ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 337 ภรรยาของข้า ข้าจะดูแลเอง
ชาวหนานเจียงตอบอย่างซื่อตรง “ข้ารู้แค่ว่ามีพวกข้าสองคน
พวกเราอยู่ในเมืองหลวงมาตลอด เมื่อมีข่าวก็จะส่งนกพิราบไปยัง
หนานเจียง”
พี่น้องสกุลโม่ได้ยินเช่นนั้นก็พอจะเข้าใจเรื่องหนึ่งแล้ว
แต่ก่อนเมื่อบุรุษสกุลโม่ออกรบ ทุกครั้งที่ไปถึงชายแดน ฝ่ายตรง
ข้ามก็มักจะรู้ว่าต้าซุ่นส่งขุนพลคนใดในสกุลโม่มา แม้แต่จ านวน
ก าลังทหารก็รู้ชัดเจน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในเมืองหลวงมีสายลับของหนานเจียงอยู่
พวกเขาพี่น้องเคยทูลฎีกาส่งถึงจักรพรรดิซุ่นอู่หลายครั้ง หวังให้
พระองค์ให้ความส าคัญกับเรื่องนี้ ส่งคนไปสืบหาสายลับของหนาน
เจียง
ตอนนั้นเพื่อให้สกุลโม่ปกป้องบ้านเมือง จักรพรรดิซุ่นอู่จึงให้
ความส าคัญกับค าพูดของพวกเขาอยู่บ้าง
แต่หลังส่งคนออกไปค้นหาหลายครั้งก็ไม่พบเจออะไร
ไม่คิดว่าสายลับหนานเจียงสองคนนี้จะถูกพวกเขาจับได้โดย
บังเอิญที่ซีเป่ย
คิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว พี่น้องสกุลโม่ก็ยิ่งเกลียดชังคนตรงหน้า
แต่พวกเขาพี่น้องต่างรู้ดีว่าก่อนจะระบายความโกรธแค้นนี้ ยัง
ต้องถามเรื่องที่พวกเขาอยากรู้ให้กระจ่างเสียก่อน
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ “อวิ๋นหลี่ตายมานานแล้ว พวกเจ้าไม่เคย
สังเกตเห็นความผิดปกติของนกพิราบส่งสารเลยหรือ?”
เขาคิดว่าอวิ๋นหลี่ตายไปนานแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่ส่ง
ข่าวอะไรเลย
อีกทั้งดูจากท่าทางของชายชาวหนานเจียง พวกเขาก็ไม่ได้พบ
เบาะแสเรื่องนี้แต่อย่างใด
“นายหญิงมักจะออกจากวังบ่อย ๆ ในวังมีนางก านัลคนสนิทของ
นาง ส่วนใหญ่พวกข้าจะส่งจดหมายไปและนางก านัลคนนั้นจะเป็น
คนรับ หากนายหญิงไม่อยู่ นางก านัลจะน าข่าวนี้ไปส่งให้องค์
จักรพรรดิโดยตรง”
เช่นนี้ก็อธิบายปัญหาได้แล้ว อีกอย่างใครจะเป็นคนรับข่าวสาร
ของหนานเจียง ส าหรับพวกเขาพี่น้องสกุลโม่แล้วมันไม่ส าคัญเลย
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ “แล้วปรมาจารย์ซือเหมิงสั่งให้พวกเจ้าท างาน
อย่างไร? พวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ที่ไหนในเมืองหลวง?”
“พวกข้าอาศัยอยู่ในตรอกหย่งอันในเมืองหลวง หน้าประตูมี
ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง บนต้นไม้พวกข้าวางรังนกไว้ ไม่ว่าจะเป็นนาย
หญิงหรือปรมาจารย์ซือเหมิง หากต้องการให้พวกข้าท างานก็จะโยน
จดหมายใส่ในรังนก ตราบใดที่พวกข้าอยู่ในเมืองหลวง ทุกวันก็จะไป
ตรวจสอบว่ามีภารกิจส่งมาหรือไม่”
ในฐานะคนเมืองหลวง พี่น้องสกุลโม่ย่อมคุ้นเคยกับตรอกหย่งอัน
เป็นอย่างดี
ที่ได้ชื่อว่าตรอกหย่งอัน เพราะมันถูกสร้างขึ้นโดยอ๋องหย่งอันผู้
เป็นเชื้อพระวงศ์ต่างสกุลและมีความดีความชอบในการสถาปนา
ราชวงศ์ต้าซุ่น
อ๋องหย่งอันไม่มีทายาท ก่อนสิ้นชีพได้น าทรัพย์สมบัติทั้งหมดมา
ปรับปรุงพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นบ้านเรือนมากมาย และมอบให้ประชาชน
ซึ่งไร้ที่อยู่อาศัย
กาลเวลาผ่านไปร้อยปี ที่นั่นได้กลายเป็นแหล่งที่มีผู้คน
หลากหลายที่สุดในเมืองหลวง
สองคนนี้เลือกที่ซ่อนได้ดีจริง ๆ ด้วยความวุ่นวายของตรอกหย่ง
อัน จึงไม่แปลกที่จักรพรรดิซุ่นอู่จะส่งคนไปตามหาแล้วไม่เจอ
แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับการแต่งกายและการปลอมตัวของ
พวกเขาด้วยเช่นกัน
พวกเขาพอจะเห็นแล้ว ว่าด้วยความระมัดระวังของปรมาจารย์
ซือเหมิง แม้แต่ศิษย์ของเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน คนสองคนที่
ถูกใช้งานชั่วคราวเช่นนี้ยิ่งไม่มีทางรู้ได้
แต่สิ่งที่ควรถามก็ต้องถามให้ชัดเจน
“ปรมาจารย์ซือเหมิงเคยบอกหรือไม่ว่าเมื่อพวกเจ้าพบสัตว์เลี้ยง
ของเขาแล้ว จะต้องส่งมอบให้เขาอย่างไร?”
ชาวหนานเจียงส่ายหน้า “เขาไม่ได้บอกว่าจะส่งมอบให้เขา
อย่างไร หากพวกข้าพบสัตว์เลี้ยงก็จะต้องน ากลับไปเลี้ยงดูที่เมือง
หลวงชั่วครู่ รอค าสั่งต่อไปจากเขา”
“เขาสั่งให้พวกเจ้าท างาน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มอบผลประโยชน์
ให้พวกเจ้า” เขาถามต่อ
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย สายตาของชาวหนานเจียงก็ตกลง
บนต าแหน่งที่นูนขึ้นเล็กน้อยบนหน้าอกของโม่จิ่วเยี่ย
“มันคือถุงผ้าที่เจ้าเอาไป ข้างในนั้นเป็นวิธีลัดในการเลี้ยงหนอน
กู่ที่เขามอบให้พวกข้า”
ตอนที่เขาค้นตัวทั้งสองคนเมื่อครู่นี้ก็มีถุงผ้าที่ไม่น่าสนใจอยู่จริง
ๆ ตอนนั้นเขาบีบมันเล็กน้อยและคิดว่าเป็นตั๋วเงิน จึงไม่ได้ตรวจดู
ละเอียด
ตอนนี้ชาวหนานเจียงพูดถึงถุงผ้าใบนั้น เขาจึงน ามันออกมา
จากอกเสื้ออีกครั้ง
ในถุงผ้าไม่ใช่ตั๋วเงินอย่างที่คิด แต่เป็นกระดาษที่เขียนตัวอักษร
เต็มไปหมด
เมื่อเห็นว่าสิ่งที่บันทึกไว้เกี่ยวข้องกับหนอนกู่จริง ๆ ก็แสดงว่า
ชาวหนานเจียงคนนี้ไม่ได้โกหก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าตนเองคิดค าถามอื่นไม่ออกแล้ว
ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงพยักหน้าให้เหล่าพี่ชายที่ก าลังก าหมัดเตรียม
แก้แค้น พี่ชายทั้งหลายต่างเข้าใจความหมายของเขาทันที่
แม้ว่าชาวหนานเจียงผู้นี้จะไม่ใช่คนที่ลงมือท าร้ายบุรุษสกุลโม่
ด้วยตนเอง แต่ก็มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดเหตุการณ์นั้น ดังนั้น การ
ทรมานเขาสักหน่อยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยคิดแผนการขึ้นมาได้แล้ว เขาไม่สนใจจะร่วม
ทรมานชาวหนานเจียงผู้นี้กับพี่ชายอีก
หลังจากโม่จิ่วเยี่ยส่งสัญญาณ เขาก็เดินออกจากถ ้าพร้อมกับ
เสียงร้องโหยหวนของชาวหนานเจียง
เขาเดาว่าปรมาจารย์ซือเหมิงน่าจะซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง
ต้าซุ่น ไม่เช่นนั้นคงไม่คิดที่จะส่งสายลับหนานเจียงสองคนจากใน
เมืองหลวงมาที่ซีเป่ยเพื่อตามหาเหยี่ยวปีกทอง
หากสายลับสองคนนี้หาเหยี่ยวปีกทองเจอ พวกเขาจะต้องน ามัน
กลับไปยังเมืองหลวงแน่นอน เช่นนั้นจะไม่สะดวกรับสัตว์เลี้ยงของตน
กลับไปหรือ?
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล ขณะเดียวกันก็เกิด
ความคิดที่จะรีบไปเมืองหลวงเพื่อสืบหาความจริง
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
เสียก่อน
เสียงร้องโหยหวนที่ได้ยินค่อย ๆ เบาลง โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดถึง
แผนการในหัว ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้มาถึงเชิงเขาแล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้สึกไม่สบายใจ กลัวว่าชาวหนานเจียงสองคนนั้นจะ
ปากแข็ง และพี่น้องชายสกุลโม่จะไม่สามารถสอบถามข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์ได้ จึงแอบตามมาที่นี่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครสังเกต
ผลคือนางบังเอิญพบกับโม่จิ่วเยี่ยที่ก าลังเดินลงเขามาด้วยสีหน้า
ครุ่นคิด
“หร่านหร่าน เจ้ามาท าไม”
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
เห็นภรรยามาที่นี่ โม่จิ่วเยี่ยก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที่ พร้อมประคอง
นางไว้ด้วยความระมัดระวัง
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางกังวลเกี่ยวกับนางของเขา รู้สึกอบอุ่นใจ
ขึ้นมา
ในยุคปัจจุบัน นางยังไม่เคยเห็นสามีคนไหนดูแลภรรยาที่
ตั้งครรภ์ด้วยความระมัดระวังเช่นนี้มาก่อน
“ข้าไม่เป็นอะไร ท่านไม่ต้องกังวลหรอก อีกอย่าง ท่านก็เห็นหญิง
ตั้งครรภ์ในหมู่บ้านแล้ว พวกนางยังท างานร่วมกับสามีได้เลยนะ!”
“ข้าไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร ภรรยาของข้า ข้าจะดูแล
เอง”
ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้ เฮ่อจือหร่านก็ได้รับการดูแลเช่นนี้มา
ตลอด นางเริ่มชินแล้ว ค าพูดเมื่อครู่ของนางจึงเท่ากับพูดไปเปล่า ๆ
“แล้วได้ข่าวอะไรที่มีประโยชน์บ้างหรือไม่?” นางเปลี่ยนหัวข้อ
โม่จิ่วเยี่ยประคองนางเดินพลางเล่าไป
“พวกเขาล้วนเป็นคนของอวิ๋นหลี่ ถือว่าเป็นสายลับที่หนานเจียง
ส่งมาแฝงตัวอยู่ในต้าซุ่น…”
ทั้งสองเดินช้า ๆ ระหว่างทางโม่จิ่วเยี่ยก็เล่าทุกอย่างที่เพิ่งถามมา
ให้เฮ่อจือหร่านฟัง
ความคิดแรกของเฮ่อจือหร่านเหมือนกับโม่จิ่วเยี่ย ทั้งคู่ต่างเชื่อ
ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงน่าจะอยู่ในเมืองหลวง
ขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านก็เดาใจสามีได้
“ท่านต้องการไปเมืองหลวงใช่หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าหนักแน่น “ข้าตั้งใจเช่นนั้นจริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสามีของนางไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น ในเมื่อ
เขาตัดสินใจแล้ว คงจะต้องคิดอย่างรอบคอบมาแล้วแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงถือเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดของสกุลโม่ หากสามารถตามหาตัวเขาได้เร็วเท่าไหร่ พ่อสามี
และพี่ใหญ่กับพี่รองก็จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเร็วขึ้น
เท่านั้น