ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 402 อร่อยกว่าผลไม้ในวัง
หากเป็นเรื่องการทานอาหาร ถ้าผู้อาวุโสทั้งสองไม่ต้องการทาน
แยกกัน นางก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
เมื่อถึงเวลากินข้าว ก็สามารถไปทานร่วมกันที่เรือนของผู้อาวุโส
ได้
การแยกกันอยู่เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เฮ่อจือหร่านคนเดียวที่ชอบ โม่
จิ่วเยี่ยก็ชอบเช่นกัน
เพราะมีบุรุษคนไหนบ้างที่ไม่อยากมีสถานที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับ
ภรรยา?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฮ่อจือหร่านที่ต้องเข้าออกพื้นที่มิติทุกวัน
หลังจากมีเรือนของตัวเองแล้วก็จะสะดวกมากขึ้น
พี่ชายกับพี่สะใภ้ก็เหมือนกัน พวกเขาต่างรู้สึกว่าบ้านหลังเล็ก ๆ
ของตนในตอนนี้ทั้งอบอุ่นและสบายใจ
คืนนี้เป็นคืนที่สบายที่สุดนับตั้งแต่สกุลโม่มาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง
ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ทั้งสะดวกสบายและพิเศษ ได้นอนบน
เตียงใหญ่กว้างขวาง และสิ่งส าคัญที่สุดคือทุกคนในครอบครัวอยู่กัน
พร้อมหน้า
เช้าวันถัดมา ทุกคนในบ้านต่างตื่นแต่เช้า มารวมตัวกันที่บ้าน
ของสองสามีภรรยาผู้เฒ่า
ด้านหนึ่งเป็นเพราะผู้อาวุโสไม่ได้บอกให้แต่ละบ้านแยกกันทาน
อีกด้านก็เพื่อเตรียมตัวส่งพี่เจ็ดเดินทางไปดินแดนหนานเจียง
พี่เจ็ดออกเดินทางครั้งนี้ แม้เหมือนจะไม่มีอันตราย แต่เฮ่อจือห
ร่านก็ยังคงเตรียมของป้องกันตัวมากมายให้เขาอย่างรอบคอบ
อย่างยาสลบประเภทต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู
จ านวนมาก เขาก็สามารถจัดการได้
นอกจากนี้ ยาถอนพิษแบบเดียวกับตอนที่โม่จิ่วเยี่ยไปเมืองหลวง
ก็เป็นที่ขาดไม่ได้
เฮ่อจือหร่านยังเตรียมเนื้อแห้งบางส่วนให้เขา เพื่อระหว่างทางจะ
ได้กินอย่างสะดวก
พี่เจ็ดน าสิ่งของที่นางเตรียมไว้ให้ติดตัวไป เขากล่าวลา
ครอบครัว ไม่กล้ามองสายตาอาลัยอาวรณ์ของสะใภ้เจ็ดอีก กระโดด
ขึ้นขี่ม้าจากไป
พี่เจ็ดไปหนานเจียงเพื่อตามหาเหล่าอดีตทหาร ส่วนทางเฮ่อจือห
ร่านก็ไม่ได้อยู่เฉย
นางพูดไว้แล้วว่าการเลี้ยงดูทหารหนึ่งพันคนก็เพียงพอ จึง
จ าเป็นต้องคิดค้นดินปืนให้ส าเร็จโดยเร็ว มิฉะนั้น เรื่องราวก็จะเป็น
ดังที่พ่อสามีกังวล ไม่อาจต้านทานกองก าลังของศัตรูหรือคนที่
จักรพรรดิซุ่นอู่ส่งมาได้เลย
โม่จิ่วเยี่ยเห็นภรรยาส่งพี่เจ็ดไปแล้ว และกลับมาที่บ้านจึงรีบตาม
ไป
“หร่านหร่าน เจ้าตั้งใจจะศึกษาระเบิดมือแล้วหรือ?”
เมื่อคืนสองสามีภรรยาได้พูดคุยกันในพื้นที่มิติแล้ว เฮ่อจือหร่าน
บอกแผนการของตนให้โม่จิ่วเยี่ยรู้
ไม่มีผู้ใดเข้าใจพลังของอาวุธชนิดนี้ดีไปกว่าโม่จิ่วเยี่ย
แม้ว่าภรรยาของเขาจะบอกว่าอาวุธที่นางตั้งใจจะสร้างนั้นมีพลัง
ไม่มากเท่าระเบิดมือ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นระเบิด ซึ่งในสมัยนี้ถือว่าเป็น
สิ่งที่ไร้เทียมทาน
ส าหรับเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยตื่นเต้นยิ่งกว่าใคร
ทั้งสองกลับมาที่บ้านของตน แล้วรีบเข้าไปในพื้นที่มิติ
แม้เฮ่อจือหร่านจะรู้ส่วนผสมที่ต้องใช้ในการผลิตดินปืน แต่
เพื่อให้อัตราความส าเร็จสูงขึ้น นางยังคิดจะขอความช่วยเหลือจาก
นักสะสมตัวน้อย ขอให้เขาช่วยค้นหาสูตรที่แม่นย าบนเว็บไซต์ เพื่อที่
นางจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกมากนัก
ตอนนี้นักสะสมตัวน้อยยินดีท าตามค าขอของเฮ่อจือหร่านทุก
อย่าง เพราะนางเป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของเขา
ไม่นานนัก เขาก็ส่งสูตรที่แม่นย ามาในข้อความ
เฮ่อจือหร่านได้รับสูตรแล้ว จึงให้โม่จิ่วเยี่ยใช้พู่กันเขียนลงบน
กระดาษและมอบให้พี่ห้า
ในบรรดาพี่ชายทั้งหลาย พี่ห้าเป็นคนละเอียดรอบคอบที่สุด การ
มอบหมายเรื่องการคิดค้นดินปืนให้เขา ท าให้เฮ่อจือหร่านวางใจ
พี่ห้าไม่อาจท าคนเดียวได้ เขาจึงเรียกพี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สาม
มาช่วยกัน
เรื่องนี้พี่สี่ก็อยากมีส่วนร่วม
เขาคิดว่าหลังจากที่น้องเก้าช่วยชีวิตตนเองกลับมา เขาก็
กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้ว
แม้ว่าตอนนี้จะมีคนคอยพยุงจนเดินได้สองสามก้าว แต่ก็ยังรู้สึก
ว่าขายังอ่อนแรงมาก
โชคดีที่มือทั้งสองข้างของเขาฟื้นตัวเกือบเป็นปกติแล้ว ตราบใด
ที่ไม่ต้องใช้แรงมากเกินไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร
พอคิดถึงน้องห้าที่ก าลังท าอาวุธ แม้เขาจะไม่สามารถลุกยืนได้
นาน แต่อย่างน้อยก็ยังใช้มือท างานได้
น่าเสียดายที่สถานที่ผลิตดินปืนอยู่บนภูเขาเพื่อหลีกเลี่ยง
อุบัติเหตุ
นอกจากนี้เฮ่อจือหร่านยังคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ
ระเบิดในระหว่างการผลิต หากอยู่ใกล้เขตอยู่อาศัยมากเกินไป อาจ
ท าให้อาคารเกิดความเสียหายได้
เนื่องจากต้องขึ้นเขา ความคิดที่พี่สี่อยากจะมีส่วนร่วมจึงเป็นไป
ไม่ได้ ด้วยสภาพของเขา จะปล่อยให้พี่น้องแบกเขาขึ้นลงภูเขาได้
อย่างไร?
ด้วยความจ าใจ พี่สี่จึงต้องล้มเลิกความคิดนี้
เหล่าพี่น้องขึ้นไปบนภูเขาเพื่อศึกษาดินปืน วันแรกพวกเขา
ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม จึงต้องกลับมาก่อนฟ้าจะมืด
วันถัดมา พวกเขามีประสบการณ์มากขึ้น จึงน าอาหารจ านวน
มากขึ้นไปบนภูเขา ตั้งใจจะศึกษาค้นคว้าอยู่บนนั้น
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าขณะก าลังคิดค้นดินปืน หากไม่มี
ใครไปรบกวนจะดีที่สุด ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้ขึ้นไปดูบนภูเขา
ช่วงก่อนหน้านี้ที่เขาออกเดินทาง ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งเดือน
ขณะนี้ย่างเข้าต้นเดือนหกแล้ว ผักผลไม้ในไร่เริ่มสุกงอม
ตามล าดับ
อย่างแตงหอม พี่หกตื่นแต่เช้าไปตรวจดูแล้วกลับมาบอกว่า พวก
มันส่งกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งไปทั่วแล้ว เขาเห็นแตงหอมผลหนึ่งแตก
ออกจึงเด็ดมาชิม รสชาติหวานเหมือนน ้าผึ้งเลยทีเดียว
นับตั้งแต่กลับมาจากชายแดนตะวันตก เฮ่อจือหร่านก็ยังไม่ได้ไป
ตรวจดูไร่แตงเลย
เมื่อได้ฟังค าบรรยายของพี่หกและค านวณดูเวลา ตอนนี้แตง
หอมน่าจะสุกแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก าลังยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องพื้นที่เลี้ยงสัตว์ เฮ่อจือห
ร่านจึงเรียกหลานเอ๋อร์ไปตรวจดูไร่แตงด้วยกัน
ปัจจุบันที่ดินท ากินของสกุลโม่ล้วนจ้างคนมาช่วยดูแล มีเพียงไร่
แตงเหล่านั้นที่ปกติแล้วพวกสุนัขจะคอยเฝ้า เวลาไปตรวจดูก็เป็นคน
ของพวกเขาเอง
ไม่ใช่ว่าเฮ่อจือหร่านไม่ไว้ใจคนที่จ้างมา ถึงอย่างไรแตงหอมและ
แตงโมก็เป็นของหายากในยุคนี้ นางตั้งใจจะขายให้ได้ราคาดี ๆ แม้ว่า
พวกชาวบ้านจะซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง แต่เมื่อมีของกินวางอยู่
ตรงหน้า ใครจะไม่กล้าแตะต้อง
โดยเฉพาะแตงหอมที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แค่แอบซุกไว้ในอก
เสื้อสองลูกแล้วเอาออกไปก็ไม่มีใครรู้
ด้วยเหตุนี้ ไร่แตงจึงมีแต่คนในบ้านเป็นคนดูแล
หลานเอ๋อร์พยุงเฮ่อจือหร่านเดินมา กระทั่งห่างจากไร่แตงอยู่บ้าง
กลิ่นหอมหวานก็โชยมาปะทะใบหน้า
“ฮูหยินเก้าเจ้าคะ ตอนที่ข้าเคยมากับท่านครั้งก่อน ยังไม่มีกลิ่น
หอมแบบนี้เลยนะเจ้าคะ!” หลานเอ๋อร์ดูตื่นเต้นมาก
ไร่แตงนี้นางมาตรวจดูกับฮูหยินเก้าบ่อย ๆ กล่าวได้ว่าแตงหอม
เหล่านี้ล้วนเติบโตมาภายใต้สายตาของนาง
นอกจากนี้นางยังคอยมาถอนหญ้าอยู่บ่อย ๆ ไร่แตงที่นางดูแล
อย่างพิถีพิถัน ยามนี้ออกดอกออกผลแล้ว หลานเอ๋อร์จะไม่ดีใจได้
อย่างไร
ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ไร่แตง กลิ่นหอมหวานยิ่งเข้มข้นขึ้น
พวกสุนัขที่คอยเฝ้าอยู่เห็นเจ้าของมาก็พากันส่ายหัวกระดิกหาง
เข้ามาใกล้
เฮ่อจือหร่านลูบหัวพวกมันทีละตัว แล้วพาหลานเอ๋อร์เดินเข้าไป
ในไร่แตงด้วยกัน
ดูจากสภาพของแตงหอมเหล่านี้คงจะสุกแล้วครึ่งหนึ่ง
เฮ่อจือหร่านเด็ดผลแตงที่อยู่ใกล้ตัว แล้วแบ่งชิมกับหลานเอ๋อร์
ครึ่งหนึ่ง
หลานเอ๋อร์กัดค าหนึ่ง เพลิดเพลินกับรสชาติจนต้องหรี่ตาลง
“ฮูหยินเก้า แตงหอมนี้หวานจริง ๆ อร่อยกว่าผลไม้ในวังเสียอีก
เจ้าค่ะ”
องค์หญิงสี่ปฏิบัติกับนางและอวี่เอ๋อร์ราวกับพี่น้อง มีของอร่อย
อะไรก็มักแบ่งปันให้พวกนางเสมอ พูดได้ว่าผลไม้ชั้นสูงในยุคนี้
หลานเอ๋อร์โชคดีได้ลิ้มลองมาแล้ว
บทที่ 403 ตามหาสกุลโม่
ผลไม้ที่หลานเอ๋อร์เคยกินมาก่อนหน้านี้ เมื่อเทียบกับแตงหอมนี้
แล้ว ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าหลานเอ๋อร์เป็นสาวใช้ที่มีความรู้
“หากเทียบกับผลไม้ที่เจ้าเคยกินมาก่อน ผลไม้นี้เป็นอย่างไร
บ้าง?”
“ฮูหยินเก้า แตงหอมนี้เป็นสุดยอดในบรรดาผลไม้ทั้งหลายเลย
เจ้าค่ะ”
ขณะที่พูด หลานเอ๋อร์ก็ชูนิ้วโป้งขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
เฮ่อจือหร่านเข้าใจ จึงให้หลานเอ๋อร์เก็บแตงหอมเพื่อน ากลับไป
ให้คนในครอบครัวได้ลิ้มลอง
ขณะเดียวกัน นางส่งเหลียงห่าวเข้าไปในเมืองเพื่อตามถังหมิงรุ่ย
ให้มาที่หมู่บ้านซีหลิ่งด้วยตนเอง เพื่อพูดคุยเรื่องการค้าเกี่ยวกับแตง
หอม
เฮ่อจือหร่านต้องการเป็นเพียงคนจัดหาสินค้าเท่านั้น ส าหรับ
เรื่องการขาย ตอนนี้นางเชื่อใจเพียงถังหมิงรุ่ยคนเดียว
กิจการของถังหมิงรุ่ยในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาใช้
เนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานที่รับมาจากสกุลโม่ เปิดโรงเตี๊ยมในเมือง
ใกล้เคียงหลายแห่ง โดยมีจุดเด่นคือเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานนี้
เนื่องจากเขาเปิดโรงเตี๊ยมของตัวเอง เนื้อกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานจึงไม่ได้ขายให้กับโรงเตี๊ยมอื่นอีก อีกทั้งเนื้อกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานยังเป็นอาหารสูตรเฉพาะของสกุลโม่เท่านั้น ทั้งยังมอบ
สิทธิ์การขายทั้งหมดให้กับเขา
แม้จะเป็นเช่นนั้น ในโรงเตี๊ยมหลายแห่งของเขา เนื้อกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานก็ยังคงขายไม่พอกับความต้องการ และท าให้กิจการ
โรงเตี๊ยมของเขาด าเนินไปอย่างรุ่งเรือง
โรงเตี๊ยมอื่น ๆ อิจฉาที่กิจการของเขาเฟื่องฟู จึงพยายามให้พ่อ
ครัวของตนท าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานบ้าง
แต่รสชาติที่ท าออกมากลับไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้แต่รสชาติที่
ใกล้เคียงก็ยังไม่มี
ประการแรก เครื่องปรุงหลักในการท าเนื้อกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานคือพริก ซึ่งพวกเขาไม่มี แล้วจะท ารสชาติให้คล้ายกันได้
อย่างไร?
ในที่สุด คนที่พยายามเลียนแบบการท าเนื้อกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานก็ล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ยอมแพ้เพียงเท่านี้ พวกเขาต้องการ
ใช้วิธีอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน
ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมจากไหนที่ส่งคนมาสืบข่าว ถึงกลับไป
บอกว่าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานของโรงเตี๊ยมถังจี้นั้น มาจากคน
สกุลโม่ในหมู่บ้านซีหลิ่ง จึงแอบส่งคนมาที่หมู่บ้าน
เพิ่งส่งเหลียงห่าวออกไปตามถังหมิงรุ่ย เฮ่อจือหร่านก็พาหลาน
เอ๋อร์ไปที่เรือนของพ่อแม่สามี
ตอนนี้ร่างกายโม่ฉิงไม่ค่อยดี ต้องมีคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา ฮู
หยินผู้อาวุโสจึงอยู่ในเรือนของตัวเองคอยดูแลเขาทั้งวัน
ชาวต้าซุ่นให้ความส าคัญกับความกตัญญูมากที่สุด แตงหอมที่
เฮ่อจือหร่านน ากลับมาย่อมต้องส่งมาให้ผู้อาวุโสทั้งสองก่อน
ยามนี้เป็นช่วงที่อากาศร้อนระอุ ภายในห้องรู้สึกอึดอัด ฮูหยินผู้
อาวุโสจึงให้บุตรชายอุ้มสามีออกไปนั่งเล่นใต้ร่มเถาองุ่นในลานบ้าน
เพื่อรับลมเย็น
ขณะที่ทุกคนก าลังกินแตงหอมอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าและ
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น
เสียงฝีเท้านี้ไม่ค่อยคุ้นหูส าหรับเฮ่อจือหร่านนัก
เพราะมันฟังดูหนักอึ้ง ต่างจากฝีเท้าเบาหวิวของบุรุษสกุลโม่
อวี่เอ๋อร์มีไหวพริบดี จึงเดินไปทางประตู
เมื่อเปิดประตูลาน นางก็เห็นชายหนุ่มจากตระกูลจ้าวยืนหอบ
หายใจอยู่ตรงนั้น พร้อมกับสุนัขหลายตัว
ชายหนุ่มตระกูลจ้าวยังไม่ทันได้เอ่ยปาก พวกสุนัขที่เห็นเฮ่อจือห
ร่านก็เห่าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับหันไปทางหมู่บ้านเป็นระยะ
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในหมู่บ้านแน่ สุนัข
เหล่านี้ถึงได้มาที่นี่
แต่นางก็สื่อสารกับสุนัขไม่ได้ จึงหันไปถามชายตระกูลจ้าวว่า
“พี่ชาย เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
“ภรรยาเหล่าจิ่ว สามีของเจ้าอยู่ที่ไหน รีบไปดูที่หมู่บ้านเถอะ มี
คนมาถามหาสกุลโม่ ข้าดูท่าทางพวกเขาแล้ว ต้องมีประสงค์ร้ายแน่
ๆ ข้าจึงรีบมาเตือนพวกเจ้า จะได้เตรียมตัวทัน”
เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของชายตระกูลจ้าว เฮ่อจือหร่านก็รู้
ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
บังเอิญว่าในตอนนั้นโม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงรีบ
กลับมา
เถาหรานและคนอื่นก็กลับมาพร้อมกับพวกเขา เฮ่อจือหร่าน
ประเมินจากความเร็วแล้ว คิดว่าพวกเขาต้องใช้วิชาตัวเบาแน่ ๆ
เพราะระยะทางจากคอกสัตว์มาถึงเรือนของพวกเขาไกลพอสมควร
ถ้าไม่ใช้วิชาตัวเบา คงกลับมาเร็วขนาดนี้ไม่ได้
หลังโม่จิ่วเยี่ยกับพวกก็ฟังค าพูดของชายตระกูลจ้าวเมื่อครู่ต่างก็
เข้าใจสถานการณ์เช่นกัน
ตอนนั้นเองที่โม่ฉิงซึ่งนั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นก็เอ่ยขึ้นว่า
“จิ่นเหนียน จิ่วเยี่ย พวกเจ้าพาคนไปดูที่หมู่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้น
เถอะ”
ไม่ใช่ว่าโม่ฉิงกังวลจนเกินเหตุ แต่นับตั้งแต่กลับมาที่หมู่บ้านซี
หลิ่ง เขาก็แอบกังวลว่าจักรพรรดิซุ่นอู่อาจจะส่งคนมาจัดการพวกเขา
ดังนั้น เมื่อมีอะไรผิดปกติ เขาจึงไม่กล้าประมาท
โม่จิ่วเยี่ยทิ้งคนสองคนไว้ดูแลผู้อาวุโส จากนั้นก็พาพี่หกและคน
อื่น ๆ มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านทันที่
เมื่อกลุ่มคนมาถึงชานหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงคนด่าทอ
“หลีกทางไปซะ! ข้ามาหาสกุลโม่ หากพวกเจ้ายังขวางทางข้าอีก
ก็อย่าโทษว่าไม้ในมือข้าไม่มีตา”
แม้ว่าผู้ใหญ่บ้านจ้าวจะกลัวคนคนนี้ แต่เมื่อเห็นท่าทางก้าวร้าว
ของพวกเขา ก็เกรงว่าคนสกุลโม่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน จึงคิดจะถ่วง
เวลาให้นานที่สุด เพื่อให้สกุลโม่มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น
“ท่านผู้นี้ สกุลโม่มีแต่สตรี ท่านพาคนมากมายมาเช่นนี้คงไม่
เหมาะนัก…”
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวคิดว่าตอนที่สกุลโม่มาถึงที่นี่ครั้งแรก คนส่วน
ใหญ่ก้ล้วนเป็นสตรี ไม่รู้ว่าการใช้ค าพูดเช่นนี้ขอร้องอีกฝ่าย จะ
สามารถโน้มน้าวให้พวกเขาถอยไปได้หรือไม่
น่าเสียดายที่ความคิดของเขางดงามเกินไป คนที่มาหาเรื่องสกุล
โม่ ไม่สนใจเรื่องชายหญิงหรอก
เห็นชัดว่าคนผู้นั้นเริ่มหมดความอดทน เตรียมจะก้าวไปผลัก
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวออก โม่จิ่วเยี่ยก็พุ่งตัวเข้าไป จับข้อมือของชายผู้นั้น
อย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นใคร มาหาสกุลโม่ท าไม?”
ชายคนนั้นรู้สึกเจ็บข้อมือ จึงหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยมือ
ชายผู้นี้สวมใส่เสื้อผ้าผ้าไหม แต่กลับตัดเย็บเป็นแบบสั้น เมื่อ
สวมใส่แล้วดูไม่เข้ากันอย่างน่าประหลาด
ยิ่งไปกว่านั้น หน้าตาของเขายังดูดุร้ายน่ากลัว โดยเฉพาะหลัง
เขาถูกโม่จิ่วเยี่ยจับข้อมือจนเจ็บ ใบหน้าก็ยิ่งบิดเบี้ยว เมื่อมองผ่าน
สายตาของคนทั่วไป ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก
เบื้องหลังเขามีชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคน แต่ละคนถือไม้กระบอง
เสื้อผ้าของพวกเขาท าจากผ้าฝ้ายธรรมดา และเห็นได้ชัดว่าชาย
ที่โม่จิ่วเยี่ยจับไว้นั้นเป็นหัวหน้าของพวกเขา
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของคนเหล่านี้แล้ว พวกเขาดูคล้ายกับ
พวกนักเลงตามท้องถนน
เมื่อเห็นหัวหน้าเสียเปรียบ บางคนรีบยกไม้กระบองในมือขึ้นชี้ใส่
โม่จิ่วเยี่ย
“เจ้ากล้าดีนักนะ กล้าจับแขนของคุณชายรองไว้ไม่ยอมปล่อย
เบื่อชีวิตแล้วหรือกระมัง”ขณะที่ขณะที่เขาก าลังพูด ก็มีคนหนึ่งเหวี่ยง
กระบองลงมาที่ศีรษะของโม่จิ่วเยี่ย
เมื่อเห็นการกระท านี้ ชาวบ้านที่วิ่งตามมาด้วยกันต่างตกใจจน
ต้องหลับตา
หากไม้กระบองนี้ฟาดลงบนศีรษะจริง ๆ คนจะยังมีชีวิตรอด
หรือไม่?
แต่สิ่งที่ชาวบ้านกลัวก็ไม่ได้เกิดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยไม่มีทีท่าว่าจะหลบ
หลีกแต่อย่างใด
เห็นเพียงพี่หกก้าวไปข้างหน้าอย่างดุดัน ไม่ทันได้เห็นชัดว่าเขา
เคลื่อนไหวอย่างไร ก็เตะพวกนักเลงที่คิดจะลงมือกับน้องชายปลิว
ออกไปไกลแล้ว
พวกนักเลงตัวเล็กล้มลงบนพื้น ร้องครวญครางไม่หยุด พวกเขา
เคยชินกับการข่มเหงผู้อื่นมาตลอด จะเคยได้รับความอัปยศอดสู
เช่นนี้หรือ?
แม้จะได้เห็นความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายแล้ว พวกเขาก็ยังคงหยิ่ง
ผยอง
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….
“**92B2YW4I**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถน ามากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ”