ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 190 ตอนนี้ท่านรีบกินยาแก้พิษเถอะ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 190 ตอนนี้ท่านรีบกินยาแก้พิษเถอะ
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีเหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ อยู่ พลังต่อสู้ของ
พวกเขาไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม
เมิ่งไห่หนิงเห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนกรานเช่นนั้นจึงส่ายหัวอย่างจนใจ ไม่
คิดจะพูดเรื่องนี้มากอีก
ดวงอาทิตย์ก าลังจะลาลับขอบฟ้า เฮ่อจือหร่านรีบส่งสัญญาณ
ให้โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยก็ร้อนใจเรื่องการถอนพิษให้พี่ห้า เขาดึงโม่ชูหานมาอยู่
ข้าง ๆ “พี่แปด ท่านช่วยอยู่คุยกับน้องชายเมิ่งไปก่อน ข้ามีเรื่องต้อง
คุยกับพี่ห้า”
แม้จะดูไม่เป็นการสุภาพต่อเมิ่งไห่หนิงเท่าไร แต่เรื่องถอนพิษนั้น
เร่งด่วนมาก
พี่แปดเองก็ร้อนใจในเรื่องนี้เช่นกัน เชสรู้ว่าน้องเก้ากับน้องสะใภ้
เก้าก าลังจะช่วยถอนพิษให้พี่ห้า
“ได้ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนน้องชายเมิ่งเอง”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าให้เมิ่งไห่หนิงครั้งหนึ่ง แล้วดึงพี่ห้าเดินออกไป
เฮ่อจือหร่านมุดเข้าไปในกระโจม ส่งข้าวปั้นน้อยเข้าไปในพื้นที่
มิติเพื่อให้อาหาร จากนั้นก็ตามหลังโม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าไปยังบ้านทาง
ทิศตะวันออก
พี่ห้าเริ่มมีอาการก าเริบแล้ว เขาพยายามใช้พลังภายในสะกด
อาการไว้ตลอดเวลา
เมื่อทุกคนเข้าไปในบ้าน พี่ห้าก็เอื้อมมือไปคว้าโซ่เหล็กตาม
สัญชาตญาณ ตั้งใจจะล่ามตัวเองก่อนที่พิษจะก าเริบขึ้นมา
โม่จิ่วเยี่ยพลันห้ามไว้ “พี่ห้า หร่านหร่านปรุงยาแก้พิษจากใน
เมืองเสร็จแล้ว ท่านไม่จ าเป็นต้องทรมานตัวเองอีก”
ถึงแม้ว่าเมื่อวานพี่ห้าจะได้ยินน้องชายกับน้องสะใภ้พูดว่าจะช่วย
ปรุงยาแก้พิษให้เขา แต่พิษที่หมอมากมายมองไม่ออก น้องสะใภ้คน
เดียวจะสามารถปรุงยาแก้ได้รวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร?
เฮ่อจือหร่านใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ก้าวหน้าจากโลกอนาคตใน
การปรุงยาแก้พิษ ไม่แปลกที่พี่ห้าจะรู้สึกอัศจรรย์ใจ
ทั้งสองคนเห็นความประหลาดใจในดวงตาของพี่ห้า อย่างไรก็
ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะต้องอธิบายกันมากนัก
เฮ่อจือหร่านใช้แขนเสื้อบังไว้และหยิบเม็ดยาสีด าออกมาจาก
พื้นที่มิติ
โม่จิ่วเยี่ยรับยาเม็ดนั้นมาแล้วส่งให้กับโม่จงหยวน
“พี่ห้า ตอนนี้ท่านรีบกินยาแก้พิษเถอะ”
โม่จงหยวนรับยามา จากนั้นก็น าเข้าปากโดยไม่ลังเล
ยาเม็ดนั้นละลายทันทีที่เข้าปาก จนไม่จ าเป็นต้องดื่มน ้าตามลง
ไป
เฮ่อจือหร่านจ้องมองปฏิกิริยาของพี่ห้าอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้
ช่วยเหลือเขาได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ไม่นานร่างกายของพี่ห้าก็เริ่มมีปฏิกิริยา ความรู้สึกกระวน
กระวายที่ท าให้คนเสียสติค่อย ๆ หายไป ไม่ต้องใช้ก าลังภายใน
ควบคุมมันอีกต่อไป
ต่อมาเขารู้สึกถึงความร้อนที่เริ่มจากบริเวณท้องน้อย แล้วแผ่
ขยายไปทั่วร่างกาย กระแสความร้อนนั้นไหลไปถึงแขนขาและปลาย
ประสาท
จังหวะเดียวกันทั้งมือและเท้าของเขาเริ่มรู้สึกบวม
เดิมทีโม่จงหยวนพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถ แต่
สุดท้ายเท้าของเขาก็บวมจนไม่สามารถยืนได้อีก มือทั้งสองข้างก็
บวมราวกับเป็นซาลาเปาลูกใหญ่
ไม่เพียงเท่านั้น บนมือที่บวมออกมายังมีสีด าแดงชวนให้คนที่
เห็นรู้สึกตกใจ
พี่ห้าไม่สามารถยืนได้จึงล้มลงบนเตียงที่อยู่ด้านหลัง
แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่ส่งเสียงครวญครางแม้แต่น้อย
พยายามกัดฟันทนอย่างสุดความสามารถ
โม่จิ่วเยี่ยเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกกังวล
“หร่านหร่าน พี่ห้าเป็นแบบนี้ถือว่าปกติหรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “อืม พิษก าลังค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่ว
แขนขา เมื่อถึงเวลา เส้นเลือดของเขาจะพองขึ้น พอถึงตอนนั้นก็แค่
ขับเลือดที่มีพิษออกมาก็พอ”
ขณะเอ่ยเฮ่อจือหร่านก็เห็นเส้นเลือดที่มือซ้ายของพี่ห้าพองขึ้น
แล้ว
นางรีบหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่มิติ จากนั้นดึงเข็มที่ใหญ่
ที่สุดแทงลงบนเส้นเลือดที่พองขึ้นบนมือซ้ายของพี่ห้าอย่างมั่นคงและ
แม่นย า
เลือดสีด าพุ่งออกมาเป็นสายเล็ก ๆ ราวกับน ้าพุทันที่
เฮ่อจือหร่านหลบไม่ทัน มันจึงกระเด็นเปื้อนไปทั่วตัว
นางไม่มีเวลาเช็ด เข็มเงินเล่มต่อไปก็แทงลงบนเส้นเลือดบนมือ
ขวาของพี่ห้าต่อแล้ว
เลือดด าพุ่งออกมาจากรูเข็มเช่นเดียวกัน
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจวิธีการของเฮ่อจือหร่านแล้ว ตอนที่นางขับ
เลือดที่มือขวาของพี่ห้าส าเร็จ เขาก็ถอดรองเท้าและถุงเท้าของพี่ห้า
ออก
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนยุคโบราณ ความคิดเรื่องการแบ่งแยก
ชายหญิงจึงฝังรากลึก
แม้ว่าร่างกายของโม่จงหยวนจะทรมานแสนสาหัสแต่สติยังคง
แจ่มชัด เพียงเขาคิดว่าน้องสะใภ้จะต้องเห็นเท้าของตน ในใจก็
ต่อต้านตามสัญชาตญาณ
โม่จิ่วเยี่ยตระหนักได้ถึงจุดนี้ แต่ไม่กล้าประมาทเรื่องถอนพิษให้
พี่ห้า
หากเขารีบร้อนจัดการเองแล้วแทงเข็มผิดต าแหน่ง ผลลัพธ์ก็จะ
กลายเป็นตรงข้าม
ดังนั้นเขาจึงอาสาเป็นคนเกลี้ยกล่อมโม่จงหยวน
“พี่ห้า หร่านหร่านจะไม่แตะต้องร่างกายของท่าน”
ตอนนี้มือทั้งสองข้างของโม่จงหยวนรู้สึกสบายขึ้นมาก เขารู้ว่า
การท าเช่นนี้ที่เท้าย่อมเป็นสิ่งจ าเป็น จึงได้แต่หันหน้าหนีไม่มองคน
ทั้งสอง ซึ่งถือว่าเขายอมฟังค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
เฮ่อจือหร่านเคลื่อนไหวรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็แทงเข็มทะลุ
เส้นเลือดที่บวมขึ้นบนเท้าทั้งสองข้างของโม่จงหยวน
เลือดสีด าไหลออกมาไม่หยุด กระทั่งเฮ่อจือหร่านเริ่มกังวลว่าโม่
จงหยวนอาจเสียเลือดมากเกินไป
โชคดีที่ฮ่อจือหร่านเพิ่งจะเริ่มกังวลได้ไม่นาน เลือดที่ไหลออกมา
จากแขนขาของโม่จงหยวนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด
สีแดง…
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็ดีใจมาก
“หร่านหร่าน เลือดของพี่ห้ากลายเป็นสีแดงแล้ว นี่หมายความว่า
พิษของเขาถูกรักษาแล้วใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ส าเร็จแล้ว”
นางหยิบส าลีฆ่าเชื้อออกมาจากพื้นที่มิติอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะส่ง
ให้โม่จิ่วเยี่ยสองก้อน บอกให้เขากดไว้ตรงรอยเข็มบนเท้าทั้งสองข้าง
ของพี่ชาย
ส่วนนางกดไว้ที่รอยเข็มบนมือทั้งสองข้างของเขา
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองคนก็ดึงส าลีออกพร้อมกัน
โม่จิ่วเยี่ยพยุงโม่จงหยวนให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
“พี่ห้า ตอนนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?”
โม่จงหยวนส่ายหน้าเบา ๆ “นอกจากรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย อย่าง
อื่นก็ดีหมด”
เวียนหัว?
ถ้าไม่เวียนหัวก็แปลกแล้ว…
เฮ่อจือหร่านเพิ่งประเมินปริมาณเลือดที่พี่ห้าเสียไปคร่าว ๆ อย่าง
น้อยก็ต้องเกินหกร้อยมิลลิลิตร
การเสียเลือดมากขนาดนี้ ถ้าเป็นคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงคงได้
ไปเฝ้ายมบาลแล้ว
แต่ถึงแม้พี่ห้าจะดูแข็งแรงก็ตาม เฮ่อจือหร่านยังไม่กล้าประมาท
นางช่วยจับชีพจรเขา หลังจากยืนยันว่าเขาแค่มีอาการเพราะ
เสียเลือดมากเกินไปและไม่มีผลกระทบอะไรอีกจึงพูดว่า
“พิษในตัวพี่ห้าถูกก าจัดออกไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาแค่เสียเลือด
มากเกินไป พักดี ๆ สักสองสามวันก็ไม่เป็นไรแล้ว”
เมื่อรู้ว่าร่างกายของพี่ห้าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โม่จิ่วเยี่ยก็ถอน
หายใจโล่งอก
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พี่ห้า ช่วงนี้ท่านต้องฟังหร่านหร่านนะ อย่าท า
อะไรทั้งนั้น แค่นอนพักผ่อนไปก็พอ”
เฮ่อจือหร่านพูดเสริมว่า “พรุ่งนี้พวกเราจะเข้าเมือง ซื้อหาอาหาร
มาบ ารุงร่างกายให้พี่ห้า ข้าเชื่อว่าพี่ห้าจะฟื้นตัวได้เร็ว ๆ นี้”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง พี่ห้าก็หัวเราะอย่างสบายใจ
“ขอบคุณน้องสะใภ้เก้ามาก หากร่างกายข้าแข็งแรงดีแล้วก็จะ
ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เรื่องหาเลี้ยงครอบครัวใหญ่ของเราไม่ใช่ปัญหา
แน่นอน”
เพราะเห็นว่าเมิ่งไห่หนิงยังอยู่ โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่อยากปล่อยให้เขา
รอนานเกินไป
เขารู้ว่าเหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านจึงเรียกพวก
เขามาให้อยู่ดูแลพี่ห้าชั่วคราว หลังพี่สะใภ้ห้ามาแล้วพวกเขาค่อย
กลับไป
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงจูงมือเฮ่อจื
อหร่านออกไป
ตอนนี้ท้องฟ้าข้างนอกมืดลงบ้างแล้ว เฮ่อจือหร่านเข้าไปในพื้นที่
มิติก็เห็นว่าข้าวปั้นน้อยกินอิ่มแล้ว มันก าลังเล่นอยู่บนทุ่งหญ้า
แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย นางจ าใจต้องให้ข้าวปั้นน้อยออกมา
จากพื้นที่มิติชั่วคราว
ฉากตรงหน้าข้าวปั้นน้อยเปลี่ยนไปกะทันหัน มันยังปรับตัวไม่ได้
จึงส่งเสียงร้องงึมง าอยู่สองสามครั้ง