ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 223 โดยพื้นฐานแล้วไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 223 โดยพื้นฐานแล้วไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ดูจากสีหน้าของนาง โม่จิ่วเยี่ยและถังหมิงรุ่ยต่างก็คาดเดา
ผลลัพธ์ที่ดีได้
ถังหมิงรุ่ยถามอย่างร้อนรน “พี่สะใภ้โม่ น้องสาวของข้าไม่ได้เป็น
โรคฝีดาษใช่หรือไม่ขอรับ”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ใช่ นางไม่ได้เป็นโรคฝีดาษจริง ๆ”
นางหยุดไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยต่อ “แต่โรคนี้ก็ติดต่อกันได้ ถ้ารักษา
อย่างถูกต้อง โดยพื้นฐานแล้วจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต”
ถังหมิงรุ่ยได้ยินนางพูดเช่นนี้เแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก
ขณะที่เขาก าลังจะถามเฮ่อจือหร่านเกี่ยวกับวิธีการรักษา ก็มี
หมอชราคนหนึ่งเดินมาที่หน้าโรงหมอ
หมอชราเหมือนจะมีความรู้อยู่บ้าง เขาสวมผ้าปิดหน้า และยืน
ห่างจากทุกคนไปพอประมาณ
“แม่นาง เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ ข้าขอเตือนเจ้าสักค า จง
อยู่ห่างจากพวกเขาเถอะ จะได้ไม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีกับนาง
“ท่านเป็นหมอที่นี่ใช่หรือไม่” เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืน จ้องมองอีก
ฝ่ายตรง ๆ
หมอชราพยักหน้า “ข้าคือหมอของโรงหมอแห่งนี้ ฟังค าแนะน า
ของข้าสักค าเถอะ แม่นาง เจ้ารีบออกไปจากที่นี่เสีย!”
เฮ่อจือหร่านมั่นใจแล้วว่าโรคของเด็กหญิงไม่ใช่โรคฝีดาษ นาง
จึงต้องอธิบายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นใน
เมือง
“ท่านหมอ โรคของนางไม่ใช่โรคฝีดาษ ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองดูสิ
ตุ่มบนหน้าของนางเป็นเพียงผิวชั้นนอก แตกต่างจากฝีดาษโดย
สิ้นเชิง”
หมอชราไม่เชื่อค าพูดของเฮ่อจือหร่านเลย เขารักษาคนมาครึ่ง
ชีวิตแล้ว จะจ าโรคฝีดาษไม่ได้ได้อย่างไร?
หญิงสาวอายุน้อยคนนี้กลับกล้าพูดต่อหน้าเขาว่ามันไม่ใช่โรค
ฝีดาษ ช่างโง่เขลาเหลือเกิน
หมอชราไม่คิดจะอธิบายมากไปกว่านี้ โชคดีที่เขาเพียงมอง
เด็กหญิงแวบเดียว ไม่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดมากนัก
เมื่อครู่เขาส่งลูกศิษย์ออกไปทางประตูหลังเพื่อรายงานเรื่องการ
ระบาดของโรคฝีดาษในเมืองให้นายอ าเภอทราบแล้ว ตอนนี้เขาเพียง
ปิดร้านแล้วต้มยาบ ารุงดื่มสักหน่อย ก็จะสามารถผ่านพ้นการระบาด
ของฝีดาษครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย
เฮ่อจือหร่านเห็นหมอชราปิดประตูโรงหมอ คงเป็นเพราะเขาไม่
เชื่อในสิ่งที่นางพูด
ไม่ว่าคนอื่นจะเชื่อนางหรือไม่ นางก็ไม่สนใจ สิ่งส าคัญคือต้อง
รักษาชีวิตของน้องสาวถังหมิงรุ่ยให้ได้
“คุณชายถัง พาน้องสาวของท่านกลับบ้านไปก่อน ข้ารับรองว่า
สามารถรักษาอาการป่วยของนางให้หายได้”
ถังหมิงรุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา
ตอนนี้ในบ้านเขามีคนที่หนีรอดมาได้ไม่กี่คน ถ้าน้องสาวตายไป
อีก ญาติของเขาในโลกนี้ก็จะเหลือน้อยไปอีกคนแล้ว
“ขอบคุณพี่สะใภ้โม่มาก ข้าจะพาพวกท่านไปบ้านข้าเดี๋ยวนี้”
โม่จิ่วเยี่ยจูงเกวียนลาเข้ามา แล้วไปบ้านของถังหมิงรุ่ยที่อยู่ใน
เมืองอวิ่นด้วยกัน
ถังหมิงรุ่ยกับเฮ่อจือหร่านร่วมมือกันท าการค้าตุ๊กตาจนได้เงินมา
จ านวนหนึ่ง ระหว่างเดินทางก็หาโอกาสสร้างรายได้เพิ่มอีกนิดหน่อย
เมื่อเขามาถึงเมืองอวิ่น ในมือก็มีเงินมากกว่าหนึ่งพันต าลึงแล้ว
บ้านในเมืองอวิ่นไม่ได้แพงนัก เขาใช้เงินห้าร้อยต าลึงซื้อบ้าน
หลังใหญ่หลังหนึ่งอยู่ใจกลางเมือง
ตอนนี้คนทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ที่นั่น
เขาสอบถามต าแหน่งของบ้านสกุลโม่กับที่ว่าการอ าเภอไว้แล้ว
ตั้งใจว่าจะจัดการเรื่องของตนเองให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยม
เยียน
ใครจะรู้ว่าพอจัดการทุกอย่างเสร็จ เนื้อตัวน้องสาวกลับมีผื่น
ขึ้นมา
โชคดีที่วันนี้เขาได้พบกับเฮ่อจือหร่าน ไม่เช่นนั้น หากน้องสาว
ถูกหมอชราคนนั้นวินิจฉัยว่าเป็นโรคฝีดาษจริง ๆ อีกฝ่ายจะต้อง
รายงานให้ทางการรู้แน่
พอทางการรู้เรื่อง ก็จะพาตัวน้องสาวและครอบครัวของพวกเขา
ไปยังสถานที่กักตัวอย่างแน่นอน
หากเจอเจ้าหน้าที่ที่ใจดีสักหน่อยก็ยังดี แต่ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ที่ไม่
สนใจชีวิตผู้คน ก็อาจจะฆ่าพวกเขาทิ้งเลยก็ได้…
คิดถึงเรื่องนี้แล้ว ถังหมิงรุ่ยก็รู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ
เกวียนลาวิ่งไปประมาณหนึ่งเค่อ ก็มาถึงบ้านของถังหมิงรุ่ย
ตอนนี้สามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่มีอารมณ์จะส ารวจบ้านตระกูลถัง
พวกเขาเดินตามถังหมิงรุ่ยไปที่ห้องของเด็กหญิงซึ่งอยู่ด้านหลังทันที่
เมื่อเห็นลูกชายอุ้มลูกสาวกลับมา ฮูหยินถังกับคนอื่นก็รีบ
ออกมาต้อนรับทั้งหมด
“หมิงรุ่ย หมิงซินเป็นอย่างไรบ้าง”
ถังหมิงรุ่ยตอนนี้ก็ไม่มีเวลาอธิบายอะไรกับมารดามากนัก
“ท่านแม่ น้องสาวไม่ได้เป็นอะไรมาก พี่สะใภ้โม่สามารถรักษนาง
ได้”
ขณะเอ่ย ถังหมิงรุ่ยก็อุ้มถังหมิงซินเข้าไปในห้องแล้ว
ฮูหยินถังได้พบกับโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านระหว่างทางมาซีเป่ย
จึงรู้สึกคุ้นเคยกับพวกเขา
นางรู้ว่าตอนนี้การรักษาลูกสาวส าคัญที่สุด จึงแค่พยักหน้า
ทักทายทั้งสองอย่างสุภาพ
วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาอีสุกอีใสของถังหมิงซินคือการใช้ยา
ตะวันตกร่วมกับการให้น ้าเกลือ
ในยุคนี้การให้น ้าเกลือคงเป็นไปไม่ได้ จึงต้องเลือกใช้ยา
ตะวันตกเท่านั้น
ยาตะวันตกนางมีมากมายในพื้นที่มิติ ต่อให้ไม่มีก็สามารถซื้อได้
ในแอปเถาเป่า นางจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
เฮ่อจือหร่านตรวจร่างกายของถังหมิงซินอย่างละเอียด แล้วลุก
ขึ้นยืน
“มียาอยู่ในเกวียนลา ข้าจะไปน ามาให้คุณหนูน้อยกินเดี๋ยวนี้”
เกวียนลาจอดอยู่ที่ลานหน้าบ้านตระกูลถัง เฮ่อจือหร่านมุดเข้า
ไปในเกวียนทันที่
นางใช้จิตส านึกเข้าสู่พื้นที่มิติ เตรียมยาหลากหลายชนิดส าหรับ
รักษาอีสุกอีใสของถังหมิงซิน
นางตั้งใจเตรียมยาในรูปแบบแคปซูล แกะเปลือกนอกออกแล้ว
ห่อด้วยกระดาษน ้ามัน เพื่อไม่ให้ใครสงสัยเมื่อน ามันออกไป
เมื่อเตรียมยาเสร็จ เฮ่อจือหร่านก็กลับเข้าไปในห้องของถังหมิงซิ
นอีกครั้ง
นางส่งห่อกระดาษเล็ก ๆ หลายห่อให้ถังหมิงรุ่ย
“ยาพวกนี้ข้าปรุงขึ้นเอง เหมาะส าหรับรักษาอาการของคุณหนู
น้อยพอดี”
ถังหมิงรุ่ยรับยาจากเฮ่อจือหร่านด้วยความซาบซึ้ง แล้วป้อนให้
น้องสาวตามวิธีที่นางบอก
เฮ่อจือหร่านสังเกตอาการของถังหมิงซินสักครู่ ตอนนี้ไข้ของ
เด็กหญิงลดลงแล้ว
นางถามอีกครั้ง ถังหมิงซินจึงบอกว่านอกจากร่างกายไม่มีแรง
แล้ว ทุกอย่างก็ปกติดี
ดูท่าอาการป่วยของถังหมิงซินควบคุมได้แล้ว เพียงแค่ทานยา
ตามเวลาก็ใช้ได้
“ช่วงนี้ให้นางนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง พยายามเคลื่อนไหวให้
น้อยลง ประมาณสิบวันก็จะหายเป็นปกติ”
เมื่อได้ยินค าพูดของนาง คนตระกูลถังต่างก็โล่งใจกันถ้วนหน้า
เพื่อความไม่ประมาท เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงไม่รีบออกจาก
บ้านตระกูลถัง ตั้งใจสังเกตการณ์อีกสักพักก่อนจะจากไป
ฮูหยินถังรีบจัดการเตรียมอาหารกลางวันให้ทันที่
ทั้งสองคนก็รู้สึกหิวเล็กน้อย จึงไม่ได้คิดเกรงใจ
กระทั่งเวลาใกล้ค ่า อาการของถังหมิงซินก็ยังคงปกติดี เฮ่อจือห
ร่านจึงรู้สึกวางใจ
“เวลาป่านนี้แล้ว พวกเราคงไม่รบกวนไปมากกว่านี้ ตอนนี้พวก
เราอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่ง พอคุณหนูน้อยหายป่วยแล้ว พวกเราก็
ยินดีให้พวกท่านมาเยี่ยมที่บ้าน”
ฮูหยินถังกับถังหมิงรุ่ยมาส่งพวกเขากลับไป
พอเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก็เห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้ผ้าปิด
ปากและจมูกก าลังเดินตรวจตามบ้านเรือนต่าง ๆ อยู่บนถนน
ตอนนี้มีสองคนก าลังเดินมาทางบ้านตระกูลถัง
หนึ่งในเจ้าหน้าที่พวกนั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างก็คุ้นหน้า
เป็นหม่าจวิ้นซานนั่นเอง
หม่าจวิ้นซานเห็นทั้งสองคนแล้ว ท่าทางจึงสุภาพกว่าปกติ
“คุณชายโม่ ฮูหยินเก้า ท าไมพวกท่านยังอยู่ในเมืองอีกเล่า”
ในเมืองเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ชาวบ้านจากหมู่บ้านรอบ ๆ ที่เข้า
มาในเมืองก็รีบกลับบ้านกันไปหมดแล้ว กลัวว่าถ้าช้าไปอีกหน่อย
ประตูเมืองคงจะถูกปิดและพวกเขาจะติดอยู่ที่นี่
เมื่อทั้งคู่เห็นเจ้าหน้าที่เดินตรวจตามบ้านต่าง ๆ ก็เดาได้ถึง
จุดประสงค์ของพวกเขา คงไม่พ้นเรื่องที่ทางการรู้ข่าวว่ามีคนเป็นโรค
ฝีดาษ และก าลังตามหาคนป่วยอยู่
“พวกท่านก าลังตามหาคนที่เป็นโรคฝีดาษใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว” หม่าจวิ้นซานรีบท าหน้าที่ให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไป
พักผ่อนจึงตอบรับอย่างรวดเร็ว แล้วเตรียมจะเข้าไปตรวจค้นภายใน
บ้านตระกูลถัง