ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 330 การสู่ขอ
บทที่ 330 การสู่ขอ
อย่างไรก็ตาม ฮูหยินผู้เฒ่ารู ้ดีว่า เมิ่งไห่หนิงเป็ นขุนนางที่ซื่อสัตย์ สุจริต และครอบครัวของเขาก็ถูกจักรพรรดิซุ่นอู่กดดันเช่นกัน การที่ สามารถเตรียมของหมั้นได้ขนาดนี้ ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย
เขาคงต้องได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลของตนเองด้วย มิฉะนั้น ด้วยเงินเดือนของเมิ่งไห่หนิงแล้ว คงไม่สามารถเตรียมของ หมั้นขนาดนี้ได้
นางกาลังจะยกลูกสาวให้แต่งงาน ไม่ใช่ขายลูกสาว ของหมั้นจะ มากหรือน้อยล้วนเป็ นน้าใจของฝ่ ายชาย เมื่อถึงเวลานางจะรวมของ หมั้นกับสินสอดของลูกสาว แล้วส่งคืนกลับไปให้พวกเขาพร ้อมกัน
ขอเพียงลูกสาวนางได้รับการดูแลอย่างดี ทุกอย่างก็ไม่ส าคัญ แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็มองข้ามสิ่งของนอกกายเหล่านี้มา นานแล้ว จะมากจะน้อยก็เป็ นเพียงน้าใจเท่านั้น
หากนางต้องการให้ลูกสาวมีชีวิตที่หรูหราร่ารวยจริง ๆ ก็ สามารถให้นางแต่งงานกับถังหมิงรุ่ยได้
การค้าของถังหมิงรุ่ยตอนนี้กาลังรุ่งเรือง เมื่อเทียบกับเมิ่งไห่หนิง แล้ว ถือว่าเขามีฐานะร่ารวยกว่ามาก
ฮูหยินผู้เฒ่าแสดงสีหน้าอ่อนโยน วางรายการของหมั้นลงบนโต๊ะ ข้างตัวเบา ๆ
“ใต้เท้าเมิ่งมีน้าใจจริง ๆ”
เมิ่งไห่หนิงประสานมือคานับอีกครั้ง “ขอบคุณที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ รังเกียจขอรับ”
เขารู ้ดีในใจว่าการที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตั้งข้อสงสัยใด ๆ แสดงว่า ของหมั้นที่เขาเตรียมมานั้นผ่านการพิจารณาแล้ว
แม่สื่อก็รู ้จักดูสถานการณ์ พอเห็นว่าถึงเวลาที่นางต้องออกโรง แล้วก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม เอ่ยแนะนาตัวเองก่อน
“ฮูหยินผู้เฒ่า คุณชายทั้งหลาย ข้าคือแม่สื่อประจาเมืองอวิ่นของ พวกเรา ทุกคนเรียกข้าว่าแม่สื่อหลิว วันนี้ข้ามีโอกาสอันดี ได้รับเชิญ จากท่านนายอาเภอ ให้มาสู่ขอแม่นางโม่ที่สกุลโม่”
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ขอบคุณมาก เชิญนั่ง”
แม่สื่อหลิวไม่เกรงใจ นั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ ทันที
จากนั้นก็พูดถึงข้อดีมากมายของเมิ่งไห่หนิงราวกับเป็ นหน้าที่ ปกติ
ฮูหยินผู้เฒ่าเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มามาก จึงปล่อยให้นาง พูดไป
หลังจากผ่านไปนาน แม่สื่อหลิวจึงพูดเข้าประเด็นสาคัญ
“ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีข้อคัดค้าน ทาไมไม่มอบดวงวันเกิดของ แม่นางโม่ให้ข้า ข้าจะได้ช่วยเลือกฤกษ์ดีให้ทั้งสองอย่างไรเล่า?”
เมื่อพูดถึงวันแต่งงาน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ได้ตั้งใจจะฟังแม่สื่อ ทั้งหมด เพราะนางกาลังรีบร ้อน
“เรื่องวันแต่งงาน ไม่ทราบว่าพวกเราจะกาหนดเองได้หรือไม่?”
คาพูดนี้เหมือนเป็ นการสอบถาม แต่จริง ๆ แล้วเป็ นการบอกแม่ สื่อว่านางต้องการกาหนดวันแต่งงานเอง
แม่สื่อเหมือนจะประหลาดใจอยู่บ้าง นางทางานนี้มาหลายปี แต่ กลับเป็ นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้
อย่างไรก็ตาม นางก็เป็ นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง เพียงแค่มองก็รู ้ว่า ฮูหยินผู้เฒ่าเป็ นคนที่พูดอะไรแล้วต้องทาตามนั้น อีกทั้งยังมีความน่า เกรงขามที่นางไม่กล้าท้าทายอีก
อีกอย่าง ใต้เท้าเมิ่งก็ได้บอกไว้แล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ขอเพียง นางเจรจาเรื่องการแต่งงานสาเร็จก็พอ นางจึงไม่จาเป็ นต้องทาลาย โอกาสอันดีของผู้อื่นเพราะกฎเกณฑ์พวกนี้
“ฮ่า ๆ …เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็ นไปไม่ได้ ในใจฮูหยินผู้เฒ่ามีวันดี อะไรอยู่บ้างหรือ?”
ไม่กี่วันมานี้ ยามว่างฮูหยินผู้เฒ่าก็จะไปพลิกดูหนังสืออนุปฏิทิน และเลือกวันที่ดีไว้หลายวัน
ที่สาคัญที่สุดคือวันเหล่านั้นล้วนเป็ นก่อนเดือนเจ็ด
“หากการแต่งงานครั้งนี้เป็ นจริงได้ ข้าตั้งใจจะให้ใต้เท้าเมิ่ง แต่งงานกับหานเยี่ยก่อนเดือนเจ็ด”
คาพูดนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าพูดกับเมิ่งไห่หนิง นางกลัวว่าจะต้องให้เมิ่ง ไห่หนิงเป็ นคนพยักหน้าเห็นด้วยถึงจะนับว่าใช ้ได้
เมิ่งไห่หนิงไม่รู ้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ทาตามธรรมเนียม และเสนอ เรื่องวันแต่งงานขึ้นมาเอง แม้เขาจะไม่รู ้ว่าอีกฝ่ ายมีความจาเป็ นอะไร แต่ก็เชื่อว่าด้วยวิสัยทัศน์ของฮูหยินผู้เฒ่า คงไม่เสนอข้อเรียกร ้อง เช่นนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่
แน่นอนว่าเขาไม่มีนิสัยชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น อีก ทั้งเรื่องวันแต่งงานสาหรับเขาแล้วก็ไม่ใช่ปัญหา ยิ่งได้แต่งงานกับ หญิงสาวที่รักเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
เมิ่งไห่หนิงลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างจริงจัง “ฮูหยินผู้เฒ่าเป็ นผู้ อาวุโส ท่านตัดสินใจเถอะขอรับ”
แม่สื่อเห็นว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้แสดงท่าทีแล้ว ก็ลุกขึ้นยืน ตาม
“ฮูหยินผู้เฒ่าช่างมีวิสัยทัศน์จริง ๆ ข้าเองก็กาลังจะพูดถึงเรื่องนี้ เช่นกัน ปีนี้เป็ นปีอธิกสุรทิน มีแต่ครึ่งปีแรกเท่านั้นที่มีฤกษ์ดี ครึ่งปี หลังไม่เหมาะจะจัดงานแต่งงาน”
คาพูดนี้ช่างไพเราะจนกล่าวได้ว่าทาให้ทั้งคนสกุลโม่และเมิ่งไห่ห นิงรู ้สึกสบายใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วถามว่า “ในเมื่อแม่ สื่อหลิวพูดเช่นนี้ ก่อนเดือนเจ็ดปีนี้ มีฤกษ์ดีวันใดบ้าง?”
แม่สื่อหลิวทางานนี้มานาน วันใดเป็ นฤกษ์ดีนางย่อมจาได้ขึ้นใจ หมดแล้ว
“ตอนนี้เป็ นเดือนสี่ วันที่ยี่สิบหกเดือนสี่เป็ นฤกษ์ดี ยังมีวันที่แปด เดือนห้า วันที่สิบสองเดือนหก…”
ฮูหยินผู้เฒ่าฟังวันที่นางพูดแล้วรู ้สึกขบขัน วันเหล่านี้ก็เป็ นวันที่ นางตรวจสอบจากหนังสืออนุปฏิทินแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อแม่สื่อพูดถึงวันที่ตรงกับนาง ก็ไม่มีอะไรให้ ต้องสงสัยอีกแล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงแต่ต้องคานวณวันเดือนปีเกิดของทั้งสองคนว่า ขัดแย้งกันหรือไม่ หากไม่มีผลลัพธ ์ที่เลวร ้ายนัก ก็สามารถเลือกวัน แต่งงานที่ดีเพื่อชดเชยได้
แม่สื่อหลิวเพิ่งเห็นครอบครัวฝ่ ายหญิงเร่งรีบจะจัดแต่งงานให้ลูก สาวเป็ นครั้งแรก ทั้งยังสังเกตเห็นว่าท่านนายอาเภอก็ยินดีเป็ นพิเศษ
ดังนั้น นางจึงไม่ได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วคานวณวันเดือนปีเกิดของทั้งสองคน
คนสกุลโม่และเมิ่งไห่หนิงไม่ได้พูดอะไร รอผลการคานวณของ แม่สื่อเงียบ ๆ
เห็นแม่สื่อหลิวเขียน ๆ วาด ๆ อยู่นาน สีหน้าแห่งความยินดีก็ยิ่ง เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
นางวางใบวันเดือนปีเกิดลง แล้วลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ยินดีกับใต้เท้าเมิ่ง ยินดีกับฮูหยินผู้เฒ่า วันเดือนปีเกิดของคู่ บ่าวสาวคู่นี้เข้ากันได้เป็ นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็ นคู่ที่สวรรค์สรรสร ้าง มาเลยทีเดียว”
แม่สื่อหลิวหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทางตื่นเต้น “ข้า ทางานเป็ นแม่สื่อมาหลายปีแล้ว แต่นี่เป็ นครั้งแรกที่ข้าเห็นดวงชะตาที่ เข้ากันได้ดีมากเช่นนี้ การแต่งงานของคู่บ่าวสาวนี้จะราบรื่นไปเสีย ทุกอย่าง แม้ไม่ต้องเลือกฤกษ์ยามก็ไม่มีปัญหาอะไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ต่างแสดงสีหน้ายินดี
เมิ่งไห่หนิงตื่นเต้นจนถึงกับเอ่ยคาว่า ‘ดี’ ถึงสามครั้ง
แน่นอนว่าคาพูดของแม่สื่อทาให้ทุกคนรู ้สึกสบายใจ แต่ฮูหยินผู้ เฒ่าก็ยังอยากมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้เมิ่งไห่หนิง
เช่นนี้จึงไม่ถือว่าเป็ นการผิดธรรมเนียม เพราะสุดท้ายแล้วฝ่ าย ชายก็เป็ นผู้ก าหนดวันแต่งงานอยู่ดี
“ใต้เท้าเมิ่งคิดว่า ฤกษ์ยามไหนเหมาะจะรับหานเยี่ยเข้าบ้าน?”
เมิ่งไห่หนิงอยากแต่งงานกับโม่หานเยี่ยเร็ว ๆ วันที่เขาชอบที่สุด คือวันที่ยี่สิบหกเดือนสี่
แต่ตอนนี้เข้าช่วงกลางเดือนสี่แล้ว เหลือเวลาอีกเพียงสิบวัน การ เตรียมงานแต่งอย่างเร่งรีบเช่นนี้ อาจทาให้โม่หานเยี่ยไม่ได้รับการ ดูแลเป็ นอย่างดี
อีกทั้งงานแต่งงานของเขาจาเป็ นต้องเชิญผู้อาวุโสในครอบครัว มาเป็ นเจ้าภาพ ช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ไม่สามารถแจ้งข่าวกับครอบครัว ได้ทัน
หลังคิดไปคิดมา เขาจึงถามอย่างระมัดระวังว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าคิด ว่าวันที่สิบสองเดือนหกเป็ นอย่างไรขอรับ?”
เขามีหลายสิ่งที่ต้องพิจารณา อันดับแรกคือต้องซื้อบ้านในเมือ งอวิ่น เพราะเขาไม่อาจพาภรรยามาอยู่ที่ที่ว่าการหลังแต่งงานได้
หลังจากซื้อบ้านแล้ว ยังต้องปรับปรุงใหม่เพราะเขาต้องการให้ หญิงสาวที่เขารักได้อยู่อย่างสบายใจ
ระหว่างนั้น เขาก็สามารถแจ้งข่าวให้คนในครอบครัวให้มา จัดการงานแต่งของเขาได้ เวลาเดินทางไปกลับก็มีเพียงพอ ไม่ถึงกับ ต้องรีบร ้อนมากนัก
โดยสรุปแล้ว ช่วงเวลานี้คือช่องที่เหมาะสมที่สุด
ตราบใดที่เป็ นฤกษ์ยามก่อนเดือนเจ็ด ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ได้ คัดค้านใด ๆ
“ดี เอาตามที่ใต้เท้าเมิ่งว่า วันที่สิบสองเดือนหก ท่านจะแต่ง หานเยี่ยเข้าบ้าน”