ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 206 พวกเจ้าแค่อยู่บ้านคอยดูแลท่านแม่เถอะ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 206 พวกเจ้าแค่อยู่บ้านคอยดูแลท่านแม่เถอะ
โดยเฉพาะผู้เฒ่าโจวกับผู้เฒ่าจ้าว พวกเขาคุ้นเคยกับอาหาร
ทะเลเหล่านี้
เมื่อหลายปีก่อน เมืองอวิ่นประสบภัยแล้ง ท าให้ผลผลิตทาง
การเกษตรลดลงเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นแม้จะมีเงิน แต่การซื้อข้าวสารก็เป็นเรื่องยากล าบาก
ดังนั้นหลายคนจึงจ าใจต้องไปหาชาวประมงเพื่อซื้ออาหารทะเลที่
ปกติไม่มีผู้ใดชอบกินมาประทังชีวิต
เมื่อซื้ออาหารทะเลกลับมา พวกเขาก็หิวจนแทบขาดใจอยู่แล้ว
แต่อาหารพวกนี้กลับกินยาก กินได้ไม่เต็มปากไม่เต็มค า ช่างเป็น
ความทรมานอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็ไม่มีฝีมือเหมือนภรรยาเหล่าจิ่ว อาหาร
ทะเลที่ท าออกมาบางครั้งก็มีกลิ่นคาวจนแทบจะกลืนไม่ลง มีหลายคน
ถึงกับอาเจียนและท้องเสียเพราะกินอาหารทะเลพวกนี้…
แต่ตอนนี้มันต่างออกไป อาหารทะเลที่พวกเขาไม่เคยสนใจ เมื่อ
ไปอยู่ในมือคนอื่น กลับท าให้มีชาติอร่อยได้ขนาดนี้
ส่วนพวกเครื่องในสัตว์ที่เอาไว้ลวกในหม้อไฟ ท าไมถึงอร่อย
ขนาดนั้น?
สมแล้วที่เป็นคนมาจากเมืองหลวง เรื่องอาหารการกินไม่เคย
เสียดาย ไม่ใช่สิ่งที่พวกชาวบ้านอย่างพวกเขาจะเทียบได้
ผู้เฒ่าจ้าวกินจนใบหน้าแดงก ่า ถึงขนาดลืมความส ารวมที่ควรมี
เมื่อได้รับเชิญไปทานอาหาร
“เหล่าจิ่วเอ๋ย อาหารบ้านเจ้า ถ้าเอาไปขายในเมือง รับรองว่าต้อง
ท าเงินได้มหาศาลแน่ ๆ”
ค าพูดนี้เป็นเหมือนคนพูดไม่มีเจตนา แต่คนฟังมีใจ
เสียงของผู้เฒ่าจ้าวดังพอสมควร จึงท าให้เหล่าสตรีในบ้านได้ยิน
ชัดเจน
พี่สะใภ้รองเห็นว่ามันสามารถสร้างรายได้ได้มาก ก็รู้สึกสนใจ
ขึ้นมาทันที่
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าว่าพวกเราไปขายอาหารแบบนี้ในเมืองดี
หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ เพียงแต่ตอนนี้วัตถุดิบและ
เครื่องปรุงส าหรับท าหม้อไฟยังไม่สามารถเปิดเผยได้มากนัก
อีกทั้งนางได้ยินมาว่าเมืองอวิ่นไม่ได้มีคนที่ฐานะดีมากเท่าไหร่
แค่วัตถุดิบกับเครื่องปรุงส าหรับท าหม้อไฟ ต้นทุนก็สูงมากแล้ว หาก
ขายราคาถูกเกินไป ก็คงไม่ได้ก าไรอะไร
แต่ถ้าตั้งราคาสูงเกินไปก็เกรงว่าจะไม่มีใครรับได้
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงไม่รีบร้อนจะท าการค้าด้วยอาหารพวก
นี้
พวกเขาเพิ่งมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านซีหลิ่ง สิ่งแรกที่ต้องท าคือ
จัดการเรื่องของที่บ้านให้เรียบร้อย
แม้นางจะไม่เข้าใจเรื่องการค้ามากนัก แต่ก็เคยเห็นสิ่งต่าง ๆ ใน
ชาติก่อนที่ยุคสมัยนี้ยังไม่มี อีกทั้งยังมีพื้นที่มิติคอยช่วย ต่อไปคง
ไม่ใช่เรื่องยากที่นางจะหาอาชีพท าสักอย่าง
อีกทั้งถังหมิงรุ่ยก็มาตั้งรกรากที่เมืองอวิ่นด้วย เมื่อทุกอย่างลงตัว
แล้วก็ค่อยคิดท าการค้าเล็ก ๆ ร่วมกับเขา เริ่มไปทีละนิด จะได้ไม่
ดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น
ด้วยสถานะที่พิเศษของพวกเขา แม้จะมาถึงสถานที่เนรเทศแล้ว
ก็รับประกันได้ยากว่าจะไม่มีใครจากราชส านักคอยจับตามอง
อย่างเช่น เมิ่งไห่หนิงที่บอกว่าตนเองได้รับมอบหมายมาจากเฟ่ย
หนานอวี่ ให้มาท างานที่นี่เพื่อดูแลพวกเขา
นางไม่เชื่อหรอกว่าเมิ่งไห่หนิงจะไม่รายงานสถานการณ์ของ
พวกเขาให้เฟ่ยหนานอวี่รู้
ถึงตอนนี้เฟ่ยหนานอวี่จะไม่ใช่ภัยคุกคามส าหรับพวกเขา แต่ใคร
จะล่วงรู้จิตใจของผู้มีอ านาจได้ทั้งหมด?
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงตั้งใจจะสังเกตการณ์ให้ดีเสียก่อน แล้วค่อย
วางแผนต่อ
แน่นอนว่าตอนนี้คนในครอบครัวมีมากขึ้น การไม่ท าอะไรเลยคง
ไม่ดี หลังจากจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้ว นางจะคิดหาวิธีที่ทุก
ฝ่ายพอใจ
“พี่สะใภ้รอง ข้ารู้ว่าท่านรีบร้อนจะหาเงินเข้าบ้าน แต่ก่อนหน้า
นั้น ท่านต้องดูวัตถุดิบที่เราใช้ในวันนี้เสียก่อน”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าพี่สะใภ้รองเป็นคนตรงไปตรงมา ดังนั้นเวลา
พูดคุยกับนางจึงไม่จ าเป็นต้องอ้อมค้อม
ฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งปกติแล้วแทบไม่เคยแสดงความเห็นต่อหน้า
ลูกสะใภ้ก็เอ่ยขึ้นมา
“สะใภ้เซี่ย น้องสะใภ้เก้าของเจ้าเตรียมวัตถุดิบพวกนี้มา ยังไม่
ต้องพูดถึงของอย่างอื่น แค่เครื่องปรุงรสเผ็ดอย่างนี้พวกเราก็หามา
ไม่ได้ หากไม่มีวัตถุดิบ แล้วจะพูดถึงหาเงินได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินค าพูดของฮูหยินผู้เฒ่า เฮ่อจือหร่านก็อดไม่ได้ที่จะชื่น
ชมผู้อาวุโส
อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาสตรีทั้งหมดของสกุลโม่ ฮูหยินผู้เฒ่า
เป็นคนที่วางแผนได้รอบคอบที่สุด
นางสามารถมองเห็นปัญหาส าคัญที่ท าให้การค้านี้ไม่อาจท าได้
ในชั่วพริบตา
“ท่านแม่พูดถูกแล้วเจ้าค่ะ พริกที่ใช้ปรุงรสข้าซื้อมาจาก
ชาวต่างชาติ แม้จะดูเหมือนมีปริมาณมาก แต่ก็จ ากัดเพียงให้ใช้ได้
แค่คนในครอบครัวเราเท่านั้น ถ้าจะเอาไปท าการค้าเพื่อหาเงิน ไม่กี่
วันก็คงหมดแล้ว”
พี่สะใภ้รองดูท้อแท้อย่างเห็นได้ชัด “น่าเสียดายจริง ๆ ที่ท า
การค้าดี ๆ แบบนี้ไม่ได้”
“ไม่มีอะไรต้องเสียดายหรอกเจ้าค่ะ ข้าซื้อเมล็ดพันธุ์จาก
ชาวต่างชาติมาหลายชนิด หนึ่งในนั้นมีพริกอยู่ด้วย พอถึงฤดูใบไม้
ผลิปีหน้า พวกเราก็ปลูกสักหมู่ ตอนนั้นพวกเราก็จะมีพริกได้
เพียงพอแล้ว”
พี่สะใภ้รองได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุขทันที่
“จริงหรือน้องสะใภ้เก้า ถึงตอนนั้นข้าจะไม่เกียจคร้านแน่นอน จะ
ปลูกพริกให้เยอะ ๆ เลย”
พูดถึงเรื่องการเพาะปลูก โม่หานเยี่ยก็เกิดความสนใจขึ้นมา
“พี่สะใภ้เก้า ตอนที่ข้าก าลังอ่านหนังสือที่ท่านให้มา ข้าพบว่า
สมุนไพรบางชนิดไม่เพียงปลูกง่าย แต่ยังมีราคาสูงอีกด้วย ข้าคิดว่า
อีกสักพักจะลองไปดูที่เมือง ซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรมา พอถึงฤดูใบไม้
ผลิก็จะปลูกสมุนไพรไว้ แน่นอนว่ามันจะต้องช่วยเพิ่มรายได้ให้บ้าน
เราได้บ้าง”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ เห็นน้องสาวสามีคิดวิธีหาเงินช่วยครอบครัวก็
เหมือนจะรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
แต่ตอนที่พวกนางอยู่ในเมืองหลวงล้วนเติบโตมาอย่างทะนุถนอม
นอกจากจะท างานฝีมือได้บ้างแล้ว ก็ไม่มีทักษะอย่างอื่นอีก
พี่สะใภ้ใหญ่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “น้องสะใภ้เก้า พวกพี่สะใภ้
ไม่มีความรู้มากเท่าเจ้า ต่อไปถ้าเจ้ามีงานอะไรที่ท าเงินได้ ขอแค่บอก
กล่าวสักค า พี่สะใภ้จะช่วยเจ้าเต็มที่แน่นอน”
สะใภ้คนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันแสดงท่าทีและพูดออกมาแบบ
เดียวกันกับพี่สะใภ้ใหญ่
สรุปก็คือ ต่อไปพวกนางจะเชื่อฟังน้องสะใภ้เก้าทั้งหมด น้องสะใภ้
เก้าชี้ไปทางตะวันออก พวกนางก็จะไม่มีทางไปทิศตะวันตก
เฮ่อจือหร่านชอบบรรยากาศเช่นนี้มาก ไม่ว่าจะท าอะไรก็ตาม
ทุกคนในบ้านพร้อมรวมพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้
“ได้ รอให้ข้าคิดหาวิธีที่ดีได้แล้ว จะต้องแจ้งให้พี่สะใภ้ทั้งหลายรู้
ก่อนเจ้าค่ะแน่นอน”
เหล่าสตรีในบ้านก าลังพูดคุยกันโดยไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังใคร
เนื้อหาการสนทนาของพวกนาง บุรุษทั้งหลายจึงได้ยินอย่างชัดเจน
แม้ว่าพี่ห้าจะสูญเสียความทรงจ าไป แต่หลังจากการพูดคุย
ปฏิสัมพันธ์ติดต่อกันสองวัน เขาก็ยอมรับครอบครัวที่เต็มไปด้วย
ความรักความอบอุ่นนี้โดยสมบูรณ์แล้ว
เมื่อได้ยินว่าพวกนางต้องการหาเงิน ในฐานะบุรุษของบ้าน เขาก็
ยิ่งต้องรับหน้าที่นี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“เรื่องหาเงินให้เป็นหน้าที่ของพวกเราบุรุษ พวกเจ้าแค่ท างาน
บ้านไปก็พอแล้ว”
พี่แปดก็กล่าวเสริมว่า “ใช่แล้ว พวกเราบุรุษตัวโต แม้จะออกไป
ล่าสัตว์บนภูเขาทุกวัน ก็สามารถหาเงินได้เพียงพอที่จะเลี้ยงดู
ครอบครัว พวกเจ้าแค่อยู่บ้านคอยดูแลท่านแม่เถอะ”
ตามหลักแล้วเมื่อพี่ชายทั้งสองคนแสดงท่าทีเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็
ควรจะแสดงความคิดเห็นบ้าง
ทว่าเขาไม่ได้ท าเช่นนั้น
เขารู้ดีถึงความสามารถของภรรยาตัวเอง หากหร่านหร่าน
ต้องการหาเงิน เกรงว่าพวกเขาจะล่าสัตว์ไปทั้งชีวิตก็คงตามนางไม่
ทัน
เหลียงห่าวทุบอกรับรองว่า “ต่อไปพวกเราพี่น้องจะผลัดกันขึ้น
เขาไปล่าสัตว์ รับรองว่าพวกท่านจะได้กินข้าวและเนื้อสัตว์ทุกวัน”
ในใจของคนยุคโบราณเหล่านี้ ตราบใดที่ครอบครัวของคน
ทั่วไปมีอาหารกินให้อิ่มท้องและมีเสื้อผ้าใส่ให้ร่างกายอบอุ่น ก็ถือว่า
เป็นชีวิตที่พอมีพอกินแล้ว
โดยเฉพาะพวกเหลียงห่าวที่เป็นเด็กก าพร้าไร้บ้านมาตั้งแต่เด็ก
พวกเขาจึงไม่ได้มีความต้องการอะไรในชีวิตมากนัก
ค าพูดของพวกเขาท าเอาหัวหน้าตระกูลทั้งสองนึกอิจฉาจริง ๆ
ฟังค าพูดมั่นใจคนเหล่านี้สิ แค่เพียงวันนี้พวกเขาเข้าป่าครั้งเดียว
ก็น าสัตว์กลับมาได้มากมาย หากพูดออกมาเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการ
โอ้อวดแล้ว