ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 195 ไม่ต้องจ่ายเงิน
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย กลุ่มคนจ านวนมากก็ออก
เดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน
ส่วนข้าวปั้นน้อยก็วิ่งดุ้กดิ้กตามหลังเฮ่อจือหร่านมา ราวกับกลัว
ว่าเจ้าของจะทิ้งมันไป
แต่มีผู้คนมากมายในหมู่บ้าน เฮ่อจือหร่านกังวลว่าข้าวปั้นน้อย
จะดูเด่นเกินไป ดังนั้นนางจึงชะลอฝีเท้า พอเดินอยู่ท้ายกลุ่มแล้ว นาง
ก็โบกมือเพียงครั้งเดียวส่งข้าวปั้นน้อยเข้าไปอยู่ในพื้นที่มิติ
ตอนนี้ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการย้ายเข้า คงไม่มีใครสังเกตเห็นว่า
ข้าวปั้นน้อยหายไป
และถึงแม้จะมีคนสังเกต นางก็สามารถบอกได้ว่าเจ้าตัวน้อย
ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก
ผู้เฒ่าจ้าวกับผู้เฒ่าโจวน าคนตระกูลมายืนรอที่บ้านของตัวเอง
พอเห็นกลุ่มคนจ านวนมากเดินมาก็รีบออกไปต้อนรับ
โม่จิ่วเยี่ยน าหน้าสุด เขาแนะน าหัวหน้าตระกูลทั้งสองให้คน
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย
คนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างรู้ว่าพวกเขาต้องเช่าบ้านของ
ตระกูลจ้าว
ทั้งสองตระกูลจึงเข้าไปหาผู้เฒ่าจ้าวเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้านทันที่
โม่จิ่วเยี่ยก็ท าเช่นนั้น เขาไปหาผู้เฒ่าโจวพร้อมกับเฮ่อจือหร่าน
เพื่อจ่ายค่าเช่าบ้าน
“ผู้เฒ่าโจว ท่านคิดว่าพวกเราควรจ่ายค่าเช่าล่วงหน้านาน
เท่าไหร่?”
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าพวกเขาคงเช่าบ้านได้มากก็แค่ครึ่งปี พอถึงฤดู
ใบไม้ผลิปีหน้าก็จะสร้างบ้านเอง เมื่อสร้างบ้านของตัวเองเสร็จก็ต้อง
ย้ายออกไปแน่นอน
ถ้าอีกฝ่ายเอ่ยปากขอค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งปี เขาจะต้องออกตัว
ต่อรองแน่ ๆ
ผู้เฒ่าโจวยิ้มซื่อพลางกล่าว “เป็นเพราะพวกท่านเพิ่งเดินทางมา
จากเมืองหลวง ในมือจึงยังมีเงินไม่มากนัก จ่ายค่าเช่าต่อเดือนก็ได้”
ค าพูดนี้เป็นสิ่งที่ทั้งคู่คาดไม่ถึง
ตอนที่พวกเขาเช่าบ้านเพื่อพักอาศัยแถวทะเลสาบเกลือ เจ้าของ
บ้านยืนกรานให้พวกเขาจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าอย่างน้อยสามเดือน
หากไม่ใช่เพราะค่าเช่าที่แพงและเผิงวั่งเป็นคนพูดเก่ง พวกเขา
คงไม่ได้เช่าบ้านอยู่แน่หากจะจ่ายค่าเช่าแค่เดือนเดียว
แต่ชายชราผู้นี้กลับค านึงถึงสถานะการเงินของพวกเขา และเอ่ย
ปากขอค่าเช่าแค่เดือนเดียว
ความประทับใจที่ทั้งสองมีต่อผู้เฒ่าโจวคนนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรับน ้าใจนี้ไว้
เฮ่อจือหร่านก าลังเตรียมจะหยิบเงินออกจากพื้นที่มิติ พี่ห้าก็ถูก
พี่สะใภ้ห้าพยุงเข้ามา
“น้องสะใภ้เก้า พี่ห้าของเจ้าบอกว่าเขาล่าสัตว์จนพอเก็บเงินได้
บ้าง ค่าเช่าบ้านนี้พวกเราจะเป็นคนจ่ายเอง”
พูดจบ พี่ห้าก็หยิบถุงผ้าที่มองไม่ออกว่าเป็นสีอะไรมาจากอกเสื้อ
แล้วเทเงินออกมาต่อหน้าทุกคน
เขาหยิบเงินเหรียญหนึ่งส่งให้ผู้เฒ่าโจว
ผู้เฒ่าโจวถือเงินไว้ชั่งน ้าหนักดู มีแต่เกินไม่มีขาด
คนแก่อย่างเขาก็ท างานค่อนข้างละเอียด
“เงินนี้ไม่สามารถชั่งน ้าหนักในตอนนี้ได้ รอวันพรุ่งนี้ข้าจะให้คน
ในบ้านเอาไปชั่งในเมือง ถ้าเกินมาข้าจะคืนให้พวกท่านเป็นเงิน
ทองแดง”
คนแก่ที่ซื่อสัตย์แบบนี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกชื่นชมจริง ๆ
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะผู้อาวุโส ส่วนที่เกินท่านก็เก็บไว้ซื้อเนื้อทาน
เถอะ หากขาดก็ค่อยมาขอจากพวกเราเพิ่มได้”
คนที่ต้องขุดดินหาอาหารกินมาทั้งชีวิต แม้แต่เงินเพียงเหรียญ
เดียวก็ยังถือว่ามีค่ามาก และจะใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาถูกตระกูลชุยเอา
เปรียบมาไม่น้อย เขาไม่อยากเป็นเหมือนคนตระกูลชุยที่ชอบเอา
เปรียบคนอื่นไปทั่ว
“ไม่ ๆ ๆ เงินเช่าบ้านก็คือเงินเช่าบ้าน ถ้ารับเงินเกินมาจะต้อง
ทอนคืนไป”
เห็นผู้อาวุโสท่าทางจริงใจ เฮ่อจือหร่านจึงไม่พูดเรื่องนี้อีก
“ผู้อาวุโส ตอนนี้ดึกมากแล้ว พวกเราไปจัดการเรื่องบ้านกันเถอะ
ท่านก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าโจวยิ้มพลางพยักหน้า ทั้งยังใจดีเรียกคนหนุ่มในบ้านมา
ช่วยพวกนางขนย้ายข้าวของอีก
ตระกูลเซี่ยกับตระกูลฟางก็ได้รับการต้อนรับเช่นเดียวกัน ผู้เฒ่า
จ้าวเก็บค่าเช่าบ้านแค่เดือนเดียว แล้วส่งคนไปช่วยพวกเขาถึงบ้าน
พอคนสกุลโม่มาถึงบ้าน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ตรวจดูแล้วจัดแจงแบ่ง
ห้องให้ทุกคนด้วยตัวเอง
ห้องหลักตรงกลางแน่นอนว่าต้องให้ผู้อาวุโสอย่างนางอยู่ ห้อง
หลักทั้งห้าห้องสองข้างแบ่งให้สามีภรรยาอย่างโม่จงหยวน โม่ชูหาน
และโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านหนึ่งห้อง
สองห้องที่เหลือ นางนึกถึงเรื่องที่โม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่ จึงแบ่ง
ให้พี่สะใภ้สามไปหนึ่งห้อง
ส่วนห้องที่เหลืออีกหนึ่งห้อง พวกพี่สะใภ้เห็นพ้องกันว่าการอยู่
รวมกันจะช่วยให้อุ่นขึ้นและมีคนให้พูดคุยด้วย จึงร้องขอให้พวกนาง
ทุกคนอยู่ในห้องเดียวกัน
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้น จึงจัดห้องที่มีเตียงเตาดินใหญ่ที่สุดให้
พวกนาง
ส่วนโม่หานเยี่ยจัดให้ไปอยู่ในห้องทางตะวันออกซึ่งใกล้กับเรือน
หลัก
ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ลืมเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ พวกเขาทั้งห้าคนจึง
พักอยู่ในห้องทางตะวันตกไปชั่วคราว
พี่ห้ามีประสบการณ์ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านพอสมควรแล้ว หลัง
เห็นว่าภายในห้องเย็นเฉียบ จึงเสนอจะไปหาฟืนมาเพื่อให้ทุกคนได้
ใช้ก่อไฟผิง
การหาฟืนเป็นสิ่งจ าเป็น แต่เมื่อมีบุรุษตัวโต ๆ อยู่มากมาย พวก
เขาจึงไม่อาจปล่อยให้คนที่ร่างกายอ่อนแอเช่นเขาไปท าเรื่องแบบนั้น
ได้
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานเพิ่งจะห้ามพี่ห้าไว้ และก าลังเสนอจะออกไป
เอง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากลานด้านนอก
สองพี่น้องก้าวเท้ายาว ๆ ไปดูที่ประตู
เห็นเป็นชายสองคนจากตระกูลโจวแบกฟืนหลายมัดเดินเข้ามา
พวกเขาน าฟืนมาวางไว้ตรงหน้าประตูบ้านสกุลโม่
“นี่คือฟืนที่ผู้อาวุโสสั่งให้พวกเราน ามาส่ง เขาบอกว่าตอน
กลางคืนพวกท่านคงไม่สะดวกขึ้นเขาไปตัดฟืน จึงให้พวกท่านใช้ฟืน
เหล่านี้ไปก่อน”
เมื่อเห็นฟืนขนาดใหญ่สี่กองตรงหน้า เฮ่อจือหร่านจึงรีบหยิบเงิน
พวงหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติเพื่อมอบให้พวกเขา
ชายทั้งสองรีบปฏิเสธทันที่
“ฟืนพวกนี้ตัดมาจากภูเขา ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก”
พูดจบ พวกเขาทั้งคู่ก็รีบวิ่งจากไป
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากันแล้วยิ้มอย่างจนใจ
คนในหมู่บ้านเดียวกัน แต่กลับมีความแตกต่างกันมากถึงเพียงนี้
ตระกูลชุยพยายามหาผลประโยชน์และสร้างเรื่องวุ่นวาย
ตลอดเวลา ขณะที่คนตระกูลโจวและตระกูลจ้าวกลับเป็นคนซื่อเช่นนี้
การได้เป็นเพื่อนบ้านกับคนประเภทนี้ในอนาคต นับว่าเป็นเรื่องที่
โชคดีอยู่เหมือนกัน
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานต่างคนต่างถือฟืนคนละสองมัดเดินกลับมา
พวกพี่สะใภ้ต่างรีบเข้ามาแย่งกันน ามันไปก่อไฟ
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา พวกนางได้เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิต
เกือบทั้งหมดแล้ว การก่อไฟเพื่อท าอาหารก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป
ด้วย
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย พอเห็นว่าในครัวมีโอ่งน ้า
ใบใหญ่ พวกเขาจึงช่วยกันยกโอ่งไปล้างท าความสะอาดที่ข้างบ่อน ้า
แล้วตักน ้าใส่จนเต็ม
ส่วนคนอื่นต่างกลับเข้าห้องของตัวเอง ก่อนนอนก็ปัดฝุ่นท า
ความสะอาดเล็กน้อย
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เวลาเป็นดึกมากแล้ว
พวกพี่สะใภ้ดับไฟในเตาแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อน
ห้องของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านใช้เป็นที่ก าบัง ทั้งสองคนเข้า
ไปในพื้นที่มิติทันที่
เฮ่อจือหร่านวุ่นวายอยู่ข้างนอกมาทั้งวัน บนตัวเต็มไปด้วยฝุ่น
ตอนนี้จ าเป็นจะต้องอาบน ้าอุ่น ๆ ให้สบายตัว
นางเล่นกับข้าวปั้นน้อยอยู่สักพัก แล้วจึงเข้าไปในห้องน ้าเพื่อ
ช าระร่างกาย
หลังจากโม่จิ่วเยี่ยท าความสะอาดเสร็จแล้ว ก็อาบน ้าแล้วปีนขึ้น
เตียงใหญ่ตามเฮ่อจือหร่านไป
เฮ่อจือหร่านเหนื่อยมากจริง ๆ พอหัวแตะถึงหมอน ไม่นานนางก็
หลับไป
โม่จิ่วเยี่ยจุมพิตหน้าผากของนางเบา ๆ แล้วนอนลงข้างกายนาง
อย่างพึงพอใจ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ทั้งคู่ก็ยังคงตื่นตอนฟ้าเริ่มสาง หลัง
จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็พาข้าวปั้นน้อยออกมาจาก
พื้นที่มิติด้วยกัน
เหลียงห่าวกับคนอื่นก็ตื่นแต่เช้าเพื่อไปตัดฟืนบนภูเขา พวก
พี่สะใภ้ก็ต่างออกมาจากห้องเพื่อเตรียมอาหารเช้าเช่นกัน