ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 178 ทุกคนเรียกข้าว่ากุ้ยฮวา
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายสามารถช่วยรักษาเด็กได้ ความกลัวในใจ
ของสตรีผู้นั้นก็พลันท าลายลงทันที่
นางคุกเข่าลงต่อหน้าเฮ่อจือหร่าน “แม่นางได้โปรดช่วยลูกสาว
ของข้าด้วย”
เฮ่อจือหร่านรีบพยุงนางให้ลุกขึ้น
“การรักษาลูกของท่านไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงพี่สะใภ้ยอมตอบ
ค าถามของข้าสักเล็กน้อยก็พอ”
สตรีนางนั้นพยักหน้าอย่างหนัก “ได้ เจ้าถามมาได้เลย!”
“ขอถามพี่สะใภ้สักหน่อย ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเจียง
ตระกูลจ้าว และตระกูลชุยเป็นอย่างไร?”
หลังได้ยินค าถามนี้ อีกฝ่ายก็มีท่าทีตื่นเต้นเล็กน้อย
มองซ้ายมองขวาอยู่สักพักนางจึงกล่าวเสียงเบาว่า
“แม่นาง พวกเจ้าเพิ่งมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่งได้เมื่อวานก็ท าให้
ผู้ใหญ่บ้านชุยโกรธเสียแล้ว เขาส่งคนไปแจ้งตระกูลจ้าวกับตระกูล
โจวตั้งแต่กลางดึกว่าห้ามมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเจ้า”
เฮ่อจือหร่านขมวดคิ้ว “จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหากมา
เกี่ยวข้องกับพวกเรา?”
หญิงสาวถอนหายใจ “เมื่อไม่กี่ปีก่อน ท่านลุงคนหนึ่งในตระกูล
ของข้าเห็นคนที่ถูกทางการส่งตัวมาน่าสงสาร จึงแอบให้อาหารกับ
พวกเขาไปบ้าง แต่ก็ถูกคนตระกูลชุยจับได้และแจ้งผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านชุยจึงน าคนกลุ่มหนึ่งมาทุบตีท่านลุงข้าจนขาของเขา
เกือบจะหัก”
ได้ยินเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
“เป็นแค่ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งแท้ ๆ แต่กลับอ านาจบาตรใหญ่ถึง
เพียงนี้ เขารังแกผู้คนโดยไม่แยกแยะผิดถูก แล้วพวกคุณไม่คิดจะ
ต่อต้านเลยหรือ?”
หญิงสาวส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง “ตระกูลชุยมีญาติเป็นรอง
นายอ าเภอ พวกเราชาวบ้านธรรมดาจะกล้าไปขัดใจพวกเขาได้
อย่างไร?”
เฮ่อจือหร่านถามต่อ “แล้วพวกท่านอยู่กันอย่างปรองดอง
หรือไม่?”
“ภายนอกอาจดูเหมือนตระกูลจ้าวและตระกูลเจียงจะอยู่ร่วมกับ
ตระกูลชุยอย่างสงบสุข แต่ลับหลังพวกเราต่างเกลียดชังคนตระกูลชุย
กันทั้งนั้น”
ด้วยค าบอกเล่าของอีกฝ่าย เฮ่อจือหร่านก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่า
หากต้องการเช่าบ้านของตระกูลจ้าวและตระกูลโจว สิ่งแรกที่ต้องท า
คือข่มขู่ผู้ใหญ่บ้านชุยให้ได้ มิฉะนั้นทั้งสองตระกูลนี้คงจะไม่กล้าให้
พวกเขาเช่าบ้านแน่นอน
หลังได้รู้สิ่งที่ต้องการแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รักษาสัญญา ช่วยรักษา
อาการเจ็บป่วยของเด็กน้อย
นางเริ่มลูบหน้าผากของเด็ก จากประสบการณ์นางยืนยันได้ว่า
อุณหภูมิของเด็กคงต้องสูงกว่าปกติเป็นอย่างน้อย
เฮ่อจือหร่านช่วยจับชีพจรของเด็กน้อยอีกครั้ง และยืนยันได้
อย่างแน่นอนว่าเด็กก าลังเป็นไข้หวัด
เด็กน้อยคงจะมีไข้สูงมานานแล้ว ตอนนี้จึงดูไม่มีเรี่ยวแรงเลย
กระทั่งถูกมือเย็น ๆ ของนางแตะที่หน้าผากก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
มากนัก
ในสถานการณ์แบบนี้ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดเป็นวิธีการรักษาที่
ดีที่สุด
ทว่าน่าเสียดายที่เฮ่อจือหร่านไม่สามารถใช้วิธีการฉีดยารักษา
ได้อย่างเปิดเผย
จึงต้องเลือกวิธีการให้ยาเป็นตัวเลือกรองลงมา
จิตส านึกของนางเข้าสู่พื้นที่มิติ เลือกยาส าหรับเด็กที่เหมาะกับ
อาการมาหลายชนิดจากห้องยาในห้องพยาบาล แล้วเปลี่ยนบรรจุ
ภัณฑ์เป็นกระดาษน ้ามัน จากนั้นใช้แขนเสื้อบังแล้วหยิบออกมา
นางส่งห่อยาหลายอันให้กับหญิงสาว พร้อมอธิบายวิธีทานยา
อย่างละเอียด
“พี่สะใภ้ นี่คือยาลดไข้ ท่านกลับไปแล้วก็ให้เด็กกินเป็นอย่างแรก
ส่วนนี่คือยารักษาอาการคอบวมแดงของเด็กและยารักษาไข้รากสาด
ให้กินหลังจากยาลดไข้ประมาณครึ่งชั่วยามก็พอ”
“อีกอย่างพวกเราอาศัยอยู่ตรงเชิงเขาชั่วคราว ถ้าอาการของ
เด็กไม่ดีขึ้น ท่านสามารถไปหาข้าได้ที่นั่น”
หญิงคนนั้นก าห่อยาในมือแน่น แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเฮ่อจือห
ร่านอีกครั้ง
“ขอบคุณท่านหมอที่ให้ยา บ้านเดิมของข้าแซ่โจว หลังแต่งงาน
เข้าตระกูลจ้าว ทุกคนก็เรียกข้าว่ากุ้ยฮวา”
เฮ่อจือหร่านรีบพยุงนางขึ้นมา “พี่สะใภ้กุ้ยฮวาไม่ต้องเกรงใจ
ต่อไปพวกเราก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแล้ว การช่วยเหลือกันเป็นสิ่ง
ที่ควรท า”
หลังจากกุ้ยฮวากล่าวขอบคุณอีกครั้ง นางก็อุ้มลูกวิ่งกลับบ้านไป
อย่างรวดเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยและคนอื่น ๆ ต่างเห็นการสนทนาของทั้งสอง พวกเขา
ล้วนคิดไปในแง่เดียวกันกับเฮ่อจือหร่าน
ในสถานการณ์ตอนนี้ถ้าไม่ข่มให้อ านาจของคนตระกูลชุยลดลง
การหวังจะเช่าบ้านจากตระกูลโจวและตระกูลจ้าวได้ก็คงยาก
เซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวต่างรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที่
“หลานสะใภ้ ข้าจะไปพูดกับตระกูลชุยเดี๋ยวนี้”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ห้ามเขา แต่นางก็ไม่ได้คิดจะไปด้วย
ไม่มีเหตุผลอื่นใด แต่เพราะเมื่อวานตระกูลชุยเสียเปรียบให้พวก
เขา ผู้ใหญ่บ้านชุยคงไปร้องเรียนกับรองนายอ าเภอชุยในเมืองแต่เช้า
แล้ว แม้จะไปที่บ้านตระกูลชุยตอนนี้ก็คงไม่ได้พบผู้ใหญ่บ้านชุยแน่
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่าต้องเป็นเช่นนั้น เขามองท่านลุงทั้งสองคน พวก
เขาต่างเป็นปัญญาชนที่ไม่มีก าลังแม้แต่จะมัดไก่ ด้วยกังวลว่าพวก
เขาจะเสียท่าจึงเอ่ยเตือนว่า
“ท่านลุงทั้งสอง ตระกูลชุยคนมากอิทธิพลใหญ่ พวกท่านสองคน
ไปที่นั่นอาจจะเสียเปรียบ ไม่สู้กลับไปเรียกคนมาด้วยอีกสองสามคน
เถอะ”
สิ้นเสียง เซี่ยเทียนไห่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย “หลานชาย เจ้าไม่คิดจะ
ไปกับพวกเราด้วยหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้าแล้วพูดว่า
“เดิมทีวันนี้ข้ากับภรรยาก็ตั้งใจจะเข้าเมืองไปซื้อสมุนไพร
บางอย่าง คิดว่าการตามหาที่อยู่คงไม่ใช้เวลานานจึงมาด้วยกัน หาก
จะไปโต้เถียงกับคนตระกูลชุยอีก กลัวว่าเวลาจะยืดยาว พวกเราก็คง
ไม่ทันเข้าเมือง”
เซี่ยเทียนไห่พยักหน้า “หากหลานชายกับหลานสะใภ้มีธุระก็ไป
ท าเถอะ พวกเราจะไปเรียกคนในตระกูลไปพูดคุยกับตระกูลชุย
ด้วยกัน”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านคิดว่า แม้ผู้ใหญ่บ้านชุยจะไม่อยู่บ้าน
แต่พวกเขาไปก่อความวุ่นวายได้ก็ดี อย่างน้อยคงท าให้คนตระกูลชุย
รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่คิดจะรังแกได้ง่าย ๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกข้าวปั้นน้อยรบกวนอีก เฮ่อจือหร่านเลือกจะ
รออยู่ตรงนั้น ส่วนโม่จิ่วเยี่ยกลับไปน าเกวียนลาเพียงคนเดียว
ไม่นานนัก เขาก็ขับเกวียนลากลับมา รอให้เฮ่อจือหร่านนั่งดี ๆ
แล้ว เกวียนลาก็แล่นออกไป
เส้นทางเข้าเมืองไม่ได้อยู่ใกล้ ชาวบ้านซีหลิ่งแต่เดิมมักจะ
โดยสารกับเกวียนวัวของตระกูลชุย
อย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่มีเกวียนวัวรอรับคนโดยสารอยู่ที่ทางเข้า
หมู่บ้าน
สาเหตุก็เพราะผู้ใหญ่บ้านชุยให้คนขับเกวียนวัวพาเขาไป
ฟ้องร้องกับรองนายอ าเภอชุยตั้งแต่ฟ้าเริ่มสาง
ขณะที่ชาวบ้านก าลังบ่นพลางถอนหายใจ พอเงยหน้าขึ้นมาก็
เห็นเกวียนลาแล่นมาแต่ไกล
ชาวบ้านไม่รู้ว่าเจ้าของเกวียนลาเป็นใคร คิดเพียงว่าคงเป็นใคร
สักคนจากตระกูลชุยซื้อเกวียนลามาอีกเล่ม
มีคนก้าวเท้าออกไปขวางทางโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
เกวียนลาถูกบังคับให้หยุดลง ชาวบ้านจึงเห็นว่าคนขับเกวียน
เป็นคนแปลกหน้า
แม้ตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวจะไม่รู้จักคนทั้งสอง แต่ก็ได้ยินมาว่า
เมื่อวานทางการส่งกลุ่มคนที่ถูกเนรเทศมาใหม่
คิดถึงตรงนี้ พวกเขาก็คาดเดาตัวตนของทั้งคู่ได้พอสมควร
คนตระกูลจ้าวและตระกูลโจวรีบถอยหลังกรูด ท่าทางของพวก
เขาดูราวกับก าลังหลบหนีจากสัตว์ร้ายหรือน ้าท่วมครั้งใหญ่
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ เมื่อครู่พวก
เขาได้รับรู้สถานการณ์คร่าว ๆ จากกุ้ยฮวาแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นชาวหมู่บ้านหลีกทางให้ เขาจึงแกล้งท าเป็นไม่เห็น
และขับเกวียนลาต่อไปตามเส้นทาง
ทันใดนั้นเองก็มีคนผู้หนึ่งวิ่งออกมาจากกลุ่มชาวบ้าน
คนที่มาแต่งตัวราวกับเป็นบัณฑิต ในมือยังอุ้มถุงใส่ต าราที่เย็บ
ด้วยผ้าเนื้อหยาบ
เขาดูเขินอายเล็กน้อยขณะค้อมกายค านับโม่จิ่วเยี่ย
“พี่ชายท่านนี้ข้าก าลังรีบไปส านักศึกษา ไม่ทราบว่าจะสะดวกให้
ข้าโดยสารไปด้วยได้หรือไม่?”
หลังเสียงของบัณฑิตเงียบลงก็มีคนวิ่งตามมาจากด้านหลัง
“เจ๋อชวน เจ้ากลับมานี่!”
จ้าวเจ๋อชวนหันกลับไปมองคนที่มาแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่ พวกท่าน
อาจจะเกรงกลัวคนตระกูลชุย แต่ข้าไม่กลัวหรอก พวกเราก็เป็นคน
ในหมู่บ้านเดียวกัน ท าไมต้องยอมให้ตระกูลชุยมากดขี่ข่มเหงด้วย”