ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 233 เข้าใจง่ายซ ้ายังฟังดูดี
บ้านเรือนในสมัยโบราณอยู่ใกล้กันมากและไม่มีการกั้นเสียง
เฮ่อจือหร่านกลัวว่าจะส่งเสียงดังแล้วถูกคนในบ้านล้อเลียนในตอน
เช้า จึงรีบดึงโม่จิ่วเยี่ยเข้าพื้นที่มิติไปด้วยกัน
นึกถึงกลิ่นควันและน ้ามันที่ติดตัวอยู่ เฮ่อจือหร่านจึงเข้าไปใน
ห้องอาบน ้าอีกครั้งเพื่อช าระร่างกาย
วันนี้โม่จิ่วเยี่ยติดตามภรรยาเป็นพิเศษ นางไปไหนเขาก็ตามไป
ด้วย แถมยังบอกว่าภรรยาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เขาจึงอยากจะ
ปรนนิบัติรับใช้ตอนอาบน ้า…
เมื่ออยู่ต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านก็เหมือนกระต่ายน้อยที่เจอ
หมาป่าตัวใหญ่ เผลอแป๊บเดียวก็ถูกเขาโอบกอดไว้แนบอก ตามด้วย
รสจูบที่มาอย่างกะทันหันพาให้นางตั้งตัวไม่ทัน
ท่ามกลางเสียงน ้าไหลในห้องอาบน ้า ริมฝีปากและลิ้นพันเกี่ยว
ท าให้สมองของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ ร่างกายทั้งหมดถูกโม่จิ่วเยี่ย
ควบคุม
ไม่นานนางก็เริ่มตอบสนอง เงยคอระหงขึ้นรับจูบอันดุดันของเขา
ผ่านไปสักพักโม่จิ่วเยี่ยจึงปล่อยนาง เฮ่อจือหร่านรู้สึกเหมือน
ตัวเองเกือบจะหายใจไม่ออก
ขณะที่นางก าลังหอบหายใจ โม่จิ่วเยี่ยก็คว้าผ้าขนหนูที่แขวนอยู่
ข้าง ๆ มาหุ้มร่างกายของเฮ่อจือหร่าน แล้วอุ้มนางตรงไปยัง
ห้องนอน…
หลังจากค ่าคืนอันแสนหวานผ่านไป ผลลัพธ์ที่ได้คือเฮ่อจือหร่าน
ตื่นสายอีกครั้ง
พี่สะใภ้ทุกคนเหมือนจะคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว ทุกครั้ง
ที่นางเดินออกจากห้องในตอนกลางวัน สายตาของทุกคนก็จะพร้อม
ใจมองหน้าท้องของนางโดยไม่ได้นัดหมาย
เฮ่อจือหร่านรู้สึกอึดอัดจึงไอสองครั้ง ไม่ได้อธิบายอะไรเหมือน
ครั้งแรก
เพราะนางรู้ดีว่าถ้าอธิบายเรื่องนี้ไปก็จะยิ่งท าให้มันแย่ลงเท่านั้น
นางกระแอมเบา ๆ สองครั้ง “พี่สะใภ้ช่วยข้าแบ่งกระต่ายผัดเผ็ด
เปรี้ยวหวานแล้วห่อด้วยกระดาษน ้ามันหน่อยนะเจ้าคะ”
พวกพี่สะใภ้รู้ว่าน้องสะใภ้เก้าขี้อายจึงไม่แกล้งนางอีก
หลังจากห่อกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานและทานอาหารเช้าเสร็จ
โม่จิ่วเยี่ยก็เตรียมขับเกวียนลาพาเฮ่อจือหร่านเข้าเมืองเพื่อน าไปขาย
ที่โรงเตี๊ยม
ใครจะรู้ว่าพอทั้งสองเกวียนมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก็เห็นรถม้าคัน
หนึ่งแล่นมา
รถม้าตรงมาทางบ้านสกุลโม่ และหยุดห่างจากประตูใหญ่
ถังหมิงรุ่ยกระโดดลงมาจากรถม้า
“พี่โม่จิ่วกับพี่สะใภ้เก้าก าลังจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ?”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านนั่งอยู่ในเกวียน เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูก็เดิน
ออกมา
“ข้าคิดท าอาหารสักอย่าง แล้วตั้งใจจะลองเอาไปขายในเมือง”
ตามความคิดของเฮ่อจือหร่าน แม้ว่าถังหมิงรุ่ยจะตกอับ แต่เขาก็
เคยเป็นคนที่ท ากิจการใหญ่โต คงไม่สนใจอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบ
นี้
ดังนั้นนางจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องการร่วมมือกับเขา
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ถังหมิงรุ่ยกลับแสดงท่าทีสนใจมาก
“ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้เก้าท าอาหารอะไร ขอให้ข้าดูสักหน่อยได้
หรือไม่”
อย่าว่าแต่ดูเลย เขาจะชิมก็ยังได้
เฮ่อจือหร่านหยิบห่อเนื้อกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานออกมาจาก
ในเกวียนแล้วยื่นให้ถังหมิงรุ่ย
“นี่ท าจากเนื้อกระต่ายที่ข้าเลี้ยงเอง คุณชายถังลองชิมดูก่อน”
ถังหมิงรุ่ยแกะห่อกระดาษน ้ามันออก หยิบเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่งใส่
ปาก
ปฏิกิริยาของเขาเหมือนกับคนสกุลโม่เมื่อคืน ในปากชาไปหมด
เพราะความเผ็ด แต่ก็ยังอยากกินต่อไป
หลังจากกินไปสามชิ้นติด ๆ กัน ถังหมิงรุ่ยจึงหยุดมือ เขารู้ว่า
เรื่องที่บ้านของสกุลโม่มีพี่สะใภ้เก้าเป็นคนตัดสินใจ จึงเพิกเฉยต่อโม่
จิ่วเยี่ย
“พี่สะใภ้เก้า เนื้อนี้อร่อยมาก ไม่สู้ท่านมาร่วมมือกับข้าล่ะ
ขอรับ?”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าถังหมิงรุ่ยจะสนใจอาหารประเภทนี้
แต่ไม่ว่าอย่างไร การได้ร่วมมือกับพ่อค้าใหญ่ในอนาคตย่อม
สะดวกกว่าการที่นางจะต้องไปเร่ขายในเมืองด้วยตัวเอง
“เชิญคุณชายถังเข้ามาข้างในเถอะ พวกเราสามารถพูดคุย
รายละเอียดกันได้”
ถังหมิงรุ่ยจึงตระหนักว่าเมื่อครู่ตนเองเสียมารยาท ยืนชิมอาหาร
อยู่หน้าประตูบ้านคนอื่นแล้ว
เขาพูดด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อยว่า “ได้”
โม่จิ่วเยี่ยจูงเกวียนลากลับเข้าไปในลานบ้าน พาถังหมิงรุ่ยเข้าไป
ในบ้านของตัวเอง
มีเขาอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนนอกหรือไม่ใช่ โดยเฉพาะ
ในช่วงหลายวันนี้ เขาได้พบว่าชาวบ้านในหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ค่อยให้
ความส าคัญกับเรื่องพวกนี้แล้ว เขาสามารถท าตัวเป็นคนที่เข้าเมือง
ตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามได้
ต่างตนต่างแยกย้ายกันนั่งลง ถังหมิงรุ่ยก็รีบถามอย่างใจร้อน
“พี่สะใภ้เก้า อาหารนี้มีชื่อเรียกหรือยัง?”
“เนื้อกระต่ายที่ท าแบบนี้ กินตอนที่เย็นจะอร่อยกว่า ข้าตั้งชื่อว่า
‘กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน’” เฮ่อจือหร่านอธิบาย
“กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน…ชื่อดีจัง เข้าใจง่ายซ ้ายังฟังดูดี”
ถังหมิงรุ่ยชมชื่อนี้ไม่หยุดปาก
จากนั้นเขาก็สอบถามเรื่องราคา
เฮ่อจือหร่านไม่มีทางลดราคากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานเพียง
เพราะการร่วมมือกับคนคุ้นเคย อย่างมากก็แค่ไม่คิดราคาเพิ่มเท่านั้น
“ข้าห่อกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานทั้งหมดด้วยกระดาษน ้ามัน ที่
คุณชายถังถืออยู่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ขายห่อละหนึ่งร้อยเหวิน”
หากถังหมิงรุ่ยคิดว่าแพง นางก็จะเข้าเมืองไปหาลูกค้าเอง
อย่างไรเสียกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานหนึ่งห่อต้องมีราคาไม่ต ่ากว่า
ราคานี้เด็ดขาด
ถังหมิงรุ่ยมองห่ออาหารในมือโดยไม่รู้ตัว
ดูแล้วน่าจะเทใส่ได้เต็มจานเลย
เขานึกถึงเมืองใหญ่ที่เคยไปมา อาหารจานเด็ดในโรงเตี๊ยมราคา
หลายต าลึงทีเดียว
หากกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานนี้ถูกท าขาย เกรงว่าราคาต ่าสุด
ต่อจานจะต้องเกินหนึ่งต าลึงขึ้นไปแน่
การค้านี้คุ้มค่ามาก
ถึงแม้ตระกูลถังจะตกอับ แต่ก็รู้จักพ่อค้าใหญ่ที่เปิดโรงเตี๊ยม
มากมาย อย่างเช่นในเมืองมณฑลที่ใกล้กับเมืองอวิ่นที่สุด เจ้าของ
โรงเตี๊ยมซึ่งใหญ่ที่สุดของที่นั่นก็มีความสัมพันธ์อันดีกับบิดาของเขา
อาหารอร่อยเช่นนี้ เชื่อว่าในใต้หล้าคงเป็นของหายาก หากเขา
ส่งไปให้คนพวกนั้น ก็เกรงว่าจะมีไม่พอขาย
“ดี เอาตามที่พี่สะใภ้โม่บอก ห่อละร้อยเหวิน ท่านมีเท่าไร ข้า
ต้องการทั้งหมด”
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ช่องทางการค้าขายของถังหมิงรุ่ย และนางก็ไม่
สนใจเรื่องพวกนี้
ตอนแรกนางตั้งใจให้โม่จิ่วเยี่ยลงมือช่วยเหลือเขาก็เพื่อการ
ร่วมมือทางการค้าในอนาคต
“วันนี้พวกเราเตรียมกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานไว้แปดสิบห่อ
เมื่อครู่คุณชายถังชิมไปหนึ่งห่อ ห่อนั้นก็ถือเป็นของพวกเรา”
แม้จะเป็นเพียงเงินหนึ่งร้อยเหวิน แต่ส าหรับเฮ่อจือหร่านที่ท า
การค้าอย่างจริงจังก็ยังต้องพูดให้ชัดเจน
ถังหมิงรุ่ยก็ไม่ได้เกรงใจ เขาท าการค้ากับครอบครัวผู้มีพระคุณ
จะไม่เอาผลประโยชน์มาเป็นอันดับหนึ่งเด็ดขาด
เมื่อถึงเวลา เขาจะจ่ายเงินตามส่วนแบบเดิม เชื่อว่าจะต้องช่วย
สกุลโม่ได้บ้างแน่
ตอนนี้กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานยังไม่ได้ส่งไปที่โรงเตี๊ยม ถังห
มิงรุ่ยก็ไม่สามารถยืนยันราคาขายสุดท้ายได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูด
ถึงเรื่องส่วนแบ่งกับพี่สะใภ้เก้าล่วงหน้าเหมือนอย่างตุ๊กตา
เมื่อจัดการเรื่องขายกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานเสร็จแล้ว ถังหมิง
รุ่ยก็พูดถึงเรื่องอื่น ๆ
เขามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อดูว่าการท าตุ๊กตาเป็นอย่างไรบ้าง
ในช่วงไม่กี่วันนี้เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้สนใจจ านวนตุ๊กตา ทั้งหมด
อยู่ในการดูแลของพวกพี่สะใภ้
นางจึงออกไปสอบถามพี่สะใภ้ใหญ่เกี่ยวกับจ านวนตุ๊กตาที่ท าได้
พี่สะใภ้ใหญ่บอกนางว่า ไม่กี่วันนี้หากรวมกับของที่ท าจากสตรี
ตระกูลเซี่ยและตระกูลฟาง ก็ท าตุ๊กตาได้ทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบตัว
เฮ่อจือหร่านแจ้งตัวเลขที่ได้รับมาให้ถังหมิงรุ่ยรู้
ถังหมิงรุ่ยได้ยินว่ามีตุ๊กตามากมายขนาดนี้ ก็รีบร้อนจะไปขาย
กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานที่เมืองมณฑล เขาพาทั้งตุ๊กตาและอาหาร
ไปด้วย แล้วรีบเดินทางออกจากหมู่บ้านซีหลิ่งโดยเร็วที่สุด