ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 378 พวกเขาคือพี่ใหญ่กับพี่รอง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 378 พวกเขาคือพี่ใหญ่กับพี่รอง
ผงก ามะถันเองก็ใช้ไม่มีผลกับกบเจ็ดสี เขากับพี่หกหลบไม่ทัน
จึงถูกกบเจ็ดสีหลายตัวสัมผัสเข้า
โชคดีที่พวกเขารีบกินยาถอนพิษ จึงต้านทานพิษของกบเจ็ดสี
ได้
ส าหรับโม่จิ่วเยี่ย สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายเช่นนี้ไม่ควรมีอยู่บน
โลก เขาจึงจุดไฟอีกครั้ง เผากบเจ็ดสีพวกนี้ให้ตายทั้งหมด
เขากับพี่หกรีบตรวจสอบตัวตนของคนที่นอนอยู่ริมทะเลสาบ ไม่
มีเวลาจะเฝ้าดูภาพการเผาไหม้ ทั้งสองฝ่าพุ่มหนามเดินหน้าต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าด้านหน้าจะมีสิ่งมีพิษอะไรสักอย่าง แต่มันกลับไม่
เป็นเช่นนั้น
ด้านหน้ามีหมอกสีขาวปกคลุม บดบังสายตาของสองพี่น้อง
“น้องเก้า กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยนัก” พี่หกครุ่นคิด ก าลังนึกว่าเคยได้
กลิ่นนี้จากที่ไหนมาก่อน
มันช่างคุ้นเคยจริง ๆ นี่คือกลิ่นยาสลบที่ปรมาจารย์ซือเหมิงใช้
กับพี่น้องสกุลโม่สับสนตอนที่อยู่หนานเจียง
โชคดีที่ทั้งคู่กินยาถอนพิษมาก่อน จึงไม่ถูกหมอกพิษนี้ท าให้
หมดสติ
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกว่ากลิ่นนี้คุ้นเคย ครั้งแรกที่เขาปะทะกับ
ปรมาจารย์ซือเหมิงในหนานเจียง อีกฝ่ายก็ใช้ผงยาสลบชนิดนี้แล้ว
หนีหายไป
แม้ว่ายาที่ภรรยาให้มาจะสามารถแก้พิษร้ายได้ทุกชนิด แต่ทุกสิ่ง
ย่อมมีข้อยกเว้น เขาจึงไม่อาจเสี่ยงกับเรื่องเช่นนี้ได้
“พี่หก ปิดปากและจมูกของท่านเอาไว้ พวกเราต้องรีบผ่านที่นี่ไป
ให้เร็วที่สุด”
“ได้”
สองพี่น้องกลั้นหายใจ ปิดปากปิดจมูก พุ่งผ่านม่านหมอกพิษ
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาสามารถเรียกได้ว่าโล่งแจ้งอย่าง
น่าประหลาดใจ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลาจะมาส ารวจ รีบวิ่งไปยัง
กลุ่มคนริมทะเลสาบ
“น้องเก้า นั่นมันพี่สามกับพวกเหลียงห่าว!” เมื่อเห็นพี่น้องร่วม
สายเลือดนอนอยู่ตรงนั้น น ้าเสียงของพี่หกก็ฟังดูวิตกกังวล
โม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบอะไร รีบวิ่งเข้าไปหากลุ่มคนเหล่านั้นอย่าง
รวดเร็ว
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเข้าใกล้ จู่ ๆ ก็มีเงาร่างสองสายพุ่งออกมา
จากพุ่มไม้ ไม่พูดพร ่าท าเพลงก็ยกอาวุธในมือขึ้นโจมตีใส่ใบหน้า
ของพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกรีบถอยหลัง พร้อมกับสังเกตลักษณะของผู้ที่
เข้ามา
ผู้ที่มานั้นมีสภาพผมเผ้ารุงรังและสกปรก โดยเฉพาะผมหน้าม้าที่
ปิดบังใบหน้าของพวกเขาไว้อย่างสมบูรณ์
ทั้งสองคนมีรูปร่างสูงโปร่ง และดูผ่ายผอมกว่าคนปกติมากนัก
โม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกยังสังเกตเห็นความผิดปกติจากการเคลื่อนไหว
ของพวกเขาด้วย
“พี่หก พวกเขาคือพี่ใหญ่กับพี่รอง!”
พี่หกยังไม่ทันจะตอบสนองค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย พี่ใหญ่กับพี่รอง
ก็สะบัดอาวุธในมือโจมตีพวกเขาอีกครั้ง
การได้พบกับพี่น้องที่ตามหามานานเป็นเรื่องที่ดี แต่ชัดเจนว่าพี่
ใหญ่กับพี่รองไม่มีสติสัมปชัญญะของตัวเองเลย
สภาพนี้เป็นเพราะก าลังถูกกู่หุ่นเชิดควบคุมอยู่แน่
เมื่อเผชิญหน้ากับพี่น้องร่วมสายเลือด โม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกไม่อาจ
ใช้วิธีรุนแรงเหมือนตอนต่อสู้กับศัตรูได้ แต่หากไม่ลงมือตอบโต้ก็ไม่
อาจหยุดยั้งการโจมตีของทั้งคู่ได้
โม่จิ่วเยี่ยนึกอุบายขึ้นมา จึงหยิบยาสลบออกมาจากอกเสื้อแล้ว
โปรยใส่พี่ชายทั้งสอง
ไม่นานนัก พวกเขาที่ยังคงโจมตีอยู่ก็เริ่มโอนเอนไปมา ท่าทาง
จะล้มลง
โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกรีบเข้าไปประคองพวกเขาไว้ทั้งหน้าหลัง
จากนั้นจึงค่อย ๆ วางพวกเขาลงบนพื้น
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตื่นเต้นจนลืมตัวที่ได้พบพี่ชายคนโตและ
พี่ชายคนรอง เพราะพี่สามกับพวกเหลียงห่าว ยังคงนอนอยู่ริม
ทะเลสาบโดยไม่รู้ชะตากรรม
เมื่อนึกถึงสัตว์มีพิษที่พบเจอระหว่างทาง การที่พวกพี่สาม
สามารถเดินทางมาถึงที่นี่ได้ อาจก าลังตกอยู่ในอันตราย
เขาหวังเพียงว่าตนเองจะมาไม่สายเกินไป
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีเวลาคิดมาก รีบวิ่งไปยังทิศทางของพวกพี่สาม
อย่างรวดเร็ว
เขาตรวจสอบลมหายใจของพี่สามก่อน มันอ่อนมาก แต่ยังไม่ถึง
ขั้นหมดลมหายใจ
จากสีผิวคล ้าเขียวของพี่ชาย โม่จิ่วเยี่ยก็สามารถบอกได้ว่าพี่
สามถูกพิษเล่นงานแล้ว
ความจริงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกไม่รู้ว่าหมอกพิษที่จิ้งจอกเฒ่า
ซือเหมิงวางไว้นั้นไม่ใช่แค่ยาสลบธรรมดา
พี่สามยังคงก าผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือ หากเขาเดาไม่ผิด น่าจะเป็น
เพราะพี่ชายก็เจอหมอกพิษเช่นกัน จึงใช้มันปิดปากและจมูก
แม้ว่าวิธีต้านพิษของพี่สามจะไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็นับว่าป้องกัน
ตัวเองไว้แล้ว มิเช่นนั้น ตอนโม่จิ่วเยี่ยมาถึงที่นี่ก็คงได้เห็นเพียงศพ
ของพี่สามแล้ว
เมื่อตรวจสอบสภาพของเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ก็พบว่า
คล้ายคลึงกับพี่สาม ทุกคนก าลังจะตาย
สถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ยังรู้สึกสับสนเล็กน้อย
สิ่งที่เขาท าได้ตอนนี้คือให้ยาถอนพิษกับทุกคนก่อน หวังว่าทุก
อย่างจะยังทันการณ์
โม่จิ่วเยี่ยหยิบยาถอนพิษออกมาจากอกเสื้อ แบ่งมันให้พี่หก แล้ว
ทั้งคู่ก็ช่วยกันป้อนยาเข้าปากพี่สามและคนอื่น
แต่โชคร้าย พวกเขาต่างหมดสติไปแล้ว ไม่อาจกลืนยาเองได้
เรื่องนี้ท าให้พี่หกร้อนใจมาก
“น้องเก้า พวกเราจะท าอย่างไรดี พวกเขากลืนยาไม่ได้”
ตอนนี้พี่หกก าลังกังวลจนเหงื่อแตกพลั่ก
โม่จิ่วเยี่ยกลับใจเย็นกว่า เขาหยิบยาเม็ดออกมาแล้วบดให้
ละเอียดในก ามือ
“พี่หกเร็วเข้า เอาถุงน ้ามาให้ข้าที”
พี่หกเคลื่อนไหวรวดเร็ว ดึงถุงน ้าออกจากเอว รอจนโม่จิ่วเยี่ยเท
ผงยาทั้งหมดเข้าปากพี่สาม เขาก็จัดการบีบคางของพี่ชาย แล้วป้อน
น ้าเข้าไป
วิธีของโม่จิ่วเยี่ยใช้ได้ผลดี พี่สามกลืนยาถอนพิษลงไปได้อย่าง
ราบรื่น
สองพี่น้องป้อนยาถอนพิษให้เหลียงห่าวและคนอื่นด้วยวิธี
เดียวกัน
หลังจากท าเช่นนี้แล้ว สิ่งที่สองพี่น้องท าได้ก็มีเพียงการรอคอย
เท่านั้น
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ภาวนาให้ยาถอนพิษสามารถช่วยชีวิต
พวกสามพี่ได้
เป้าหมายของพวกเขาคือการช่วยเหลือบิดาและพี่ชาย พวกเขา
ไม่ต้องการให้พี่น้องคนอื่นต้องเผชิญกับอันตรายอะไรอีก
ยาถอนพิษนั้นได้ผลดีมาก เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป สีคล ้าบน
ใบหน้าของสามพี่และพวกเหลียงห่าวก็จางหายไปเกือบครึ่ง ลม
หายใจของพวกเขาสม ่าเสมอมากกว่าเมื่อครู่ แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
ขึ้นมา แม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกก็รู้สึกเบาใจ
พวกเขายืนยันได้ว่าพวกพี่สามไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้ว จะตื่น
ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกพี่สาม โม่จิ่วเยี่ยจึง
หันไปสนใจพี่ใหญ่และพี่รอง
ภรรยาได้มอบยาสลบสองชนิดให้แก่เขา ความแตกต่างของ
ยาสลบทั้งสองนี้อยู่ที่ระยะเวลาของฤทธิ์ยา
เพื่อป้องกันไม่ให้ปรมาจารย์ซือเหมิงก่อเรื่องระหว่างทาง ยาสลบ
ที่ออกฤทธิ์ยาวนานจึงถูกใช้ไปกับเขา
ยามนี้โม่จิ่วเยี่ยเหลือเพียงยาสลบที่ออกฤทธิ์ระยะสั้น หมายความ
ว่ายาสลบที่เขาเพิ่งใช้กับพี่ใหญ่และพี่รอง จะท าให้พวกเขาหมดสติ
ไปเพียงหนึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นก็จะตื่นขึ้นมา
ดูจากสภาพเมื่อครู่ของพี่ชายทั้งสอง พวกเขาไม่มี
สติสัมปชัญญะ และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของกู่หุ่นเชิด
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากไม่รีบถอนพิษให้พวกเขา ทันทีที่ตื่น
ขึ้นมาก็จะลงมือโจมตีเขากับพี่หก
ดังนั้นโม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจน ากู่หุ่นเชิดออกจากร่างกายของพี่
ใหญ่และพี่รองก่อนที่พวกเขาจะตื่น
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยลงมือถอนพิษหนอนกู่ด้วย
ตัวเอง แต่เขาก็ได้เห็นภรรยาท ามาหลายครั้งแล้ว
การผ่าตัดเพื่อน ากู่หุ่นเชิดออกมานั้นง่ายมาก อีกทั้งต าแหน่ง
ของมันก็ไม่ได้อยู่ในจุดส าคัญของร่างกาย ประกอบกับโม่จิ่วเยี่ยเองก็
มีประสบการณ์ในการน าเลือดพิษจากหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงอ
อกมาแล้ว การผ่าตัดครั้งนี้ส าหรับเขาจึงถือว่าเป็นเรื่องง่ายดาย