ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 194 ข้าจะไปบอกกับทุกคนให้ย้ายมาเดี๋ยวนี้
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 194 ข้าจะไปบอกกับทุกคนให้ย้ายมาเดี๋ยวนี้
หลังจากแนะน าตัวกันแล้ว ทั้งคู่ก็ตามผู้เฒ่าจ้าวไปดูบ้านที่ว่างอยู่
สองหลังของตระกูลจ้าว
เมื่อเข้าไปในเขตของตระกูลจ้าว ความรู้สึกแรกของโม่จิ่วเยี่ย
และเฮ่อจือหร่าน คือมันช่างแตกต่างจากบ้านอิฐมุงกระเบื้องของ
ผู้ใหญ่บ้านชุยราวฟ้ากับเหว
ที่นี่เป็นบ้านดิน แม้จะมีร่องรอยการซ่อมแซมอยู่บ้าง แต่ดู ๆ ไป
แล้วก็ยังแข็งแรงดี
ผู้เฒ่าจ้าวชี้ไปทางบ้านที่มีก าแพงเตี้ยด้านหน้าแล้วพูดว่า “ที่นี่
เป็นบ้านเก่าของพวกเรา ต่อมาพอลูกชายเติบโตและต้องแต่งงาน ที่นี่
ก็คับแคบเกินไป เราจึงย้ายไปสร้างบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่านี้สัก
หน่อย”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากัน แล้วเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น
บ้านนี้ไม่เล็ก มีห้องหลักสามห้องตรงกลาง ห้องข้างสองห้องทาง
ตะวันออกและตะวันตก มีสวนผักขนาดครึ่งหมู่อยู่หลังบ้าน
ผู้เฒ่าจ้าวเห็นพวกเขาเดินดูรอบบ้านแล้วก็เดินเข้ามาถามด้วย
รอยยิ้ม “บ้านหลังนี้ดูเก่าไปหน่อย แต่ข้อดีคือก าแพงแน่นหนา ผ่าน
ช่วงฤดูหนาวไปได้แน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้แสดงความเห็นอะไร ในเมื่อมีบ้านให้เช่าเพียงสาม
หลัง เขาก็คงเลือกมากไม่ได้
“ผู้เฒ่าจ้าว พวกเราไปดูอีกหลังกันเถอะ!”
ผู้เฒ่าจ้าวรู้ว่าคราวนี้เจ้าหน้าที่ส่งนักโทษเนรเทศมาไม่น้อย แต่
ไม่รู้ว่ามีทั้งหมดกี่ครอบครัว
เขาเห็นโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้นก็เดาว่าพวกเขาคงไม่ถูกใจบ้านหลัง
นี้
ผู้เฒ่าจ้าวไม่ยอมแพ้ บ้านอีกหลังก็เป็นของคนในตระกูลพวก
เขา ขอเพียงให้อีกฝ่ายเช่าสักหลัง ก็ถือว่าพวกเขามีรายได้บ้างแล้ว
ผู้เฒ่าจ้าวเรียกคนในตระกูลมาคนหนึ่ง
“จ้าวฝู พาพวกเขาสามีภรรยาไปดูบ้านของเจ้าหน่อย”
จ้าวฝูรีบวิ่งน าทางไป ในใจก็สวดภาวนาขอให้บ้านของตน
สามารถให้คนเช่าได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ครอบครัวของเขาก็จะมี
เงินเพิ่มขึ้นอีกก้อน
บ้านของจ้าวฝูก็คล้ายกับบ้านของผู้เฒ่าจ้าว เพียงแต่ตัวบ้านดู
ดีกว่าเล็กน้อย
หลังจากส ารวจดูแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงหันไปมองผู้เฒ่าจ้าวกับจ้าวฝูที่
ก าลังจ้องมองเขาจนตาเป็นประกาย
“ไม่ทราบว่าบ้านสองแห่งนี้ให้เช่าราคาเท่าไหร่?”
จ้าวฝูมักจะฟังหัวหน้าตระกูลเสมอ จึงมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจ
ให้เขาโดยตรง
ผู้เฒ่าจ้าวเป็นคนใจดี แม้จะรู้ว่าโม่เหล่าจิ่วอยากจะเช่าบ้าน แต่ก็
ไม่ได้เรียกราคาที่แพงเกินไป
“บ้านสองนี้ว่างมาหลายปีแล้ว จะปล่อยให้ว่างหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน
ท่านจ่ายเดือนละสองร้อยเหวินก็พอ”
ราคานี้ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแล้วถือว่าถูกมาก
การเช่าโรงเตี๊ยมเพื่อพักสิบคน หนึ่งคืนต้องจ่ายอย่างน้อยหนึ่ง
ร้อยเหวิน
บ้านหลังใหญ่ที่มีหลายห้องกลับคิดเพียงเดือนละสองร้อยเหวิน
บ่งบอกว่าผู้เฒ่าจ้าวคนนี้เป็นคนจริงใจมาก
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่าบ้านเหล่านี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเช่า เพราะพวก
เขาทั้งสามตระกูลต้องการเช่าบ้านอยู่ และที่นี่ก็มีบ้านที่ว่างเพียงสาม
หลังเท่านั้น
“ผู้เฒ่าจ้าว พวกเราจะเช่าบ้านทั้งสองหลังนี้ หลังจากพวกเราดู
บ้านของตระกูลโจวแล้ว จะมาปรึกษารายละเอียดกับท่านอีกที”
ค าพูดนี้ท าให้ผู้เฒ่าจ้าวตกใจมาก เขาคิดว่าลานบ้านทั้งสองหลัง
เหมือนกัน หากอีกฝ่ายไม่ชอบบ้านหลังแรก บ้านหลังที่สองก็คงไม่
ถูกใจ
ไม่คิดว่าจะเช่าพร้อมกันทั้งสองหลัง
“ได้ ๆ ๆ ข้าจะพาพวกท่านไปที่บ้านตระกูลโจวเดี๋ยวนี้”
ผู้เฒ่าจ้าวกล่าวพร้อมท าท่าเชื้อเชิญ ตั้งใจจะพาโม่จิ่วเยี่ยกับ
ภรรยาไปที่บ้านตระกูลโจวด้วยตัวเอง
“ไม่จ าเป็นหรอก ข้าจะพาพวกเขาไปดูเอง”
ผู้เฒ่าโจวเดินตามหลังพวกเขามาห่าง ๆ คิดว่าหลังจากอีกฝ่ายดู
บ้านของตระกูลจ้าวแล้ว คงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลโจวของเขา
อีก เขาจึงเดินตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
ไม่คิดว่าพวกเขาจะอยากไปดูบ้านของตระกูลโจวด้วย
โอกาสดี ๆ เช่นนี้ ผู้เฒ่าโจวจะไม่แสดงความกระตือรือร้นได้
อย่างไร?
ผู้เฒ่าโจวดูอายุมากกว่าผู้เฒ่าจ้าวมาก ทั้งยังเดินช้ากว่า
เล็กน้อย
โชคดีที่ที่อยู่ของสองตระกูลไม่ไกลจากกันนัก เดินไม่ถึงหนึ่งเค่อ
ก็ถึงแล้ว
บ้านของตระกูลโจวใหญ่กว่าบ้านสองหลังของตระกูลจ้าวอย่างที่
ผู้เฒ่าโจวบอกจริง ๆ
มันเป็นบ้านดินเหมือนกัน ตัวเรือนหลักมีหกห้อง ห้องข้างทางทิศ
ตะวันออกและตะวันตกมีด้านละสองห้อง ทั้งบ้านเป็นรูป
สี่เหลี่ยมผืนผ้า
สวนหลังบ้านก็มีแปลงผักเช่นกัน ทั้งยังมีพื้นที่ถึงหนึ่งหมู่
แม้ว่าจะเป็นบ้านดินเหมือนกัน แต่ก็ดูดีกว่าบ้านของตระกูลจ้าว
ตรงที่ลานบ้านใหญ่กว่ามาก ซ ้ายังมีบ่อน ้าอยู่กลางลานด้วย
เมื่อเปรียบเทียบบ้านทั้งสามหลัง โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ค่อนข้างชอบบ้านหลังนี้มากกว่า
แต่เพราะยังมีตระกูลเซี่ยกับตระกูลฟางอยู่ด้วย พวกเขาจึงไม่
กล้าตัดสินใจเช่าทันที่
อย่างน้อยก็ต้องบอกกล่าวกับอีกสองตระกูลก่อนถึงจะตัดสินใจ
โม่จิ่วเยี่ยสอบถามราคาก่อน “ผู้เฒ่าโจว ค่าเช่าบ้านหลังนี้
เท่าไหร่หรือ?”
ผู้เฒ่าโจวยิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า “บ้านของตระกูลจ้าวไม่ใหญ่
เท่าบ้านของข้า ราคาค่าเช่าก็เดือนละสองร้อยเหวิน ส่วนบ้านของข้า
ใหญ่กว่านิดหน่อย เช่นนั้นคิดสามร้อยเหวินเป็นอย่างไร?”
เขากลัวว่าถ้าตั้งราคาแพงเกินไปคนก็จะไม่เช่า พาให้เสียรายได้
ที่จะเข้ามาไปเปล่า ๆ
เมื่อเทียบกับบ้านของตระกูลจ้าวแล้ว ราคานี้ถือว่ายุติธรรมมาก
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าโดยไม่ลังเลทันที่ “ตกลง พวกเราจะเช่าบ้าน
หลังนี้”
ซีเป่ยช่วงหน้าหนาวค่อนข้างหนาวเย็นและอาจมีหิมะตก โม่จิ่ว
เยี่ยกับเฮ่อจือหร่านตรวจดูแล้ว ทุกห้องมีเตียงเตาดิน ซึ่งไม่เพียงแต่
ช่วยให้อบอุ่น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเขายังไม่มีเตียงชั่วคราว
ได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจว่าคืนนี้จะย้ายเข้ามา แม้ว่าบ้าน
นี้จะไม่มีคนอยู่อาศัยมานานและดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าอยู่
ในกระโจม
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยปาก “ผู้น าตระกูล พวกเรา
ตั้งใจจะย้ายเข้ามาคืนนี้เลย พวกท่านไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?”
“ไม่มีปัญหา ๆ ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร พวกเราทุกคนก็
ช่วยคุณชายได้” ผู้เฒ่าจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ได้ เช่นนั้นข้าจะไปบอกกับทุกคนให้ย้ายมาเดี๋ยวนี้”
พูดจบโม่จิ่วเยี่ยก็จูงเฮ่อจือหร่านเดินไว ๆ ไปทางเชิงเขา
ยามนี้ทุกคนยังไม่ได้เข้านอน
พี่ห้าก็กลับมาจากบ้านทางทิศตะวันออกแล้ว แม้ว่าร่างกายจะดู
อ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมากก็ไม่มีปัญหา
อีกอย่างเขามีพี่สะใภ้ห้าคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทุกคน
จึงไม่ต้องกังวล
เมื่อทั้งสองกลับมา พวกเขาก็บอกข่าวดีนี้ออกไป
พอได้ยินว่าสามารถเช่าบ้านเพื่ออาศัยอยู่ได้แล้ว ทุกคนต่างรู้สึก
ตื่นเต้นมาก
ความรู้สึกหนาวเหน็บในกระโจมเมื่อคืนยังคงติดอยู่ในความทรง
จ า เมื่อนึกถึงความหนาวเย็นนั้น พวกเขาต่างไม่อยากจะล้มตัวนอน
ในที่สุดก็เช่าบ้านได้ คืนนี้พวกเขาจึงไม่ต้องทนหนาวอีกต่อไป
หลังจากทุกคนพากันตื่นเต้น โม่จิ่วเยี่ยจึงเล่าถึงสภาพของบ้าน
ทั้งสามหลังและสอบถาม ตระกูลเซี่ยกับตระกูลฟาง ว่าพวกเขา
ต้องการเช่าบ้านหลังใด
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างยึดถือสกุลโม่เป็นหลัก บ้านที่ดี
ย่อมต้องยกให้พวกเขาอยู่แน่นอน
ทั้งสองตระกูลจึงเสนอเช่าบ้านอีกสองหลังของตระกูลจ้าว และ
เหลือบ้านหลังใหญ่ที่สุดของตระกูลโจวไว้ให้สกุลโม่
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็หมายตาบ้านของตระกูลโจวอยู่แล้ว
จึงไม่ได้กล่าวข้อโต้แย้งใด ๆ
เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ทุกคนจึงลุกขึ้นเก็บข้าวของ
พวกเขาล้วนเป็นนักโทษเนรเทศ นอกจากสัมภาระบางส่วนและ
ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจ าวันเพียงไม่กี่อย่างก็ไม่มีอะไรอีก การ
ย้ายเข้าบ้านจึงง่ายมาก เพียงแค่ให้แต่ละคนถือข้าวของบางส่วนไปก็
พอแล้ว