ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 266 พี่เจ็ดของข้าอยู่ที่ไหน
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังร้อนใจอยากเร่งให้องค์หญิงสี่เอ่ยปาก
องค์หญิงสี่ก็แสดงสีหน้าลังเลออกมา ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“สิ่งที่ข้าจะบอกเจ้าคือที่อยู่ของคุณชายเจ็ดแห่งสกุลโม่ โม่หยวน
เช่อ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างแสดงสีหน้า
ประหลาดใจออกมาพร้อมกัน
พวกเขาคิดว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับบุรุษสกุลโม่ จึงเดาว่าเป็นเรื่อง
ของพี่ใหญ่กับพี่รอง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นเรื่องของพี่เจ็ด
ไม่ว่าอย่างไร ขอแค่รู้ที่อยู่ของพี่น้องในครอบครัว ส าหรับโม่จิ่ว
เยี่ยแล้วก็ส าคัญเท่ากันทั้งหมด
“องค์หญิงสี่ พี่เจ็ดของข้าอยู่ที่ไหน?”
เมื่อนึกถึงโม่หยวนเช่อ หัวใจขององค์หญิงสี่แทบจะแตกสลาย
ตอนที่นางอายุสิบสี่ปี โม่หยวนเช่อเป็นผู้บัญชาการองครักษ์ใน
วัง นางบังเอิญได้พบเขาครั้งหนึ่ง และถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์อันหล่อ
เหลาและแข็งแกร่งของเขา
องค์หญิงสี่รู้ดีว่าตนเองจะต้องอภิเษกสมรสเพื่อรักษา
ความสัมพันธ์ระหว่างแว่นแคว้นในอนาคต จึงไม่กล้าคิดหวังอะไรกับ
โม่หยวนเช่อเลย
ไม่คิดว่าจะมีครั้งหนึ่งที่นางบังเอิญได้พบกับโม่หยวนเช่ออีกหน
สาเหตุเป็นเพราะนกแก้วที่นางเลี้ยงมาหลายปีบินหนีไปกะทันหัน
นางจึงพาสาวใช้ในวังออกไปไล่ตามมันด้วยกัน แต่นกแก้วบินสูง
เกินไป พวกนางจึงเห็นแค่เงาร่างของมันเท่านั้น แต่ไม่สามารถจับมัน
ได้เลย
และในตอนนั้นเอง ร่างกายก าย าของคนผู้หนึ่งก็กระโดดขึ้นไป
อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า จับนกแก้วที่บินหนีไปได้อย่างง่ายดาย
โม่หยวนเช่อส่งนกแก้วคืนให้นางด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้น
เขาก็ค านับแล้วจากไป
องค์หญิงสี่ประทับใจในตัวโม่หยวนเช่ออยู่แล้ว หลังจาก
เหตุการณ์จับนกแก้วในครั้งนี้ ยิ่งท าให้นางนึกถึงเขาไม่ลืมเลือน
นางเคยเลียบเคียงพูดถึงเรื่องนี้กับพระมารดา แต่น่าเสียดายที่
พระมารดาไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยเป็นสหายร่วมเรียนของ
หนานฉี พระมารดาจึงคิดว่าคนสกุลโม่เป็นพวกเดียวกันกับองค์ชาย
สาม และสั่งให้นางล้มเลิกความคิดนี้ไป
อีกอย่าง ด้วยฐานะองค์หญิงของต้าซุ่น นางเกิดมาเพื่ออภิเษก
สมรสและสร้างสัมพันธไมตรี แม้พระมารดาจะเห็นด้วย แต่พระบิดาก็
คงไม่อนุญาต
หลังจากนั้น นางจึงได้แต่เก็บโม่หยวนเช่อไว้ในใจเงียบ ๆ ไม่กล้า
คิดเกินเลยกับเขาอีก
ต่อมาโม่หยวนเช่อก็แต่งงาน นางร้องไห้เสียใจอยู่หลายวัน คน
ทั้งคนผอมลงไปมาก
หลังจากนั้น เมื่อได้ยินข่าวว่าโม่หยวนเช่อเสียชีวิตในสงคราม
หัวใจของนางก็ถูกฝังลงดินไปพร้อมกับเขาด้วย
เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์ต้าซุ่น การเดินทางไปหนานเจียง
นั้นเป็นเรื่องจ าเป็น นางคิดว่าชีวิตนี้คงจะผ่านไปอย่างเงียบ ๆ เช่นนี้
แต่ใครจะรู้ว่านางจะได้พบกับโม่หยวนเช่อที่ยังมีชีวิตอยู่ในหนานเจียง
เพียงนึกถึงสภาพอันน่าเวทนาเมื่อแรกพบกับโม่หยวนเช่อ หัวใจ
ของนางเจ็บปวดจนไม่อาจบรรยายได้
ความรู้สึกที่มีต่อโม่หยวนเช่อ นางเก็บซ่อนไว้ในใจเสมอมา
แม้แต่สาวใช้ที่ไว้ใจที่สุดสองคนก็ยังไม่รู้
ตอนนี้นางต้องบอกความจริงเกี่ยวกับที่อยู่ของโม่หยวนเช่อกับ
โม่จิ่วเยี่ย แต่นางก็ไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องเหล่านี้
“ข้าเพิ่งมาถึงหนานเจียงได้ไม่นาน ก็มีหมอผีคนหนึ่งมาเยือน
จวนรัชทายาท ข้างกายเขามีคนผู้หนึ่งที่หน้าตาเหมือนคุณชายเจ็ด
มาก”
“ตอนนั้นรัชทายาทยังโปรดปรานข้าอยู่ ข้าจึงขอให้เขาช่วย
สอบถามตัวตนของคนผู้นั้น หมอผีรู้ว่ารัชทายาทกับสกุลโม่เป็นศัตรู
กัน จึงไม่ปิดบังตัวตนของโม่หยวนเช่อ พอเขาถอดหน้ากากครึ่งหน้า
ออก ข้าจึงยืนยันได้แน่ชัดว่าคนผู้นี้คือโม่หยวนเช่อ”
เมื่อได้ยินว่าองค์หญิงสี่ได้พบกับพี่เจ็ด โม่จิ่วเยี่ยก็ตื่นเต้นขึ้นมา
ทันที่ เขาถามอย่างร้อนรนว่า “องค์หญิง ท่านรู้ที่อยู่ของพี่เจ็ดของข้า
หรือ?”
องค์หญิงสี่พูดมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็เห็นชัดว่านางหายใจหอบ
เล็กน้อย
หลานเอ๋อร์รู้ว่าเจ้านายของตนยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องพูด ด้วย
กังวลว่าร่างกายขององค์หญิงจะทนไม่ไหว นางจึงเอ่ยว่า “องค์หญิง
ท่านให้บ่าวเป็นคนพูดแทนเถอะเจ้าค่ะ!”
องค์หญิงสี่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี จริง ๆ แล้วนางยังมี
เรื่องอีกมากที่ต้องการจะสั่งเสีย นางกังวลว่าตัวเองจะหมดแรงก่อนจึง
พยักหน้าให้หลานเอ๋อร์ ต้องการเก็บลมหายใจสุดท้ายนี้ไว้เพื่อเรื่อง
ส าคัญบางอย่าง
หลานเอ๋อร์ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นนายแล้ว จึงพูดกับโม่จิ่วเยี่ย
ว่า “องค์หญิงแอบไปพูดคุยกับคุณชายเจ็ด แต่เขาไม่ตอบสนองอะไร
เลย”
“องค์หญิงจึงถามรายละเอียดจากองค์รัชทายาทเป็นการส่วนตัว
ถึงทราบว่าคุณชายเจ็ดถูกพิษ ‘กู่หุ่นเชิด’ เมื่อถูกพิษกู่นี้ เขาจะไม่มี
ความคิดเป็นของตัวเอง ทั้งร่างกายจะถูกควบคุมโดยผู้ที่วางยา ตอน
นั้นคุณชายเจ็ดก็อยู่ในสภาพนั้น”
“องค์หญิงไม่อยากเห็นชายหนุ่มผู้กล้าที่เคยหลั่งเลือดเพื่อต้าซุ่น
ถูกควบคุมด้วยคนจากหนานเจียง จึงขอร้ององค์รัชทายาทให้พูดกับ
หมอผีคนนั้น ให้เก็บคุณชายเจ็ดไว้ในจวนรัชทายาท ด้วยเหตุนี้ องค์
หญิงก็จะสามารถดูแลเขาได้บ้าง”
หลานเอ๋อร์หยุดไปชั่วครู่ แล้วอธิบายต่อว่า “องค์หญิงร้อนใจจะ
ช่วยคุณชายเจ็ด แต่กลับลืมไปว่าชาวหนานเจียงเกลียดชังคนสกุล
โม่มากเพียงใด”
“เมื่อองค์รัชทายาทเห็นองค์หญิงวิงวอน ก็ตบหน้าองค์หญิง
หลายฉาดทันที่ แล้วสั่งให้คนกักบริเวณองค์หญิงไว้ในเรือน ห้าม
ออกมาเด็ดขาด”
“ต่อมาองค์หญิงพบว่าตนเองตั้งครรภ์ จึงสั่งให้คนไปรายงานองค์
รัชทายาท ถึงได้รับอิสระมา แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น องค์หญิงก็ยังไม่
ยอมล้มเลิกความคิดที่จะช่วยคุณชายเจ็ด แต่คราวนี้องค์หญิงไม่กล้า
ใช้เหตุผลที่แท้จริงไปโน้มน้าวองค์รัชทายาท”
“องค์หญิงบอกว่าคนสกุลโม่สนับสนุนองค์ชายสามแห่งต้าซุ่น
หนานฉี ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับองค์ชายหนานเหิงผู้เป็นพี่ชายร่วม
สายเลือดขององค์หญิง องค์หญิงหวังว่าจะสามารถจับตัวคนสกุลโม่
ไว้ในมือ เพื่อใช้ข่มขู่ให้สกุลโม่หันมาสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายหนาน
เหิงในอนาคต”
“องค์รัชทายาทเห็นว่าองค์หญิงพูดมีเหตุผล จึงคลายความสงสัย
ที่เคยมี หลายวันต่อมา หมอผีคนนั้นมาที่นี่อีกครั้ง และได้พูดเรื่องนี้
กับเขา”
“หมอผีระมัดระวังมาก เขาไม่สามารถเชื่อค าพูดขององค์หญิง
แห่งต้าซุ่นได้อย่างสนิทใจ หากจะให้เขามอบคุณชายเจ็ดให้องค์หญิง
องค์หญิงก็ต้องตกลงท าตามเงื่อนไขของเขาหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร?” โม่จิ่วเยี่ยถาม
“หมอผีคนนั้นบอกว่า องค์หญิงต้องยอมรับพิษกู่ของเขาด้วย
ความสมัครใจ หากองค์หญิงท าอะไรที่ขัดใจเขา พิษกู่ในร่างกายจะ
ทรมานองค์หญิงทันที”
“องค์หญิงตอบรับเงื่อนไขของหมอผีโดยไม่ลังเลเพื่อให้คุณชาย
เจ็ดมาอยู่ในความดูแล”
“ต่อมา หมอผีก็ส่งคุณชายเจ็ดมาอยู่ข้างกายองค์หญิง ให้เขา
เป็นองครักษ์ส่วนตัวตามสัญญา”
“แต่ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะท าให้องค์รัชทายาทสงสัย องค์รัชทายาท
ไม่เชื่อว่าองค์หญิงจะยอมรับพิษกู่อย่างไม่ลังเลเพราะความเกลียดชัง
ที่มีต่อสกุลโม่”
“ไม่เพียงเท่านั้น องค์หญิงยังสูญเสียบุตรในครรภ์เพราะการรับ
พิษกู่ พอสองเรื่องนี้มารวมกัน ยิ่งท าให้องค์รัชทายาทคิดว่าคุณชาย
เจ็ดมีความส าคัญในใจองค์หญิงมากกว่าตน จึงคิดจะทรมานองค์
หญิงอยู่เรื่อยไป จนบัดนี้องค์หญิงก็ถูกส่งมาอยู่ในเรือนร้าง”
พอหลานเอ๋อร์เล่าจบ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็พอจะเข้าใจ
สถานการณ์ของพี่เจ็ดคร่าว ๆ ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลาคิดถึง
จุดประสงค์ที่แท้จริงขององค์หญิงสี่แล้ว แต่อยากรู้ที่อยู่ของโม่หยวน
เช่อมากกว่า
หากเป็นไปตามที่หลานเอ๋อร์พูด พี่เจ็ดเป็นองครักษ์ส่วนตัวของ
องค์หญิง หมายความว่าเขาจะต้องอยู่แถวนี้แน่นอน
แต่ตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึง นอกจากสาวใช้สองคนแล้ว ก็แทบ
จะไม่มีเงาขององครักษ์เลย
“ตอนนี้พี่เจ็ดของข้าอยู่ที่ใด?”
หากถามถึงที่อยู่ของคุณชายเจ็ด หลานเอ๋อร์ก็ไม่รู้จริง ๆ นางรู้
เพียงว่าหลังจากองค์หญิงถูกส่งมาที่นี่ คุณชายเจ็ดก็ถูกคนขององค์
รัชทายาทพาตัวไป
ค าถามนี้หลานเอ๋อร์ไม่สามารถตอบได้ ได้แต่มองไปทางองค์
หญิงสี่ซึ่งนอนอยู่บนเตียง
เรื่องราวมาถึงจุดนี้แล้ว องค์หญิงสี่ก็ไม่มีเหตุผลต้องปิดบังอีก
ต่อไป
“เขาอยู่ในคุกใต้ดินของจวนรัชทายาท”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นก็ตั้งใจจะไปหาพี่เจ็ดที่คุกใต้ดิน แต่เขาเพิ่ง
จะจับมือเฮ่อจือหร่านแล้วหมุนตัวจะออกไป กลับถูกองค์หญิงสี่เรียก
ไว้เสียก่อน
“ช้าก่อน พวกเจ้าจะไปช่วยเขาไม่ได้”
โม่จิ่วเยี่ย “เพราะอะไร?”