ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 352 เขาคือปรมาจารย์ซือเหมิง
เรื่องความเร็วในการบินของเสี่ยวไป๋ โม่จิ่วเยี่ยในฐานะเจ้าของก็
พอจะเข้าใจอยู่บ้าง
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาบุรุษสกุลโม่ล้วนมีวรยุทธ์ก็คงจะตามไม่
ทันจริง ๆ
เขาลูบขนของเสี่ยวไป๋อย่างเอ็นดู
“เสี่ยวไป๋ เจ้ารู้ว่าพวกเขาก าลังตามเจ้าอยู่ ท าไมไม่ลดความเร็ว
ลงบ้าง?”
เสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น ส่งเสียงร้องขึ้นไปบนฟ้า
ท่าทางนั้นดูเหมือนก าลังจะบ่นว่าความเร็วของพี่ห้าพี่หกช้า
เกินไป
แต่ตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่มีพลังมากพอจะปลอบประโลมเสี่ยวไป๋ จึง
กล่าวกับพี่ชายทั้งสองว่า “พี่ห้า พี่หก ข้าจับตัวคนได้ส าเร็จแล้ว เขา
อยู่ในห้องนั้น”
เขาชี้ห้องด้านหลัง แล้วเดินน าไป
พี่ห้ากับพี่หกรู้สึกสงสัยว่าน้องเก้าจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิง และ
มาถึงที่นี่เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
ทั้งคู่ติดตามโม่จิ่วเยี่ยมาอย่างใกล้ชิด ใจร้อนจะพบกับตัวการ
ส าคัญที่ท าให้สกุลโม่ถูกกดขี่จนมีสภาพเช่นนี้
สามพี่น้องเข้าไปในห้อง โม่จิ่วเยี่ยชี้ปรมาจารย์ซือเหมิงที่สลบ
เหมือนสุนัขตาย ก่อนจะพูดว่า
“เขาคือปรมาจารย์ซือเหมิง”
พี่หกโกรธจัดจนเดินเข้าไปเตะปรมาจารย์ซือเหมิงทีหนึ่ง
“หึ! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง ข้าจะเชือดเนื้อเถือ
หนังเจ้าทั้งเป็น!”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ขัดขวางพี่หก เพราะยามนี้เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ส่วนพี่ห้าสงบนิ่งกว่ามาก แม้ในใจจะแค้นเคือง แต่ก็ยังไม่ลืมจะ
สอบถามน้องชายสักหน่อย
“น้องเก้า เจ้าจับตัวเขามาได้อย่างไร?”
“ข้าตามหาคนตามต าแหน่งที่สังเกตได้ไว้ในวันนั้น…” ด้วยเวลา
มากพอ โม่จิ่วเยี่ยจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดหลังจากที่เข้าไปในจวนของ
ท่านอ๋องเก้า
พี่ห้าและพี่หกต่างคิดเหมือนกันว่า การกระท าของอ๋องเก้าไม่
เกี่ยวข้องกับพวกเขา ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาสนใจที่สุดคือต้องการจะ
สอบถามเรื่องบิดาและพี่ชายจากปากของปรมาจารย์ซือเหมิง
โม่จิ่วเยี่ยมองดูท้องฟ้า เวลาที่ผ่านไปนับตั้งแต่ปรมาจารย์ซือเห
มิงถูกปืยยาสลบยิงใส่ก็ราวหนึ่งชั่วยามแล้ว
ยาสลบชนิดนี้แตกต่างจากยาสลบทั่วไป ไม่สามารถใช้วิธีพิเศษ
อะไรเพื่อให้ตื่นได้เร็วขึ้น หากต้องการสอบสวนก็ต้องรอให้เขาฟื้น
ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
เมื่อครู่ตอนเขาอยู่ที่จวนอ๋องเก้า ก็เห็นพ่อตาของเขาไปร่วม
แสดงความยินดีด้วย
ปรมาจารย์ซือเหมิงมอบกู่พิษให้ท่านอ๋องเก้ามากมายเช่นนั้น
พ่อตาของเขาเองก็เป็นขุนนางคนส าคัญในราชส านัก ย่อมหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ที่จะถูกคนลอบท าร้าย
ดังนั้น เขาจึงตั้งใจจะกลับไปที่จวนอ๋องเก้าอีกครั้งเพื่อช่วยพ่อตา
และถือโอกาสดูว่ามีวิธีดี ๆ อะไรบ้าง ที่จะท าลายสมรสพระราชทาน
ระหว่างท่านหญิงอวี้กับพี่ชายภรรยา
อีกอย่างวันนี้เฟ่ยหนานอวี่ก็ถือว่าช่วยเหลือเขาไว้มาก ตอนนี้
เขาค้นพบความลับของอ๋องเก้าแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงคิดว่าจ าเป็นต้อง
เตือนอีกฝ่ายสักหน่อย และถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณเฟ่ยหนา
นอวี่ด้วย
ส่วนเฟ่ยหนานอวี่จะท าอย่างไรต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรกังวล
คิดถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่ห้า พี่หก ข้ายังมีธุระต้อง
กลับไปที่จวนอ๋องเก้าก่อน”
เรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยคิด เหล่าพี่ชายย่อมคิดเหมือนกัน แม้โม่จิ่วเยี่ยจะ
ไม่บอกว่าจะกลับไปที่จวนอ๋องเก้า พี่ชายทั้งสองก็คงจะมีคนท า
เช่นนั้นอยู่ดี
“อื้ม น้องเก้าวางใจได้ พวกข้าจะดูแลคนผู้นี้ไว้ ส่วนเจ้าก็ระวังตัว
ด้วย หากเกิดอันตรายอะไรขึ้น การรักษาชีวิตไว้คือสิ่งส าคัญที่สุด” พี่
ห้าก าชับ
เขาขึ้นไปยืนอยู่บนที่สูงและมองไปรอบ ๆ แล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ที่
ค่อนข้างห่างไกล จวนของอ๋องเก้าก าลังมีแขกเหรื่อมากมาย เขาเชื่อ
ว่าอีกฝ่ายจะไม่ไปหาปรมาจารย์ซือเหมิงที่เรือนด้านหลังอีก
ดังนั้นที่นี่จึงค่อนข้างปลอดภัยกว่าที่อื่น
“ได้ พี่ห้า พี่หก พวกท่านรออยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะกลับมานะ”
หลังจากบอกลาพี่ชาย โม่จิ่วเยี่ยก็กลับไปยังเมืองหลวงอีกครั้ง
เขากระโดดข้ามก าแพงเข้าไปในจวนอ๋องเก้าโดยตรง
คราวนี้ เขาไม่ได้ไปที่ลานเล็ก ๆ ที่บรรดาผู้ติดตามพักผ่อนอยู่
แต่เขาไปหาศพของพวกองครักษ์เงาที่เขาเพิ่งสังหารไป จัดการ
เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของพวกเขา แล้วค่อย ๆ เดินไปยังสถานที่ที่
ท่านอ๋องเก้าจัดงานเลี้ยง
ต้องยอมรับว่าท่านอ๋องเก้าทุ่มเทพยายามอย่างมากเพื่องานใน
วันนี้ ถึงขนาดเชิญคณะละครมาแสดง และสร้างเวทีละครขึ้นบนลาน
กว้างในสวน
บัดนี้การแสดงได้เริ่มขึ้นแล้ว แขกที่มาร่วมแสดงความยินดี
ทั้งหมดก าลังนั่งชมอยู่ด้านล่างเวที่ เสียงปรบมือเพื่อชื่นชมดังขึ้นมา
เป็นระลอก
อ๋องเก้าที่เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงวันเกิด นั่งอยู่ที่โต๊ะหลัก ตรงข้าม
กับเวทีการแสดง
ข้างกายของเขามีชายาและท่านหญิงอวี้อยู่ข้างกาย
ทว่าความสนใจของท่านหญิงอวี้กลับไม่ได้อยู่ที่เวทีการแสดง แต่
กลับมองไปทางโต๊ะของหนานฉีที่อยู่ด้านข้าง
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตอย่างละเอียด กระทั่งเขายืนยันได้ว่าท่านหญิงอวี้
ก าลังมองเฟ่ยหนานอวี่อยู่
เรื่องนี้ก็ไม่แปลกอะไร เฟ่ยหนานอวี่มีเชื้อสายของราชวงศ์ อีกทั้ง
ยังมีบุคลิกโดดเด่น และมีรูปโฉมหล่อเหลา
ท่านหญิงอวี้ซึ่งชอบบุรุษหน้าตาดีมาตลอด ย่อมไม่พลาดโอกาส
จะพินิจพิเคราะห์เขา
แต่เมื่อเป็นสตรีที่กระท าเช่นนี้ กลับท าให้ผู้คนรู้สึกขยะแขยง
เฟ่ยหนานอวี่เหมือนจะรู้สึกได้ว่ามีสายตาจ้องมองตนเองอยู่ เขา
เพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย ก็สามารถระบุที่มาของสายตานั้นได้แล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกร าคาญใจอย่างมาก จึงลุกขึ้นพูดอะไร
บางอย่างกับหนานฉี แล้วเดินออกไปจากกลุ่มคน
เมื่อท่านหญิงอวี้เห็นเฟ่ยหนานอวี่ลุกขึ้น นางก็รีบตามไปทันที่
แต่เพราะที่นี่มีคนมาก จึงไม่ได้เข้าไปใกล้เขา
เฟ่ยหนานอวี่ออกไปก็เพื่อหลบสายตาน่ารังเกียจนั้น เขาไม่มี
จุดหมายแน่นอน ดังนั้นจึงท าเพียงเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้
ใครจะรู้ว่าเพิ่งจะเดินเลี้ยวไป ก็ได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านหลัง
“คุณชายหยุดก่อน” เสียงนี้ช่างเสแสร้งแกล้งท านัก เฟ่ยหนานอวี่
หวังจริง ๆ ว่าค าเรียก “คุณชาย” นี้จะไม่ได้เรียกเขา
แต่น่าเสียดายที่ที่นี่เงียบสงบและไม่มีใครอยู่อีก
ตอนนี้สถานะของเขาเป็นเพียงที่ปรึกษาของหนานฉี ใครก็ต่าง
เรียกเขาว่าเป็นบุคคลส าคัญได้
ท่านหญิงอวี้ผู้นี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาจึงต้องฝืนหันหน้าไป
“ท่านหญิงก าลังเรียกข้าหรือ?”
เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของเฟ่ยหนานอวี่ในระยะใกล้ ดวงตาของ
ท่านหญิงอวี้ก็ถึงกับเบิกกว้าง
นางแกล้งท าท่าเขินอาย หยิบผ้าเช็ดหน้ามาบังใบหน้าครึ่งล่างไว้
จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างาม
“ขอถามว่าท่านเป็นคุณชายจากตระกูลไหนหรือ? ข้าไม่เคยพบ
ท่านมาก่อนเลย”
เฟ่ยหนานอวี่รู้สึกขนลุกซู่เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากนาง
เขาสามารถรับมือกับเรื่องหลอกลวงและการแย่งชิงอ านาจได้
อย่างมั่นใจ แต่กับสตรีที่จงใจมาเอาใจเขาเช่นนี้ เฟ่ยหนานอวี่กลับไม่
มีวิธีรับมือเลยจริง ๆ
โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงที่มี
สายเลือดเดียวกันกับเขา
ขณะที่เฟ่ยหนานอวี่ก าลังครุ่นคิดหาทางหลบเลี่ยง ท่านหญิงอวี้
ก็พลันชะงัก แล้วร่างทั้งร่างก็ล้มลงไปกะทันหัน
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ก็มาปรากฏตรงหน้าเขา
เฟ่ยหนานอวี่เพ่งมองอย่างถี่ถ้วน พบว่าเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ปลอมตัว
มา
เมื่อเขาเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยยังอยู่ในจวนอ๋องเก้า เขาก็คิดโดยไม่รู้ตัว
ว่าเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยต้องท าคงยังไม่ส าเร็จ
ดังนั้นเฟ่ยหนานอวี่จึงถามว่า “คุณชายเก้าต้องการให้ข้า
ช่วยเหลืออะไรหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยท าสิ่งต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะเอ่ยบอก เขา
กวาดสายตามองรอบ ๆ อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีบุคคลน่าสงสัย จึง
ดึงเฟ่ยหนานอวี่ไปยังมุมลับตาคน
“ธุระของข้าเสร็จสิ้นแล้ว การกลับมาอีกครั้งนี้ เพราะข้าต้องการ
จะบอกเรื่องหนึ่งกับคุณชายเฟ่ย”
เฟ่ยหนานอวี่แสดงสีหน้าอย่างจริงจัง “เรื่องอะไรหรือ?”
“ท่านอ๋องเก้ามีกู่พิษจ านวนมากอยู่ในมือ เขาเตรียมที่จะวางยา
ขุนนางส าคัญที่เข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดในวันนี้ หากคนเหล่านี้ถูกกู่
พิษเข้า พวกเขาก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดของอ๋องเก้า”