ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 385 เจ้าจะลองถอนหนอนพิษให้ท่านพ่อก่อนหรือไม่?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 385 เจ้าจะลองถอนหนอนพิษให้ท่านพ่อก่อนหรือไม่?
บทที่ 385 เจ้าจะลองถอนหนอนพิษให้ท่านพ่อก่อนหรือไม่?
โม่จิ่วเยี่ยไม่ปฏิเสธ วิชาตัวเบาของพี่หกไม่ได้ด้อยไปกว่าตนเอง เลย อีกอย่างเขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ
เมื่อเห็นพี่ชายทั้งสามคนใช ้วิชาตัวเบาพาบิดาขึ้นไปแล้ว โม่จิ่ว เยี่ยก็ฉีกชายเสื้อ จากนั้นกระโดดขึ้นไปเก็บไข่มุกราตรีที่แขวนอยู่ใน สุสานทั้งหมด
นิ สัยดีแบบนี้เขาเรียนรู ้มาจากภรรยา เมื่อเจอของมีค่า โดยเฉพาะของของศัตรู จะต้องไม่เหลือทิ้งไว้ให้อีกฝ่ายเด็ดขาด
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่มีพื้นที่มิติที่ทรงพลังเหมือนภรรยา แต่การ นาไข่มุกราตรีไปเพียงไม่กี่ลูกก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ไข่มุกราตรีถูกห่อเอาไว้ แต่ก็ยังไม่อาจบดบังแสงสว่างของมันได้
แม้ว่าภายในสุสานจะมืดลง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการ มองเห็นของโม่จิ่วเยี่ย
เขากวาดตาสารวจสถานที่อีกครั้ง แล้วนากระดาษเงินกระดาษ ทองจานวนมากที่เก็บไว้มาโปรยไปทั่วสุสาน จังหวะที่ใช ้วิชาตัวเบา ตัวกระโดดขึ้นไป ชายหนุ่มก็โยนไม้ขีดไฟลงไป
กระดาษเงินกระดาษทองเมื่อสัมผัสกับไฟก็ลุกไหม้ขึ้นทันที โม่จิ่ว เยี่ยรีบออกจากที่นี่
ไม่ต้องถามก็รู ้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่จิ้งจอกเฒ่าซือเหมิงให้ ความสาคัญที่สุด เขาจาเป็ นต้องทาลายมัน เพื่อให้ปรมาจารย์ซือเห มิงตายอย่างสงบไม่ได้
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยปรากฏตัวบนพื้นดิน เหล่าพี่ชายได้ให้บิดานอนลง บนพื้นข้าง ๆ แล้ว
ด้วยแสงสว่างจากไข่มุกราตรีเจ็ดเม็ดที่ถูกห่อไว้ เขาจึงมองเห็น ว่าบิดายังคงอยู่ในท่าคุกเข่า
ขณะเดียวกัน มือขวาของบิดายังคงท าท่าหยิบและเผากระดาษ ซ้าไปซ้ามา
หนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ได้คือการถอน หนอนพิษกู่ให้เขา
จากสภาพที่อ่อนแอของบิดาในยามนี้ การจะดึงหนอนกู่ออกมา ให้สาเร็จนั้น โม่จิ่วเยี่ยไม่มั่นใจว่าจะทาได้เลยสาเร็จ
อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ท่านพ่อทาเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ใช่ ทางออก
พี่หกได้เห็นกับตาแล้วว่าโม่จิ่วเยี่ยสามารถถอนกู่พิษให้พี่ใหญ่ และพี่รอง เขาจึงเชื่อว่าน้องชายจะต้องถอนหนอนกู่ออกจากร่างของ บิดาได้ส าเร็จ
“น้องเก้า เจ้าจะลองถอนหนอนพิษให้ท่านพ่อก่อนหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยลังเลอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาไม่มีความมั่นใจ แต่เขาก็ ไม่อยากเห็นบิดาทาร ้ายตัวเองเช่นนี้
เขาไม่ได้ตอบคาถามของพี่หกตรง ๆ แต่กลับพูดว่า “พวกเราพา ท่านพ่อกลับถ้าก่อนเถอะ ถือโอกาสนี้ดูอาการของพี่สามด้วย ที่นี่มี สัตว์ป่ามากมาย โดยเฉพาะยามกลางคืน พวกหมาป่าอาจออกมาหา อาหารได้ทุกเมื่อ”
พวกพี่สามเคลื่อนไหวลาบาก หากเจออันตรายเข้าคงไม่ใช่เรื่อง ดี
บรรดาพี่น้องพยักหน้าเข้าใจกัน แล้วอุ้มโม่ฉิงมุ่งหน้าไปยังถ้า อย่างรวดเร็ว
เมื่อห่างจากถ้าประมาณสองลี้ พวกเขาพี่น้องก็ได้ยินเสียงหมา ป่าเห่าหอน
“ไม่ดีแล้ว พี่สามกาลังตกอยู่ในอันตราย”
พี่หกพูดพลางรวบรวมกาลังภายในอีกครั้ง เร่งใช ้วิชาตัวเบาสุด ความสามารถ รีบมุ่งหน้าไปยังถ้า
พี่น้องคนอื่นเองก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงติดตามโม่ จิ่นเหนียนไปอย่างใกล้ชิด
เมื่อพวกเขาปรากฏตัวบนลานโล่งหน้าถ้า สิ่งที่เห็นคือหมาป่าหิว โซสิบกว่าตัวกาลังเห่าหอนใส่ปากถ้า
ในยามค่าคืนอันมืดมิด แสงสีเขียวกะพริบวิบวับราวกับหิ่งห้อย นั่นคือดวงตาที่เปล่งประกายดุร ้ายของหมาป่า
โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกยกแขนขึ้นพร ้อมกัน ลูกธนูจากหน้าไม้ขนาด เล็กพุ่งไปยังหมาป่าที่หิวโหย
พริบตานั้นหมาป่ าตรงหน้าก็ล้มลงเป็ นแถบ เมื่อได้ยินเสียงร ้อง ของหมาป่าจ่าฝูง หมาป่าที่เหลือพลันวิ่งหนีไปในหุบเขา
หลังอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว พวกเขาพี่น้องรีบพาโม่ฉิงเข้าไปใน ถ้า
เห็นเพียงพี่สามกับพวกเหลียงห่าวต่างถือคบเพลิงที่ใกล้จะไหม้ หมด พยายามเหวี่ยงไปมาสุดกาลัง
จากสภาพของพวกเขา ชัดเจนว่าอาการอ่อนแรงยังไม่ได้หายไป มิฉะนั้นตอนเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า พวกเขาคงไม่ดูอ่อนแอถึงเพียง นี้
เมื่อเห็นพี่น้องของตนกลับมา พี่สามก็ถอนหายใจด้วยความโล่ งอก ขณะเดียวกันก็รู ้สึกว่าคบเพลิงในมือหนักราวพันชั่ง
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าเขาจะเผลอทาคบเพลิงตกลงบนพื้นและ ทาให้เกิดไฟไหม้ บางทีตอนนี้เขาคงปล่อยมันไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่ามือของพวกเขาที่ถือคบเพลิงไม่มีแรงเหลืออยู่ แล้ว จึงรีบเข้าไปรับคบเพลิงจากมือของพี่สามและซ่งเชาที่อยู่ใกล้ ที่สุด
โม่จิ่นเหนียนก็เข้าไปรับคบเพลิงจากมือเหลียงห่าวและคนอื่น เช่นกัน
โม่จิ่วเยี่ยถามด้วยความเป็ นห่วง “พี่สาม พวกท่านไม่เป็ นไรใช่ หรือไม่”
พี่สามยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า “พวกเรายังสบายดี โชคดีที่พวก เจ้ากลับมาทันเวลา”
พูดจบ เขาก็มองไปทางปากถ้า เห็นพี่รองอุ้มคนผู้หนึ่งไว้ในอ้อม แขน
สามพี่เบิกตากว้าง “นี่คือ?”
“สามพี่ นี่คือท่านพ่อ ในที่สุดพวกเราก็พบท่านแล้ว”
เ มื่อ ไ ด้ยิน ว่ า เ ป็ น บิด า พี่ส า ม ก็ อ ย า ก ลุ ก ขึ้น ไ ป ดู โ ด ย สัญชาตญาณ
แต่น่าเสียดาย แม้ว่าเขาจะรู ้สึกดีขึ้นมากกว่าตอนที่เพิ่งฟื้น แต่ ขาก็ยังไม่สามารถรับน้าหนักของร่างกายได้
เขายืนขึ้นไม่ได้และเซมาอยู่ตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปประคองเขาไว้
“พี่สาม อย่าเพิ่งร ้อนใจ ท่านพ่อยังไม่ได้ถอนหนอนพิษ เขายังไม่ มีสติรู ้ตัว”
พี่รองที่อุ้มบิดาไว้ ค่อย ๆ วางคนลงข้างกายโม่อวิ๋นเฟิง
“อวิ๋นเฟิง สภาพของท่านพ่อไม่ค่อยดีนัก” น้าเสียงของพี่รองแฝง ไปด้วยความเศร ้าที่ยากจะปิดบัง
โม่อวิ๋นเฟิงกาลังมองบิดาอย่างละเอียด เขารู ้สึกไม่อยากจะเชื่อว่า ชายชราร่างผอมแห้งตรงหน้านี้จะเป็ นบิดาของตน
ในความทรงจ าของเขา ท่านพ่อร่างกายสูงใหญ่และน่าเกรงขาม แต่ชายชราตรงหน้านี้ ไม่มีเค้าโครงของท่านพ่อในอดีตเหลืออยู่เลย
เขายื่นมือสั่นเทาออกไป พยายามสัมผัสบิดา แต่ใครจะรู ้ว่าจู่ ๆ ก็ ถูกการเคลื่อนไหวของโม่ฉิงทาให้สะดุ้งตกใจ
ที่แท้โม่ฉิงกาลังทาท่าเหมือนเมื่อครู่ มือขวายื่นไปหยิบกระดาษ เงินกระดาษทองข้าง ๆ แต่บังเอิญไปจับแขนของโม่อวิ๋นเฟิงเข้า เดิมที โม่อวิ๋นเฟิงก็ไม่มีแรงอยู่แล้ว พอถูกโม่ฉิงจับแขนไว้ คนเป็ นพ่อก็ดึง มือลูกชายมา ท าท่าจะส่งกระดาษเงินกระดาษทองเข้าไปในอ่างทอง แดง
พี่รองเห็นอย่างนั้น จึงจาใจเดินเข้าไปแกะมือของท่านพ่อที่กาลัง จับแขนโม่อวิ๋นเฟิงออก
โม่อวิ๋นเฟิงมีสีหน้างุนงง
“พี่รอง ท่านพ่อกาลังทาอะไรอยู่?”
คาถามนี้ไม่ได้มีเพียงพี่รองที่ไม่อยากตอบ แม้แต่พี่น้องคนอื่นที่รู ้ เรื่องก็ไม่อยากพูดเช่นกัน
นี่อาจกล่าวได้ว่ามันคือความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ ท่านพ่อ
ขณะเดียวกัน พี่หกก็มองไปทางโม่จิ่วเยี่ยด้วยดวงตาสีแดงก่า
“น้องเก้า ถอนหนอนพิษให้ท่านพ่อตอนนี้เลยดีหรือไม่?”
เมื่อครู่ตอนช่วยพี่ใหญ่กับพี่รองถอนหนอนพิษ เขามีส่วนช่วยลง มือทั้งหมด เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของน้องเก้า จะต้องนา หนอนกู่ในร่างของบิดาออกมาได้ส าเร็จแน่
ด้วยวิธีนี้ ท่านพ่อก็จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความอัปยศนี้ อีกต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่สักพัก จนในที่สุดก็ตัดสินใจ
“ได้ ข้าจะลองดู”
ขณะเอ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็หยิบไข่มุกราตรีทั้งเจ็ดเม็ดที่ห่อไว้ใน ชายเสื้อออกมาทั้งหมด
ทันใดนั้น ภายในถ้าก็สว่างเจิดจ้าราวกับกลางวัน
เพื่อยืนยันตาแหน่งของหนอนกู่ในร่างของบิดา โม่จิ่วเยี่ยจึงนากู่ คู่กายของปรมาจารย์ซือเหมิงออกมา
พี่หกเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ และถอด ‘เสื้อผ้า’ ที่เป็ นเพียงผ้า ไม่กี่ชิ้นซึ่งปกปิดร่างกายส่วนบนของบิดาออก เผยให้เห็นร่างกาย ท่อนบนที่ซูบผอมราวกับกิ่งไม้แห้ง
โม่จิ่วเยี่ยเขย่าขวดกระเบื้องเบา ๆ พลางสังเกตแขนของบิดาไป ด้วย
ทว่าผลลัพธ ์ที่ได้กลับทาให้เขารู ้สึกงุนงงนัก