ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 313 เหยี่ยวปีกทอง
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าในกรงนั้นใส่นกพิราบสื่อสารหรืออะไรไว้ เฮ่อจื
อหร่านมองออกว่าข้าวปั้นน้อยได้พิชิตมันอย่างสมบูรณ์แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งมีชีวิตสีขาวที่ไม่รู้จักยังพยักหน้าให้ข้าวปั้น
น้อยอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ข้าวปั้นน้อยไม่ได้เคร่งเครียดเหมือนเดิมอีกต่อไป มันก้าว
เท้าสั้น ๆ วิ่งมาหาเจ้าของราวกับต้องการอวดผลงาน
เฮ่อจือหร่านลูบหัวข้าวปั้นน้อยก่อน แล้วจึงหันไปมองสิ่งมีชีวิต
ตัวนั้น
ดูท่าสิ่งนี้จะไม่ต่างจากตอนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก มันยังคงเป็น
นกพิราบขาวตัวเล็กแสนเชื่อง
หากไม่ใช่เพราะข้าวปั้นน้อยกระตุ้นให้มันแสดงอีกด้านออกมา
เฮ่อจือหร่านอาจจะไม่พบความผิดปกตินี้เลย
ในเมื่อตอนนี้ข้าวปั้นน้อยจัดการมันแล้ว ท าให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก
นี้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา เฮ่อจือหร่านจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น
ขณะนางก าลังพิจารณาอยู่นั้น ก็ตั้งใจรักษาระยะห่างกับกรงนก
เอาไว้
ใครจะรู้ว่าสิ่งมีชีวิตในกรงจะท าท่าน่ารักใส่นางได้ถึงเพียงนี้
หัวเล็ก ๆ ส่ายไปมาไม่หยุด ปีกกางออกแล้วหุบเข้า ท่าทางนั้น
ชัดเจนว่าเจ้านกน้อยก าลังเอาใจ
เฮ่อจือหร่านรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
นางดึงข้าวปั้นน้อยมาอยู่ข้างกายแล้วถามว่า “ข้าวปั้นน้อย เจ้า
ฝึกมันได้แล้วหรือ?”
ข้าวปั้นน้อยพยักหัวกลม ๆ อย่างแรงหลายครั้ง พร้อมส่งเสียงอื
มอือออกมา
ตอนนี้เฮ่อจื่อหรานมั่นใจแล้วว่า สิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้านี้ได้
ยอมรับนางหรือไม่ก็ข้าวปั้นน้อยเป็นเจ้าของแล้ว
และจากการสังเกตของนาง มีความเป็นไปได้มากว่ามันจะ
ยอมรับนางเป็นเจ้าของ
เพราะตั้งแต่ข้าวปั้นน้อยเข้ามาใกล้ สิ่งมีชีวิตตัวน้อยนั้นแทบไม่
เหลือบมองมันเลย
แน่นอนว่า ในยามที่เฮ่อจื่อหร่านก าลังมองอยู่นั้น สิ่งมีชีวิตตัว
น้อยก็กระพือปีกใส่นางอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับท่าทีที่มันมีต่อข้าวปั้นน้อยเมื่อครู่ ตอนนี้มันดู
อ่อนโยนลงกว่าหลายเท่า
เฮ่อจือหร่านลองยื่นมือเข้าไปใกล้กรง สิ่งมีชีวิตตัวน้อยมีท่าทาง
เชื่องและว่าง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างสีขาวบริสุทธิ์ของมันเบียดชิดขอบกรงราวกับก าลังเชื้อเชิญ
ให้เฮ่อจือหร่านลูบมัน
เฮ่อจือหร่านท าตามความต้องการของสิ่งมีชีวิตตัวน้อย นางเปิด
กรงออก
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยรีบกระพือปีกออกมาทันที่ มันบินวนรอบเฮ่อจื
อหร่านพลางส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง
เฮ่อจือหร่านมั่นใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ไม่ได้คิดร้ายต่อนาง
จึงลองยื่นมือออกไปลูบมัน
เมื่อเห็นดังนั้น สิ่งมีชีวิตตัวน้อยกลับขยับเข้ามาหานางเอง เฮ่อจื
อหร่านลูบหัวมันก่อนแล้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปทั่วร่าง
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยเหมือนจะชอบมาก มันขยับเข้าไปใกล้ร่างกาย
ของนางอีก
เฮ่อจือหร่านค่อย ๆ กางปีกของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยออกอย่างแผ่ว
เบา ขนสีทองที่ซ่อนอยู่ภายในปรากฏขึ้นตรงหน้า นางจ้องมองมัน
อย่างพิจารณา
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยเชื่อฟัง ยอมให้นางส ารวจขนสีทองเส้นนั้นได้
อย่างง่ายดาย
เฮ่อจือหร่านนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่านผ่าน ๆ ในชาติก่อน
มันกล่าวถึงต านานของ “เหยี่ยวปีกทอง” เป็นเหยี่ยวหิมะพันธุ์หายาก
ที่มีขนสีขาวโพลนปกคลุมทั้งร่าง ยกเว้นขนเพียงเส้นเดียวใต้ปีกแต่
ละข้างที่จะเป็นสีทองอร่าม
อย่างไรก็ตาม นกเหยี่ยวปีกทองในต านานนั้นมีขนาดตัวที่
ใหญ่โต แม้แต่ในตอนยังเล็กก็ไม่น่าจะเล็กเท่ากับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในมือ
นางได้
เพื่อไขปริศนา เฮ่อจือหร่านตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากนัก
สะสมตัวน้อย โดยหวังว่าเขาจะช่วยตรวจสอบมันบนอินเทอร์เน็ตใน
ยุคสมัยใหม่ได้
นางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตตัวน้อยจากหลาย ๆ
มุม ก่อนอัปโหลดรูปภาพเหล่านั้นขึ้นบนเถาเป่า
นอกจากการแบ่งปันรูปภาพแล้ว แอปพลิเคชันยังมีฟังก์ชัน
ประเมินราคา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ท าให้เฮ่อจือหร่านถึงกับตะลึง
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยถูกประเมินราคาสูงถึงเจ็ดหลัก สะท้อนให้เห็นถึง
มูลค่าที่ประเมินไม่ได้ของมัน
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ใส่ใจกับมูลค่าของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้มากนัก
สิ่งที่นางไม่ขาดแคลนที่สุดในยามนี้คือเงินทอง นางไม่มีทางใช้
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ไปแลกเพื่อผลก าไร
นางเปิดหน้าต่างข้อความของนักสะสมตัวน้อย แล้วส่งภาพที่เพิ่ง
ถ่ายไปให้เขา [รบกวนคุณช่วยตรวจสอบสักหน่อย สิ่งมีชีวิตตัวน้อย
นี้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกัน]
อาจเป็นเพราะนักสะสมตัวน้อยก าลังยุ่งอยู่ เฮ่อจือหร่านส่ง
ข้อความไปเกือบสิบนาที่ จึงเห็นรูปของอีกฝ่ายกะพริบ
[ผมเพิ่งส่งรูปภาพไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตววิทยาช่วย
ตรวจสอบ นี่คือนกเหยี่ยวที่หายากมาก ชื่อของมันคือว่าเหยี่ยวปีก
ทอง]
[เหยี่ยวชนิดนี้โดยปกติมีลักษณะภายนอกไม่ต่างจากนกพิราบ
แต่เมื่อเผชิญกับอันตรายจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเหยี่ยว และจะมีขนสี
ทองหนึ่งเส้นด้านในปีก]
[สิ่งที่แปลกที่สุดคือปากของมันแบ่งเป็นสองชั้น เมื่อคาบสิ่งของ
หรือเจออันตราย ชั้นนอกจะยืดออกมาเป็นรูปปากเหยี่ยว ตามที่
ผู้เชี่ยวชาญกล่าว ในยุคปัจจุบันเหยี่ยวปีกทองชนิดนี้สูญพันธุ์ไปแล้ว
พวกเขาได้รับรู้ข้อมูลมานี้จากเอกสารบางอย่าง]
ต่อมา นักสะสมตัวน้อยกล่าวเสริมว่า [อย่าบอกผมนะว่าเหยี่ยว
ปีกทองตัวนี้อยู่ในมือคุณ]
[มีอยู่ตัวหนึ่งจริง ๆ] เฮ่อจือหร่านกล่าว
[ผมสามารถซื้อมันในราคาสูงได้นะ] นักสะสมตัวน้อยเอ่ย
[ขออภัย เหยี่ยวปีกทองตัวนี้ส าคัญมากส าหรับฉัน ไม่สามารถ
ขายให้คุณได้] เฮ่อจือหร่านปฏิเสธ
[ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไม่บังคับ]
ยามนี้เฮ่อจือหร่านสนใจคุณสมบัติของเหยี่ยวปีกทองมากกว่า
จึงเอ่ยถามว่า [คุณได้สืบมาหรือไม่ว่าเหยี่ยวปีกทองนี้มีความพิเศษ
อย่างไร?]
นักสะสมตัวน้อยตอบว่า [ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเหยี่ยวปีกทองจะ
จดจ าเจ้าของ แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็ก แต่พลังในการต่อสู้นั้น
แข็งแกร่งมาก แต่หากไม่มีค าสั่งจากเจ้าของ มันก็จะไม่มีการ
เคลื่อนไหวใด ๆ]
เมื่อได้ฟังค าอธิบายจากนักสะสมตัวน้อย เฮ่อจือหร่านก็รู้สึก
กระตือรือร้นอยากจะลองทดสอบความสามารถในการจดจ าเจ้าของ
ของเหยี่ยวปีกทองทันที่
ความรู้สึกหดหู่ของนักสะสมตัวน้อยถูกแทนที่ด้วยความยินดีหลัง
ได้รับเพชรเม็ดใหญ่
เฮ่อจือหรานเห็นว่าเขาพอใจแล้ว จึงปิดกล่องข้อความไป
นางหันกลับมามองเหยี่ยวปีกทอง แล้วยื่นฝ่ามือออกไปหามัน
เหยี่ยวปีกทองเห็นมือของนางก็กระพือปีกกระโดดขึ้นมาเกาะ
พร้อมส่งเสียงร้องตื่นเต้นสองครั้ง
เฮ่อจือหรานลองสื่อสารกับมัน
นางชี้ไปที่พวงพริกแห้งหลายสายที่ตากอยู่นอกคลังแล้วพูดว่า
“เจ้าตัวน้อย ช่วยข้าหยิบสิ่งนั้นมาให้ที”
เหยี่ยวปีกทองส่งเสียงร้องหนึ่งครั้ง ก่อนจะบินไปยังจุดที่นาง
ก าหนดอย่างรวดเร็ว คาบพริกแห้งหนึ่งสายแล้วบินกลับมาหาเฮ่อจื
อหร่าน นางรับพริกแห้งนั้นมาพร้อมกับสังเกตเห็นว่าจะงอยปากของ
เหยี่ยวปีกทองได้เปลี่ยนเป็นรูปปากเหยี่ยวแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่นานปากเหยี่ยวของนกเหยี่ยวปีกทองก็หด
กลับไป
เฮ่อจือหร่านสรุปในใจว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ยอมรับนางเป็น
เจ้าของจริง ๆ
แม้ว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้จะเคยเป็นสมบัติของปรมาจารย์ซือเหมิง
แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นของนางแล้ว เฮ่อจือหร่านตัดสินใจจะไม่คิด
มากเกี่ยวกับที่มาของสัตว์ที่มีจิตวิญญาณสูงส่งตัวนี้
สิ่งที่นางกังวลที่สุดตอนนี้คือเหยี่ยวปีกทองถูกข้าวปั้นน้อยท าให้
เชื่อง แต่มันจะยังสามารถตามหาเจ้าของเดิมได้หรือไม่
เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ นางจึงลองสื่อสารกับเหยี่ยวปีกทอง
“เจ้าตัวน้อย เจ้ายังจ าเจ้าของคนเก่าของเจ้าได้หรือไม่?”
เหยี่ยวปีกทองยืนนิ่ง จ้องมองนางอย่างไม่เข้าใจ เห็นได้ชัดว่ามัน
ไม่รู้ว่านางก าลังพูดอะไรอยู่
ครั้งนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกอับจนหนทาง เดิมทีนางหวังว่าสิ่งมีชีวิต
ตัวน้อยนี้จะพานางไปหาปรมาจารย์ซือเหมิงได้ แต่ดูท่าว่าต่อให้
ปล่อยมันไปก็คงบินกลับมาหานางในฐานะเจ้าของคนใหม่เท่านั้น