ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 264 การตบหน้าราชวงศ์ต้าซุ่น
สาวใช้ตัดสินใจแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องท าแบบนี้แล้ว”
เมื่อเห็นสาวใช้ตกลง เฮ่อจือหร่านจึงอาสาพยุงนาง ค่อย ๆ เดิน
ไปยังเรือนของพระชายา
มันแตกต่างจากที่พวกเขาเคยคิดไว้ เรือนของพระชายาไม่ได้
ใหญ่โตที่สุดในจวน ไม่เพียงไม่ใหญ่โตที่สุด แต่ยังดูเก่าและอยู่ใน
ต าแหน่งที่ห่างไกลที่สุด
จากประสบการณ์การดูละครในชาติก่อนของเฮ่อจือหร่าน การที่
พระชายาจะอยู่ในที่แบบนี้ได้ แสดงว่านางคงไม่ได้รับความโปรด
ปรานจากองค์รัชทายาท
ยังไม่ต้องพูดถึงองค์รัชทายาท แม้แต่ครอบครัวทั่วไปก็ไม่มี
เหตุผลที่จะให้ภรรยาเอกมาอยู่ในที่แบบนี้
ด้วยความสงสัยมากมาย ทั้งสองจึงเดินตามสาวใช้เข้าไปในเรือน
ความจริงแล้วพวกเขากลับไม่รู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่เรือนอาศัย แต่เป็น
เรือนร้างขององค์รัชทายาท
สาวใช้คิดว่าพวกเขาเป็นคนขององค์รัชทายาท และรู้เรื่องพวกนี้
ดีอยู่แล้ว จึงไม่ได้อธิบายอะไร
ดูภายนอกเหมือนที่นี่เรือนขนาดเล็ก แต่เมื่อเดินเข้าไปข้างใน
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างตกตะลึง
ทั้งสองตระหนักได้ว่า ที่นี่น่าจะเป็นต าหนักเย็น
เฮ่อจือหร่านอดบ่นในใจไม่ได้ จักรพรรดิซุ่นอู่นี่หัวโบราณจริง ๆ
สมัยก่อนคนสกุลโม่ออกไปปกป้องชายแดน สู้รบจนท าให้หนานเจียง
พ่ายแพ้ยับเยิน
แคว้นเล็ก ๆ ที่แพ้สงครามเช่นนี้ จ าเป็นด้วยหรือที่เขาจะส่ง
บุตรสาวของตัวเองมายังสถานที่เช่นนี้เพื่อแต่งงานและรับความ
ทรมาน?
หนานเจียงก็ชัดเจนว่าไม่ได้เห็นราชวงศ์ต้าซุ่นอยู่ในสายตา
ไม่เช่นนั้นจะกล้าปฏิบัติต่อองค์หญิงที่มาจากต้าซุ่นเช่นนี้ได้อย่างไร?
นี่มันเหมือนกับการตบหน้าราชวงศ์ต้าซุ่นไม่ใช่หรือ…
แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขาคือการ
ตามหาองค์หญิงสี่ พวกเขาย่อมจะไม่สนใจเรื่องที่จักรพรรดิซุ่นอู่ควร
กังวล
หนานเจียงไม่เหมือนต้าซุ่นที่มีกฎระเบียบมากมาย ประเพณีของ
ผู้คนเปิดกว้างกว่าต้าซุ่น และไม่มีข้อห้ามเรื่องชายแปลกหน้าเข้า
เรือนหลัง
ดังนั้น ตลอดเส้นทางที่ทั้งสองตามสาวใช้มายังต าหนักเย็น แม้จะ
พบทหารยามมากมายก็ไม่มีใครสงสัย
สาวใช้พาสองคนเดินกะเผลก ๆ มาถึงห้องขององค์หญิงสี่ แล้ว
เรียกสาวใช้อีกคนให้ไปขอร้ององค์รัชทายาทให้เรียกหมอผีมา
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมองส ารวจภายในอย่างคร่าว ๆ ในห้อง
มีเพียงตะเกียงน ้ามันดวงเดียวที่ส่องแสงสลัว ๆ อีกทั้งในห้องก็แทบไม่
มีข้าวของตกแต่ง ท าให้ดูเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวา
บนเตียงไม้ผุพังตรงข้ามประตูห้อง มีหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงนอน
อยู่
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยรีบเดินเข้าไปใกล้
โม่จิ่วเยี่ยเคยเข้าวังบ่อย ๆ ตั้งแต่เด็ก และเป็นผู้คุ้มกันองค์หญิงสี่
ตอนเดินทางไปอภิเษกสมรส ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับใบหน้าของคน
ตรงหน้า
เมื่อยืนยันตัวตนขององค์หญิงสี่ได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็พยักหน้าเบา
ๆ ให้เฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านจึงยื่นมือไปจับชีพจรตรงข้อมือขององค์หญิงสี่
ผ่านไปไม่นาน เฮ่อจือหร่านจึงผละมือออก
สาวใช้ถามอย่างร้อนใจว่า “อาการของพระชายาเป็นอย่างไร
บ้าง?”
เฮ่อจือหร่านส่ายหน้า “พระชายาอยู่ในสภาพหมดแรงแล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น ท่านควรเตรียมตัวให้
พร้อมเถอะ!”
สิ่งที่นางไม่ได้พูดคือตอนที่จับชีพจรอีกฝ่าย นางรู้สึกว่าชีพจร
ขององค์หญิงสี่คล้ายกับพี่น้องชายสกุลโม่ที่ถูกวางยาพิษกู่ แต่มันก็
ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
เฮ่อจือหร่านคาดเดาว่าองค์หญิงสี่น่าจะถูกวางยาพิษ แต่ต่างจาก
กู่หุ่นเชิดที่พี่น้องสกุลโม่ได้รับ
ก่อนที่จะแน่ใจเฮ่อจือหร่านก็ไม่พูดอะไร
“ไม่…เจ้าพูดเหลวไหล พระชายาเป็นถึงสตรีสูงศักดิ์ จะจากไป
ง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร เจ้าต้องไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการรักษาแน่ถึงได้
พูดเช่นนี้”
ความจริงแล้วในใจของสาวใช้รู้ดีว่าพระชายาใกล้จะสิ้นลมแล้ว
แต่นางก็ไม่อยากจะเชื่อ
นางเข้าวังมาตั้งแต่เด็กเพื่อรับใช้องค์หญิงสี่ องค์หญิงดีกับนาง
มาก กระทั่งยังให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนางอยู่บ่อย ๆ
นางตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้จะอุทิศตัวรับใช้องค์หญิงสี่ จนได้
ติดตามองค์หญิงที่มาแต่งงานถึงหนานเจียง แม้องค์หญิงจะกลายเป็น
พระชายาที่ไม่ได้รับความโปรดปราน แต่นางก็ไม่เคยคิดจะจากไป
กระทั่งคิดว่าถ้าองค์หญิงสิ้นใจจริง ๆ นางก็จะตายตามไปด้วย จะไม่
ปล่อยให้องค์หญิงต้องอยู่อย่างเดียวดายเด็ดขาด
เฮ่อจือหร่านรู้สึกหมดปัญญา นางเป็นหมอไม่ใช่เทพเซียน
ตอนนี้สภาพขององค์หญิงสี่แย่กว่าโม่ซิวเหยียนที่พวกเขาช่วย
กลับมามาก ไม่มีหนทางรักษาได้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังบอกได้จากการตรวจชีพจรว่าองค์หญิงสี่
แท้งบุตรมาแล้วไม่ต ่ากว่าสามครั้ง ท าให้ร่างกายบอบช ้าอย่างหนัก
ประกอบกับความกังวลที่มากเกินไป เกรงว่าภายในคืนนี้อีกฝ่ายก็คง
ไม่รอด
นางมองสาวใช้ที่เศร้าสร้อย แล้วไหวไหล่อย่างหมดหนทาง “ท่าน
ก็อาการของพระชายาแล้ว ถ้าไม่เชื่อข้า ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้คิดจะจากไป
เพราะนางคิดว่า รัชทายาทหนานเจียงสามารถพาองค์หญิงสี่มา
อยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้ อีกฝ่ายก็คงจะละทิ้งการแต่งงานระหว่าง
ราชวงศ์ต้าซุ่น และไม่สนใจชีวิตของนางอีกต่อไปแล้ว
สาวใช้ที่เพิ่งออกไปรายงานรัชทายาทเมื่อครู่นี้คงจะกลับมามือ
เปล่า เมื่อถึงเวลานั้น พวกนางก็ต้องฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเฮ่อจื
อหร่านเอง
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เฮ่อจือหร่านคาดการณ์ไว้ ประมาณครึ่งชั่ว
ยามต่อมา สาวใช้ที่ไปรายงานองค์รัชทายาทก็กลับมา
“พี่หลาน คนของรัชทายาทไม่ยอมให้ข้าเข้าไปเลย พวกเขายัง
บอกอีกว่าถ้าไปรบกวนความส าราญขององค์รัชทายาทก็จะลงโทษ
ข้า”
ยามนี้หลานเอ๋อร์ถึงกับตะลึงงันไปแล้ว
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงเอ่ยเสียงสั่นเครือว่า “หรือว่าองค์
หญิงจะต้องสิ้นพระชนม์ที่หนานเจียงเช่นนี้หรือ?”
หลังเสียงของนางขาดหาย สาวใช้ทั้งสองก็ร้องไห้ออกมาพร้อม
กัน ซ ้ายังพยายามจะไปเขย่าองค์หญิงสี่ให้ตื่นที่ข้างเตียงอีก
เฮ่อจือหร่านเห็นเช่นนั้นจึงรีบห้ามปรามทั้งสองไว้
“พระชายาก าลังจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว พวกเจ้าท าแบบนี้ เป็น
เพราะคิดว่าพระชายาสิ้นใจช้าเกินไปหรือ?”
หลานเอ๋อร์ไม่สนใจน ้าเสียงที่ไม่สุภาพของเฮ่อจือหร่านแล้ว นาง
ร้องไห้พลางคุกเข่าลงตรงหน้าเฮ่อจือหร่าน
“ข้าขอร้อง เจ้าช่วยองค์หญิงของพวกเราด้วย ถ้าเจ้าสามารถ
ช่วยชีวิตองค์หญิงได้ ข้ายินดีจะเป็นวัวเป็นม้าตอบแทนเจ้าทั้งนั้น”
เฮ่อจือหร่านแม้จะไม่มีความประทับใจที่ดีต่อองค์หญิงสี่ แต่สาว
ใช้สองคนตรงหน้านี้เป็นบ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์อย่างแท้จริง
นางไม่อาจท าใจร้ายกับคนเช่นนี้ได้
น่าเสียดายที่นางก็ไม่สามารถท าอะไรกับสถานการณ์ขององค์
หญิงสี่ในเวลานี้ได้เลย
นางค่อย ๆ พยุงหลานเอ๋อร์ขึ้นมา ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ข้ามี
วิธีท าให้องค์หญิงของพวกเจ้าฟื้นขึ้นมา ในช่วงนั้นพระชายาสามารถ
สั่งเสียบางอย่างกับพวกเจ้าได้ แต่การท าให้พระชายามีชีวิตอยู่ต่อไป
มันเกินก าลังของข้า”
หลานเอ๋อร์ได้ยินน ้าเสียงที่หนักแน่นของอีกฝ่ายก็รู้ว่าไม่ได้พูด
โกหก นางมององค์หญิงสี่ที่นอนอยู่บนเตียง ดวงตาที่ปิดสนิทไม่มี
ประกายชีวิตอยู่เลย นางเองก็พร้อมที่จะตายตามแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น นางยังอยากจะรับใช้องค์หญิงอีกครั้ง
หลานเอ๋อร์เช็ดน ้าตาแล้วพูดว่า “ช่วยท าให้องค์หญิงฟื้นขึ้นมา
ด้วย”
เฮ่อจือหร่านไม่รอช้า หยิบเข็มออกมาจากพื้นที่มิติ พร้อมกับยา
บ ารุงหัวใจอีกหนึ่งขวด
การใช้สองวิธีพร้อมกัน แน่นอนว่ามันสามารถท าให้องค์หญิงสี่
ตื่นขึ้นมาได้
นางเริ่มจากการใช้เข็มเงินแทงลงบนจุดฝังเข็มหลายจุดขององค์
หญิงสี่ จากนั้นในขณะที่สาวใช้สองคนไม่ทันสังเกต นางก็ฉีดยา
กระตุ้นหัวใจให้องค์หญิงสี่หนึ่งเข็ม
ไม่ช้า องค์หญิงสี่ก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา
ทันทีที่เห็นนางลืมตา หลานเอ๋อร์กับสาวใช้อีกคนก็รีบทรุดตัวลง
ข้างเตียงทันที่
“องค์หญิง ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว”
องค์หญิงสี่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง นางมองสาวใช้สองคนที่เติบโตมา
ด้วยกันตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็เหลือบมองไปที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
“พวกเขา…พวกเขาเป็นใคร?”
มาถึงขั้นนี้ โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านคิดว่าไม่จ าเป็นต้องปิดบัง
ตัวตนอีกต่อไป
โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่าน ในใจนางรู้ดีที่สุดว่าการที่ตนเองใช้วิธีนี้
ปลุกองค์หญิงสี่ให้ฟื้นขึ้นมา ไม่เพียงไม่สามารถยืดเวลาให้นางได้ แต่
กลับเป็นการเร่งเวลาตายของนางให้เร็วขึ้น