ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 365 สุนัขที่น่าสงสาร
สมัยก่อนสิ่งที่ชนเผ่าหมานอี๋หวาดกลัวที่สุดก็คือบุรุษสกุลโม่
แม้แต่ตอนที่พวกเขาคิดจะบุกโจมตีต้าซุ่น ก็จะเลือกช่วงเวลาที่สกุล
โม่ก าลังปกป้องอยู่ที่ชายแดนหนานเจียง
การเดินทางจากชายแดนหนานเจียงไปยังชายแดนตะวันตก
ต้องข้ามผ่านแผ่นดินต้าซุ่น กระทั่งการขี่ม้าเร็วก็ต้องใช้เวลามากกว่า
ครึ่งเดือน
ผู้บุกรุกชนเผ่าหมานอี๋มักจะฉวยโอกาสในช่วงครึ่งเดือนนี้ โจมตี
ต้าซุ่นอย่างไม่ทันตั้งตัว
จากการคาดเดาของสองพี่น้อง ชนเผ่าหมานอี๋คงได้ยินเรื่องที่
สกุลโม่ถูกเนรเทศไปยังซีเป่ยแล้วแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงว่าพี่น้องคนอื่นของพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เพียงแค่น้องเก้าคนเดียวก็เพียงพอจะท าให้ชนเผ่าหมานอี๋ทั้งหมด
หวาดกลัวได้แล้ว
ชนเผ่าหมานอี๋กังวลว่าบุรุษสกุลโม่จะรักบ้านเมืองมากเกินไป ต่อ
ให้ถูกเนรเทศมาที่นี่ พวกเขาก็ไม่อยากเห็นดินแดนต้าซุ่นถูกรุกราน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงฉวยโอกาสยุยงให้ชาวบ้านของชนเผ่า
หมานอี๋มาปล้นสะดมหมู่บ้านซีหลิ่ง เพื่อสืบดูความเป็นไปของสกุลโม่
เหตุผลนอกเหนือจากนี้ พวกเขาต่างก็คิดไม่ออกแล้ว
ตอนนี้ผู้คนในสกุลโม่ล้วนผิดหวังกับราชส านักต้าซุ่นอย่าง
สิ้นเชิงแล้ว การที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้ก็นับว่ายากล าบาก แล้วพวก
เขาจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?
ทว่าสิ่งเหล่านี้มีเพียงคนสกุลโม่เท่านั้นที่รู้แจ้งในใจ ในสายตา
ของคนนอก บุรุษสกุลโม่ก็คือคนที่จงรักภักดีต่อบ้านเมือง เมื่อใดที่
แผ่นดินตกอยู่ในอันตราย พวกเขาก็ย่อมไม่นั่งดูดายแน่นอน
การที่ชนเผ่าหมานอี๋จะมีความกังวลเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
อะไรเลย
จากสิ่งนี้จะเห็นว่าจุดประสงค์ที่ชาวบ้านหมานอี๋มาในครั้งนี้ คือ
ต้องการปล้นหมู่บ้านเท่านั้น แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลับต้องการฉวย
โอกาสสืบข่าวของสกุลโม่
สองพี่น้องเข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ไม่คิดจะอธิบายให้ใครฟัง
ตอนนี้ยังมีชนเผ่าหมานอี๋อีกมากมายที่ยังไม่ได้จัดการ ไม่ว่าพวกเขา
จะเป็นหรือตาย ก็ต้องมีข้อสรุป
พี่เจ็ดมองชาวบ้านของหมู่บ้านซีหลิ่ง คนที่บาดเจ็บถูก
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวสั่งการให้คนหามเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว คนที่ได้รับ
บาดเจ็บยังมีอีกมากมาย แม้จะมีพี่น้องสกุลโม่คอยเป็นโล่ก าบังอยู่
ด้านหน้า แต่ชาวบ้านเหล่านั้นก็ไม่อาจรอดพ้นจากอันตรายได้
ทั้งหมด เพราะท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นการต่อสู้ฆ่าฟัน
……
ทางฝั่งเฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้อยู่เฉย สุนัขที่เพิ่งถูกข้าวปั้นน้อย
เรียกกลับมาล้วนได้รับบาดเจ็บแตกต่างกัน กระทั่งยังมีบางตัวที่ไม่
สามารถกลับมาได้
สุนัขเหล่านี้ล้วนเป็นสุนัขที่นางซื้อมาเองจากพื้นที่มิติ นางเห็น
พวกมันเติบโต และได้เห็นพวกมันเฝ้าปกป้องบ้านอย่างซื่อสัตย์ เวลา
ว่าง ๆ พวกมันยังมักกระดิกหางและท าท่าประจบประแจงต่อหน้านาง
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ ดวงตาของเฮ่อจือหร่านก็เริ่มแดงเรื่อขึ้น
เล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะเศร้าโศกมากเกินไป บาดแผล
ของสุนัขจ านวนมากที่ยังมีชีวิตก็เป็นเรื่องเร่งด่วน
อีกทั้งนางยังเห็นว่า ในหมู่บ้านยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ได้รับ
บาดเจ็บด้วย
นางส่งข้าวปั้นน้อยเข้าไปในพื้นที่มิติ พร้อมกันนั้น จิตส านึกของ
นางก็รวบรวมยารักษาบาดแผลภายนอกและผ้าพันแผลมากมายมา
อย่างรวดเร็ว ห่อพวกมันเป็นห่อใหญ่แล้วน าออกมาจากพื้นที่มิติ
โชคดีที่นางเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ยาเหล่านี้อยู่ในขวด
กระเบื้อง ส่วนผ้าพันแผลก็เป็นผ้าลินินสีขาวในยุคนี้ มันผ่านการฆ่า
เชื้อด้วยอุณหภูมิที่สูงแล้ว การใช้งานจึงไม่แตกต่างจากผ้าพันแผล
ในยุคปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสุนัข จ านวนผู้ที่ต้องการการรักษาก็มีไม่น้อย
หากพึ่งพานางเพียงคนเดียว ก็เกรงว่าจะท าให้การรักษาล่าช้าออกไป
เฮ่อจือหร่านเห็นพี่เจ็ดกับพี่แปดจัดการพวกชนเผ่าหมานอี๋
เรียบร้อยแล้ว จึงตะโกนเรียกบรรดาสตรีสกุลโม่ว่า “ท่านแม่ พี่สะใภ้
รีบมาช่วยกันเถอะเจ้าค่ะ”
ยามนั้นเหล่าสตรีก าลังตกตะลึงกับภาพที่น้องสะใภ้เก้าเดินเข้า
มาพูดคุยกับโม่หยวนเช่อไม่กี่ประโยค จากนั้นพวกชนเผ่าหมานอี๋ก็
ล้มลงมากมาย…
พวกนางไม่เคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ทั้งยังไม่รู้จักผง
สีขาวเช่นนั้น คิดแค่เพียงว่าเป็นฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาตอนต่อสู้กัน
ทุกอย่างช่างเหลือเชื่อเกินกว่าจะท าความเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น
เมื่อได้ยินเสียงที่เฮ่อจือหร่านเรียก ยกเว้นเพียงฮูหยินผู้เฒ่า คน
อื่นก็ต่างรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าสะใภ้เก้าคงไม่เรียกพวกนางโดยไม่มีเหตุผล จึง
เอ่ยเตือนว่า
“รีบไปกันเถอะ ไปดูว่าน้องสะใภ้เก้าของพวกเจ้ามีเรื่องอะไร
หรือไม่”
เมื่อได้ยินค าเตือนจากแม่สามี บรรดาสะใภ้จึงค่อย ๆ ดึงสติ
กลับมา แล้วรีบวิ่งตามนางไปหาเฮ่อจือหร่าน
เมื่อเห็นคนในครอบครัวมาถึง เฮ่อจือหร่านไม่พูดพร ่าท าเพลง
วางห่อผ้าห่าใหญ่ลงตรงหน้าทุกคน
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ สุนัขของพวกเราได้รับบาดเจ็บ ข้าคนเดียว
จัดการไม่ไหว ต้องขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน”
เหล่าสตรีสกุลโม่ในยามนี้ได้เห็นสุนัขทั้งหลายที่บาดเจ็บ
ตรงหน้า ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน ถึงขนาดที่พี่สะใภ้บางคน
ถึงกับเริ่มเช็ดน ้าตาแล้ว
พี่สะใภ้รองกล่าวด้วยความสงสารว่า “น่าสงสารสุนัขพวกนี้จริง ๆ
เพื่อปกป้องพวกเรา มันถึงกับต้องบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่ามีจิตใจมั่นคงที่สุด พอเห็นเหล่าลูกสะใภ้ยังคงเศร้า
เสียใจ ก็เตือนว่า “หากเจ้าสงสารพวกสุนัขพวกนี้ ก็จงฟังน้องสะใภ้
เก้าของเจ้า รีบช่วยกันจัดการบาดแผลของพวกมันโดยเร็ว”
ตอนที่นางยังสาว เคยติดตามนายท่านผู้เฒ่าไปยังชายแดน
เหตุการณ์เช่นนี้นางล้วนพบเห็นมาหลายครั้ง
เพียงแต่ตอนนั้นสิ่งที่ได้เห็นล้วนเป็นผู้คนที่บาดเจ็บ ทว่าบัดนี้
กลับเป็นเหล่าสุนัขที่บาดเจ็บ นางรู้สึกว่าทั้งหมดล้วนเป็นชีวิตชีวิต
หนึ่งเช่นเดียวกัน พาให้คนรู้สึกปวดใจเมื่อมองดู
แม้ว่าแม่สามีจะไม่ออกปาก พวกพี่สะใภ้ก็จะพยายามสุด
ความสามารถเพื่อช่วยรักษา เพียงแต่พวกนางไม่เข้าใจเรื่องวิชา
แพทย์ จึงได้แต่มองเฮ่อจือหร่าน รอคอยค าสั่งของนาง
เฮ่อจือหร่านเปิดห่อของออก
“พวกท่านดูนี่ ก่อนอื่นให้เช็ดบาดแผลด้วยสิ่งนี้ มันจะช่วย
ป้องกันไม่ให้บาดแผลเน่าในภายหลัง และนี่คือยาห้ามเลือด หลังจาก
ทายาเสร็จแล้วให้พันผ้าพันแผลให้แน่น…”
นางไม่เพียงมียาเท่านั้น แต่เฮ่อจือหร่านยังเตรียมมีดโกนมา
หลายเล่มอีกด้วย
ของสิ่งนี้ทุกคนคงไม่รู้สึกแปลกใจ ในฐานะสตรีแห่งยุคโบราณ
พวกนางมักใช้มันจัดการหนวดเคราให้สามี
“ยังมีสิ่งนี้อีก เราจ าเป็นต้องโกนขนบริเวณที่สุนัขได้รับบาดเจ็บ
ออก เพื่อให้สะดวกต่อการรักษาบาดแผล”
เวลาไม่คอยท่าใคร เฮ่อจือหร่านแจกจ่ายมีดโกนให้แก่บรรดา
พี่สะใภ้พลางกล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ หากพบสุนัขที่บาดเจ็บหนัก
ให้ส่งมันมาหาข้าทั้งหมด พวกท่านเพียงแค่จัดการบาดแผลภายนอก
ก็พอ”
ทั้งฮูหยินผู้เฒ่า โม่หานเยี่ย พร้อมด้วยเหล่าสะใภ้ทั้งหลายต่าง
พยักหน้าจริงจัง แล้วเริ่มตรวจดูอาการบาดเจ็บของเหล่าสุนัขทันที่
ที่จริงแล้ว การจัดการกับบาดแผลที่มีเลือดไหลนองเช่นนี้ ท าให้
พวกนางรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ
แต่เมื่อคิดว่าหากปล่อยให้ความกลัวท าให้เสียเวลารักษา ตนเอง
ก็จะกลายเป็นคนที่ไร้ประโยชน์
ด้วยความเชื่อมั่นเช่นนี้ พวกนางจึงพยายามเอาชนะความกลัว
ในใจทีละคน กล้าจะลองช่วยรักษาพวกสุนัข
เฮ่อจือหร่านสังเกตดูแล้วพบว่า โม่หานเยี่ยลงมือโดดเด่นที่สุด
อีกทั้งวิธีการของนางก็คล่องแคล่วกว่าผู้อื่นมาก
ความจริงเฮ่อจือหร่านยังไม่รู้ว่ากระต่ายที่น้องสาวสามีเลี้ยงไว้นั้น
ก็มักจะต่อสู้กันเองและได้รับบาดเจ็บอยู่เรื่อย และนางเป็นคนที่ลงมือ
ท าแผลให้พวกมันด้วยตัวเอง
ส าหรับโม่หานเยี่ยแล้ว สุนัขพวกนี้นอกจากจะมีขนาดใหญ่กว่า
เล็กน้อยแล้ว การรักษาบาดแผลก็ไม่แตกต่างจากกระต่ายพวกนั้น
เลย
เฮ่อจือหร่านมองการเคลื่อนไหวของนาง รู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่าง
ยิ่ง ขณะเดียวกันก็บอกให้บรรดาพี่สะใภ้ไปถามโม่หานเยี่ยหากมีสิ่ง
ใดที่ไม่เข้าใจ
เพราะการรักษาสุนัขมีโม่หานเยี่ยคอยช่วยอยู่ นางจึงสามารถ
ว่างมือไปตรวจอาการของพวกชาวบ้านได้
หมู่บ้านซีหลิ่งไม่มีหมอ หากต้องการรักษาก็จ าเป็นต้องไปเชิญ
หมอจากในเมืองมา การไปมาเช่นนี้ เกรงว่าจะเสียเวลาในการรักษา
มาก ๆ
หากมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็อาจเสียชีวิตไปเพราะเหตุนี้