ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 322 ท าเรื่องเลว ๆ ไว้แล้วก็คิดจะหนีหรือ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 322 ท าเรื่องเลว ๆ ไว้แล้วก็คิดจะหนีหรือ
โม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าไม่ได้คิดว่าโม่ชูหานจะพาหมอกลับไปที่
หมู่บ้านซีหลิ่ง พวกเขาจึงค้นหาอยู่แค่ในเมืองอวิ๋นเท่านั้น
การที่โม่ชูหานพาหมอกลับมาที่หมู่บ้านซีหลิ่งก็นับเป็นเรื่อง
บังเอิญยิ่งนัก
เมื่อเขาพึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน ก็เห็นคนตระกูลชุยสิบกว่าคนวิ่ง
สวนมาด้วยท่าทางร้อนรน
พวกเขายังถือห่อผ้าในมือ โม่ชูหานเดาได้ว่าพวกเขาคงก าลังจะ
หลบหนี
โม่ชูหานไม่พูดมาก รีบเข้าไปขวางทางคนสิบกว่าคนนั้นไว้ทันที่
เนื่องจากอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่งมานาน เขาย่อมต้องเคยพบเจอคน
ตระกูลชุยบ้าง คนสิบกว่าคนนี้จึงไม่ใช่คนแปลกหน้าส าหรับโม่ชูหาน
“ท าเรื่องเลว ๆ ไว้แล้วก็คิดจะหนีหรือ” เขาเอ่ยเย้ยหยัน
คนตระกูลชุยหลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะท าอย่างไร
ตอนที่สกุลโม่เพิ่งมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่งใหม่ ๆ โม่ชูหานก็เป็นคน
แรกที่กระโดดเข้าไปในลานบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ฝีมือที่คล่องแคล่ว
ว่องไวของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของใครหลายคน
เมื่อเผชิญหน้ากับโม่ชูหานเช่นนี้ ไม่มีใครอยากเสี่ยงเป็นคนแรก
ที่ออกหน้ารับ เพราะหากพูดอะไรผิดไปแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาก็รู้
ดีว่าจะต้องเจ็บตัวแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามีคนมากกว่าโม่ชูหานหลายเท่า ถึงแม้โม่
ชูหานจะเก่งกาจแค่ไหน ก็คงจับพวกเขาไว้ได้ไม่หมดทุกคนอยู่ดี
ส่วนหมอที่โม่ชูหานพามา เป็นเพราะติดตามเขาไม่ทันจึงยังอยู่
ห่างออกไป และยังมาไม่ถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง คิดได้ดังนั้น คนในตระกูล
ชุยก็เริ่มมองหาทางหนีทีไล่
ชายคนหนึ่งฉวยโอกาสที่โม่ชูหานเผลอ วิ่งสุดก าลังไปทางเข้า
หมู่บ้าน
ทว่าโม่ชูหานไม่ได้วิ่งไล่ตาม แต่กลับก้มลงหยิบก้อนหินเล็ก ๆ
ขึ้นมาจากพื้น แล้วขว้างไปยังคนที่ก าลังวิ่งหนี
ชายคนนั้นร้องเจ็บออกมาเสียงดังทันใด ราวกับถูกอะไร
บางอย่างกระแทกที่ขาอย่างแรง จนเสียหลักล้มคะม า
เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่น ๆ ในตระกูลชุยต่างคิดว่าโอกาสของตัวเอง
มาถึงแล้ว พวกเขาจึงพากันวิ่งแตกตื่นไปทางเข้าหมู่บ้านโดยไม่คิด
ชีวิต
โม่ชูหานก้มลงหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมาอีกหลายก้อน ก่อนจะ
ขว้างออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นย า โดนข้อเท้าของคนตระกูลชุยอ
ย่างจัง
ไม่มีใครในตระกูลชุยรอดพ้นจากการโจมตีนี้ พวกเขาล้ม
ระเนระนาดลงกับพื้น
คนที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวของตระกูล
ชุย อายุที่มากท าให้เขาฝีเท้าไม่เร็วเท่าคนหนุ่มสาว อีกทั้งโม่ชูหาน
ยังยืนอยู่ใกล้เขากว่าคนอื่น ๆ ก้อนหินที่พุ่งเข้าหาเขาจึงหนักหน่วง
กว่าใคร
ผลคือเขาล้มลงกับพื้นอย่างแรง ฟันหน้าที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ซี่
กระเด็นหลุดออกจากปากจนหมด
โม่ชูหานไม่สนใจเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของคน
ตระกูลชุย เขาเดินเข้าไปพลางแก้เชือกตรงเอวอย่างคล่องแคล่ว ก่อน
จะมัดพวกเขาทั้งหมดด้วยเชือกเส้นใหญ่ห้าเส้น
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าหมู่บ้านไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
แต่คนตระกูลชุยที่เหลือซึ่งไม่ได้คิดหลบหนีไปก่อนหน้านี้ ต่าง
หวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้ามาดู
ส่วนคนตระกูลโจวกับตระกูลจ้าวนั้นต่างออกไป นับตั้งแต่ตระกูล
ชุยถูกลงโทษ ในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยมีเรื่องวุ่นวายอีก พอครั้งนี้มีเรื่อง
สนุกให้ดู คนที่ว่างงานต่างพากันวิ่งกรูออกมาดูเหตุการณ์อย่าง
รวดเร็ว จนบริเวณนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หัวหน้าตระกูลของ
ตระกูลโจวกับตระกูลจ้าวก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
โม่ชูหานหันไปทางหัวหน้าตระกูลทั้งสอง “รบกวนท่านลุงทั้งสอง
ช่วยดูคนพวกนี้ด้วย ข้าจะไปดูอะไรบางอย่างตรงเชิงเขาก่อนแล้วจะ
รีบกลับมา”
ตอนนี้โม่ชูหานเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจ าอยู่ในที่ว่าการ คนที่
เจ้าหน้าที่จับมาให้พวกเขาดูแล คนตระกูลจ้าวและคนตระกูลโจวไม่
อาจปฏิเสธได้อยู่แล้ว
อีกทั้งนี่คือโอกาสที่จะได้แสดงอ านาจต่อหน้าคนตระกูลชุย พวก
เขาเองก็ไม่อยากพลาดมันไปเช่นกัน
“เช่นนั้น รบกวนหัวหน้าโม่ก็ไปท าธุระเถอะ คนพวกนี้ให้พวกเรา
จัดการเอง”
โม่ชูหานกล่าวขอบคุณแล้วรีบรุดไปยังเชิงเขาโดยเร็ว
เขาต้องการไปดูอาการของคนงานที่ถูกวางยา
ทว่าเมื่อไปถึงที่ดินของบ้านตัวเองแล้ว สิ่งที่เห็นกลับต่างไปจากที่
คิดไว้โดยสิ้นเชิง
คนงานทุกคนก าลังท างานตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเป็น
ระเบียบ ไม่มีวี่แววของคนที่ถูกวางยาพิษเลย
เป็นไปไม่ได้ น้องเก้าบอกว่าคนตระกูลชุยใส่ยาพิษลงในน ้าแกง
ของพวกเขาไม่ใช่หรือ?
แล้วท าไมคนพวกนี้ถึงไม่เป็นอะไรเล่า?
ขณะที่โม่ชูหานก าลังสงสัย หูชงที่ยืนคุมงานอยู่บนที่สูงก็
สังเกตเห็นเขา หูชงจึงรีบเดินเข้ามาหา
“คุณชายแปด วันนี้ท่านไม่ได้ไปท างานแล้วหรือ”
โม่ชูหานมีสีหน้างุนงง
“พี่หู น้องเก้าของข้าบอกว่าคนตระกูลชุยมาที่นี่เพื่อวางยาพิษ
เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่”
หูชงไม่รู้ว่าโม่ชูหานเข้าใจผิดอะไร เขาจึงพยักหน้าแล้วพูดเสียง
เรียบว่า “เป็นความจริง คนที่วางยาพิษถูกพวกคุณชายเก้าส่งตัวไปที่
ที่ว่าการแล้ว”
โม่ชูหานยังคงงุนงงอยู่
“แต่คนพวกนี้กลับดูสบายดีทุกคน ไม่เห็นมีใครถูกวางยาพิษ
เลย”
ในที่สุดหูชงถึงได้ตระหนักว่าโม่ชูหานเข้าใจผิดอะไรไป
“โชคดีที่คุณชายเก้ามาทันเวลาจึงจับคนวางยาพิษได้ทันก่อนที่
จะเกิดเรื่องใหญ่”
แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เมื่อครู่เฮ่อจือหร่านจึงอดใจไม่
ไหวจนเข้ามาตรวจสอบดู
นางบอกทันทีว่าในน ้าแกงมีสารหนูผสมอยู่
ใคร ๆ ก็รู้ว่าสารหนูเป็นยาพิษร้ายแรงที่สุด
หูชงรู้ว่าโม่ชูหานเป็นคนอารมณ์ร้อน ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะท า
ร้ายคนด้วยความหุนหันพลันแล่น จนก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่จ าเป็น จึง
ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ
อย่างไรก็ตาม โม่จิ่วเยี่ยน าน ้าแกงส่วนหนึ่งไปยังที่ว่าการแล้ว แม้
สารหนูในต้าซุ่นจะถูกจ ากัดการขาย แต่หมอทั่วไปก็สามารถแยกแยะ
ได้
เมื่อถึงตอนนั้น พอที่ว่าการไปเรียกหมอมาตรวจสอบ ก็จะ
สามารถตัดสินความผิดของคนตระกูลชุยได้
หลังได้ยินค าพูดของหูชง โม่ชูหานก็รู้สึกเหมือนถูกปลุกจากฝัน
ที่แท้เมื่อครู่น้องเก้าบอกให้เขาไปเชิญหมอมา หมายถึงให้มา
ที่ว่าการ ไม่ใช่ที่นี่!
เมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด โม่ชูหานจึงรีบมุ่งหน้ากลับไปยังที่ว่าการ
ทันที่
ระหว่างทาง เขาก็พบกับหมอที่ตนเองเรียกตัวมากับเจ้าหน้าที่ที่
เมิ่งไห่หนิงส่งมาสมทบตรงทางเข้าหมู่บ้านพอดี
ในกลุ่มคนตระกูลชุยที่ถูกจับกว่าสิบคนนั้น มีบางคนที่แสดงท่าที
พิรุธ พยายามจะหลบหนี เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับ
เหตุการณ์วางยาพิษ โม่ชูหานจึงไม่รอช้า สั่งการให้เจ้าหน้าที่สอง
นายอยู่ควบคุมคนตระกูลชุยกลุ่มหนึ่งไว้ ส่วนคนที่เหลือให้คุมตัว
กลุ่มคนที่คิดจะหลบหนีกลับไปที่ว่าการอ าเภอ
ฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้า หลังจากออกจากที่ว่าการไปแล้วก็แยก
ย้ายกันตามหาโม่ชูหาน
โม่จิ่วเยี่ยตามหาจนไปถึงโรงหมอแห่งหนึ่งในเมือง พอสอบถาม
จึงรู้ว่าโม่ชูหานมาเชิญตัวท่านหมอของที่นี่ไปรักษาคนป่วยที่หมู่บ้าน
ซีหลิ่ง
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจทันทีว่าพี่แปดของเขาคงเข้าใจอะไรผิด จึงรีบพา
หมอกลับไปที่หมู่บ้าน เขาไม่รอช้า รีบเร่งมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
หวังว่าจะทันการณ์
ระหว่างทาง พวกเขาบังเอิญพบกับโม่ชูหานและคนอื่น ๆ
สองพี่น้องจึงร่วมเดินทางกลับมายังที่ว่าการ พร้อมกับคนตระกูล
ชุย
แม้จะเป็นช่วงใกล้ค ่าที่ปกติแล้วที่ว่าการจะปิดท าการ แต่เพราะ
คนที่ต้องการจัดการธุระคือคนสกุลโม่ ไม่ว่าจะเป็นยามค ่าหรือดึกดื่น
เมิ่งไห่หนิงก็พร้อมทุ่มเทให้อย่างเต็มที่
คดีนี้แต่เดิมก็ไม่มีจุดน่าสงสัยอะไร หลังจากเรียกหมอมา
ตรวจสอบ ก็ยืนยันได้ว่ายาพิษในน ้าแกงคือสารหนู
ส่วนที่มาของสารหนู เมิ่งไห่หนิงก็สืบจนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเป็น
ของที่รองนายอ าเภอชุยมอบให้คนตระกูลชุย เพื่อเป็นค่าตอบแทนใน
การช่วยเหลือเรื่องบางอย่าง
หลังจากรองนายอ าเภอชุยหมดอ านาจ สิ่งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อีก
ต่อไป จึงถูกทิ้งไว้ในบ้านตระกูลชุยที่หมู่บ้านซีหลิ่ง
บัดนี้พวกเขากลับน ายาพิษร้ายแรงเช่นนี้ออกมาเพื่อพยายามฆ่า
คนงานเหล่านั้น เห็นได้ชัดว่าจิตใจของพวกเขาโหดเหี้ยมแค่ไหน
โชคดีที่เรื่องนี้ถูกโม่จิ่วเยี่ยจับได้ทันเวลา จึงเกือบจะเกิด
เหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น
ถึงจะเป็นเช่นนั้น เมิ่งไห่หนิงก็ไม่อาจปล่อยให้คนตระกูลชุยล
อยนวลไปง่าย ๆ
เมืองอวิ่นที่เขาปกครองอยู่ จะไม่ยอมให้มีคนจิตใจโหดเหี้ยม
เช่นนี้ได้มีที่ยืนเด็ดขาด
บทที่ 323 ของขวัญสาหรับโม่หานเยี่ยพิเศษกว่าใคร
หลังจากการสอบสวนทั้งคืน คนตระกูลชุยก็สารภำพออกมา
ยกเว้นสตรีและเด็กบำงคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วม คนทั้งหมดที่เหลือล้วน
เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย
เมิ่งไห่หนิงรู้สึกว่าไม่ใช่แค่อดีตรองนายอาเภอชุยเท่านั้นที่ทำ
ความผิดร้ำยแรง แต่คนตระกูลชุยนั้นชั่วร้ำยจนถึงแก่นจริง ๆ
ดังนั้น เขำจึงตัดสินลงโทษคนตระกูลชุยอย่ำงหนัก
สามวันต่อมา คนทั้งหมดในตระกูลชุยก็ถูกเนรเทศไปขุดเหมือง
ที่ชายแดนตะวันตก ไม่อนุญำตให้ออกจากที่นั่นตลอดชีวิต
เจ้ำหน้ำที่ได้รับคำสั่งให้รีบไปจับกุมคนทั้งหมดในตระกูลชุยที่
หมู่บ้ำนซีหลิ่งในคืนนั้น รอเพียงเมิ่งไห่หนิงร่ำงหนังสือเสร็จก็จะส่งตัว
พวกเขำออกไปทันที่
ที่ดินและบ้ำนเรือนทั้งหมดของตระกูลชุยถูกยึดเป็นของหลวง
เปิดโอกำสให้สกุลโม่ได้ขยับขยายอีกครั้ง
แต่คราวนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดถึงแต่ครอบครัวของตัวเอง ที่ดินและ
ที่รกร้ำงว่างเปล่ำตรงเชิงเขำพวกนั้นเพียงพอสาหรับคนในครอบครัว
ของเขำแล้ว เขำจึงตั้งใจจะช่วยให้ทหารที่กลับบ้ำนเยี่ยมญำติได้จับ
จองที่ดินเหล่านั้น ถือเป็นการตอบแทนเหล่ำพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตำย
กับสกุลโม่มาหลายปี
การใช้ชีวิตอยู่ในชนบทเรียบง่ำยแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ผู้คนต่ำง
ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตที่แสนสงบ ทำงำนด้วยความขยันขันแข็ง ชาย
ไถนาหญิงทอผ้ำ บ้ำงก็ใช้ไหวพริบอันเฉียบแหลมเสาะแสวงหา
โอกำสใหม่ ๆ เช่นเดียวกับสองสามีภรรยาคู่นี้ที่ร่วมมือกันสร้ำงเนื้อ
สร้ำงตัว จนสามารถยกระดับฐำนะของครอบครัวขึ้นได้
โดยรวมแล้ว การที่ทุกคนได้ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้ำนเดียวกันแบบนี้
นับเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย ผู้คนต่ำงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เสมอมา
และเมื่อได้ยินว่าโม่จิ่วเยี่ยต้องการซื้อทรัพย์สินของตระกูลชุย
เมิ่งไห่หนิงก็ตกลงทันทีโดยไม่ลังเล ซ้ำยังลดราคำลงมาต ่ำที่สุดอีก
ด้วย
“ข้าไม่คิดเลยว่าการทำชั่วหนึ่งครั้งของคนตระกูลชุย จะ
กลายเป็นผลดีต่อสกุลโม่เช่นนี้” เมิ่งไห่หนิงกล่าวอย่ำงอารมณ์ดี
หมู่บ้ำนซีหลิ่งในปัจจุบัน นอกจากชำวบ้ำนดั้งเดิมอย่ำงตระกูล
จ้ำวและตระกูลโจวแล้ว ก็มีเพียงสกุลโม่ ตระกูลฟำง และตระกูลเซี่ย
เท่านั้นที่หลงเหลืออยู่
“ข้าคิดว่าวันหน้ำคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้ำนซีหลิ่ง คงไม่ต้องเจอ
กับผู้คนที่ชอบสร้ำงปัญหาอย่ำงคนตระกูลชุยอีกแล้ว” เสียงชำวบ้ำน
คนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่ำงมีความหวัง
เรื่องวุ่นวายที่ตระกูลชุยก่อขึ้นผ่านพ้นไปอย่ำงรวดเร็ว การ
ก่อสร้ำงต่ำง ๆ ของสกุลโม่ยังคงดำเนินไปอย่ำงคึกคัก โดยเฉพำะ
หลังจากพยายามอย่ำงหนักมาสิบกว่าวัน ในที่สุดคอกกระต่ำยก็สร้ำง
เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทุกคนช่วยกันย้ำยกระต่ำยทั้งหมดที่มีอยู่ในบ้ำนไปยังคอก
กระต่ำยใหม่
พื้นที่ของคอกกระต่ำยใหม่กว้ำงขวางกว่าเดิมหลายเท่ำ แม้
กระต่ำยตัวเมียชุดเดิมจะขยายพันธุ์อย่ำงต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงใช้พื้นที่
เพียงหนึ่งในห้ำของคอกเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านเคยคิดว่าจะหาข้ออ้ำงเรื่องชำวต่ำงชำติอีกสักสอง
สามครั้ง เพื่อซื้อกระต่ำยจากพื้นที่มิติมาเลี้ยงเพิ่ม
แต่หลังพบว่ากระต่ำยตัวเมียตั้งท้องเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจำนวน
กระต่ำยตัวเมียที่โตเต็มวัยในบ้ำนก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงคิดว่าอีกไม่ช้ำ
คงจะมีจำนวนมากตำมความต้องการ
แน่นอนว่าเมื่อขนาดของคอกกระต่ำยขยายใหญ่ขึ้น เฮ่อจือห
ร่านก็คิดแผนการใหม่
พี่สะใภ้ทั้งหลายเคยพูดคุยกันว่า หากนาหนังกระต่ำยที่ย้อมสี
แล้วมาทำเป็นผ้ำคลุมไหล่หรือเสื้อผ้ำ มันจะต้องสวยงำมมากแน่ ๆ
เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านไม่เคยลืม นางนึกถึงเสื้อผ้ำขนสัตว์ที่ทำจาก
ขนกระต่ำยถ่ำทู่ นอกจากจะสวยงำมแล้วยังให้ความอบอุ่นได้ดี หาก
ทำสาเร็จก็น่ำจะสร้ำงรายได้ก้อนใหญ่ให้อีกด้วย
เฮ่อจือหร่านเลี้ยงกระต่ำยถ่ำทู่จำนวนมากไว้ในพื้นที่มิติ บัดนี้
พวกมันเติบโตจนเต็มวัย แถมบำงตัวยังใกล้ออกลูกกระต่ำยตัวน้อย
เสียด้วยซ้ำ
ถึงเวลาที่ต้องพำพวกมันออกไปรับลมหายใจจากโลกภายนอก
เสียที่
โชคดีที่วันนี้โม่จิ่วเยี่ยว่างงำน ทั้งสองจึงพำกันนั่งรถม้ำเข้าไปใน
เมือง นากระต่ำยทั้งหมดออกมาจากพื้นที่มิติพร้อมกับกรงที่เตรียมไว้
แล้วขนมาไว้ที่บ้ำนเช่ำ
โม่จิ่วเยี่ยพำเหล่ำพี่น้องมาและจ้ำงรถเกวียนขนพวกมันกลับบ้ำน
เช่นเคย
แม้จะดูยุ่งยากไปบ้ำง แต่วิธีการนี้ก็ได้ผลดีเสมอมา อีกอย่ำงคน
ในบ้ำนก็คุ้นเคยกับการที่ทั้งสองไปซื้อของจากต่ำงถิ่นอยู่แล้ว…
หลังขนกระต่ำยถ่ำทู่กลับมาถึงบ้ำน เหล่ำสตรีในบ้ำนก็พำกัน
ตื่นเต้นดีใจ โดยเฉพำะบรรดำพี่สะใภ้ เพียงได้ยินว่าขนกระต่ำยถ่ำทู่
สามารถนามาทำเป็นเสื้อผ้ำสวย ๆ ได้ ก็ยิ่งพึงพอใจมาก
แต่ตอนนี้ จำนวนกระต่ำยในบ้ำนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเฮ่อจือห
ร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็ยังดูแลไม่ไหว
พี่ห้ำกับพี่สะใภ้ห้ำจึงอาสาช่วยพวกเขำ ทั้งคู่เรียนรู้วิธีเลี้ยง
กระต่ำยจากเฮ่อจือหร่าน จนตอนนี้พวกเขำกลายเป็นผู้เชี่ยวชำญยิ่ง
กว่าเฮ่อจือหร่านที่เป็นอาจำรย์เสียอีก
ต่อไปงำนในคอกกระต่ำยก็จะให้พวกเขำรับผิดชอบ เพียงแค่
ต้องจ้ำงคนมาช่วยทั้งสองคนเพิ่มเท่านั้น
ด้วยวิธีนี้ พี่ห้ำกับพี่สะใภ้ห้ำก็จะไม่ต้องงำนยุ่งมากเกินไป มีเวลา
ไปทำอย่ำงอื่นได้บ้ำง
เมื่อนับรวมกระต่ำยถ่ำทู่ที่เพิ่มขึ้นใหม่และลูกกระต่ำยที่กำลังจะ
เกิด การเลี้ยงกระต่ำยของสกุลโม่ในยามนี้จึงมีจำนวนมากกว่าตอน
เริ่มต้นหลายสิบเท่ำ
เพราะกระต่ำยมีมาก การฆ่ำกระต่ำยตัวผู้ทุกวันเพื่อทำเนื้อ
กระต่ำยผัดเปรี้ยวหวานจึงเป็นงำนที่หนักเอาการ
เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจจ้ำงชายในหมู่บ้ำนมาสามคน ให้
รับผิดชอบจัดการกระต่ำยตัวผู้โดยเฉพำะ
นอกจากนี้นางยังจ้ำงคนอีกหกคนให้มาคอยให้อาหารและทำ
ความสะอาดคอกกระต่ำย
ส่วนพี่ห้ำและภรรยาของเขำก็ยังคงดูแลและจัดการอาหารของ
กระต่ำยทุกวัน
หลังจัดการอย่ำงเป็นระบบ การเลี้ยงกระต่ำยของสกุลโม่จึง
ดำเนินไปอย่ำงราบรื่น
ส่วนถังหมิงรุ่ยก็สมกับเป็นคนที่จะกลายเป็นพ่อค้ำใหญ่ใน
อนาคต
ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ด้วยความร่วมมือกับคนสกุลโม่และหา
แหล่งการค้ำด้วยตัวเอง ตอนนี้เขำสะสมเงินได้จำนวนมากแล้ว
หลังได้ยินว่าสกุลโม่ขยับขยายการเลี้ยงกระต่ำย เขำกลับดีใจยิ่ง
กว่าคนสกุลโม่เสียอีก
ต้องบอกว่าเนื้อกระต่ำยผัดเปรี้ยวหวานที่สกุลโม่ทำนั้น เขำไม่ได้
ส่งไปขำยที่ร้ำนอาหารในเมืองมณฑลเพียงอย่ำงเดียว เนื่องจาก
ปริมาณเนื้อกระต่ำยผัดเปรี้ยวหวานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขำจึงติดต่อ
ร้ำนอาหารในเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่ง และทำสัญญำซื้อขำยกันระยะ
ยาว
การขยายกิจการเลี้ยงกระต่ำยของสกุลโม่ ทำให้กำไรของเขำ
เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่ำตัว ช่วงนี้ถังหมิงรุ่ยจึงมาที่สกุลโม่บ่อยเป็นพิเศษ
เพราะเนื้อกระต่ำยผัดเปรี้ยวหวานต้องทำสดใหม่ทุกวันเท่านั้นจึงจะ
รับประกันความสดของเนื้อได้ ส่วนในอนาคตจะขยายการเลี้ยงต่อ
หรือไม่ ก็ต้องดูทิศทำงการค้ำของถังหมิงรุ่ยต่อไป
ผ่านไปไม่นาน ธรณีประตูของสกุลโม่แทบจะถูกเขำเหยียบจน
สึก เพราะการมาเยือนบ่อยครั้งของถังหมิงรุ่ย
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกครั้งที่ถังหมิงรุ่ยมา เขำมักจะนาของขวัญเล็ก
ๆ น้อย ๆ ที่พบเจอได้ระหว่างทำงมาฝำกเสมอ
แม้ว่าทุกคนในสกุลโม่จะได้รับของขวัญ แต่หลังจากผ่านไป
หลายครั้ง เฮ่อจือหร่านก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
ถังหมิงรุ่ยเหมือนจะเตรียมของขวัญมาให้ทุกคนในสกุลโม่อย่ำง
ทั่วถึง แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าของขวัญที่เขำมอบให้โม่หานเยี่ย
นั้นถูกคัดสรรมาเป็นอย่ำงดี
อย่ำงเช่น ครั้งแรกที่เขำนาของขวัญมาฝำกคนสกุลโม่ มันเป็น
ช่วงที่เพิ่งผ่านเดือนแรกของปีไป
เขำไปทำการค้ำที่เมืองอื่น ของขึ้นชื่อของที่นั่นคือขนมกุ้ยฮวา
แม้ว่าขนมกุ้ยฮวาจะมีหลายรสชำติ แต่ถังหมิงรุ่ยซื้อรสหวาน
ธรรมดำให้คนอื่น ๆ แต่สาหรับโม่หานเยี่ยนั้น เขำซื้อมาให้นางถึง
สามรส
ขนมกุ้ยฮวาในกล่องมีรูปทรงหลากหลายและสวยงำมจนแทบไม่
อยากแตะต้อง ยิ่งนึกถึงของขวัญที่ถังหมิงรุ่ยมอบให้กับทุกคนเมื่อ
ไม่กี่วันก่อน แม้ผ้ำทุกผืนจะเป็นของล้ำค่ำ แต่ผืนที่มอบให้ โม่
หานเยี่ยนั้นพิเศษกว่าใคร
ตอนที่สกุลโม่ยังอยู่ในเมืองหลวง พวกเขำล้วนเป็นผู้มีอันจะกิน
ย่อมรู้จักของชั้นเลิศเป็นธรรมดำ ทุกคนจึงจำได้ทันทีว่าผ้ำที่ถังหมิง
รุ่ยมอบให้โม่หานเยี่ยนั้นคือผ้ำไหมสูจิ่น
ผ้ำไหมสูจิ่นนับเป็นผ้ำไหมชั้นเลิศที่หายาก แม้แต่นางในวังหลวง
ยังต้องเอาอกเอาใจองค์จักรพรรดิสุดกำลัง จนองค์จักรพรรดิพอ
พระทัยจึงจะพระราชทำนผ้ำไหมสูจิ่นให้นางสาหรับตัดชุดได้เพียง
หนึ่งชุดเท่านั้น