ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 286 โม่จิ่นเหนียนลืมตาตื่น
ไม่จ าเป็นต้องพูดถึงอวี่เอ๋อร์ นางไม่มีความคิดมากมายนัก และ
มักจะฟังค าสั่งของหลานเอ๋อร์เสมอ
เมื่อองค์หญิงสี่เดินทางไปอภิเษกสมรส องค์หญิงเลือกที่จะพา
นางไปด้วยเพราะนางเป็นคนว่านอนสอนง่าย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าหลานเอ๋อร์ก าลังคิดอะไร หลังจากอธิบาย
เรื่องราวให้กระจ่างแล้ว นางก็เดินทางต่อไป
ด้านโม่จิ่วเยี่ย คนแรกที่ตื่นขึ้นมาคือพี่เจ็ด รอบตัวของเขามืด
สนิท แต่ในความมืดมิดเช่นนี้ไม่ใช่ปัญหาส าหรับคนที่มีวรยุทธ์อย่าง
เขา
เมื่อพบว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร
ทันที่ แต่ส ารวจไปรอบ ๆ ก่อน
ความรู้สึกโคลงเคลงเล็กน้อยและเสียงฝีเท้าม้าบอกว่าเขาก าลัง
อยู่บนรถม้า
ข้าง ๆ เขาคือพี่สี่และพี่หก
เขาผลักพี่สี่เบา ๆ
“พี่สี่ ตื่นเถอะ”
พี่สี่เริ่มจะตื่นอยู่แล้ว พอถูกโม่หยวนเช่อผลักแบบนี้ก็ตื่นขึ้นมา
เต็มตา
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในรถม้าเช่นกัน จึงรีบอธิบายว่า
“พี่สี่ พี่เจ็ด อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้พวกท่านปลอดภัยดีแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงของน้องเก้า สองพี่น้องก็รู้สึกสบายใจลง
แม้พวกเขาจะไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด และไม่รู้ว่าท าไมพอตื่นขึ้น
มาถึงได้อยู่บนรถม้า แต่เมื่อมีน้องเก้าอยู่ด้วย พวกเขาก็มั่นใจว่า
ตนเองปลอดภัยแน่นอน
ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว รถม้าเคลื่อนเข้าสู่เมืองถัดไป
จากที่เขารู้มา ที่นี่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในหนานเจียง หากพวก
เขาเข้าเมืองไป เวลาคงค ่ามืดกว่าจะพ้นจากเมือง
แม้จะรีบเร่งเดินทาง แต่ก็ต้องค านึงถึงร่างกายของภรรยาด้วย
เขาปรึกษากับเฮ่อจือหร่านแล้วตัดสินใจพักผ่อนในเมืองสักครู่
พร้อมกินอะไรลงท้องบ้าง จากนั้นค่อยเดินทางต่อ
ที่ดีที่สุดคือออกจากเมืองตอนค ่า แม้จะต้องพักผ่อนบนรถม้าก็ยัง
ปลอดภัยกว่าการอยู่ในเมือง
เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่นี่จะได้รับข่าวจักรพรรดิหนานเจียงหายตัว
ไป ถึงตอนนั้นหากพวกเขาจะออกจากเมืองก็คงท าได้ยาก
ตามแผนที่วางไว้ ทั้งสองคนขับรถม้าไปยังสถานที่ค่อนข้าง
เปลี่ยว โม่จิ่วเยี่ยแกล้งท าเป็นออกไปซื้อของกิน แต่ความจริงแล้ว
เฮ่อจือหร่านก าลังซื้ออาหารส าเร็จรูปมาจากพื้นที่มิติ
สามีภรรยาต่างเปิดรถม้า หลายคนจัดการธุระส่วนตัวก่อน แล้ว
เริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
นี่เป็นมื้อแรกที่ได้กินข้าวนับแต่คืนที่แล้วจนถึงตอนนี้ แม้จะไม่ได้
ใช้พลังงานอะไรมากนัก แต่ตอนนี้พวกเขาก็หิวมาก
ข้าวปั้นน้อยเห็นเจ้าของ ก็รีบปีนขึ้นไปออดอ้อนในอ้อมกอดของ
นางทันที่
เสียงร้องเล็ก ๆ “อือ ๆ ๆ” ท าให้เฮ่อจือหร่านใจอ่อนยวบ รีบหลบ
ไปด้านข้างเพื่อเตรียมอาหารที่มันชอบ
หลังกินจนอิ่มแล้ว เฮ่อจือหร่านก าลังเตรียมจัดการเดินทางต่อ
ทางฝั่งโม่จิ่วเยี่ยก็มีเสียงดังขึ้นมา
“น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า พวกเจ้ารีบมาเร็ว พี่หกตื่นแล้ว” โม่หยวน
เช่อดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านรีบวิ่งไปทันที่
อาการของพี่หกดีกว่าพี่สี่กับพี่เจ็ดมาก ตอนนี้เขาลุกนั่งได้แล้ว
แต่แววตายังดูเลื่อนลอยอยู่บ้าง
“พี่หก”
“พี่หก”
“น้องหก”
สามพี่น้องเรียกหาโม่จิ่นเหนียนพร้อมกัน
โม่จิ่นเหนียนสบตากับพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะโม่หยวนเช่อ เขา
ยังคงงุนงงอยู่บ้าง
“น้องเจ็ด พวกเราถูกคนช่วยแล้วหรือ?” เขาจ าได้ว่าตัวเองกับ
น้องเจ็ดได้รับพิษพร้อมกันในสนามรบ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ถูกขังอยู่ใน
ห้องใต้ดินที่มืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลย
คนที่คอยเฝ้าจะทุบตีเขาทุกวันราวกับเป็นหน้าที่ ควบคุมแรงไว้
ให้เขาบาดเจ็บแต่ไม่ถึงกับตาย
การทรมานแบบนี้ด าเนินมาเกือบหนึ่งเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งมี
คนลึกลับเข้ามา และฉวยโอกาสตอนที่เขาอ่อนแอใส่หนอนกู่ให้
แต่ตอนนี้เขากลับก าลังอยู่กับพี่น้องของตัวเอง หรือว่าสิ่งที่อยู่ใน
ความทรงจ าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝัน?
น้องเจ็ดเคยประสบเหตุพร้อมกับเขา ในเมื่อตนเองยังงุนงงอยู่จึง
ได้แต่ถามเขา
เมื่อเห็นพี่น้องทุกคนตื่นขึ้นมาในสภาพเช่นนี้ โม่ซิวเหยียนก็รู้สึก
ปวดใจนัก
“น้องหก เราพี่น้องล้วนประสบชะตากรรมเดียวกัน พวกเราตกอยู่
ในเงื้อมมือของคนที่ชื่อปรมาจารย์ซือเหมิงในหนานเจียง เขาใช้กู่หุ่น
เชิดกับเจ้าและน้องเจ็ด เจ้าจะจดจ าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นไม่ได้
ก็เป็นเรื่องปกติ”
“โชคดีที่น้องเก้ากับภรรยาของเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึง
มาช่วยเหลือพวกเรา พวกเราพี่น้องถึงได้มีวันที่ได้เห็นแสงตะวันอีก
ครั้ง”
เมื่อได้ฟังพี่สี่พูดเช่นนี้ โม่จิ่นเหนียนจึงเห็นว่า พี่น้องสองคนข้าง
กายไม่เพียงผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ แต่ยังดูอ่อนแอมาก ราวกับเป็นคน
ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงมานาน
แล้วน้องเก้าเล่า เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงของน้องเก้าชัดเจน แต่
ท าไมถึงไม่เห็นตัว?
ตอนนี้สมองของโม่จิ่นเหนียนค่อนข้างสับสน ในใจเขามีค าถาม
มากมายที่อยากถาม แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยนั่งอยู่ตรงขอบรถม้า เอ่ยว่า “พี่หก ลองส ารวจ
ร่างกายของท่านก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
พี่ชายที่ช่วยกลับมาได้ก่อนหน้านี้ล้วนมีอาการบาดเจ็บไปทั่วร่าง
หรือไม่ก็อ่อนแรงจนสภาพแทบดูไม่ได้ เขากังวลว่าพี่เจ็ดก็จะเป็น
เหมือนคนอื่น ๆ หลังจากถอนพิษกู่ให้แล้ว ร่างกายอาจจะมีอาการไม่
สบายตัว
โม่จิ่นเหนียนจึงสังเกตเห็นคนที่พูด
เสียงนี้ชัดเจนว่าเป็นน้องเก้า แต่ตัวคนกลับไม่ใช่…
“เจ้าคือ?”
ในยามนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่เหมาะจะล้างเครื่องส าอางเพื่อพิสูจน์ตัวตน
จึงได้แต่อธิบายว่า “พี่หก ตอนนี้พวกเราอยู่ในเขตหนานเจียง เพื่อ
ความสะดวกในการเดินทาง ข้าจึงต้องปลอมตัวเสียหน่อย”
พี่สี่เห็นดังนั้นจึงช่วยอธิบายว่า “น้องหก นี่คือน้องเก้าจริง ๆ ไม่
ผิดแน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยรีบเร่งเดินทาง ย่อมไม่มีเวลาอธิบายกับพี่หกมากนัก
“พี่หก พี่สี่กับพี่เจ็ดจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังเอง พวกเรา
ต้องรีบเดินทางต่อแล้ว ถ้าท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนก็ให้บอกข้า
ทันที”
หากเป็นเวลาปกติ เมื่อเห็นพี่หกตื่นขึ้นมา โม่จิ่วเยี่ยคงต้อง
พูดคุยกับเขาอยู่นาน แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่อ านวยให้ท าเช่นนั้น
เขาต้องรีบออกจากเมืองก่อนฟ้ามืด
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัว เขาได้ยินเสียงสนทนาจากในรถม้า
พี่สี่กับพี่เจ็ดเล่าเรื่องทั้งหมดที่พวกเขาได้ยินจากปากน้องเก้าให้
โม่จิ่นเหนียนฟัง
โม่จิ่นเหนียนฟังจบก็โมโหจนเส้นเลือดปูดโปน ก าหมัดทุบรถม้า
อย่างแรง
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกได้ว่ารถม้าด้านหลังส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด พอหันไป
มอง ก็เห็นว่ารถม้ามีรอยแตกร้าวเล็กน้อย…
โชคดีที่ภรรยาของเขาเลือกไม้คุณภาพดีมาท ารถม้า
ไม่อย่างนั้นหากพี่หกต่อยมาหมัดเดียวก็คงท าให้รถม้าแตกเป็นเสี่ยง
ๆ แน่
โม่จิ่วเยี่ยชะลอความเร็วลง แล้วพูดเข้าไปด้านในรถม้าว่า “พี่หก
เรื่องทั้งหมดผ่านไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้พวกเราพี่น้องก็
ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ควรคิดถึงอนาคตว่าจะใช้ชีวิตให้ดีขึ้นได้
อย่างไร”
โม่หยวนเช่อก็พูดเสริมว่า “ใช่แล้วพี่หก พวกเราเป็นลูกผู้ชาย
ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นจริง”
ไม่ใช่ว่าโม่จิ่นเหนียนไม่สามารถยอมรับความเป็นจริงได้ แต่ยิ่ง
คิดเขาก็ยิ่งโกรธเท่านั้น
เขาเป็นชายชาตรีร่างสูงใหญ่ กลับถูกควบคุมด้วยแมลงตัวเล็ก ๆ
ได้ ยังไม่พอ เขายังโง่เขลาไปช่วยคนอื่นท างานอีก
ในฐานะบุรุษสกุลโม่ เขารู้สึกว่าทั้งหมดนี้ช่างน่าอับอายเหลือเกิน
ทว่าเมื่อครู่พี่สี่กับน้องเจ็ดก็บอกเขาแล้วว่า การที่เขาสามารถ
กลับมาพบพี่น้องได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะน้องเก้ากับภรรยาของเขา
น้องเก้ากับภรรยาเสี่ยงชีวิตมาช่วยพวกเขาถึงหนานเจียง ไม่ว่า
อย่างไรเขาก็จะทะนุถนอมชีวิตครั้งที่สองนี้ไว้ให้ดี