ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 336 เขาให้พวกเจ้ามาท าอะไรที่นี่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 336 เขาให้พวกเจ้ามาท าอะไรที่นี่
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือถือขวดกระเบื้อง
ที่ค้นได้จากตัวพวกเขา
“ก าลังหาสิ่งนี้อยู่หรือ?”
“เอ่อ…”
“นี่…”
ทั้งสองคนเห็นของส าคัญที่ใช้รักษาชีวิตอยู่ในมืออีกฝ่ายก็รู้สึก
ปวดหัวทันที่
โม่จิ่วเยี่ยแค่นหัวเราะ เก็บขวดกระเบื้องเข้าอกเสื้อ แล้วถามตาม
ตรง “ใครส่งพวกเจ้ามาที่เมืองอวิ่น?”
ขณะที่เขาถาม โม่ชูหานก็ชักดาบสั้นออกมาจ่อคอของชาว
หนานเจียงที่อายุมากกว่า
ชาวหนานเจียงตกใจจนเหงื่อไหลไม่หยุด พวกเขาเองก็มีวรยุทธ์
ติดตัวเช่นกัน แต่เมื่อครู่พวกเขารู้สึกได้ว่าวรยุทธ์ของคนตรงหน้านั้น
เหนือกว่ามาก โดยเฉพาะการมีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ด้วย เขาคนนี้คืออดีต
เทพสงครามของต้าซุ่น พวกเขาไม่มีทางสู้ได้เลย
หากไม่ยอมรับว่าตนเป็นชาวหนานเจียง ก็อาจจะมีโอกาสรอด
ชีวิตได้บ้าง
“คุณชายไว้ชีวิตด้วย…พวกข้าเป็นชาวต้าซุ่น ไม่ใช่ชาวหนาน
เจียง!”
ชาวหนานเจียงคนนี้พูดโดยไม่มีส าเนียงทางใต้ใด ๆ ฟังเหมือน
ส าเนียงของคนต้าซุ่นทุกประการ
แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อค าพูดของเขา
โม่ชูหานขยับดาบที่จ่อคออีกครั้ง ชาวหนานเจียงสัมผัสได้ถึง
ความเย็นเล็กน้อย หากดาบขยับอีกครั้ง เกรงว่าคงจะได้เห็นเลือด
แล้ว
“คะ…คุณชายเมตตาด้วย ข้าไม่ใช่ชาวหนานเจียงจริง ๆ”
โม่ชูหานแค่นเสียงเย็นชา “หึ! ใกล้ตายแล้วยังดื้อด้านอีก ข้าจะ
ให้เจ้าลิ้มรสความทรมานยิ่งกว่าความตายเอง”
ขณะพูด เขาเปลี่ยนต าแหน่งดาบในมือ แล้วตัดหูข้างหนึ่งของ
ชาวหนานเจียงอายุมากทันที่
“อ๊ากกกก…” ชาวหนานเจียงร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วรีบยก
มือปิดบริเวณหูที่หายไป มองโม่ชูหานด้วยความหวาดกลัว
ตอนนี้โม่ชูหานยกดาบขึ้นอีกครั้ง เล็งใบหูอีกข้างของเขา
ชาวหนานเจียงเห็นดังนั้นจึงวิงวอนไม่หยุด “คุณชายเมตตา
ด้วย…ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้”
โม่ชูหานเห็นเขาพูดเช่นนั้น จึงหยุดการเคลื่อนไหวของมือ
ใครจะรู้ว่า ชาวหนานเจียงคนนั้นจะฉวยโอกาสที่เขาหยุดไป
ชั่วขณะ พุ่งเข้าหาดาบของเขาอย่างจงใจ
โม่ชูหานคิดจะหลบแต่ไม่ทันกาล ดาบจึงปักเข้าที่อกชาวหนาน
เจียงพอดิบพอดี
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงกลัวว่าชาวหนานเจียงอีกคนจะฆ่าตัวตาย
เช่นกัน เขาพุ่งไปควบคุมตัวคนไว้ราวกับสายฟ้า
พี่ห้ากับพี่หกก็เช่นกัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าไม่อาจเสียคนไปได้อีก
จึงรีบท าตามน้องเก้า ล้อมรอบชาวหนานเจียงที่ยังมีชีวิตเอาไว้อย่าง
ใกล้ชิด
ตอนนี้ชาวหนานเจียงที่ยังมีชีวิต ต่อให้อยากฆ่าตัวตายเหมือน
คนก่อนหน้าก็ท าไม่ได้แล้ว ในใจเขายิ่งหวาดกลัวมากขึ้น ถึงขนาด
อยากจะยื่นมือไปปิดหูตัวเอง แต่น่าเสียดายที่มือและเท้าถูกควบคุมไว้
จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย
“พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ “แค่เจ้ายอมตอบค าถามของข้า ข้าสัญญา
ว่าจะให้เจ้าตายอย่างสงบ”
“ข้าไม่ตายได้ไหม?” ความตายอันโหดร้ายของสหายร่วมทาง
ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจ า ชาวหนานเจียงคิดแล้วก็รู้สึกขนลุกซู่
ถ้าสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ใครเล่าจะอยากตาย?
“ไม่ได้” โม่จิ่วเยี่ยตอบเด็ดขาด
เมื่อเห็นเช่นนี้ ร่างกายของชาวหนานเจียงก็สั่นสะท้าน พร้อมกัน
นั้นส่วนล่างของร่างกายก็มีของเหลวอุ่นไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว…
โม่ชูหานหันหน้าหนีด้วยความรังเกียจ “อัปมงคลจริง ๆ”
พี่ห้าพี่หกก็เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้เป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะมีคน
กลัวจนถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไว้ไม่ได้
พี่ห้าพูดด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย “น้องเก้า เจ้ารีบถามเถอะ”
เขาเพิ่งจะเอ่ย โม่ชูหานก็ยกดาบในมือขึ้นแล้ว ปลายดาบชี้ตรง
ไปที่ใบหน้าของชาวหนานเจียง
ชาวหนานเจียงตกใจจนสีหน้าซีดเผือด “อย่าฆ่าข้า! ข้าจะพูด
ข้าจะพูดทุกอย่าง”
พอสิ้นเสียง เขาก็มองดูทุกคนอีกครั้ง เห็นว่าพวกเขาไม่ได้
คัดค้าน แสดงว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ฆ่าเขาแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจความคิดของคนผู้นี้ เขาถามด้วยน ้าเสียงเคร่ง
ขรึม “พูดมา ใครส่งพวกเจ้ามาที่นี่?”
“เป็น…เป็นปรมาจารย์ซือเหมิง”
“สมแล้วที่เป็นเขา!” โม่จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยความแค้นเคือง จากนั้น
ก็สบตากับเหล่าพี่ชาย
พี่น้องทุกคนต่างเกลียดชังปรมาจารย์ซือเหมิง เพียงได้ยินชื่อ
ของเขาก็ต่างก าหมัดแน่น
โม่จิ่วเยี่ยสูดหายใจลึก แล้วถามต่อ “เขาให้พวกเจ้ามาท าอะไร
ที่นี่?”
“สัตว์เลี้ยงของเขาหายไป เขาจึงส่งพวกข้ามาตามหา”
เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงของปรมาจารย์ซือเหมิง สิ่งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยนึก
ถึงก็คือเหยี่ยวปีกทองที่อยู่ในพื้นที่มิติของภรรยา
เขาเคยได้ยินภรรยาพูดว่า สิ่งมีชีวิตตัวเล็กนั่นปกติเหมือน
นกพิราบขาวธรรมดา แต่เมื่อต้องปฏิบัติภารกิจหรือเผชิญหน้ากับ
อันตราย มันจะเผยจะงอยปากที่เหมือนเหยี่ยวออกมา
ดูท่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะใส่ใจสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนี้มากทีเดียว
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะคิดเรื่องพวกนั้น เขาต้องสอบถาม
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก่อน
“ปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่ที่ไหน?”
นี่คือเรื่องส าคัญที่พี่น้องสกุลโม่อยากรู้ที่สุด
“ข้าไม่รู้…”
“กล้าบอกว่าไม่รู้หรือ ตอนนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าเสียเลย!”
ค าพูดของชาวหนานเจียงยังไม่ทันจบ ดาบของโม่ชูหานก็จ่อ
กลางกระหม่อมของเขาแล้ว หากเขายังพูดว่าไม่รู้อีก ก็รับรองได้ว่าจะ
ถูกฟันเป็นสองท่อนแน่นอน
ชาวหนานเจียงตกใจจนน ้าตาไหลพราก รีบวิงวอนขอชีวิต
“คุณชายเมตตาด้วยเถอะ…เมตตาข้าด้วย ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่า
ปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่ที่ไหน”
จากท่าทางของคนผู้นี้ ดูไม่ยากว่าเขาไม่ได้โกหก
โม่จิ่วเยี่ยยังมีค าถามอื่นอีก
แต่เขากลัวว่าพี่แปดจะใจร้อนเผลอฆ่าคนไปตอนนี้ จึงได้แต่
เตือนเบา ๆ
“พี่แปด”
เมื่อได้ยินน้องเก้าเตือน แม้ดาบในมือโม่ชูหานจะไม่มีทีท่าว่าจะ
ขยับออก แต่ก็ไม่ได้ฟันลงไป ยังคงค้างอยู่เหนือศีรษะของชาวหนาน
เจียง
โม่จิ่วเยี่ยฉวยโอกาสก้าวเข้าไปถาม “เจ้าไม่รู้ว่าปรมาจารย์ซือเห
มิงอยู่ที่ไหน แล้วเจ้ารับค าสั่งของเขาได้อย่างไร?”
เพื่อเอาชีวิตรอด ชายชาวหนานเจียงคิดอย่างหนักจนสมองแทบ
แตก
เขาหวังว่าตนเองจะสามารถวิเคราะห์ที่อยู่ของปรมาจารย์ซือเห
มิงได้ เพื่อให้ค าตอบกับอีกฝ่าย
เขาคิดไปคิดมาและตัดสินใจเปิดเผยทุกสิ่งที่เขารู้
“ข้าถูกนายหญิงสั่งให้สืบข่าวในดินแดนต้าซุ่นมาตลอด นาย
หญิงของข้าเคยบอกว่า หากปรมาจารย์ซือเหมิงต้องการให้พวกเรา
ท างาน พวกเราก็ต้องท าตามโดยไม่มีข้อแม้”
โม่ชูหานได้ยินเช่นนั้นจึงรีบถามอย่างใจร้อน “นายหญิงของเจ้า
คือผู้ใด?”
“นายหญิงของข้าคืออวิ๋นหลี่ จักรพรรดินีแห่งหนานเจียง” ชาว
หนานเจียงตอบตรงไปตรงมา เห็นได้ชัดว่าไม่มีเจตนาโกหก
พูดถึงอวิ๋นหลี่ ตอนนี้นางถูกโม่จิ่วเยี่ยสังหารไปแล้ว ดังนั้นเขาจึง
มีค าถามอีกมากมายที่จะถาม
ชาวหนานเจียงตรงหน้าก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปจากที่นี่ได้ เขาจึง
ไม่ต้องกังวลอะไร
“อวิ๋นหลี่ตายไปแล้ว เจ้าไม่รู้หรือ?”
ชาวหนานเจียงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจมาก “เจ้าบอกว่านายหญิง
ของข้าตายแล้วหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ “นางตายด้วยน ้ามือข้าตั้งนานแล้ว”
ชาวหนานเจียงตกใจ ไม่แปลกที่นายหญิงของเขาไม่ได้
มอบหมายงานให้มานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาคิดว่าสิ่งส าคัญที่สุดคือชีวิตของตัวเอง
ดังนั้นจึงไม่กล้าถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร จึงถามต่อ “ในเมื่อนายหญิงของ
เจ้าตายไปแล้ว แล้วปรมาจารย์ซือเหมิงสั่งให้พวกเจ้าท าอะไรบ้าง?”
“อีกอย่าง อวิ๋นหลี่ได้จัดวางสายลับอย่างพวกเจ้าไว้ในต้าซุ่น
ทั้งหมดกี่คน?”