ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 254 ที่นี่มีบางอย่างแปลก ๆ
ส่วนสตรีนั้นแต่งกายเรียบง่ายกว่า ถักผมยาวเป็นเปียเล็ก ๆ
มากมาย และสวมหมวกดอกไม้แปลกตา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็สั่งซื้อชุดสองชุดตาม
ลักษณะเครื่องแต่งกายของชาวหนานเจียงจากร้านค้าบนเถาเป่า
นางกับโม่จิ่วเยี่ยแต่งตัวด้วยชุดใหม่ที่ซื้อมา คราวนี้เฮ่อจือหร่าน
ไม่ได้แต่งตัวเป็นชายอีก แต่แต่งหน้าทาปากจนดูเหมือนหญิงสาวชาว
หนานเจียง
โม่จิ่วเยี่ยแต่งตัวเสร็จแล้วก็ดูไม่ออกว่าเป็นเขา เขาดูเหมือนชาย
ชาวหนานเจียงแท้ ๆ
ทั้งสองตรวจสอบกันและกันอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าไม่มี
ข้อบกพร่องใดจึงออกจากพื้นที่มิติ
ตอนนี้พวกเขาไม่จ าเป็นต้องหลบซ่อนใครอีกแล้ว แต่สามารถ
เดินบนท้องถนนอย่างสง่าผ่าเผยได้
เป็นไปตามที่เฮ่อจือหร่านคาดการณ์ไว้จริง ๆ บนถนนมีทหาร
หนานเจียงอยู่เต็มไปหมด
สุนัขทหารที่ถูกข้าวปั้นน้อยสั่งให้วิ่งพล่านไปทั่วก็ถูกเรียก
กลับมาทีละตัว
ทหารกลุ่มละสิบกว่าคน จูงสุนัขทหารตัวหนึ่งไว้ เดินค้นหาไปทั่ว
ทั้งถนนใหญ่
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านพยายามก้มหน้าเดินไปเพื่อไม่ให้เหล่า
ทหารสังเกตเห็น แสร้งท าเป็นว่ากลัวสุนัขมาก
แม้จะท าเช่นนั้น พวกทหารก็ยังไม่ปล่อยพวกเขาไป
ทหารนายหนึ่งจูงสุนัขทหารมาขวางทางคนทั้งสองไว้
“พวกเจ้าเห็นคนของต้าซุ่นสองคนหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านแน่น แกล้งท าเป็นตื่นตระหนกตอบ
ว่า “ไม่…ไม่เห็นขอรับ”
เขาคุ้นเคยกับการติดต่อกับคนหนานเจียง จึงสามารถใช้ภาษา
ถิ่นของพวกเขาได้อย่างคล่องแคล่ว
ทหารมองพวกเขาสองคนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะปล่อยให้พวก
เขาไป
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านมุ่งหน้าไปยังเมืองถัดไป
ระหว่างทางที่ผ่านค่ายทหารของอีกฝ่าย ที่นั่นก็เหมือนจะอยู่ใน
สภาวะเตรียมพร้อม
พวกเขาไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะตอนนี้พวกเขาแต่งตัวเหมือนชาว
หนานเจียงแล้ว อย่างมากก็แค่ถูกซักถามเหมือนเมื่อครู่เท่านั้น
ตามที่คาดการณ์ เมื่อเดินมาถึงด่านตรวจก็มีคนมาขวางทางไว้
“พวกเจ้ามาท าอะไรที่นี่?”
โม่จิ่วเยี่ยรีบก้าวออกมาข้างหน้าและอธิบายว่า “พวกเรามาเยี่ยม
สหายเก่าที่ชายแดน ตอนนี้ก าลังจะกลับเมืองเหลียนเฉิง”
เมืองเหลียนเฉิงเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ชายแดนหนานเจียงมากที่สุด
แค่ผ่านจากที่นี่ไปและเดินเท้าต่ออีกสองชั่วยามก็ถึงแล้ว
อีกทั้งโม่จิ่วเยี่ยยังรู้ว่าการจัดการของหนานเจียงไม่ละเอียดเท่า
ราชวงศ์ต้าซุ่น หากไม่ใช่ช่วงสงคราม ตอนกลางคืนประตูเมืองก็จะไม่
ปิด
ดังนั้นตอนนี้การที่พวกเขาบอกว่าจะไปเมืองเหลียนเฉิงจึงไม่มี
พิรุธอะไร
ทหารตรวจสอบพวกเขาครู่หนึ่ง แล้วก็ปล่อยให้พวกเขาจากไป
โม่จิ่วเยี่ยพาเฮ่อจือหร่านใช้วิชาตัวเบาเป็นระยะ ๆ เพื่อเร่งการ
เดินทาง ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็เข้าสู่เมืองเหลียนเฉิง
เมืองเหลียนเฉิงไม่ใช่จุดหมายปลายทางของพวกเขา ตามที่พี่
สามสืบมา คฤหาสน์ซือเหมิงอยู่แถบชานเมืองหลวงของหนานเจียง ที่
นั่นห่างจากเมืองเหลียนเฉิงไปอีกกว่าสองร้อยลี้
เพื่อให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้น ทั้งสองจึงน ารถยนต์ออกมาวิ่งบนถนน
หลวงนอกเมืองเหลียนเฉิง
ที่นี่ไม่มีคนมากนัก อีกทั้งยังมืดและมีลมแรง เหมาะส าหรับการ
ขับรถเดินทางพอดี
โม่จิ่วเยี่ยนิ่งเงียบมาตลอดทางหลังรับรู้ว่าบิดากับพี่ชายยังมีชีวิต
อยู่
เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้รบกวนเขา นั่งอยู่เบาะข้างคนขับพลางคิดถึง
แผนการขั้นต่อไป
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน นางก็เอ่ยปากขึ้นว่า
“ท่านตั้งใจจะไปที่ไหนก่อน?”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้พูดอะไรมาตลอด แต่ในใจก็คิดถึงปัญหานี้
อยู่เสมอ เมื่อเห็นภรรยาเอ่ยถาม เขาจึงบอกความคิดของตัวเอง
ออกมา
“ข้าตั้งใจจะไปคฤหาสน์ซือเหมิงก่อน”
ข้อเสนอนี้ตรงกับความคิดของเฮ่อจือหร่านพอดี
แม้ตอนแรกทั้งสองคนจะไม่ได้พูดถึงล าดับการเดินทาง แต่ต่างก็
ตั้งใจจะไปวังหลวงก่อนอย่างรู้ใจกัน
ที่นั่นไม่เพียงมีต้านผีที่สามารถช่วยถอนพิษให้พี่สะใภ้ได้ แต่ยังมี
ไข่มุกแดนใต้สีด าที่นางสัญญาไว้กับนักสะสมตัวน้อยด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากขุดหลุมศพเหล่านั้นขึ้นมา ความคิด
ทั้งหมดของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
ตอนนี้ในใจของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน ไม่มีอะไรส าคัญไป
กว่าข่าวคราวของบิดาและพี่ชายอีก ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพวกเขายังมี
ชีวิตอยู่จริง ๆ ตอนนี้ก็คงก าลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ยิ่ง
ช่วยเหลือเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
ดังนั้น คฤหาสน์ซือเหมิงจึงเป็นสถานที่ที่มีเบาะแสส าคัญที่สุด
ในตอนนี้
เฮ่อจือหร่านกล่าวเสียงจริงจัง “ดี ควรไปที่นั่นก่อน หากพวกเรา
ไปวุ่นวายที่วังหลวงแล้วท าให้เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โต อาจท าให้
คนที่คิดร้ายสังเกตเห็นได้”
การเคลื่อนไหวของปรมาจารย์ซือเหมิงน่าสงสัยนัก เห็นได้ชัดว่า
เขาเป็นคนที่มีความคิดรอบคอบมาก หากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่
ท าให้เขาระแวงขึ้นมา เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่คฤหาสน์ซือเหมิง
อาจจะตัดขาด
สามีภรรยามีความคิดตรงกัน โม่จิ่วเยี่ยจึงขับรถออฟโรดมาถึง
ชานเมืองหลวงก่อนฟ้าสาง
ทั้งสองปลอมตัวเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง แต่ละคนแบก
ตะกร้าไว้บนหลัง เดินตามเส้นทางที่พี่สามเล่าให้ฟัง ขึ้นเขาไปตาม
ทางเดินบนภูเขา
พี่สามบอกว่าในหุบเขามีถ ้าที่ไม่สะดุดตาอยู่แห่งหนึ่ง เพียงแค่
เข้าไปทางปากถ ้านั้น เดินไปจนสุดทาง ก็จะเห็นหุบเขาอีกแห่งหนึ่ง ที่
นั่นคือที่ตั้งของคฤหาสน์ซือเหมิง
สองสามีภรรยาใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็พบถ ้า
ที่ว่านั่น
หากพูดว่าไม่สะดุดตา ค าพูดนี้ก็ช่างเหมาะเจาะจริง ๆ
เดิมทีปากถ ้านั้นเล็กมาก คนคนเดียวต้องก้มตัวเดินเข้าไป
เท่านั้น ไม่พอ ตรงหน้าถ ้ายังมีหญ้ารกสูง หากไม่ใช่เพราะพี่สามเคย
บรรยายลักษณะคร่าว ๆ ของที่นี่ไว้ พวกเขาคงหาเจอได้ยาก
ทั้งสองเดินเข้าถ ้าตามกันไป โม่จิ่วเยี่ยเป็นฝ่ายน าหน้า มือหนึ่ง
ถือไฟฉายส่องทาง อีกมือจูงมือเฮ่อจือหร่านไว้
เดินไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดด้านหน้าก็ปรากฏแสงสว่าง พร้อมกัน
นั้นโม่จิ่วเยี่ยก็ปิดไฟฉายและชะลอฝีเท้าลง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกทันทีว่ารอบข้างพลันเย็นเฉียบ นางกระซิบบอก
โม่จิ่วเยี่ยว่า “ที่นี่มีบางอย่างแปลก ๆ”
“เจ้าหนาวหรือ?” โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองก็เดินต่อไปอีก แต่ความหนาวเย็นนี้กลับ
ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เฮ่อจือหร่านจับมือโม่จิ่วเยี่ยแน่น หากเบื้องหน้าเกิดอันตราย
นางจะพาโม่จิ่วเยี่ยหลบเข้าไปในพื้นที่มิติทันที่
ทั้งสองจูงมือกันพลางค่อย ๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็หยุดเดิน เขาเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวด้านหน้า
อย่างตั้งใจ
เฮ่อจือหร่านก็ท าตามเขา พยายามจับต้นตอของเสียง
แต่นางรู้สึกได้แค่เสียงดังกรอบแกรบจากด้านหน้า
พวกเขาสบตากันแวบหนึ่ง แล้วก้าวต่อไปด้วยความระมัดระวัง
มากขึ้น
เดินออกไปได้อีกระยะหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยหยุดฝีเท้าอีกครั้ง
เสียงนั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่ามันคล้ายเสียง
ของฝูงงูที่เลื้อยพันกันไปมา
โม่จิ่วเยี่ยกระซิบว่า “ข้างหน้าน่าจะมีงู และมีมากด้วย”
เป็นความจริงที่ว่าในแถบหนานเจียงมีสัตว์เลื้อยคลานและแมลง
ชุกชุม แต่เสียงที่พวกเขาได้ยินนั้นไม่ใช่แค่มากที่ธรรมดา
ฝูงงูขนาดใหญ่เช่นนี้ นอกจากจะมีคนตั้งใจเลี้ยงไว้แล้ว ก็ไม่มี
ทางที่มันจะปรากฏตัวพร้อมกันมากมายขนาดนี้ได้
“พวกเราเข้าไปในพื้นที่มิติกันเถอะ จะได้หาทางแก้ไข
สถานการณ์แล้วก็พักผ่อนสักหน่อย”
พวกเขาเดินทางตลอดทั้งคืน ซ ้ายังต้องขึ้นเขามาตั้งแต่ฟ้าสาง
ร่างกายของเฮ่อจือหร่านจึงเริ่มจะทนไม่ไหว
พูดจบ ทั้งสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่มิติ
เฮ่อจือหร่านเข้าสู่พื้นที่มิติก็เพื่อวิธีการที่นางคิดไว้ คือการใช้
ประโยชน์จากผงก ามะถัน
จากความเข้าใจของนาง เพียงแค่โรยผงก ามะถันลงบนร่างกาย
เมื่องูได้กลิ่นนี้ก็จะหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ทันที