ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 267 ข้าต้องการต้านผีจากสินเจ้าสาวขององค์หญิง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 267 ข้าต้องการต้านผีจากสินเจ้าสาวขององค์หญิง
องค์หญิงสี่พยายามเปล่งเสียงให้ดังขึ้น
“เขาถูกกู่หุ่นเชิดยึดร่างแล้ว อีกทั้งกู่แม่ก็อยู่กับองค์รัชทายาท
หากองค์รัชทายาทรู้ว่าเขาถูกช่วยออกไป จะต้องสั่งให้กู่แม่ฆ่ากู่ลูก
ในร่างเขา เมื่อกู่ลูกตาย โม่หยวนเช่อก็ไม่อาจรอดชีวิตได้”
เรื่องนี้ไม่จ าเป็นต้องให้องค์หญิงสี่บอก โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ต่างก็รู้ดี แต่สิ่งที่นางพูดมาก็มีประโยชน์ อย่างน้อยมันท าให้พวกเขา
รู้ว่ากู่แม่อยู่ที่ไหน
ยามนี้หากต้องการช่วยพี่เจ็ดออกมาได้ส าเร็จและช่วยเขาแก้พิษ
กู่ สิ่งแรกที่ต้องท าคือต้องชิงกู่แม่ในมือองค์รัชทายาทมาให้ได้ ถึงจะ
รับประกันได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดอะไร
ภรรยาของเขาสามารถแก้พิษกู่ได้ แต่โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากอธิบาย
เรื่องนี้กับองค์หญิงสี่มากนัก
“องค์หญิงสี่วางใจได้ ในเมื่อข้าจะไปช่วยพี่เจ็ดของข้าให้ได้ ย่อม
ต้องพิจารณาทุกอย่างรอบคอบดีแล้ว”
ความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย องค์หญิงสี่ไม่มีข้อโต้แย้ง เขาอาจ
ช่วยโม่หยวนเช่อออกมาได้ส าเร็จ แต่เขาคงไม่อาจแก้พิษกู่ในร่างโม่
หยวนเช่อได้
“พวกเจ้าไม่สามารถบุกเข้าไปในคุกใต้ดินได้ง่าย ๆ ที่นั่นมีแต่คน
ขององค์รัชทายาทคอยเฝ้าอยู่ หากพบว่าโม่หยวนเช่อถูกช่วยออกไป
องค์รัชทายาทจะบีบกู่แม่ให้ตาย ตอนนั้นชีวิตของเขาก็จะจบสิ้น”
องค์หญิงสี่พูดเรื่องมากมายในคราวเดียว จู่ ๆ ก็หายใจถี่ขึ้นมา
หลานเอ๋อร์ตกใจรีบดึงเฮ่อจือหร่านเอาไว้ “ท่านหมอ ช่วยดู
อาการองค์หญิงของพวกเราอีกครั้งเถอะ หลานเอ๋อร์ขอร้องท่าน
ช่วยชีวิตองค์หญิงของพวกเราด้วย องค์หญิงเป็นคนดี”
สิ่งที่หลานเอ๋อร์อยากจะบอกคือ องค์หญิงของนางไม่เคยท าผิด
ต่อสกุลโม่เลย หากไม่ใช่เพราะองค์หญิงพยายามจะรั้งคุณชายเจ็ด
เอาไว้ คุณชายเจ็ดคงถูกคนพวกนั้นส่งออกไปเป็นทหารพลีชีพตั้ง
นานแล้ว ตอนนี้จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ไม่อาจรู้
ความหมายในค าพูดนาง ทั้งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างก็
เข้าใจได้ มีค ากล่าวว่า เป็นหนี้ต้องจ่าย เป็นคนร้ายต้องชดใช้กรรม
คนที่วางยาพิษสะใภ้สกุลโม่คือจักรพรรดินี ส่วนคนที่ซ ้าเติมสกุลโม่ก็
คือหนานเหิง ความจริงแล้วมันไม่เกี่ยวอะไรกับองค์หญิงสี่เลย
แต่สภาพร่างกายขององค์หญิงสี่ในตอนนี้ ถึงแม้เฮ่อจือหร่านจะมี
วิชาแพทย์สูงส่งเพียงใดก็ไม่อาจช่วยได้
ตอนที่นางเริ่มจับชีพจรขององค์หญิงสี่ นางก็คิดว่าท าไมคนอายุ
ยี่สิบกว่า ถึงมีร่างกายที่ทรุดโทรมถึงเพียงนี้
ตอนนี้นางรู้แล้ว มันมีความเป็นไปได้ที่องค์รัชทายาททารุณนาง
และในขณะเดียวกันก็เกี่ยวข้องกับพิษกู่ในร่างกายของนางด้วย
คิดถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านก็นึกขึ้นได้ถึงปัญหาหนึ่ง
จุดประสงค์หลักที่พวกเขาตามหาองค์หญิงสี่ก็เพื่อต้านผี และ
เพราะได้รู้ข่าวของพี่เจ็ด โม่จิ่วเยี่ยจึงสับสนไปบ้าง แต่นางไม่อาจ
ปล่อยให้ตัวเองสับสนไปกับเขาด้วยได้
ดังนั้นนางจึงใช้ข้อศอกกระทุ้งโม่จิ่วเยี่ยเบา ๆ พลางเตือนเสียง
ค่อยว่า “ต้านผี”
เมื่อได้รับการเตือนเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ที่
แท้จริงในการตามหาองค์หญิงสี่
“องค์หญิง ที่ข้ามาจวนรัชทายาทครั้งนี้ ก็เพื่อมาขอของสิ่งหนึ่ง
จากท่านโดยเฉพาะ”
องค์หญิงสี่ค่อย ๆ ลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย “สภาพของข้า
ในตอนนี้ ยังมีอะไรที่เจ้าจะขอได้อีกหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยลังเลไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ข้าต้องการต้านผีที่อยู่ในสิน
เจ้าสาวขององค์หญิง”
“เจ้าจะเอาของไร้ประโยชน์นั่นไปท าอะไร?”
เมื่อได้ยินองค์หญิงสี่ถามเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็สรุปได้ว่า นางไม่รู้
เรื่องที่จักรพรรดินีวางยาพิษสะใภ้สกุลโม่
“มีคนต้องการต้านผีเพื่อรักษาโรค ข้ารู้ว่าในสินเจ้าสาวขององค์
หญิงมีมัน จึงมาที่นี่เพื่อขอยา”
องค์หญิงสี่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ต้านผีเป็นของหา
ยากอยู่แล้ว อีกอย่าง ตอนนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็เป็นคนคุ้มกันนางมาแต่งงาน
ที่หนานเจียง เขาจะรู้ว่านางมีของสิ่งนี้ก็ไม่แปลกอะไร
แต่ตอนนี้ นางไม่สามารถช่วยโม่จิ่วเยี่ยได้เลย
“ต้านผียังมีอยู่จริง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้สินเจ้าสาวของข้าไม่ได้
อยู่ในมือตนเองแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว แม้แต่ในครอบครัวทั่วไปก็แทบไม่มีใครแตะ
ต้องสินเจ้าสาว แต่นี่เป็นถึงจวนรัชทายาทหนานเจียง จะต้องอาศัย
สินเจ้าสาวของพระชายามาเติมเต็มทรัพย์สินในจวนได้อย่างไร?
หลานเอ๋อร์เห็นเจ้านายของตนเริ่มหายใจหอบอีกครั้ง จึงช่วย
อธิบายว่า “คุณชายเก้าอาจไม่ทราบ สินเจ้าสาวขององค์หญิงตอนนี้
อยู่ในมือของสนมเซียวทั้งหมดแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วถามว่า “สนมเซียวอยู่ที่ไหน?”
เมื่อพูดถึงสนมเซียว หลานเอ๋อร์ก็แสดงความเกลียดชังอย่าง
ชัดเจน
“สนมเซียวได้รับความโปรดปรานมาก นางย่อมต้องอยู่ใกล้ชิด
องค์รัชทายาทมากที่สุด”
ก่อนจะมา พวกเขาตัดสินจากเสียงดนตรีและการเต้นร าว่าเรือน
ขององค์รัชทายาทอยู่ที่ใด และได้สังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่าง
ละเอียดแล้ว
ไม่ไกลจากด้านหลังเรือนขององค์รัชทายาท มีสถานที่ซึ่งดู
หรูหรายิ่ง ดูท่าคงจะเป็นที่พ านักของสนมเซียวแน่นอน
หลังจากการสนทนาเพียงสั้น ๆ นี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ร้อนใจเหมือน
เมื่อครู่แล้ว
เขาถามด้วยน ้าเสียงหนักแน่นว่า “ขอถามองค์หญิงสี่ หมอผีที่
พาพี่เจ็ดของข้ามาที่นี่ หน้าตาเป็นอย่างไร?”
องค์หญิงสี่นึกทบทวนแล้วตอบ “เขาสวมหมวกคลุม ข้าไม่ได้
เห็นใบหน้าเขา รู้แค่ว่าเขาเป็นบุรุษ รูปร่างค่อนข้างผอม”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าองค์หญิงสี่ไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไร เมื่อนางบอกว่าไม่
เห็นใบหน้า ก็คงไม่ได้เห็นหน้าจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านมองหญิงสาวผู้น่าสงสารบนเตียง หากนางมีวิธีก็คง
จะช่วยเหลืออักฝ่ายแล้ว เพราะอย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงคนหนุ่ม
สาวอายุยี่สิบกว่า ๆ และไม่เคยท าผิดอะไรต่อคนสกุลโม่
น่าเสียดายที่ร่างกายของนางถึงขีดจ ากัดแล้ว หวังว่าชาติหน้า
นางจะได้ไปเกิดในครอบครัวที่ดี เป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่มี
ความสุข
ในตอนนั้นเอง องค์หญิงสี่รู้สึกว่ามีลมค้างอยู่ในล าคอ ขึ้นไม่ได้
ลงไม่ได้ และเฮ่อจือหร่านก็เห็นว่านางยังอยากจะพูดอะไรต่อ
ดังนั้นจึงรีบเข้าไปฝังเข็มหลายจุด
“องค์หญิงสี่ ท่านมีเวลาเหลืออีกไม่เกินหนึ่งในสี่ชั่วยามนี้ หากมี
อะไรจะพูดก็รีบพูดเถอะ”
เข็มเหล่านี้ได้ผลดีมาก การหายใจขององค์หญิงสี่สงบลงอย่าง
เห็นได้ชัด
หลานเอ๋อร์และสาวใช้อีกคนรีบคุกเข่าลงข้างเตียง ร้องไห้พลาง
จับมือนาง “องค์หญิง ท่านไปอย่างสบายใจเถอะเจ้าค่ะ ข้ากับอวี่เอ๋อร์
จะอยู่เป็นเพื่อนท่าน จะไม่ปล่อยให้ท่านต้องเดียวดาย”
องค์หญิงสี่บีบมือสาวใช้ทั้งสองแน่น
“ไม่ ข้าไม่อนุญาตให้พวกเจ้าท าแบบนั้น”
พูดจบ นางก็พยายามมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยด้วยความยากล าบาก
“โม่จิ่วเยี่ย ข้าขอร้องเจ้าสักเรื่องได้หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจองค์หญิงสี่ทันที่ นางมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยรอยยิ้ม
กึ่งเยาะหยัน หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ไม่เหมาะสม นางคงจะพูด
ว่าดอกท้อของคุณชายเก้ามาแล้ว…
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีความคิดมากมายเหมือนภรรยาของเขา ถึงตอนนี้
เขาคิดจริง ๆ ว่าองค์หญิงสี่คงมีเรื่องส าคัญจะขอร้อง
อย่างเช่น ให้ไปแจ้งสาเหตุการตายที่แท้จริงของนางให้จักรพรรดิ
ซุ่นอู่ทราบ
เมื่อองค์หญิงสี่เห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คัดค้านค าพูดของนาง จึง
ค่อย ๆ เอ่ยปาก
“สาวใช้สองคนนี้ของข้า คนหนึ่งชื่ออวี่เอ๋อร์ อีกคนชื่อหลาน
เอ๋อร์ พวกนางรับใช้ข้ามาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าพวกเราจะเป็นนายบ่าว แต่
ก็รักกันเหมือนพี่น้อง ข้าไม่อยากให้พวกนางต้องตายในดินแดนต่าง
ถิ่นที่ไร้ซึ่งน ้าใจเช่นเดียวกับข้า”
“ไม่…องค์หญิง พวกเราจะติดตามท่านไป ไม่ว่าท่านจะไปที่ใด
พวกเราก็จะตามไปด้วย”
สาวใช้ทั้งสองคนพร้อมจะตายตามแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่เห็นเจตนาที่แท้จริงขององค์หญิงสี่
“หากอยู่ในขอบเขตความสามารถของข้า ข้าก็พาพวกนาง
กลับไปยังต้าซุ่นได้”
การกลับไปยังต้าซุ่นนั้นท าได้แน่นอน แต่คงไม่อาจให้พวกนาง
ไปเมืองหลวงได้ มิฉะนั้นสิ่งที่เขาท าเมื่อเร็ว ๆ นี้อาจจะถูกเปิดเผย