ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 424 ต่อให้อยากจะรั้งไว้แค่ไหนก็รั้งไม่อยู่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 424 ต่อให้อยากจะรั้งไว้แค่ไหนก็รั้งไม่อยู่
ช่วงนี้ยามว่างงาน เฮ่อจือหร่านจะจัดเตรียมสินสอดของโม่
หานเยี่ยไว้ในเถาเป่าแล้ว
ทางบ้านเดิมของฝ่ายหญิงได้มอบบ้านให้หนึ่งหลัง แม้จะอยู่ใน
ชนบท แต่บ้านแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครอยากอยู่ก็อยู่ได้ โดยเฉพาะสิ่ง
อ านวยความสะดวกที่เลียนแบบสิ่งของจากยุคสมัยใหม่
เช่น ห้องน ้าชักโครก ระบบความร้อนใต้พื้น หน้าต่างกระจก
เครื่องเรือนที่สวยงามและใช้งานได้จริง เป็นต้น
นอกจากนี้ไร่สมุนไพรหลายไร่ที่โม่หานเยี่ยปลูกเองก็จะถูกมอบ
ให้เป็นสินสอดด้วย
เฮ่อจือหร่านยังคงรอบคอบมาก ในบ้านที่มอบให้กับโม่หานเยี่ย
นั้น เครื่องนอนทุกอย่างก็มีพร้อม
ยิ่งไปกว่านั้น ผ้าทั้งหมดมาจากร้านค้าบนเถาเป่า
ในสมัยโบราณ ผ้าไหมเป็นของหายากและราคาแพง
แต่ในร้านค้าของเถาเป่านั้นต่างออกไป ผ้าไหมแบบโบราณมีให้
เลือกหลากหลายชนิด นางเลือกซื้อบางส่วนที่เหมาะกับยุคนี้ รวมถึง
นุ่นส าหรับท าผ้าห่มก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เมื่อไม่นานมานี้ เฮ่อจือหร่านซื้อของเหล่านี้และส่งไปให้พี่สะใภ้
ใหญ่ ขอให้อีกฝ่ายพาพี่สะใภ้คนอื่นช่วยกันเร่งตัดเย็บเป็นผ้าห่ม
ส าหรับงานแต่งงาน
แน่นอนว่าผ้าที่สวยงามเช่นนี้ย่อมได้รับค าชมจากบรรดาพี่สะใภ้
แต่ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก
ตอนพวกนางอยู่เมืองหลวง ที่ร้านผ้าก็มีสินค้าระดับสูงเช่นนี้
ออกมาขายเป็นครั้งคราว เพียงแต่ราคาของมันแพงมาก จนคน
ธรรมดาไม่มีทางซื้อไหว
พี่สะใภ้ทั้งหลายคุ้นเคยกับการใช้จ่ายและการกระท าที่ไม่คาดคิด
ของน้องสะใภ้เก้า เมื่อเห็นนางถือผ้าจ านวนมากมายมาท าผ้าห่มให้
ห้องหอของโม่หานเยี่ยเช่นนี้ ก็รู้สึกอิจฉาไปชั่วขณะ
บุตรสาวคนเดียวของสกุลโม่ก าลังจะออกเรือน มีแค่ผ้าห่มคงไม่
พอ ช่วงนี้หญิงสาวหลบอยู่ในห้องและเย็บชุดแต่งงาน ซึ่งท าให้เฮ่อจื
อหร่านประหยัดเวลาและแรงในการเตรียม
แต่เครื่องประดับก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา ในสมัยโบราณ เครื่องประดับของสตรี
ในตระกูลที่ร ่ารวยส่วนใหญ่ท าจากทองและเงิน หากช่างมีฝีมือดีสัก
หน่อย ก็จะประดับอัญมณีเพื่อเพิ่มความงดงาม
เครื่องประดับเช่นนี้มีมากมายในเถาเป่า ทั้งรูปแบบและฝีมือการ
ท าล้วนดีกว่าในยุคนี้มากนัก
ถ้าเป็นความชอบของเฮ่อจือหร่าน นางไม่ชอบแบบนี้
แต่นางต้องปรับตัวตามสภาพแวดล้อม สินสอดที่ให้โม่หานเยี่ย
ไม่ควรแปลกแยกเกินไป
สิ่งเหล่านี้ เฮ่อจือหร่านก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว เพียงรอให้โม่จิ่วเยี่ย
มีเวลาและแกล้งเข้าเมืองหรือเมืองมณฑลสักครั้ง นางก็จะมอบ
เครื่องประดับเหล่านี้ให้สามี ท าเหมือนกับว่าเขาซื้อกลับมาเอง
หลังจากรออยู่สองวัน โม่จิ่วเยี่ยก็น าข่าวดีกลับมาพร้อมกับมี
เวลาว่าง
ข่าวดีคือแผ่นเหล็กและลูกเหล็กสร้างออกมาส าเร็จแล้ว พี่สี่กับ
พ่อสามีห่อหุ้มแผ่นเหล็กับกระบอกไม้ไผ่ด้วยมือตนเอง
ส่วนพวกพี่ห้าใช้กระบอกไม้ไผ่ที่หุ้มด้วยแผ่นเหล็กท าระเบิด
ทดลองหลายครั้ง ผลลัพธ์ดีกว่าที่คาดไว้มาก
ตอนทดลองนั้นอยู่บนภูเขา ตอนนั้นมีนกบินผ่านมาหลายตัว
พอดี พอระเบิดถูกจุดขึ้น แม้แต่นกก็ยังไม่รอด
ด้วยพลังเช่นนี้ ศัตรูจะได้รับผลกระทบจากพวกมันอย่างไร?
หลังเหล่าพี่น้องได้เห็นพลังของระเบิดนี้ พวกเขาก็เต็มไปด้วย
ความกระตือรือร้น ในวันเดียวกันนั้นเอง พวกเขาก็สร้างระเบิด
ออกมาหลายสิบลูกโดยใช้วิธีเดียวกัน
ความเร็วของพวกเขารวดเร็วมาก โม่ฉิงกับโม่ซิวเหยียนก็ไม่
กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อย ทุกวันตื่นแต่เช้าตรู่ก็เริ่มก้มหน้าก้มตาท า
กระบอกไม้ไผ่
โดยไม่รู้ตัว ทั้งสองคนก็รู้สึกว่าร่างกายของตนเองเหมือนจะฟื้นฟู
พละก าลังได้มากขึ้น
โดยเฉพาะโม่ซิวเหยียน หลังจากที่เฮ่อจือหร่านต่อเส้นเอ็นมือ
ของเขาให้ใหม่ เขาก็ไม่กล้าใช้แรงมากเกินไปมาตลอด
ตอนนี้แม้แต่การห่อแผ่นเหล็กรอบกระบอกไม้ไผ่ก็ไม่รู้สึกว่าต้อง
ใช้แรงมากแล้ว
ยิ่งเมื่อคิดว่าพวกเขาสามารถท าประโยชน์ให้กับครอบครัวได้
สองพ่อลูกยิ่งขยันขันแข็งจนอาจกล่าวได้ว่าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าการสร้างระเบิดเริ่มด าเนินไปอย่างราบรื่น จึง
เลือกใช้วันหนึ่ง ตื่นแต่เช้า พา และเฮ่อจือหร่านขึ้นรถม้าเข้าเมือง
พร้อมกับสินสอดและเครื่องประดับที่เตรียมไว้ให้โม่หานเยี่ย
การเข้าเมืองครั้งนี้ของเขา ภายนอกดูเหมือนเป็นการช่วย
น้องสาวซื้อของเตรียมแต่งงาน แต่ความจริงแล้วยังมีเรื่องส าคัญอีก
เรื่องที่ต้องจัดการ
นั่นก็คือ เขาตั้งใจจะไปเยี่ยมเมิ่งไห่หนิงสักหน่อย
เนื่องจากเมิ่งไห่หนิงยุ่งกับการเตรียมงานแต่งในช่วงนี้ จึงไม่
ได้มาเยี่ยมเยียนพวกเขานานแล้ว
แม้แต่เรื่องที่พ่อตาของเขากลับมา เจ้าหนุ่มโง่คนนี้ก็ยังไม่รู้
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ละเลยมารยาท
อีกฝ่ายคือพ่อตาในอนาคต แต่เขากลับสูญเสียโอกาสที่ดีที่สุด
ในการแสดงตัวไปเสียแล้ว
ที่จริงแล้วก็เป็นเพราะความดื้อรั้นของโม่ฉิง หลังเขารู้ว่าบุตรสาว
สุดที่รักก าลังจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเลย
เด็กสาวที่เขาทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กจนโตถึงวัยแต่งงานแล้ว พูด
ตามตรง โม่หานเยี่ยขาดความรักจากบิดามาหลายปี ท าให้โม่ฉิงรู้สึก
ผิดมาก
โม่ฉิงที่สูญเสียความทรงจ าทั้งหมดในช่วงแปดปีที่ผ่านมา ใน
ความทรงจ าของเขา บุตรสาวสุดที่รักยังคงเป็นเด็กสาวน่ารักและว่า
นอนสอนง่าย แล้วท าไมพอเขากลับบ้านมา นางก็จะแต่งงานแล้วเล่า?
นี่คือความจริงที่โม่ฉิงไม่อยากยอมรับจากใจจริง แต่อย่างไรเขา
ก็ต้องยอมรับมัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว บุรุษเมื่อถึงวัยก็ต้องแต่งงาน
สตรีเมื่อถึงวัยก็ต้องออกเรือน
เมื่อหญิงสาวถึงวัยแต่งงานแล้ว ต่อให้อยากจะรั้งไว้แค่ไหนก็รั้งไม่
อยู่
แม้ว่าโม่ฉิงจะเข้าใจเหตุผลเหล่านี้ แต่ในใจก็ยังรู้สึกอึดอัด ไม่
อยากพบชายที่พรากบุตรสาวของตนไป
ดังนั้น เจาจึงก าชับโม่ชูหานเป็นพิเศษว่า เวลาไปท างาน ห้าม
เปิดเผยเรื่องที่เขากลับมาให้เมิ่งไห่หนิงรู้เด็ดขาด
เขาต้องการให้คนที่พาบุตรสาวของเขาไปมาหาถึงที่ จะได้ท าให้
คนผู้นั้นประหลาดใจ
โม่จิ่วเยี่ยไปหาเมิ่งไห่หนิงส่วนใหญ่เป็นเพราะกังวลเกี่ยวกับ
สถานการณ์ของเมืองหลวง จึงต้องท าตามความต้องการของบิดา ไม่
เปิดเผยเรื่องที่นายท่านผู้เฒ่ากลับมา
เสี่ยวไป๋ออกเดินทางไปส่งจดหมายที่เมืองหลวงสิบกว่าวัน ตาม
หลักเหตุผล มันควรจะส่งจดหมายถึงมือผู้รับแล้ว
หากจักรพรรดิซุ่นอู่สามารถหาคนที่เลี้ยงหนอนกู่ได้ส าเร็จ เฟ่ย
หนานอวี่ก็จะให้เสี่ยวไป๋กลับมาพร้อมกับสารทันทีที่อีกฝ่ายได้รับข่าว
แต่เสี่ยวไป๋ยังไม่กลับมา โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าสภาพร่างกายของ
ขุนพลอาวุโสจินจะทนไม่ไหว
นึกขึ้นได้ว่าเมิ่งไห่หนิงติดต่อกับเฟ่ยหนานอวี่ จึงคิดว่าว่าที่
น้องเขยอาจจะได้รับข่าวสารบางอย่างจากเมืองหลวงก็ได้
โม่จิ่วเยี่ยมาถูกจังหวะพอดี เมิ่งไห่หนิงเพิ่งตัดสินคดีหนึ่งเสร็จและ
ก าลังเดินออกมาจากศาล
“พี่เก้า ท่านมาถึงเมื่อไหร่กัน?”
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ย เมิ่งไห่หนิงก็เปลี่ยนสีหน้าจากเคร่งขรึมมาเป็น
รอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
โม่จิ่วเยี่ยผูกม้าไว้กับเสาไม้หน้าที่ว่าการ เมื่อเผชิญหน้ากับว่าที่
น้องเขย เขาก็ไม่คิดจะอ้อมค้อมอีก
“ข้ามาที่นี่เพราะจะสอบถามบางเรื่องกับน้องชายเมิ่ง”
เมิ่งไห่หนิงรู้ดีว่าในสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนที่งานยุ่งที่สุด หากไม่
มีธุระส าคัญ เขาคงไม่มาหาตนเองแน่ จึงรีบเชิญและพาคนเข้าไปใน
ห้องหนังสือที่ใช้ท างาน
เนื่องจากไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นว่าเมิ่งไห่ห
นิงดูทรุดโทรมลงไปมาก
“น้องชายเมิ่งดูผอมลงหรือไม่?”
เขาไม่ใช่คนชอบนินทา เพียงแต่เมิ่งไห่หนิงผอมลงอย่างเห็นได้
ชัด เขาจึงเป็นห่วงอีกฝ่ายเล็กน้อย
เมื่อถูกพี่เขยในอนาคตเป็นห่วง สีหน้าของเมิ่งไห่หนิงก็ซีดเผือด
ลงทันที่
เขายิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย “แค่ช่วงนี้ยุ่งมากไปเท่านั้นเอง
ขอรับ”
ในเมื่อเขาบอกว่ายุ่ง โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้สงสัยอะไร ในฐานะขุนนาง
ผู้ปกครองประชาชน โดยเฉพาะขุนนางที่ซื่อสัตย์ยุติธรรมอย่างเมิ่ง
ไห่หนิง แน่นอนว่าต้องมีเรื่องยุ่งยากให้จัดการมากมาย
อีกทั้งวันแต่งงานของเขากับน้องสาวก็ใกล้เข้ามาแล้ว การที่เขา
จะยุ่งมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้