ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 314 ท่านแน่ใจหรือว่าจะติดตามนกที่บินเร็วมากตัวนี้ทัน?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 314 ท่านแน่ใจหรือว่าจะติดตามนกที่บินเร็วมากตัวนี้ทัน?
เฮ่อจือหร่านมองข้าวปั้นน้อยที่นั่งกินหน่อไม้อย่างสบายอารมณ์
อยู่ข้าง ๆ ด้วยความจนใจ
“ลูกตัวเหม็น เจ้าท าผิดพลาดครั้งใหญ่เข้าให้แล้ว”
ข้าวปั้นน้อยเห็นเจ้าของบ่นตัวเองก็หยุดกินหน่อไม้ทันที่ มันมอง
นางด้วยความสับสน ท่าทางน่าสงสารเหลือเกิน
หัวใจของเฮ่อจือหร่านอ่อนยวบลงทันที่ น ้าเสียงที่พูดจึงอ่อนโยน
ขึ้นมาก
“เด็กดี เหยี่ยวปีกทองตัวนี้ส าคัญกับข้ามาก ข้าต้องใช้มันตา
มหาเจ้าของเดิมของมัน ตอนนี้เจ้าท าให้มันเชื่องแล้ว ข้าจะท า
อย่างไรต่อเล่า?”
ข้าวปั้นน้อยกลอกดวงตาด าขลับไปมา แล้วลุกเดินไปหาเหยี่ยว
ปีกทอง
เห็นเพียงข้าวปั้นน้อยโบกมือโบกไม้ใส่เหยี่ยวปีกทองครู่หนึ่ง
เหยี่ยวปีกทองก็กลับมามีท่าทางขนพองสยองเกล้าเหมือนเมื่อครู่อีก
ครั้ง
เมื่อเผชิญหน้ากับเฮ่อจือหร่าน มันก็ไม่มีท่าทีเอาอกเอาใจ
เหมือนอย่างเก่า แต่กลับเป็นท่าทางไม่ให้คนแปลกหน้าได้เข้าใกล้
ไม่นานสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็ถอยหลังไปหลายก้าว แล้วก็กระพือปีก
บินขึ้นสูง ต้องการจะอยู่ให้ห่างจากคนและหมีตรงหน้านี้ให้มากที่สุด
ภายในพื้นที่มิตินี้ เฮ่อจือหร่านไม่กังวลว่าเหยี่ยวปีกทองจะหนี
หาย หากต้องการเพียงนางนึกคิดในใจก็สามารถเรียกมันกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่มิติมีอาหารมากมาย จึงไม่ต้องกังวลว่า
เหยี่ยวปีกทองจะอดตาย
ส่วนเรื่องจะใช้มันตามหาร่องรอยของปรมาจารย์ซือเหมิง ยังต้อง
รอให้โม่จิ่วเยี่ยกลับมาปรึกษาหารือกันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
เฮ่อจือหร่านกลับมาที่ห้องพยาบาลและมองเวลาบนนาฬิกา
แขวน นางเข้ามาที่นี่หลายชั่วยามแล้ว คิดว่าโม่จิ่วเยี่ยคงจะกลับมา
ในไม่ช้า
ดังนั้น นางจึงกอดข้าวปั้นน้อยก่อนที่จะหายตัวออกไปจากพื้นที่
มิติ
โม่จิ่วเยี่ยกลับมาเร็วกว่าที่นางคาดไว้ เขาถึงกับส่งสิ่งของ
เหล่านั้นรวมถึงแม่นมที่คอยปรนนิบัติข้างกายเต๋อเฟยเหนียงเหนียงที่
บ้านเก่าหลังนั้นแล้ว
พอเขาเห็นเฮ่อจือหร่านออกมาจากพื้นที่มิติ ก็รู้ว่านางเข้าไป
ตรวจดูนกพิราบขาวตัวนั้น
ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม เฮ่อจือหร่านก็พูดขึ้นก่อน “ท่านเคย
ได้ยินเกี่ยวกับเหยี่ยวปีกทองหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยตอบทันที่ “ไม่เคย”
เฮ่อจือหร่านอธิบายลักษณะเฉพาะของเหยี่ยวปีกทองอย่าง
ละเอียด และบอกโม่จิ่วเยี่ยว่ามันไม่ใช่นกพิราบขาว แต่เป็นเหยี่ยวปีก
ทองที่หายากมาก
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจว่าภรรยาของเขาจะรู้เรื่องนี้มาจากไหน
จุดประสงค์หลักของเขาคือต้องการใช้มันตามหาปรมาจารย์ซือเหมิง
“หร่านหร่าน เจ้าปล่อยเหยี่ยวปีกทองตัวนั้นออกมาสิ มันจะตาม
หาเจ้าของเดิมหรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ข้าคิดว่าคงจะเป็นเช่นนั้น เหยี่ยวปีกทอง
มีความสามารถในการจดจ าเจ้าของได้อย่างแม่นย า ปรมาจารย์ซือเห
มิงเคลื่อนไหวไม่แน่นอน มีเพียงเหยี่ยวปีกทองตัวนี้เท่านั้นที่จะ
สามารถตามหาเขาได้”
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดว่า “หร่านหร่าน พรุ่งนี้ข้าจะ
เตรียมตัวแล้วติดตามเหยี่ยวปีกทองตัวนี้ออกไปหาเบาะแส”
ความจริงแล้วเฮ่อจือหร่านก็คิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ได้
การหวังให้เหยี่ยวปีกทองค้นหาปรมาจารย์ซือเหมิง คงเป็น
ทางออกเดียวที่โม่จิ่วเยี่ยพูดถึง
แต่นางเพิ่งสังเกตดูมาแล้ว ความเร็วในการบินของเหยี่ยวปีกทอง
นั้นเร็วมาก แม้ว่าวิชาตัวเบาของโม่จิ่วเยี่ยจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่
ด้านพละก าลังก็คงไม่สามารถเทียบกับสัตว์ที่เกิดมาเพื่อโบยบินชนิด
นี้ได้
“ท่านแน่ใจหรือว่าจะติดตามนกที่บินเร็วมากตัวนี้ทัน?”
จุดนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่กล้ารับรอง วิชาตัวเบาของเขาไม่ได้อ่อนด้อย
กระทั่งในราชวงศ์ต้าซุ่นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสองอันดับแรก
เพียงแต่คนเราย่อมมียามที่เหนื่อยล้า หากเหยี่ยวปีกทองบินโดย
ไม่หยุดพัก เขาก็คงจะตามไม่ทันจริง ๆ
หากเจอภูเขาสูงหรือแม่น ้าใหญ่เข้า เขาก็คงหลงทางทันที่
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ทั้งสองก็คิดวิธีที่ดีไม่ออก
พูดถึงวิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือเมื่อใกล้จะถึงเดือนเจ็ด ก็ค่อยให้
พาเหยี่ยวปีกทองไปยังชายแดนตะวันตกด้วยกัน
เพราะในช่วงเวลานั้น มีโอกาสสูงมากที่ปรมาจารย์ซือเหมิงจะมา
ปรากฏตัวที่นั่น ปล่อยเหยี่ยวปีกทองบินออกไปตามระยะที่ก าหนด โม่
จิ่วเยี่ยก็มั่นใจยิ่งนักว่าจะตามทันความเร็วของมัน
เพื่อความปลอดภัย เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจทันทีว่า
ไม่อาจปล่อยเหยี่ยวปีกทองออกไปตามอ าเภอใจได้แล้ว หากคลาด
กันไปครั้งเดียว เบาะแสนี้ก็จะขาดสะบั้นลง
ดูเหมือนว่า แม้จะมีนกเหยี่ยวปีกทองอยู่ในมือ ก็ไม่สามารถท า
อะไรล่วงหน้าได้
อีกทั้งพี่สามก็น าคนไปยังชายแดนตะวันตกแล้ว เชื่อว่าอีกไม่
นานเขาก็จะน าข่าวบางอย่างกลับมาได้
เมื่อถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจอีกทีก็ยังไม่สาย
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็เข้าสู่เดือนสามแล้ว
อากาศในซีเป่ยอุ่นกว่าทางตอนเหนือมาก น ้าแข็งและหิมะที่มีไม่
มากนักจึงละลายไปหมดสิ้น
การผ่าตัดของพี่สี่ประสบความส าเร็จมาก แม้ว่าขาทั้งสองข้างจะ
ยังเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่มือทั้งสองที่ต่อเส้นเอ็นกลับสามารถค่อย ๆ
เคลื่อนไหวได้แล้ว
สิ่งนี้ท าให้พี่สี่มีความหวัง ทุกวันเขาหวังว่าตนเองจะหายดีเร็ว ๆ
ไม่อยากจะเป็นคนไร้ประโยชน์ของสกุลโม่
ร่างกายของพี่เจ็ดหลังจากบ ารุงรักษาตัวก็ฟื้นคืนเกือบสมบูรณ์
แล้ว นอกจากจะดูผอมแห้งไปบ้าง การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็ไม่มี
อุปสรรคอะไรแล้ว
ส่วนร่างกายของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงก็ฟื้นตัวได้ดีมาก และ
หนานรุ่ยไม่มีแผนที่จะกลับไปเมืองหลวงจริง ๆ
เขารู้สึกว่าแม้หมู่บ้านซีหลิ่งแห่งนี้จะห่างไกลไปบ้าง แต่กลับเป็น
สถานที่ที่เหมาะส าหรับการพักฟื้นร่างกาย
ไม่ต้องเผชิญหน้ากับการหลอกลวงและการแข่งขันชิงดีชิงเด่น
ทุกวัน แค่ได้ดูแลมารดาให้ดีก็พอ ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนจากไป และ
พักอาศัยอยู่ในบ้านเก่าหลังนั้นชั่วคราว
หากมีเวลา หนานรุ่ยก็จะพาเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมาเยี่ยมเยียน
สกุลโม่
เมื่อเผชิญหน้ากับคนสกุลโม่ เขาไม่มีท่าทางถือตัวเลยแม้แต่
น้อย เมื่อเห็นพี่น้องสกุลโม่ก าลังยุ่งอยู่ก็จะเข้าไปช่วยเหลือด้วยความ
กระตือรือร้น
เต๋อเฟยเหนียงเหนียงก็ไปพบกับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อพูดคุย
ทั้งสองมีอายุใกล้เคียงกัน และเคยมาจากคนตระกูลใหญ่
เหมือนกัน จึงคุยกันได้อย่างสนิทสนม
ยังมีอีกคนหนึ่งที่ช่วงนี้มาสกุลโม่บ่อยที่สุด คือเมิ่งไห่หนิง
เขาก าลังค่อย ๆ แสดงความรู้สึกให้ฮูหยินผู้เฒ่าเห็น
ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็เปิดเผยท่าทีของตัวเองออกมาเล็กน้อย กล่าว
โดยสรุปแล้ว ความเข้าใจระหว่างพวกเขาก็มีความคืบหน้าไม่น้อย
เฮ่อจือหร่านตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว เนื่องจากเป็นการตั้งครรภ์
ลูกแฝด ตอนนี้ท้องน้อยของนางจึงนูนเด่น รูปร่างก็ดูกลมมนอวบอิ่ม
ขึ้นเรื่อย ๆ
โชคดีที่ทารกน้อยทั้งสองดูแลนางเป็นอย่างดี พวกเขาไม่เคยดิ้น
ซุกซน ท าให้การตั้งครรภ์ของนางสบายขึ้นมาก
เห็นได้ชัดว่าอีกเพียงยี่สิบกว่าวันก็จะเริ่มปลูกพืชผลได้ ในขณะ
ที่พวกชาวบ้านยังว่างอยู่ จึงควรรีบลงมือสร้างบ้านตรงเชิงเขาให้เร็ว
ที่สุด
เฮ่อจือหร่านใช้เวลาสองวันในการวาดโครงสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่
มิติ
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่จะเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะอาศัยอยู่
ตลอดไปในอนาคต จึงต้องสร้างให้สะดวกสบายและใช้งานได้จริง
แม้ว่าในบ้านจะมีคนอยู่มาก แต่ทุกคนก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ไม่เคยมีเรื่องแก่งแย่งระหว่างพี่สะใภ้น้องสะใภ้เลย
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านซึ่งเป็นคนจากยุคปัจจุบัน ก็ไม่
อยากใช้ชีวิตอย่างคนตระกูลใหญ่เช่นนี้
เหตุผลที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยซื้อที่ดินผืนใหญ่ขนาดนั้นก็เพราะเรื่อง
นี้
ตอนนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่านายท่านผู้เฒ่าโม่และพวกพี่ชาย
ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงควรมีบ้านแยกให้แต่ละครอบครัวอยู่กันไป
หลังค านวณแล้ว ผู้อาวุโสสองคนและพี่น้องทั้งเก้าคน จ าเป็นต้อง
ใช้บ้านอย่างน้อยสิบหลัง
ส าหรับบ้านทั้งสิบหลังนี้ เฮ่อจือหร่านวางแผนจะสร้างตามรูปแบบ
บ้านสี่ลานในชาติก่อน อย่างไรก็ตามที่นี่คือชนบท จึงไม่จ าเป็นต้อง
แบ่งเป็นลานในลานนอก และอยู่ได้อย่างสบายก็พอ
แน่นอนว่าเรื่องส าคัญที่สุดคือสิ่งอ านวยความสะดวกและ
โครงสร้างภายใน
ไม่ต้องสงสัยว่าหน้าต่างทั้งหมดจะใช้กระจกประกอบ นางใช้เฮนรี่
เป็นข้ออ้าง ซื้อกระจกจ านวนมากมาจากพื้นที่มิติ ซึ่งเพียงพอส าหรับ
การสร้างบ้านใหม่
ยังมีอุปกรณ์ท าความร้อนภายในห้องอีกด้วย
หลังจากมาถึงซีเป่ย เฮ่อจือหร่านได้สอบถามชาวบ้านรอบข้าง
ระหว่างพูดคุยกันแล้ว พวกเขาล้วนใช้เตียงอุ่นเพื่อให้ความอบอุ่นใน
ฤดูหนาวเป็นหลัก ส าหรับครอบครัวที่มีฐานะดี ยังจุดเตาหนึ่งหรือสอง
กระถางเพื่อเพิ่มความอบอุ่นอีกด้วย