ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 246 ผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบรถยนต์
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 246 ผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบรถยนต์
สถานะของคนที่ทะลุมิติมาและพื้นที่มิติไม่อาจเปรียบเทียบกันได้
เพราะเรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
พูดตามตรง นางก็เป็นเพียงวิญญาณจากโลกอื่น เฮ่อจือหร่าน
ไม่มั่นใจว่าคนในยุคนี้จะยอมรับได้หรือไม่
ดังนั้น นางจึงตัดสินใจจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดไป
โม่จิ่วเยี่ยตกใจไปชั่วขณะ แต่ก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
พื้นที่มิติของภรรยาช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน โดยเฉพาะเจ้าเถาเป่าที่
สามารถซื้อของสิ่งใดก็ได้ แม้เขาจะไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด แต่
ของทุกอย่างที่ซื้อมาจากมันล้วนท าลายความเข้าใจของเขาทั้งสิ้น
คิดถึงตรงนี้ เขาก็ยอมรับกล่องเหล็กใหญ่ตรงหน้าได้อย่าง
รวดเร็ว
เมื่อเห็นสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้อยู่ตรงหน้า โม่จิ่วเยี่ยจะไม่
ตรวจสอบได้อย่างไร?
เขาเดินเข้าไปใกล้รถออฟโรด แตะกระจกรถเบา ๆ แล้วถามว่า
“หร่านหร่าน นี่คือกระจกใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ใช่แล้ว มันคือกระจก”
โม่จิ่วเยี่ยเคยเห็นกระจกที่ซื้อมาจากเฮนรี่แล้ว ดังนั้นนางจึงไม่
จ าเป็นต้องอธิบายมากนัก
นางเห็นโม่จิ่วเยี่ยก าลังมองโน่นมองนี่อยู่ตรงนั้น จึงเดินเข้าไป
เปิดประตูรถ แล้วอธิบายวิธีการใช้งานภายในอย่างละเอียด
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ แม้ภรรยาจะมีพื้นที่มิติที่แสนวิเศษ
แต่เขาไม่เคยเห็นนางศึกษาเรื่องรถยนต์มาก่อน แล้วท าไมนางถึงรู้
เรื่องรถยนต์ดีขนาดนี้
แม้จะสงสัย แต่เขาก็เคยชินกับการไม่เอ่ยปากถาม เพราะ
ความลับของภรรยานั้นมีมากมายนัก
ตอนนี้เขาอยากขึ้นไปนั่งและลองขับดูแล้ว
เฮ่อจือหร่านมองออกว่าโม่จิ่วเยี่ยกระตือรือร้นอยากจะลองขับ ใน
ชาติก่อนจะมีผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่ชอบรถยนต์
เพื่อไม่ให้ตัวเองดูคุ้นเคยกับรถยนต์มากเกินไป เฮ่อจือหร่านจง
ใจท าทุกขั้นตอนอย่างระมัดระวัง
โม่จิ่วเยี่ยนั่งเบาะข้างคนขับ ตั้งใจดูและจดจ าทุกขั้นตอนไว้ในใจ
หลังจากแกล้งท าชักช้าอยู่พักหนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็สตาร์ทรถได้
ในที่สุด
นางขับรถวนรอบลานในพื้นที่มิติสองรอบ ก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยที่ก าลัง
กระตือรือร้นให้ไปนั่งเบาะข้างคนขับแทน
ต้องยอมรับว่าโม่จิ่วเยี่ยมีพรสวรรค์ในการขับรถจริง ๆ เพียงขับ
ไปได้หนึ่งรอบ เขาก็สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องแคล่ว และยัง
ขับได้มั่นคงอีกด้วย
เทคโนโลยีแบบนี้คงใช้ไม่ได้บนถนนยุคปัจจุบันที่มีรถราวิ่ง
ขวักไขว่ แต่ที่นี่คือยุคโบราณ
ต่อไปพวกเขาจะต้องเดินทางไปตามถนนนอกเมืองที่พอถึงตอน
กลางคืนแทบจะไม่เห็นผู้คนสัญจรไปมา
แม้ว่าถนนจะขรุขระไปบ้าง แต่รถที่นางซื้อมาเป็นรถออฟโรดรุ่น
ใหญ่ ไม่ใช่แค่ถนนขรุขระเท่านั้น แม้แต่เส้นทางขึ้นภูเขาคดเคี้ยวก็
ไม่มีปัญหา
โม่จิ่วเยี่ยหลงรักความรู้สึกของการขับรถไปแล้ว มันสบายและ
ผ่อนคลายกว่าการขับรถม้ามากนัก
นอกจากนี้เบาะที่นั่งก็นุ่มมาก ไม่รู้สึกเมื่อยเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ความหม่นหมองในใจโม่จิ่วเยี่ยถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น
เขาขับรถไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน ้ามันที่มีอยู่ในรถหมดจึงจ าใจ
หยุดมือ
หากไม่รู้ว่าน ้ามันเหล่านั้นหายากเพียงใด โม่จิ่วเยี่ยคงจะขับ
ต่อไปอีกหลายรอบแน่นอน
พาหนะส าหรับเดินทางไปหนานเจียงก็พร้อมแล้ว เฮ่อจือหร่านยัง
เตรียมผงก ามะถันไปด้วย
นางเคยอ่านในหนังสือแมลงพิษ ว่าหนอนกู่ส่วนใหญ่กลัวผง
ก ามะถันและไฟ
เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องพ่นไฟ เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าการใช้
ก ามะถันจะสะดวกกว่า เมื่อไปถึงหนานเจียง พวกเขาสามารถโรย
ก ามะถันบนเสื้อผ้า วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้หนอนกู่เข้าใกล้ได้
หากจ าเป็นจริง ๆ ก็สามารถใช้เครื่องพ่นไฟฆ่าหนอนพิษพวกนั้น
ให้ตายได้
ส่วนเสบียงและสัมภาระระหว่างทาง เฮ่อจือหร่านเตรียมไปแค่
เพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ใครสงสัย เพราะอย่างไรเสียในพื้นที่มิติของ
นางก็มีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน
ระหว่างทางเลย
ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว เหลือแค่ปรึกษากับคนในครอบครัว
เรื่องเวลาออกเดินทางเท่านั้น
ส าหรับเฮ่อจือหร่าน การไปหนานเจียงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ในมุมมองของนาง แม้ว่าหนานเจียงจะเป็นเพียงแคว้นเล็ก ๆ แต่ก็
เหมือนกับราชวงศ์ต้าซุ่น ทุกบ้านล้วนเฉลิมฉลองวันปีใหม่
ด้วยความเร็วรถยนต์ของพวกเขา แม้ว่าถนนจะไม่ดี แต่เชื่อว่า
ใช้เวลาเพียงสามถึงห้าวันก็น่าจะไปถึง
หากไปหนานเจียงในช่วงเวลานี้ ชาวบ้านต่างอยู่ที่บ้านเพื่อฉลอง
ปีใหม่ ผู้คนบนท้องถนนก็จะมีน้อย ท าให้สอบถามข่าวคราวที่เป็น
ประโยชน์ได้ยาก
หลังทานอาหารเช้าในวันขึ้นปีใหม่ คนในบ้านก็ปรึกษาและตก
ลงกันว่า ทุกคนอยากให้พวกเขาออกเดินทางหลังเทศกาลโคมไฟ
เฮ่อจือหร่านพอใจกับก าหนดการนี้มาก กระต่ายน้อยที่ซื้อมา
เมื่อไม่นานนี้ก็โตเต็มวัยแล้ว กระต่ายตัวเมียบางตัวก็ตั้งท้องแล้วด้วย
ส่วนกระต่ายตัวผู้ก็สามารถน ามาเชือดเพื่อท าเป็นอาหารและจี้
กระต่ายได้แล้ว
ก่อนปีใหม่ ถังหมิงรุ่ยยังมาถามบ่อย ๆ ว่าเมื่อไหร่จะมีสินค้าให้
เขา ตอนนี้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี จึงต้องท าสินค้าอีกรอบเพื่อหา
เงิน
หลังจากโม่อวิ๋นเฟิงกลับมา เขาก็รายงานเรื่องที่สืบมาจากหนาน
เจียงอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนจึงไม่ได้ซักถามเขาอีก ต่างหันไปยุ่งกับ
งานของตัวเอง
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านก าลังยุ่งอยู่กับการจัดการกระต่ายตัวผู้ บุรุษ
ในบ้านทุกคนจึงต้องช่วยงาน
ครั้งนี้มีกระต่ายตัวผู้ร้อยตัว ตอนถลกหนังก็ต้องระมัดระวังด้วย
พวกผู้ชายจึงยุ่งอยู่ตลอดทั้งเช้า
กระทั่งดวงตะวันบอกเวลาเที่ยงตรง บ้านสกุลโม่ก็ต้อนรับแขกคน
แรกที่มาเยี่ยมเยือนในวันปีใหม่
เมิ่งไห่หนิงมาคนเดียว ในมือถือห่อกระดาษน ้ามันหลายอัน
ใบหน้าเต็มไปด้วยความแช่มชื่น
เหตุผลคือ หลังจากที่เขาพบว่าตัวเองชอบบุตรสาวสกุลโม่ เขาก็
รีบเขียนจดหมายบอกครอบครัวทันที่
เขาต้องการได้รับความเห็นชอบจากครอบครัวก่อน แล้วจึงหา
เวลามาสู่ขอที่บ้านสกุลโม่
เมื่อสองวันก่อนเขาได้รับจดหมายจากที่บ้าน
คนในครอบครัวได้ข่าวว่าเขาชอบบุตรสาวของอดีตแม่ทัพโม่
ทุกคนก็ต่างให้ความสนับสนุน
แม้ว่ายามนี้สกุลโม่จะตกต ่า แต่พวกเขาก็รู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ส าหรับชะตากรรมของคนสกุลโม่ ผู้อาวุโสของตระกูลเมิ่งก็แสดง
ความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง
คนสกุลโม่ล้วนซื่อตรง เชื่อว่าลูกสาวที่พวกเขาเลี้ยงดูมาต้องเป็น
คนดีแน่นอน
หากไม่ใช่เพราะคิดถึงเรื่องเมื่อวานเป็นวันส่งท้ายปีเก่า เขาก็
อยากจะมาตั้งนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมิ่งไห่หนิงไม่ได้ตั้งใจจะสู่ขอทันที่ เพราะเขายังไม่
รู้ว่าโม่หานเยี่ยคิดเห็นอย่างไร และไม่รู้ว่าสกุลโม่วางแผนต่อไป
อย่างไร เขากลัวว่าหากบุ่มบ่ามพูดถึงเรื่องนี้อาจจะส่งผลตรงกันข้าม
ดังนั้นเมิ่งไห่หนิงจึงวางแผนจะมาเยี่ยมเยียนบ้านสกุลโม่บ่อย ๆ
ในอนาคต และถือโอกาสพูดคุยกับโม่หานเยี่ยด้วย
เมื่อเมิ่งไห่หนิงมาถึง พี่น้องสกุลโม่ก็มอบหมายหน้าที่จัดการหนัง
กระต่ายให้เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ชั่วคราว พี่น้องชายทั้งหมดมา
รวมตัวกันที่เรือนหลักเพื่อต้อนรับ
เมิ่งไห่หนิงรู้สึกประหลาดใจมาก เขาไม่คิดว่าสกุลโม่ไม่เพียงมีพี่
ห้าและพี่แปดที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่วันนี้ยังได้เห็นพี่สามที่ยังมีชีวิตอยู่อีก
คน
สิ่งนี้ท าให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า
มันเกิดอะไรขึ้นกับสกุลโม่กันแน่ บุรุษที่ตายไปแล้วกลับฟื้นคืน
ชีพมาอีกครั้ง เรื่องนี้ช่างน่าพิศวงเหลือเกิน
กระทั่งเมิ่งไห่หนิงยังคิดว่าพี่น้องชายสกุลโม่อาจจะยังมีชีวิตอยู่
ทั้งหมด
ส่วนเรื่องที่พี่น้องสกุลโม่ฟื้นคืนชีพได้อย่างไรนั้นเป็นค าถาม
ค่อนข้างละเอียดอ่อน เมิ่งไห่หนิงรู้จักกาลเทศะจึงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง
อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกดีใจกับคนบ้านสกุลโม่อย่างแท้จริง
หลังจากทักทายกันสักพัก เมิ่งไห่หนิงจึงน าของขวัญที่เขาน ามา
มาแสดงต่อหน้าทุกคน