ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 401 งานเลี้ยงรวมตัว
โม่ฉิงมองคนตรงหน้าด้วยความงุนงงชั่วขณะ
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นจึงรีบแนะน าว่า “ท่านพี่ นี่คืออารุ่ยกับฮู
หยินเหมย”
นางไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของหนานรุ่ยกับเต๋อเฟย เพราะเป็น
สิ่งที่หนานรุ่ยเคยก าชับไว้ ว่าต่อไปจะไม่มีองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อ
เฟยเหนียงเหนียงอีกแล้ว
คาดว่าโม่ฉิงคงจะคุ้นหน้าอยู่มาก เพียงแค่นางพูดอีกเล็กน้อย
เขาก็น่าจะจ าได้แล้ว
โม่ฉิงรู้สึกแปลกหูกับชื่อนี้อยู่บ้าง แต่เขาเข้าใจภรรยาของตนเอง
ดี การที่นางแนะน าคนเช่นนี้ อีกฝ่ายจะต้องเป็นคนที่เขารู้จักแน่นอน
ดังนั้นโม่ฉิงจึงจ้องมองไปยังแม่ลูกหนานรุ่ยอยู่นาน จนในที่สุด
เขาก็เข้าใจ และขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจนัก
หากแค่คุ้นหน้าก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อทั้งสองคนที่คุ้นหน้ามายืน
อยู่ด้วยกัน กลับท าให้โม่ฉิงต้องเชื่อว่าคนตรงหน้านี้คือองค์ชาย
หนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียง
แต่ไม่รู้ว่าท าไมพวกเขาถึงมาปรากฏตัวในดินแดนยากจนอย่าง
ซีเป่ยแห่งนี้
ไม่แปลกที่โม่ฉิงจะสงสัย เพราะตลอดทางกลับจากชายแดน
ตะวันตก เขานั่งอยู่ในรถม้าด้วยความมึนงง เพื่อให้บิดาพักผ่อนอย่าง
เต็มที่ เหล่าบุตรชายจึงไม่ได้เล่าเรื่องราวมากนักให้เขาฟัง
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง คนทั้งบ้านก็ปรึกษากันเรื่องการ
เลี้ยงดูกองก าลัง หลังจากนั้นก็เตรียมงานเลี้ยงรวมญาติ โม่ฉิงจึงไม่รู้
เรื่องของหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยที่อยู่ซีเป่ยด้วย
เมื่อมองครอบครัวของตนเองและสหายเก่าทั้งสองคน เขาก็เห็น
หนานรุ่ยและบุตรชายของเขามีท่าทีปกติ เห็นได้ชัดว่าการที่อีกฝ่าย
มาปรากฏตัวในหมู่บ้านซีหลิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด
แม้ในใจจะมีค าถามมากมาย โม่ฉิงก็ยังคงพยายามรักษาสีหน้า
สงบนิ่งไว้
ภรรยาแนะน าพวกเขาว่าอารุ่ยกับฮูหยินเหมย เรื่องนี้ย่อมมีเบื้อง
ลึกเบื้องหลังอะไรสักอย่าง และเขาไม่ควรท าลายมันไป
“ฮ่า ๆ ๆ …ยินดีต้อนรับ ๆ พอดีวันนี้เป็นงานเลี้ยงรวมญาติที่บ้าน
เชิญพวกท่านนั่งด้านในเถอะ”
เขายืนไม่ได้ จึงท าได้เพียงท าท่าทางเชิญด้วยมือเท่านั้น
ที่นั่งตรงเก้าอี้หลัก เขาก็ไม่ได้คิดจะยกให้ใคร
โม่ฉิงในตอนนี้ ไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อคนแซ่หนานเลย ที่
ยิ้มต้อนรับก็เพราะไม่อยากท าลายบรรยากาศเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่ว่าในอนาคตจะปฏิบัติต่อแม่ลูกหนานรุ่ยอย่างไร ก็
ต้องถามสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยตัดสิน
หนานรุ่ยเป็นคนสุภาพเรียบร้อยมาตลอด แม้แต่ตอนเป็นองค์
ชายเขาก็ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเป็นกันเอง
เมื่อโม่ฉิงเอ่ยปาก เขาก็พยุงเต๋อเฟยไปนั่งถัดจากโม่ฉิงและฮู
หยินผู้เฒ่า อีกทั้งการนั่งในต าแหน่งนี้ เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าขัดเขิน
แต่อย่างใด
ยามนี้โม่ฉิงไม่เพียงรู้สึกแปลกใจกับแม่ลูกหนานรุ่ย แม้แต่โม่จวิน
รุ่ยกับโม่เจียเฉิงก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็พยายามควบคุมความอยากรู้อยากเห็น
ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นเดียวกับบิดา ตั้งใจว่าจะสอบถามหลังจาก
แขกเหรื่อกลับไปแล้ว
แต่ไม่คิดว่าหนานรุ่ยจะเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาเอง
ระหว่างทานอาหาร
โม่ฉิงไม่อาจตัดสินได้ทันทีว่า หนานรุ่ยเบื่อหน่ายอ านาจจริง ๆ
หรือมีแผนการอื่นแอบแฝง อย่างไรเขาก็ไว้ใจอีกฝ่ายไม่ได้
สถานการณ์ในบ้านตอนนี้ถูกคนอื่นล่วงรู้แล้ว ดูท่าว่าเรื่องการ
ลอบเตรียมกองก าลังจะต้องเร่งด าเนินการโดยเร็ว
ในโลกนี้ จิตใจของผู้คนนั้นคาดเดาได้ยาก ใครเล่าจะสามารถ
อ่านความคิดของผู้อื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง?
แน่นอนว่าต่อหน้าแม่ลูกหนานรุ่ย โม่ฉิงไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติ
ใด ๆ ยังคงต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นเช่นเคย
นับเป็นครั้งแรกที่โม่ฉิง โม่จวินรุ่ยและโม่เจียเฉิง สามพ่อลูกได้ลิ้ม
ลองอาหารรสเลิศเช่นนี้
ตอนอยู่ที่เมืองหลวง สกุลโม่ก็เป็นตระกูลขุนนางมี
ยศถาบรรดาศักดิ์ มีพ่อครัวประจ าจวน แต่อาหารที่ท าออกมากลับไม่
อาจเทียบสิ่งที่ได้ทานในวันนี้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบหลายอย่างพวกเขาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
ไม่เพียงเท่านั้น หลังทานอาหารยังมีผลไม้อร่อย ๆ มากมาย สิ่ง
เหล่านี้ล้วนเป็นรสชาติที่สามพ่อลูกไม่เคยได้กินมาก่อน
เพิ่งกลับมาบ้านวันแรกก็ได้สัมผัสกับอาหารใหม่ ๆ มากมาย
เช่นนี้
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาเคยไปประจ าการที่ชายแดนตะวันตก
คงจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเป็นของพิเศษจากชายแดนตะวันตก
แน่นอน
ฮูหยินผู้เฒ่าสังเกตเห็นความสงสัยของพ่อลูก จึงได้อธิบายที่มา
ของสิ่งเหล่านี้
อย่างเช่นแตงโมแสนอร่อย เฮ่อจือหร่านตั้งใจเพาะต้นกล้าใน
พื้นที่มิติล่วงหน้าเพื่อน ามาปลูด จุดประสงค์คือให้คนในบ้านได้ลอง
ชิมก่อน ตอนนี้มีบางส่วนที่สุกแล้ว ทว่าแตงโมที่พร้อมกินในตอนนี้ยัง
มีน้อย จึงยังไม่สามารถน าออกไปขายได้
หลังแยกจากกันแปดปี คนสกุลโม่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ไม่มีทางที่การมาของหนานรุ่ยจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก
ทุกคนกินดื่มและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนดึกดื่น ก่อนจะ
แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เพราะการมาของหนานรุ่ยท าให้โม่ฉิงรู้สึกกดดันอย่างเลี่ยงไม่ได้
พี่เจ็ดตั้งใจจะออกเดินทางไปหนานเจียงในวันพรุ่งนี้ แต่ถูกเฮ่อจื
อหร่านห้ามไว้ก่อน
ไม่ใช่ว่านางไม่ได้รีบร้อนจะสร้างกองก าลัง แต่เพราะคิดถึงเรือน
ใหม่ที่สร้างเสร็จแล้ว และเครื่องเรือนก็ถูกจัดวางไว้เรียบร้อยทั้งหมด
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ บุรุษสกุลโม่ออกไปตามหาคน พวก
เขาคงย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว
ส าหรับคนโบราณ การย้ายไปบ้านใหม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มี
ใครอยากให้คนในครอบครัวขาดหายไป
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจเลื่อนวันเดินทางของพี่เจ็ดไป
เพื่อย้ายบ้านก่อน
หากไม่เป็นเช่นนี้ เกรงว่าคงต้องรอจนกว่าพี่เจ็ดจะกลับมา ซึ่งมัน
อาจต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น คนในบ้านก็มีมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเฮ่อจือหร่านก็ใกล้จะคลอดแล้ว การอาศัยอยู่ใน
เรือนหลังเล็กนี้ไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย
บ้านหลังใหม่เป็นการจัดการของเฮ่อจือหร่าน แรกเริ่มมีการสร้าง
เรือนสิบหลัง ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีกหนึ่งหลังทางทิศตะวันตกเพื่อเป็น
สินสอดให้โม่หานเยี่ย และเป็นเรือนที่มีลักษณ์เช่นเดียวกัน
มองจากไกล ๆ เรือนทั้งสิบเอ็ดหลังเรียงรายกันจากทิศตะวันออก
ไปทิศตะวันตก ด้านหน้าและด้านหลังอยู่ในระดับเดียวกัน ดูเป็น
ระเบียบมาก บนพื้นที่โล่งด้านหน้าเรือน เฮ่อจือหร่านสั่งให้คนปลูก
ต้นท้อเอาไว้มากมาย
พอถึงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า ที่นั่นจะเป็นทัศนียภาพอันงดงาม
แปลกตา
สกุลโม่อาศัยอยู่ในบ้านเช่า ข้าวของไม่มีมากนัก อีกทั้งที่บ้าน
หลังใหม่ก็ได้เตรียมเครื่องใช้ใหม่ต่าง ๆ ไว้แล้ว ดังนั้นสิ่งของที่ต้องขน
ย้ายจึงมีไม่มาก
เพราะเหตุนี้ การย้ายบ้านของสกุลโม่จึงไม่จ าเป็นต้องใช้ความ
พยายามมากนัก ทุกคนเพียงแค่น าของใช้ส่วนตัวติดตัวไป
ตอนนี้หูชงมีคนงานมากมาย หลังได้ยินว่าสกุลโม่จะย้ายบ้าน จึง
ส่งคนมาช่วยแต่เช้าตรู่
พวกเถาหรานก็รีบมาช่วยกันทั้งหมด
คนมากย่อมมีก าลังมาก ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม การย้ายบ้านก็
เสร็จสิ้น
พี่สะใภ้ทั้งหลายกลับไปยังบ้านเช่าเพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ พวก
นางตรวจดูว่ามีสิ่งของมีค่าตกหล่นหรือไม่ ส่วนของที่เหลือที่ไม่
ต้องการก็มอบให้พวกชาวบ้านทั้งหมด
พวกนางถือโอกาสท าความสะอาดบ้านเช่าให้เรียบร้อย แล้ว
ส่งคืนให้เจ้าของบ้าน
เมื่อจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี
หลานเอ๋อร์จัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองการย้ายบ้านอย่างหรูหราให้
ทุกคนอีกครั้ง หลังจากสนุกสนานกันอย่างครึกครื้นแล้ว ทั้งผู้อาวุโส
และคนหนุ่มสาวต่างแยกย้ายกลับไปยังบ้านของตนเอง
เฮ่อจือหร่านสร้างบ้านหลายหลังเช่นนี้ ก็เพราะค านึงถึงจ านวน
คนในครอบครัวมีมาก อีกทั้งนางที่เป็นวิญญาณจากยุคปัจจุบัน ย่อม
ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบครอบครัวใหญ่
นางจึงให้ทุกคนอยู่แยกกันและยังคงท างานร่วมกัน เพื่อให้ทุกคน
มีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง