ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 255 เข้าสู่ป่าดงดิบ
นอกจากนี้ นางยังข้าวปั้นน้อยที่น่ารัก เจ้าตัวน้อยสามารถ
ควบคุมกระต่ายและวัวแกะในพื้นที่มิติของนางได้ อีกทั้งยังสามารถ
ควบคุมสุนัขทหารเหล่านั้นได้ด้วย ไม่รู้ว่ามันจะสามารถท าให้งูพิษ
เหล่านี้ให้ยอมจ านนได้หรือไม่
ในตอนนั้น ข้าวปั้นน้อยก็เห็นเจ้าของ มันจึงเดินโซเซด้วยขาสั้น
ๆ วิ่งเข้ามาหา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งแรกที่ข้าวปั้นน้อยท าเมื่อเห็นเจ้าของคือ
การกอด
เฮ่อจือหร่านก็ไม่ต่างกัน พอเห็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยน่ารักขนาดนี้
นางก็อยากจะทั้งหอมทั้งอุ้มขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
นางท าเช่นนั้นจริง ๆ หลังจากกอดหอมเจ้าตัวน้อยแล้ว นางก็
เตรียมนมให้มันกิน
หลังข้าวปั้นน้อยกินอิ่มเต็มที่แล้ว เฮ่อจือหร่านจึงพูดกับมันว่า
“ข้าวปั้นน้อยของเรากินอิ่มแล้ว เจ้าจะช่วยข้าสักหน่อยได้หรือไม่”
“อือ…”
“ข้างนอกมีงูเยอะมาก เจ้าท าให้พวกมันฟังค าสั่งของเจ้าได้
หรือไม่”
“อือ…”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอพักสักหน่อยแล้วจะพาเจ้าออกไป”
“อือ…”
ข้าวปั้นน้อยส่งเสียงร้องอือ ๆ ไม่หยุด พาให้เฮ่อจือหร่านหัวเราะ
เบา ๆ พร้อมกับอุ้มมันขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง
หลังจากนั้นสักพัก นางจึงปล่อยให้ข้าวปั้นน้อยไปเล่นในป่าไผ่
ตามล าพัง ส่วนนางกับโม่จิ่วเยี่ยก็กินอาหารกันเล็กน้อย แล้ววางแผน
จะหลับพักผ่อนสักครู่ก่อนจะออกไป
แม้จะบอกว่าพักผ่อนไม่นาน แต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาบ่าย
แล้ว
ทั้งสองจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วอุ้มข้าวปั้นน้อยไปปรากฏ
ตัวในถ ้าด้วยกัน
เสียงฝูงงูยังคงดังอยู่ เฮ่อจือหร่านพูดกับข้าวปั้นน้อยเบา ๆ ว่า
“ข้าวปั้นน้อย เจ้าได้ยินเสียงงูหรือไม่”
“อือ…”
แม้ว่าความเฉลียวฉลาดของข้าวปั้นน้อยจะเกินความคาดหมาย
ของเฮ่อจือหร่านไปมาก แต่มันก็ยังเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไม่อาจมี
สติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ได้ เสียง “อือ” ของมันจึงเหมือนจะรบกวน
ฝูงงูเข้า
คนสองคนกับลูกหมีแพนด้าตัวน้อยยืนอยู่กับที่ รู้สึกได้ว่าเสียง
นั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้พวกเขาทีละนิด
เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะให้ข้าวปั้นน้อยควบคุมงูเหล่านี้ ดังนั้นก่อน
ออกจากพื้นที่มิติ นางจึงไม่ได้โรยผงก ามะถันบนตัวพวกเขาเลย
นางระวังตัวอยู่ตลอดเวลา หากข้าวปั้นน้อยไม่สามารถควบคุม
ฝูงงูได้ส าเร็จ นางก็จ าเป็นต้องกลับเข้าไปในพื้นที่มิติอีกครั้ง
เมื่อเห็นฝูงงูเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้ยินข้าวปั้นน้อย
เปล่งเสียงหอนเหมือนหมาป่าอีกครั้ง งูเหล่านั้นก็หยุดเคลื่อนไหวไป
ทันที่
ในขณะเดียวกัน ทั้งสองก็มองเห็นจ านวนฝูงงูชัดเจน จ านวนที่
นับได้คือพันตัว โชคดีที่เฮ่อจือหร่านมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง มิฉะนั้น
คงจะรู้สึกขยะแขยงกับฝูงงูที่ยั้วเยี้ยอยู่ตรงหน้านี้
ภาพที่เห็นเกินกว่าจะบรรยายด้วยค าพูด สรุปได้ด้วยค าสองค า
คือ “น่าขยะแขยง”
การที่งูมากมายขนาดนี้มารวมตัวกันอยู่ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าการมา
เยือนของพี่สามท าให้คนในคฤหาสน์ซือเหมิงเกิดความระแวดระวัง
เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนแอบเข้ามาอีก พวกเขาจึงตั้งใจปล่อยงู
จ านวนมากไว้ที่นี่
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังครุ่นคิด ข้าวปั้นน้อยก็เปล่งเสียงค าราม
ใส่ฝูงงูอีกครั้ง งูเหล่านั้นก็เริ่มเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับยก
หัวขึ้น และแลบลิ้นออกมาไม่หยุด…
เฮ่อจือหร่านสบตากับโม่จิ่วเยี่ย พวกเขาต่างรู้ว่าข้าวปั้นน้อย
สามารถควบคุมฝูงงูได้ส าเร็จแล้ว
“ข้าวปั้นน้อย เก่งมาก” ฮ่อจือหร่านพูดพลางอดใจไม่ไหว จูบลง
บนหน้าผากของข้าวปั้นน้อยแรง ๆ
ข้าวปั้นน้อยดีใจมาก กอดคอเจ้าของแน่นและเริ่มออดอ้อน
เฮ่อจือหร่านเผลอตัวจูบหน้าผากข้าวปั้นน้อยกะทันหัน เพราะ
ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ตอนนี้นางยังมีธุระให้ข้าวปั้นน้อยท า จึงไม่
สามารถอยู่เอ็นดูกับเจ้าตัวน้อยได้ตลอดเวลา
“เด็กดี ให้พวกมันติดตามเราไปด้วย พอออกไปนอกถ ้าและไม่มี
อันตรายแล้ว ค่อยแยกย้ายกันไป”
“อือ…”
เห็นข้าวปั้นน้อยแยกเขี้ยวท าหน้าตลกใส่ฝูงงู แล้วส่งเสียงร้อง
แตกต่างกันหลายแบบ ฝูงงูก็เปิดทางยืนเป็นระเบียบสองข้าง
โม่จิ่วเยี่ยอุ้มข้าวปั้นน้อยที่น่าภาคภูมิใจด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือ
จูงเฮ่อจือหร่าน เดินออกไปตามทางที่ฝูงงูหลีกให้
เมื่อออกจากถ ้าได้ สิ่งที่เห็นคือป่าดงดิบที่นี่มีต้นไม้สูงใหญ่และ
อากาศชื้น ๆ
ดูผิวเผินแล้วที่นี่เป็นสถานที่ที่คนไม่ค่อยมา แต่ทั้งสองไม่มีใคร
กล้าประมาท
การเจอฝูงงูถือเป็นการเตือนสติพวกเขา เมื่อมีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยว
ในคฤหาสน์ซือเมิง เส้นทางข้างหน้าก็ย่อมเต็มไปด้วยอันตราย
ขณะเฮ่อจือหร่านครุ่นคิดก็ส่งข้าวปั้นน้อยเข้าไปในพื้นที่มิติอีก
ครั้ง และน าก ามะถันที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาโรยบนตัวนางกับโม่
จิ่วเยี่ย
ตามที่พี่สามเล่า หลังจากออกมาจากถ ้าได้แล้ว พวกเขาต้อง
ผ่านป่าทึบตรงหน้านี้เพื่อไปให้ถึงคฤหาสน์ซือเหมิง
ตอนนี้ฝูงงูออกมาหมดแล้ว ไม่แน่ว่าในป่าอาจเกิดเหตุการณ์อื่น
ๆ ขึ้นได้
พูดถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ในสถานที่แบบนี้ ก็คงไม่พ้นมีสัตว์มีพิษ
ชนิดอื่นอย่างงู แมลง หนูและมด กลิ่นก ามะถันบนตัวอาจไม่สามารถ
ก าจัดสัตว์มีพิษพวกนั้นได้หมด แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้พวกเขามีเวลา
ตั้งรับได้บ้าง
หลังเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว สองสามีภรรยาก็เดินเข้าไปในป่า
ลึกด้วยกัน
ช่วงแรกก็ปกติดีอยู่ เส้นทางปกคลุมตะไคร่น ้าท าให้ลื่นเล็กน้อย
แต่ไม่รู้สึกว่ามีอันตรายอะไร
เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในป่าลึก ด้านหน้าก็ปรากฏทุ่งดอกไม้กว้าง
ใหญ่ ทัศนียภาพนี้ถือว่างดงามเกินบรรยาย
หญิงสาวมักชอบสิ่งสวยงามโดยธรรมชาติ ไม่เว้นกระทั่งเฮ่อจือห
ร่าน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางไม่มีอารมณ์จะชื่นชมทุ่งดอกไม้
สวยงาม เพราะเหนือทุ่งดอกไม้นั้นมีฝูงตัวต่อบินวนเวียนอยู่มากมาย
นกในป่าคงสังเกตเห็นฝูงตัวต่อ จึงค่อย ๆ บินมาทางทุ่งดอกไม้
เพื่อล่าเหยื่อ
เฮ่อจือหร่านคิดว่าจะซื้อยาฆ่าแมลงจากเถาเป่ามาจัดการกับฝูง
ตัวต่อพวกนี้
แต่เมื่อนางเห็นนกจับเหยื่อกิน นางก็เปลี่ยนใจ
ข้าวปั้นน้อยที่ก าลังหลับสนิทถูกเจ้าของพาออกมาจากพื้นที่มิติ
อีกครั้ง
ข้าวปั้นน้อยถูกปลุกให้ตื่นกะทันหันและพบว่าสภาพแวดล้อม
เปลี่ยนไป จึงเริ่มงอแงอย่างไม่พอใจทันที่
เฮ่อจือหร่านลูบหลังมันด้วยความเอ็นดู พลางปลอบเบา ๆ ว่า
“ข้าวปั้นน้อยเป็นเด็กดีนะ ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”
เมื่อได้ยินว่าตัวเองต้องช่วยเจ้าของ เจ้าตัวน้อยก็กลับมามีท่าที
จริงจังทันที่ เหมือนมันจะรู้ว่าถ้าช่วยเจ้าของท างานได้ ก็จะได้ดื่มนม
ชามโต ๆ มากขึ้น
“อือ ๆ ๆ …” ข้าวปั้นน้อยส่งเสียงราวกับจะบอกว่า ‘คุณเจ้าของ
รีบมอบหมายงานให้ข้าเร็วเข้า!’
เฮ่อจือหร่านชี้ไปทางทุ่งดอกไม้พลางกล่าวว่า “ที่นั่นมีฝูงตัวต่อ
เต็มไปหมด เจ้าเรียกนกทั้งหมดในแถบนี้มาจับพวกมันกินได้หรือไม่”
นางเพียงพูดเพราะอยากลองดูเท่านั้น ด้วยไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยจะ
สามารถควบคุมฝูงนกทั้งป่าได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด นางจึงจ าเป็นต้องลองดู
ข้าวปั้นน้อยกะพริบตาด าขลับสองสามครั้ง จากนั้นก็เชิดคอเล็ก
ๆ ที่แทบมองไม่เห็นนั้นขึ้น แล้วส่งเสียงขึ้นไปบนท้องฟ้า
เพียงชั่วพริบตา นกจ านวนนับไม่ถ้วนก็บินมาจากทุกทิศทาง
ข้าวปั้นน้อยแสดงความเก่งกาจของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการส่ง
เสียงใส่ฝูงนกสองสามหน
เห็นได้ชัดว่านกที่บินมาจากทุกทิศทางต่างพากันบินไปยังทุ่ง
ดอกไม้ ในทันใดนั้นก็ปกคลุมฝูงตัวต่อได้ทั้งหมด
ผ่านไปประมาณห้านาที่ ท้องฟ้าเหนือทุ่งดอกไม้ก็เงียบสงบใน
ที่สุด ไม่เพียงไม่มีฝูงตัวต่ออีก กระทั่งพวกนกเหล่านั้นก็บินจากไปคน
ละทิศละทางด้วย