ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 232 ทั้งเผ็ดทั้งติดใจ
เฮ่อจือหร่านก าลังเล่นกับข้าวปั้นน้อย พอได้ยินเสียงก็รีบเดิน
ออกไปที่ลานด้านหลังพร้อมกับพี่สะใภ้ห้า
ที่นั่นมีกระต่ายสิบตัวถูกถลกหนังและวางเรียงกันอย่างเป็น
ระเบียบบนแผ่นหิน ส่วนหนังกระต่ายสีขาวสะอาดก็ถูกพี่ห้าแขวนไว้
บนราวไม้ไผ่
ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรผิด นางรู้จักวิธีจัดการกับหนังกระต่าย
นั่นคือการน าหนังกระต่ายที่เพิ่งถลกออกมาไปตากให้แห้ง
จากนั้นใช้มีดที่ไม่คมนักขูดเอาชั้นไขมันและเศษเนื้อที่ติดอยู่บนหนัง
ออก แช่น ้าสะอาดทิ้งไว้หนึ่งถึงสองวัน วิธีนี้จะท าให้หนังกระต่าย
กลับมาอยู่ในสภาพสดใหม่เหมือนเดิม สุดท้ายก็ตากให้แห้งอีกครั้ง
หนังกระต่ายก็จะนุ่มมาก
ตอนนี้หนังกระต่ายถูกพี่ห้าแขวนไว้บนราวไม้ไผ่ สิ่งที่เฮ่อจือห
ร่านต้องท าคือจัดการกับเนื้อกระต่ายพวกนี้
การเลี้ยงกระต่ายมากมายขนาดนี้ก็ย่อมเพื่อการหาเงิน
ถ้าแค่เอากระต่ายพวกนี้ไปขายที่ร้านอาหารในเมืองก็ได้ก าไรอยู่
แล้ว แต่คงได้น้อยกว่าแผนของเฮ่อจือหร่านมาก
ขณะที่นางก าลังจะหยิบกระต่ายสองตัวไปที่ครัว พี่ห้าก็เอ่ยขึ้นมา
“น้องสะใภ้เก้า กระต่ายที่ข้าล่าได้ก่อนหน้านี้ ข้าส่งไปขายที่
ร้านอาหารในเมืองทั้งหมด พวกที่ถลกหนังแล้วแบบนี้ จะขายได้ตัวละ
หนึ่งร้อยสามสิบเหวิน”
“หนึ่งร้อยสามสิบหรือ?”
นางคิดว่ากระต่ายที่มาจากพื้นที่มิตินั้นนอกจากจะมีขนาดใหญ่
แล้ว ยังมีเนื้อมากด้วย อย่างเนื้อกระต่ายตัวนี้ดูแล้วน่าจะหนัก
ประมาณหกเจ็ดชั่งได้ แต่กลับขายเพียงหนึ่งร้อยสามสิบเหวินเท่านั้น
เงินน้อยขนาดนี้ไม่คุ้มกับค าว่า “มาจากพื้นที่มิติ” เลย
อย่างไรก็ตาม การอยากหาเงินได้มากขึ้นก็ต้องค านึงถึงก าลังซื้อ
ของคนในยุคนี้ด้วย วิธีที่นางคิดไว้อาจขายได้หนึ่งหรือสองต าลึง
กระทั่งจะน้อยกว่านั้นก็ได้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าหนึ่งร้อยเหวินหลาย
เท่า
“พี่ห้า ข้าอยากลองเอากระต่ายพวกนี้ไปท าเป็นอาหารแล้วส่งไป
ที่ร้านอาหารดู ถ้าส าเร็จ คิดว่าจะได้เงินมากขึ้น”
เมื่อได้ยินว่าจะได้เงินมากขึ้น พี่ห้าก็ยกมือสองข้าง เห็นด้วยทันที่
หากไม่ใช่เพราะคนในครอบครัวบอกว่าร่างกายของเขายังไม่ฟื้น
ตัว เขาคงขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้ว
ตอนนี้เขารับหน้าที่เลี้ยงกระต่ายจึงต้องท างานอยู่บ้านอย่างว่า
ง่าย
“เช่นนั้นน้องสะใภ้เก้าก็ลองดูเถอะ มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกได้
เลย”
เฮ่อจือหร่านรับค าแล้วหิ้วกระต่ายสองตัวไปที่ห้องครัว
พวกพี่สะใภ้ ฮูหยินผู้เฒ่ากับโม่หานเยี่ยต่างก็ยุ่งอยู่กับงานท า
ตุ๊กตา ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาท าอาหารเย็น ดังนั้นนางจึงวุ่นวายอยู่ใน
ครัวโดยไม่มีใครมารบกวน สะดวกให้นางหยิบเครื่องปรุงบางอย่าง
ออกมาจากพื้นที่มิติ
ตามกรรมวิธีของชาติก่อน เฮ่อจือหร่านน ากระต่ายสองตัวนี้มา
ท าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานใส่พริกแห้ง
กลิ่นหอมเผ็ดร้อนลอยออกมาจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว โชคดีที่
พี่สะใภ้ทั้งหลายอยู่ในห้อง ไม่เช่นนั้นคงจะพากันมามุงดูหมดแล้ว
เฮ่อจือหร่านน าเนื้อกระต่ายที่ท าเสร็จแล้วใส่ภาชนะ รอให้เย็นลง
ก็จะกลายเป็นกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานใส่พริกแห้งดังเดิม
นางเพิ่งซื้อเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์จากเถาเป่ามาใช้ในการ
ท าอาหารครั้งนี้ เมื่อชั่งน ้าหนักก็พบว่ากระต่ายสองตัวที่ถูกถลกหนัง
แล้วหนักสิบสามชั่งแปดเหลียง
หลังจากท าเป็นกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานใส่พริกแห้งแล้ว พอนาง
ชั่งอีกครั้งพบว่าเหลือน ้าหนักไม่ถึงเจ็ดชั่ง
นั่นหมายความว่า ถ้าจะขายกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานโดยการ
ชั่งน ้าหนัก จะต้องขายอย่างน้อยชั่งละสามร้อยเหวิน จึงจะได้ราคา
ตามที่นางต้องการ
คิดแบบนี้แล้วราคาดูเหมือนจะสูงเกินไป ไม่สู้ขายเป็นสัดส่วนจะ
ดีกว่า
ห่อมันด้วยกระดาษน ้ามันแบ่งเป็นยี่สิบห่อ แล้วขายห่อละหนึ่ง
ร้อยเหวิน ราคานี้น่าจะไม่แพงเกินไป
แน่นอนว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานที่ท าวันนี้นางจะเก็บไว้ให้
คนในบ้านชิม ถึงจะตั้งใจท าขายก็ต้องรอให้ทุกคนชิมและเห็นพ้อง
ตรงกันก่อน
กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานวางไว้ในห้องครัวให้เย็นลงตาม
ธรรมชาติ เฮ่อจือหร่านค านวณในใจพลางเดินกลับห้องไป
นางเพิ่งท ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานในครัว เนื้อตัวจึงเต็มไป
ด้วยกลิ่นเผ็ดร้อนฉุนจมูก นางจึงถือโอกาสที่ทุกคนก าลังยุ่ง เข้าไป
ในพื้นที่มิติเพื่ออาบน ้า
หลังเป่าผมให้แห้ง เฮ่อจือหร่านอยู่เล่นกับข้าวปั้นน้อยในพื้นที่
มิติอีกสักพักจนถึงตอนเย็น
ตอนนี้อากาศก าลังเย็น คาดว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานของ
นางคงจะพร้อมทานแล้ว
แต่เมื่อเฮ่อจือหร่านมาที่ครัวเพื่อตรวจดู นางก็ต้องตกตะลึงกับ
ภาพตรงหน้า
พี่สะใภ้แต่ละคนต่างคีบเนื้อกระต่ายคนละชิ้น ใบหน้าเต็มไปด้วย
ความเคลิบเคลิ้ม
แม้พวกนางจะไม่คุ้นชินกับรสเผ็ด ก็ยังส่งเสียงอืออาเป็นพัก ๆ
ถึงแม้จะเผ็ดจนหน้าแดงก ่า ก็ยังพยายามกินต่อไปอย่างไม่ลดละ
พอทุกคนเห็นเฮ่อจือหร่านเข้ามา ต่างก็หยุดการเคลื่อนไหว
ทั้งหมด
พี่สะใภ้รองพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องสะใภ้เก้า เนื้อที่อร่อยขนาดนี้
ต้องเป็นฝีมือเจ้าแน่ ๆ เลยใช่หรือไม่? พวกเรามาเตรียมอาหารเย็น
และเห็นมันเข้าพอดี จึงลองชิมกันดู”
พูดว่าลองชิม แต่คงจะกินกันไปหลายค าแล้ว
โชคดีที่เฮ่อจือหร่านท าไว้มาก ไม่อย่างนั้นคงถูกบรรดาพี่สะใภ้
ชิมจนหมด…
สิ่งที่นางสนใจที่สุดไม่ใช่ปริมาณของกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน
แต่เป็นความเห็นของทุกคนที่มีต่ออาหารจานนี้
“พวกพี่สะใภ้คิดว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานจานนี้อร่อย
หรือไม่เจ้าคะ?”
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน “อืม อร่อย อร่อยมาก ๆ เลย”
“ทั้งเผ็ดทั้งติดใจ”
“กินหนึ่งชิ้นก็อยากกินต่ออีกชิ้นเลย”
ได้ฟังค าวิจารณ์ของพี่สะใภ้ทั้งหลายและดูจากสีหน้าของพวก
นางแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานของนาง
ประสบความส าเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
คืนนี้นางจะท ากระต่ายที่เหลืออีกแปดตัว พรุ่งนี้เช้าจะได้เอาไป
ลองขายในเมือง
กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานนี้ไม่เพียงได้รับค าชมจากเหล่า
พี่สะใภ้ แม้แต่พี่ห้าที่ปกติพูดน้อยที่สุดก็ยังชมว่าอร่อยไม่หยุดปาก
เฮ่อจือหร่านก็แค่ลองดูท ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานที่นี่เป็น
ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะส าเร็จในครั้งเดียว
กระต่ายสองตัวที่ท าเป็นกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน ถูกคนทั้ง
บ้านกินหมดในพริบตา
บรรดาพี่สะใภ้รู้ว่าคืนนี้น้องสะใภ้จะท ากระต่ายผัดเผ็ด
เปรี้ยวหวานอีกครั้ง หลังกินอาหารเย็นเสร็จจึงไม่ได้กลับห้องไปท า
ตุ๊กตาต่อ แต่ตามไปช่วยนางที่ห้องครัวด้วยกัน
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตอนที่ ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวาน จะมีพวก
พี่สะใภ้เข้ามาช่วย จึงเตรียมเครื่องปรุงไว้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่
ต้องหยิบจับจากพื้นที่มิติ นางจึงไม่กังวลว่าจะมีคนจับได้ ยังไงเสีย
เรื่องชาวต่างชาติคนนั้นก็คอยใช้บังหน้าได้ดีเสมอ
โชคดีที่เครื่องปรุงเหล่านี้ไม่ค่อยกินพื้นที่ ครั้งก่อนตอนเก็บไว้ใน
ห้องเก็บของก็มีของที่บอกว่าเป็นเครื่องปรุงถุงใหญ่ไปหมด
ตอนนี้ที่บ้านมีกระต่ายที่เชือดได้ไม่มาก นางจึงแอบเติม
เครื่องปรุงลงในถุงเป็นครั้งคราว มีพอใช้ไปจนกว่าพวกเขาจะท า
เครื่องปรุงพวกนี้ขึ้นเองได้
เฮ่อจือหร่านสอนวิธีท ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานให้พี่สะใภ้
อย่างไม่ปิดบัง เพราะนี่เป็นการค้าเล็ก ๆ ต่อไปนางจะไปพัฒนาการ
ค้าอย่างอื่น ไม่อาจท าแค่เรื่องนี้ไปได้ตลอด
พี่สะใภ้แต่ละคนตั้งใจเรียนรู้มาก ทุกขั้นตอนต่างท่องในใจหลาย
รอบ กลัวว่าจะนอนและตื่นมาแล้วหลงลืม
หลังวุ่นวายกันอยู่กว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเนื้อกระต่ายแปดตัวก็
ถูกท าเป็นกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานแสนอร่อยอีกครั้ง
พี่สะใภ้ใหญ่รีบชิมชิ้นหนึ่งตอนที่มันยังร้อนอยู่ รสชาติเหมือนกับ
ของที่น้องสะใภ้เก้าท าออกมาเลย
ตามค าขอของเฮ่อจือหร่าน กระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานทั้งหมด
ถูกจัดวางไว้ในภาชนะ แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยแบ่งใส่ห่อ
เฮ่อจือหร่านกลับมาที่ห้อง ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก าลังรอนางอยู่ที่นั่น
ด้วยความเบื่อหน่าย
พอเห็นภรรยามา เขาก็รีบดึงนางเข้ามากอด
เฮ่อจือหร่านพยายามดิ้นให้หลุด “บนตัวข้ามีกลิ่นน ้ามันฉุน ๆ
นะ”
“ข้าไม่รังเกียจ ไม่ว่าภรรยาจะมีกลิ่นอะไรข้าก็ชอบทั้งนั้น”
เฮ่อจือหร่าน “…”
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยค าหวานเช่นนี้ได้คล่องปาก โดยที่ไม่ต้องคิด
ก่อนเลยสักนิด