ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 377 ร่องลึกนี้มีบางอย่างผิดปกติ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 377 ร่องลึกนี้มีบางอย่างผิดปกติ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งดูน่าพิศวงมากขึ้น
“น้องเก้า พวกเราควรหยุดส ารวจสักหน่อยหรือไม่”
พี่หกรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ แม้แต่การสูดอากาศ
รอบตัวก็ท าให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ตามหลักแล้วอากาศในป่าทึบเช่นนี้
ควรจะบริสุทธิ์สดชื่น แต่เขากลับได้กลิ่นเหม็นเน่าแทน
สองพี่น้องสบตากันแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้
ใหญ่ที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น
ด้านล่างยังคงเป็นป่าทึบเขียวชอุ่ม แม้แต่เงาบนพื้นดินก็ยังมอง
ไม่เห็น
โชคดีที่ต้นไม้ที่พวกเขายืนอยู่ค่อนข้างสูง หากปีนขึ้นไปอีก
หน่อย ก็จะสามารถมองเห็นได้ไกลขึ้น
ยามนี้สองพี่น้องต่างรู้สึกว่าทัศน์วิสัยของพวกเขาเปิดกว้างขึ้น
ห่างออกไปประมาณสองลี้ พุ่มไม้หนาทึบเปิดทางกับทุ่งหญ้า
ราบเรียบ กลางทุ่งมีทะเลสาบเล็ก ๆ พวกเขาล้วนมีสายตาที่ดี จึง
สามารถมองเห็นคนหลายคนที่นอนอยู่ริมทะเลสาบได้ราง ๆ
ใช่แล้ว มีคนหลายคนอยู่ที่นั่น
“น้องเก้า ดูเหมือนจะมีคนอยู่แถวนั้น” พี่หกกล่าว
เนื่องจากระยะทางไกลเกินไป จึงไม่อาจมองเห็นว่าคนเหล่านั้น
เป็นอย่างไรได้ชัดเจน ทั้งสองเห็นเพียงโครงร่างของคนเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีทันที่
“พี่หก พวกเราไปดูกันเถอะ”
แม้จะรู้สึกร้อนใจ แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้วอกแวก ระหว่างที่เดินหน้า
ต่อไป เขาก ายาถอนพิษที่ภรรยาปรุงขึ้นไว้ในมือ และยังได้ส่งให้พี่หก
อีกหนึ่งเม็ดด้วย
“พี่หก นี่คือยาถอนพิษ ยามจ าเป็นสามารถช่วยชีวิตได้”
พี่หกพยักหน้าจริงจัง ก ายาเม็ดนั้นไว้ในมือ
แม้ว่าสองพี่น้องจะไม่แน่ใจว่าบริเวณใกล้เคียงมีสิ่งมีพิษหรือไม่
แต่หากที่นี่เป็นอาณาเขตของปรมาจารย์ซือเหมิงจริง การมีสิ่งมีพิษ
ย่อมเป็นเรื่องปกติ
แน่นอนว่าพวกเขายังตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง การที่
ปรมาจารย์ซือเหมิงสามารถระบุต าแหน่งของเนินเขาลูกที่หกได้ก็ถือ
ว่าดีแล้ว หากสอบถามไปมากกว่านี้ คงยากจะรับประกันได้ว่าเขาจะ
ไม่ใช้อุบายอะไรน าพาพวกเขาพี่น้องเข้าสู่กับดัก
แทนที่จะถูกเขาหลอก พวกเขาพี่น้องค้นหาด้วยตัวเองจะ
ปลอดภัยกว่า
ขณะที่ทั้งสองก าจัดสิ่งกีดขวางตามเส้นทาง โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ลืม
สังเกตสถานการณ์รอบข้างอย่างละเอียด
จากประสบการณ์ตอนไปที่คฤหาสน์ซือเหมิง ทุกที่ที่อาณาเขต
ของปรมาจารย์ซือเหมิงขยายออกไป สิ่งมีพิษต่าง ๆ ล้วนไม่เคยมี
ขาด
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะท าลายสิ่งกีดขวางตรงหน้าไป ก็รู้สึกว่าพื้นดินใต้
เท้าเปลี่ยนเป็นขรุขระ
เขายกมือขึ้นห้ามพี่หกที่ก าลังจะเดินต่อ
“พี่หกระวังด้วย”
พี่หกก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งสองก็กระโดดถอยหลัง
ออกมาไกล
เมื่อตรวจสอบพื้นที่ด้านหน้าโดยละเอียดอีกครั้ง ก็พบว่าหน้าพุ่ม
ไม้หนามที่พวกเขาเพิ่งก าจัดไป มีร่องลึกที่ทอดผ่านเส้นทาง
ร่องลึกนั้นมีรูปร่างเหมือนคูน ้า ทอดขวางอยู่บนเส้นทางที่มุ่งหน้า
ไปข้างหน้าพอดี
การปรากฏของร่องลึกลักษณะเช่นนี้บนภูเขามักหาได้ยาก ส่วน
ใหญ่มักเกิดจากน ้ามือมนุษย์
“น้องเก้า ร่องลึกนี้มีบางอย่างผิดปกติ” พี่หกเตือน
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ข้าสงสัยว่ามันอาจมีพิษอยู่ข้างใน”
เมื่อพูดถึงพิษ พี่หกไม่มีวิธีจัดการ แต่เขาก็ไม่เคยลืมยาเม็ดที่โม่
จิ่วเยี่ยให้ไว้
“น้องเก้า พวกเราควรกินยาถอนพิษหรือไม่”
“รอก่อน ข้าจะไปตรวจดูสักหน่อย แล้วค่อยว่ากัน” โม่จิ่วเยี่ยก
ล่าวจบก็ค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
พี่หกเตือนว่า “ระวังด้วย” พลางเตรียมพร้อมรับมือ หากน้องชาย
เจอกับอันตราย เขาก็จะรีบพุ่งเข้าไปช่วยทันที่
โม่จิ่วเยี่ยแหวกพุ่มหนามที่ยังคงหนาแน่นอยู่ตรงหน้า เดินส ารวจ
ไปทีละนิด
เมื่อมาถึงร่องลึก แม้เขาจะมีประสบการณ์มากมาย แต่ก็ต้อง
ตะลึงกับสิ่งที่เห็น
ในร่องลึกมีแมงป่องนับไม่ถ้วน หางที่มีพิษของมันชูขึ้นอย่างน่า
กลัว ชวนให้คนที่เห็นรู้สึกชาไปทั้งตัว
อีกทั้งแมงป่องเหล่านั้นดูเหมือนจะรู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นเคย
ก าลังเข้าใกล้ และก าลังคลานไปยังยอดก าแพงร่องลึกอย่างต่อเนื่อง
พี่หกเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น จึงถามอย่างร้อนใจว่า
“น้องเก้า สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
โม่จิ่วเยี่ยยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้พี่หกห้ามพูด จากนั้นก็หยิบ
ถุงผงก ามะถันออกมาอีกถุงหนึ่งและโรยลงไปบนฝูงแมงป่อง
ใครจะรู้ว่าผงก ามะถันที่ใช้จัดการกับงูพิษได้ดี กลับท าให้แมง
ป่องที่มีพิษเหล่านี้สะดุ้งเล็กน้อยเท่านั้น
พวกมันเพียงหลบ ก่อนจะปีนขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรก
ที่เขาเผชิญหน้ากับแมงป่องพิษ และผงก ามะถันก็ใช้ไม่ได้ผล
ตอนนี้เขาไม่อาจนั่งรอความตาย จึงรีบหยิบขวดใบเล็กออกมา
แล้วสาดของเหลวข้างในใส่ฝูงแมงป่องพิษเหล่านั้น
“พี่หก จุดไฟ!”
พี่หกได้ยินค าสั่งของโม่จิ่วเยี่ย จึงรีบจุดไม้ขีดไฟแล้วโยนลงไป
ในร่องลึก
โม่จิ่วเยี่ยหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ลากพี่หกถอยออกไปไกล
หลังจากในร่องลึกมีเสียงดังขึ้นหลายครั้ง ก็ตามมาด้วยเปลวไฟ
พุ่งสูง
ไม่เพียงเท่านั้น กลิ่นและเสียงของแมงป่องที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม
ก็ตามมาติด ๆ
พี่หกมองทุกสิ่งตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“น้องเก้า จัดการแค่นี้ก็พอแล้วหรือ?” เขาถาม
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่แน่ใจว่าแมงป่องเหล่านั้นถูกเผาตายหมดหรือไม่
แต่เขาเชื่อว่าสิ่งของที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ไม่มีอะไรที่ใช้ไม่ได้ผล
ไม่นานนัก เปลวไฟก็ค่อย ๆ ดับลง อากาศรอบตัวเต็มไปด้วย
กลิ่นเหม็นไหม้
คราวนี้พี่หกอาสาเดินไปข้างหน้า “ข้าจะไปดูเอง”
แม้ว่าพี่หกจะไปตรวจสอบ แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่กล้าประมาท เพราะ
สิ่งของที่ใช้รักษาชีวิตทั้งหมดอยู่ในมือเขา
ชายหนุ่มติดตามพี่หกไปอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบ และเห็นว่า
แมงป่องพิษที่เคยอยู่ในร่องลึกกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
แม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ยังไม่วางใจ ร่องลึกนี้ยาวมาก หากมี
ที่ที่ไฟลามไปไม่ถึงและยังมีแมงป่องเหลือรอดอยู่ มันก็สามารถเอา
ชีวิตคนได้อยู่ดี
เขาท าได้เพียงรับประกันว่าตอนนี้ตนเองและพี่ชายปลอดภัยแล้ว
เท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยไม่ควรรอช้า เตือนว่า “พี่หก พวกเรารีบข้ามไปตอนนี้
เลย”
พี่หกพยักหน้า แล้วกระโดดข้ามร่องลึกไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
เบื้องหน้ายังคงเป็นพุ่มหนามบดบังสายตา แต่หลังจากหาทางได้
แล้ว จึงไม่กังวลว่าจะเดินทางอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป
หลังจากเดินไปสักพัก โม่จิ่วเยี่ยที่เดินน าหน้าอยู่ก็รู้สึกว่าเหยียบ
อะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่ม
เมื่อก้มลงมอง เขาพบว่าเท้าข้างหนึ่งของตนก าลังเหยียบหลัง
ของกบเจ็ดสีตัวหนึ่งพอดี
เวลาเดียวกันนั้น รอบด้านก็ปรากฏกบเจ็ดสีที่เหมือนกันมากมาย
พวกมันก าลังมุ่งหน้ามาทางเขากับพี่ชาย
สถานการณ์เช่นนี้ กระทั่งโม่จิ่วเยี่ยก็ยังตกใจจนเหงื่อเย็นผุด
เขาและภรรยาเคยพบกบเจ็ดสีในบ่อน ้าของคฤหาสน์ซือเหมิง
ร่างกายของกบเจ็ดสีนี้ล้วนเต็มไปด้วยพิษ
นั่นหมายความว่า แม้เขาจะแค่เหยียบโดนกบเจ็ดสี ก็มีความ
เป็นไปได้ว่าร่างกายจะได้รับพิษแล้ว
เขารีบกินยาถอนพิษ พร้อมทั้งเตือนพี่หกให้เตรียมพร้อม หาก
สัมผัสถูกกบเจ็ดสีเมื่อใด ก็ให้รีบกินยาถอนพิษทันที่
พร้อมกันนั้น เขาก็โรยผงก ามะถันไปด้วย
ครั้งก่อนที่คฤหาสน์ซือเหมิง ข้าวปั้นน้อยเป็นคนควบคุมกบเจ็ดสี
เหล่านี้ เขาไม่แน่ใจว่าผงก ามะถันจะใช้ได้ผลในตอนนี้หรือไม่