ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 411 ของจากตระกูลโม่
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังซีเป่ย ป้าหลี่จะรับผิดชอบดูแลความ
เป็นอยู่และอาหารการกินของเฮ่อฮูหยิน ด้วยเหตุนี้ เกือบทุกครั้งที่
ผ่านเมืองหนึ่ง นางจึงมักออกไปจับจ่ายซื้อของ
นางพบว่าในเมืองหลายแห่งที่ใกล้กับซีเป่ย ล้วนมีตุ๊กตาขนนุ่มที่
มีรูปลักษณ์น่ารักมากขายอยู่
ป้าหลี่เลี้ยงดูเฮ่อจือหร่านมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกที่มีต่อนางไม่ได้
ด้อยไปกว่าเฮ่อฮูหยินผู้เป็นมารดาแท้ ๆ แม้แต่น้อย
คิดว่าจะได้พบกับคุณหนูที่คิดถึงมาตลอดแล้ว จึงอยากจะซื้อ
ของขวัญให้นาง
เมื่อเห็นตุ๊กตาพวกนั้น ป้าหลี่ก็เดาว่าคุณหนูจะต้องชอบแน่นอน
แต่พอนางถามราคากลับต้องตกตะลึง เพราะมันมีราคาถึงยี่สิบ
ต าลึง
นางท างานอยู่ในจวนตระกูลเฮ่อมาครึ่งชีวิต ป้าหลี่ย่อมมีเงินยี่สิบ
ต าลึงอยู่แล้ว
แต่นางคิดว่าการติดตามฮูหยินออกนอกบ้าน ระหว่างทางคงไม่มี
ค่าใช้จ่ายอะไร จึงพกเงินมาเพียงไม่กี่ต าลึงเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ป้าหลี่จึงจดจ าตุ๊กตาขนสัตว์หลากสีสันเหล่านั้นได้
อย่างแม่นย า
เจ้าของร่างเดิมสนิทกับป้าหลี่มาก เมื่อครู่เฮ่อจือหร่านมัวแต่
สนใจเฮ่อฮูหยิน ตอนนี้จึงหันมาสนใจป้าหลี่
เฮ่อจือหร่านเป็นวิญญาณที่มาจากโลกยุคปัจจุบัน ในใจของนาง
ยังคงยึดมั่นในความคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน
นางชี้ไปที่เก้าอี้เดี่ยวที่อยู่ข้างเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ แล้วพูดว่า “ป้าห
ลี่เดินทางมาเหนื่อย ๆ เชิญนั่งพักก่อนเถอะ”
ป้าหลี่โบกมือปฏิเสธ “คุณหนู นี่ไม่เหมาะสม บ่าวก็คือบ่าว จะไป
นั่งร่วมกับนายได้อย่างไร นี่มันไม่ใช่การท าให้บ่าวอับอายหรือเจ้าคะ”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกจนใจกับความคิดที่ฝังรากลึกของคนโบราณ
ขณะที่นางก าลังจะพูดอะไรบางอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอ่ยขึ้น
“ป้าหลี่ฟังคุณหนูของท่านเถอะ ตอนนี้สกุลโม่ของพวกข้าไม่ใช่
ตระกูลใหญ่อีกต่อไปแล้ว เป็นเพียงครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ไม่มี
กฎเกณฑ์พวกนั้นแล้ว”
นางมองออกว่าสะใภ้เก้าให้ความส าคัญกับสาวใช้ชราผู้นี้มาก
ดังนั้นจึงตัดสินใจช่วยเหลือสักหน่อย
เฮ่อฮูหยินมองบุตรสาวของตน แล้วมองแม่เขย เห็นว่าบนใบหน้า
ของพวกนางไม่มีท่าทีแสร้ง ในใจก็รู้แล้วว่าสกุลโม่ในตอนนี้ไม่มี
กฎเกณฑ์มากมายเช่นนั้นจริง ๆ
นางมองป้าหลี่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ป้าหลี่ เมื่อแม่เขยกับคุณหนูใหญ่ของเจ้าต่างก็บอกให้นั่ง เจ้าก็
นั่งลงเถอะ!”
ป้าหลี่รู้สึกปวดเอวและหลังอยู่บ้าง เมื่อเห็นฮูหยินเอ่ยปาก นางก็
ไม่ได้เกรงใจอีกต่อไป
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอนั่งแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นป้าหลี่นั่งลง เฮ่อจือหร่านก็หยิบตุ๊กตาแพนด้ายักษ์ และ
ตุ๊กตากระต่ายหูยาวสีชมพูออกมาจากช่องว่างบนโต๊ะน ้าชา
“ตุ๊กตาที่ป้าหลี่เห็นระหว่างทาง เป็นแบบนี้ใช่หรือไม่?”
ป้าหลี่พยักหน้าไม่หยุด “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เป็นตุ๊กตาแบบนี้ แพงมาก
เลยเจ้าค่ะ ตัวละยี่สิบต าลึงเชียว”
เฮ่อฮูหยินเพิ่งเคยเห็นตุ๊กตาน่ารัก ๆ ที่มีสีสันสวยงามแบบนี้เป็น
ครั้งแรก
นางถามด้วยความประหลาดใจ “หร่านหร่าน เจ้าบอกว่าตุ๊กตา
ชนิดนี้มาจากสกุลโม่หรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ตุ๊กตาที่ขายอยู่ในท้องตลาดนี้ล้วนมาจาก
สกุลโม่ทั้งสิ้น”
ในตอนนั้นเอง ป้าหลี่ก็เหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้
“ยังมีอีกอย่างเจ้าค่ะ เป็นจี้ที่ท าจากขนกระต่าย สีสันสวยงาม
มาก”
“ป้าหลี่ นั่นเรียกว่าจี้กระต่ายหูยาว มาจากสกุลโม่เช่นกัน”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เฮ่อจือหร่านก็พูดต่อ “หลังจากพวกข้ามาถึง
หมู่บ้านซีหลิ่ง ก็เริ่มเลี้ยงกระต่าย และจี้นี้ท ามาจากขนกระต่ายที่พวก
ข้าเลี้ยงเอง แม้ว่าราคาในตลาดจะสูง แต่ความจริงแล้วต้นทุนต ่ามาก”
เฮ่อจือหร่านพูดเช่นนี้ก็มีเหตุผล
ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ของสกุลโม่ไม่ต่างจากตระกูลใหญ่ใน
เมือง หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ ้า เงินทองเหล่านี้จึงต้องมีที่มาที่ไปอย่าง
สมเหตุสมผล
แม้ว่าการขายตุ๊กตาขนสัตว์และการเลี้ยงกระต่ายจะท าเงิน
ได้มาก แต่ถ้าบอกว่าท าเงินได้มากมายขนาดนี้ทันที่ ก็ยากจะท าให้
ผู้คนเชื่อได้
และนับตั้งแต่สกุลโม่มาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง กิจการที่พวกเขาลงแรง
ไปไม่ได้มีเพียงก าไรจากการขายตุ๊กตาขนสัตว์เหล่านี้เท่านั้น แต่ยัง
ได้รับมาจากทรัพย์สินที่เอามาจากท้องพระคลังด้วย
เฮ่อฮูหยินไม่ใช่คนค้าขาย นางไม่มีหัวด้านการค้าเลย
นางเพียงได้ยินบุตรสาวบอกว่าตุ๊กตาหนึ่งตัวราคายี่สิบต าลึง และ
วัตถุดิบงดงามที่ใช้ท าจี้มาจากสกุลโม่ นางก็เชื่อสนิทใจว่าสกุลโม่
ร ่ารวยมากแล้ว
สกุลโม่ไม่ขาดแคลนเงินทอง สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย นี่
คือสิ่งที่เฮ่อฮูหยินยินดีเป็นที่สุด
แม้ว่าตัวนางจะไม่สามารถมาพบบุตรสาวได้บ่อยนัก แต่ขอเพียง
บุตรสาวมีชีวิตที่ดี เฮ่อฮูหยินก็วางใจแล้ว
บัดนี้ได้เห็นฮูหยินผู้เฒ่าและลูกเขยของนางดูแลทะนุถนอม
บุตรสาวสุดที่รักของนางเป็นอย่างดี เฮ่อฮูหยินก็รู้สึกโล่งอกไป
ครึ่งหนึ่ง
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่ยังไม่โล่งอกคือเรื่องที่เฮ่อจือหร่านก าลัง
ตั้งครรภ์ลูกแฝด ก่อนที่จางซานจะไปเชิญหมอต าแยที่เก่งที่สุดจาก
เมืองหลวงมา นางก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ความคิดในใจของมารดา เมื่อเห็นว่าสีหน้าของ
มารดาไม่เศร้าหมองเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก นางก็นึกว่าท่านแม่
สบายใจแล้วที่เห็นนางยังมีชีวิตที่ดี
ขณะเดียวกัน นางก็รู้ว่าที่มารดาเดินทางมาไกลถึงซีเป่ยในยาม
นี้ ก็เพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนนางตอนคลอด คงจะไม่กลับไปในเร็ววันนี้แน่
ฮูหยินผู้เฒ่าก็คิดเช่นเดียวกัน
“แม่สะใภ้เดินทางมาซีเป่ยครั้งนี้ ต้องอยู่นาน ๆ หน่อยนะ ท่านเพิ่ง
มาถึงที่นี่ ยังไม่รู้หรอกว่า บ้านของพวกเรามีของแปลก ๆ มากมาย
รับรองว่าพอท่านได้อยู่แล้ว จะไม่อยากกลับไปแน่นอน”
หากเป็นตอนที่เฮ่อฮูหยินเพิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน แล้วอีกฝ่ายพูด
ออกมาเช่นนี้ นางคงไม่มีทางเชื่อแน่
แต่เมื่อได้เห็นบ้านและข้าวของเครื่องใช้อันงดงามในบ้านของ
บุตรสาว นางก็รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้พูดเกินจริงเลย
ที่นี่อยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมือง ทั้งหน้าบ้านและหลัง
บ้านดูสบายตา โดยเฉพาะภายในห้องนี้ที่อาจกล่าวได้ว่าดูสบายตาก
ว่าวังหลวงเสียอีก
เก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ไม่รู้ว่าท ามาจากอะไร มันนุ่มมาก นั่งแล้วรู้สึกว่า
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายไปกว่าครึ่ง
ต้องบอกว่าเฮ่อฮูหยินเริ่มชอบที่นี่แล้ว
“จริงอย่างที่แม่เขยว่า ข้ารีบมาครั้งนี้ก็เพื่อจะอยู่เป็นเพื่อนหร่านห
ร่านตอนคลอด คงต้องรบกวนพวกท่านสักพัก”
“ไม่รบกวนหรอก พวกเรายินดีมากที่ท่านมา”
ขณะที่ทั้งสองก าลังพูดคุยกัน พวกพี่สะใภ้ที่ได้รับข่าวก็ทยอยกัน
มา
พวกนางไม่ได้มาตัวเปล่า แต่ยังน าแตงโมและผลไม้ที่แช่ไว้ในบ่อ
น ้ามาด้วย
เหล่าพี่สะใภ้ต่างต้อนรับมารดาของน้องสะใภ้เก้าอย่างอบอุ่น
หลังจากเข้าไปทักทายแล้ว พวกนางก็เริ่มแนะน าผลไม้อร่อย ๆ ที่
น ามา
พี่สะใภ้รองดูกระตือรือร้นที่สุด นางน าแตงโมที่หั่นเตรียมไว้แล้ว
มาเสนอมาให้เฮ่อฮูหยิน
“ท่านป้าเฮ่อ ท่านลองชิมแตงโมนี้สิเจ้าคะ มันเป็นผลไม้ที่มี
เฉพาะในตระกูลของพวกข้าเท่านั้น ตอนนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้แล้ว”
เฮ่อฮูหยินมองแตงโมด้วยความงุนงง
ของสีแดงที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ นางไม่เคยเห็นมาก่อน ที่
ส าคัญที่สุดคือนางไม่รู้ว่าจะกินมันอย่างไร
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นจึงอธิบายว่า “แม่สะใภ้ แตงโมนี้ต้องกิน
เนื้อสีแดง ๆ อากาศร้อนแบบนี้ กินแล้วช่วยคลายร้อนได้”
เฮ่อฮูหยินเป็นคนไม่กล้าลองสิ่งใหม่ ๆ แต่เพราะเกรงใจสตรีสกุล
โม่ที่กระตือรือร้นเกินไป จึงจ าต้องรับมา