ่บ้านชุย
มาก
อย่างไรก็ตามเฮ่อจือหร่านไม่อยากจะยอมแพ้ง่าย ๆ
นางแอบหยิบพวงเหรียญทองแดงเล็ก ๆ ออกมาจากพื้นที่มิติโดย
ใช้แขนเสื้อบังไว้ แล้วรีบวิ่งตามอีกฝ่ายไป ก่อนจะยัดมันใส่มือของ
นาง
“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลไป ข้าแค่อยากถามอะไรนิดหน่อยเท่านั้น”
หญิงคนนั้นสัมผัสได้ถึงน ้าหนักของเงินในมือจึงหยุดเดินทันที่
สีหน้าของนางดูลังเล ในขณะที่ไม่อาจต้านทานอ านาจของเงินก็
ยังกังวลว่าจะมีคนเห็นนางติดต่อกับคนพวกนี้
ตอนนั้นเองที่เด็กน้อยในอ้อมแขนของนางร้องไห้ขึ้นมา
เฮ่อจือหร่านจึงสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเด็กแดงก ่า ทั้งยังมีน ้ามูก
ไหลอีกด้วย
เด็กคนนี้คงจะไม่สบายแน่ ๆ
“พี่สะใภ้ดูเหมือนเด็กจะไม่สบาย ข้ารู้เรื่องการรักษาอยู่บ้างและมี
ยาสมุนไพรติดตัวมาด้วย ข้าช่วยดูเขาให้ท่านได้นะ”
ความจริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าหญิงคนนี้ออกมาจากบ้าน
ตระกูลจ้าวเพราะลูกป่วยแต่ไม่มีเงินรักษา นางจึงตั้งใจจะกลับไปหา
บ้านตระกูลเจียงฝั่งพ่อแม่ของตัวเองเพื่อหาทางแก้ไข
เงินที่เฮ่อจือหร่านมอบให้เมื่อครู่นี้พาลให้นางรู้สึกหวั่นไหว
เงินจ านวนนี้ไม่น้อยเลย อย่างน้อยก็คงมีสักหนึ่งร้อยเหวิน เงิน
จ านวนนี้เพียงพอส าหรับการรักษาอาการเจ็บป่วยของเด็กคนนี้แล้ว