ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 436 คนของจิงเซียนโหลว
สองพี่น้องเข้าไปในลานด้านหลังของโรงเตี๊ยมจิง ก่อนจะปิด
ประตูลาน
พวกเขาไม่ได้รีบร้อนสอบถามคนเหล่านั้น แต่กลับมองส ารวจไป
รอบ ๆ
ตามหลักแล้ว ลานด้านหลังของโรงเตี๊ยมมักจะใช้เป็นห้องเก็บ
ของและที่พักของคนงาน
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตามอง แต่กลับไม่เห็นห้องเก็บของเลย
แม้แต่วัตถุดิบก็ไม่มีเตรียมไว้ นี่มันเป็นลักษณะของการเปิด
โรงเตี๊ยมตรงไหนกัน?
โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมชื่อดังอย่างจิงเซียนโหลว ไม่เพียงไม่ได้
เตรียมวัตถุดิบไว้ แม้แต่อาหารที่ท าออกมาก็ยังดูเหมือนท าแบบขอไป
ที่ เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ในการเปิดกิจการนั้นมีเรื่องแอบแฝง
โม่จิ่วเยี่ยเพียงกวาดตามองคร่าว ๆ เท่านั้น เขาไม่ได้เปิดประตู
เข้าไปตรวจสอบทีละห้อง
ขณะก าลังจะหันไปถามคนพวกนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสะอื้นดังมา
จากด้านหลัง เหมือนจะเป็นที่ห้องเก็บฟืน
โม่ชูหานก็ได้ยินเช่นกัน
“น้องเก้า เจ้าคอยจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ข้าจะไปดูเอง”
เมื่อเปิดประตูห้องเก็บฟืน กลิ่นของเสียรุนแรงก็ลอยออกมาทันที่
โม่ชูหานใช้มือปิดจมูกปิดปากตามสัญชาตญาณ
ห้องเก็บฟืนค่อนข้างใหญ่ ภายในรกรุงรัง สิ่งที่สะดุดตาคือร่าง
ของคนสองคน เป็นคนแก่หนึ่งคนกับเด็กนอนอยู่บนพื้น
กลิ่นของเสียนั้นลอยมาจากร่างของคนทั้งคู่ จากสิ่งนี้ยืนยันได้ว่า
พวกนางคงถูกขังอยู่ที่นี่มานานแล้ว
ตอนโม่จิ่วเยี่ยใช้กลอุบายเล็กน้อยข่มขู่หวังหลิน โม่ชูหานก็อยู่
ด้วย
เขาเห็นคนแก่กับเด็กน้อยตรงหน้า เป็นหญิงชราอายุราวห้าสิบ
หกสิบปี ส่วนเด็กผู้หญิงอายุราวเจ็ดแปดขวบ คงเป็นมารดาและ
บุตรสาวของหวังหลิน
หวังหลินฆ่าคนผิดกฎหมาย แต่ครอบครัวของเขาไม่รู้เรื่อง ใน
ฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่ โม่ชูหานจ าเป็นต้องช่วยพวกนางออกไป
ยิ่งกว่านั้น หลังจากได้เห็นพวกนางแล้ว เขาก็เชื่อว่าการที่หวัง
หลินลงมือฆ่าเถ้าแก่จินเป็นเพราะเขาถูกบีบบังคับ ไม่อย่างนั้นจะมี
ใครที่ฆ่าคนแล้วตั้งใจให้เจ้าหน้าที่มาเจอ?
ตอนนี้พวกนางอ่อนแรงมาก ริมฝีปากแห้งแตก ดูก็รู้ว่าเป็นเพราะ
ไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน
โม่ชูหานหมุนตัวเดินไปห้องครัวที่อยู่ห่างจากตรอกพอสมควร
พ่อครัวสองคนซึ่งอยู่ข้างในไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก พอร้านไม่มี
ลูกค้า พวกเขาจึงยืนคุยกันอย่างสบายอารมณ์
แต่เมื่อเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาก็เอ่ยถามทันที่ “เจ้าเป็นใครกัน
อย่ามาเพ่นพ่านในห้องครัวสิ”
โม่ชูหานแค่เหลือบมองพวกเขา รู้ว่าเป็นพวกเดียวกับเสี่ยวเอ้อร์
สองคนนั้น
เขาจึงไม่รอช้า พุ่งเข้าไปจัดการคนจนล้มลงแล้วลากไปมัดไว้ใน
ลานด้านหลัง จากนั้นกลับมาตักน ้าสองชามไปให้ครอบครัวของหวัง
หลินดื่ม
หญิงชรามีร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว นางหลับตาอยู่ตลอด ไม่รู้
ว่าหมดสติไปแล้วหรือยัง ส่วนเด็กผู้หญิงตัวน้อยดูดีกว่าเล็กน้อย
เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้คงเป็นเสียงนาง
ผู้คนในยุคนี้ล้วนยึดถือเรื่องการแบ่งแยกระหว่างชายหญิง แม้ว่า
คนที่นอนอยู่บนพื้นจะเป็นหญิงชรา แต่โม่ชูหานก็ไม่สะดวกจะลงมือ
ช่วยนางด้วยตนเอง จึงได้แต่ให้เด็กหญิงดื่มน ้าก่อนแล้วค่อยหาวิธี
ป้อนน ้าให้หญิงชรา
แม้ว่าหญิงชราจะดูเหมือนหมดสติ แต่ความจริงแล้วนางยังไม่ได้
หมดสติไปเสียทั้งหมด พอเด็กหญิงป้อนน ้าให้ นางก็สามารถกลืนลง
ไปได้
หลังจากดื่มน ้าไปสองสามอึก หญิงชราก็ลืมตาขึ้น
นางมองโม่ชูหาน จากนั้นน ้าตาก็ไหลออกมาทันที่ พลางพูดด้วย
เสียงอ่อนแรงว่า “ขอบคุณเจ้าหนุ่มที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
ขณะก าลังพูดอยู่นั้น หญิงชราก็ดูเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้า
ของนางเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว “เจ้าหนุ่ม คนที่นี่ล้วนน่ากลัว เจ้ารีบ
หนีไปเถอะ!”
นางกับหลานสาวถูกขังอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว แม้จะไม่มีใครมา
ทรมาน แต่ก็ไม่มีใครให้อาหารหรือน ้าแม้แต่ค าเดียว
อีกทั้งนางยังได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากข้างนอก คนพวกนั้น
ต้องไม่ใช่คนที่ท าการค้าสุจริตแน่นอน บางครั้งเนื้อหาที่พวกเขา
สนทนากันก็ล้วนเกี่ยวกับการฆ่าฟันทั้งสิ้น
คิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว หญิงชราก็เป็นห่วงว่าคนที่มาช่วยชีวิต
นางอาจตกอยู่ในอันตรายจึงเอ่ยเตือน
โม่ชูหานไม่ได้ท าตามที่นางบอก แต่กลับถามว่า “หวังหลินเป็น
อะไรกับเจ้า?”
เพียงได้ยินชื่อนี้ หญิงชราก็พยายามลุกขึ้นนั่ง
“เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้จักลูกชายข้าหรือ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? ยังมี
ชีวิตอยู่หรือไม่?”
หวังหลินถูกขังอยู่ในคุกใหญ่ของที่ว่าการเพราะฆ่าคน และเป็น
อย่างที่เขาพูดจริง ๆ ว่าตนเองท าไปเพราะความจ าเป็น มารดาและลูก
สาวของเขาถูกจับไว้เป็นตัวประกัน
หญิงชราตรงหน้าร่างกายอ่อนแอมาก โม่ชูหานกลัวว่าถ้าบอก
ความจริงไป นางอาจทนรับไม่ไหว ถ้าจะบอกจริง ๆ ก็ควรรอให้
ร่างกายของนางฟื้นตัวขึ้นมาบ้างเสียก่อน
โม่ชูหานหลบสายตานางแล้วลุกขึ้นยืน “หวังหลินยังมีชีวิตอยู่
ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเขา”
เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงชราถามต่อ โม่ชูหานจึงออกจากห้องเก็บ
ฟืนไป
แม้ว่าจะไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงค าถาม เขาก็ต้องออกไปอยู่ดี ข้าง
นอกยังมีคนอีกมากมายที่ต้องสอบสวน
ถึงโม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้ตามเข้าไปในห้องเก็บฟืนพร้อมโม่ชูหาน แต่
เขาก็ได้ยินบทสนทนาข้างในอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพี่แปดกลับมาอยู่ข้างกายเขา โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่มี
อะไรที่ต้องถามอีก
สองพี่น้องสบตากันแวบหนึ่ง แล้วไปหาเสี่ยวเอ้อร์คนที่ขวางพวก
เขาตั้งแต่แรก
เสี่ยวเอ้อร์คนนั้นถูกพวกเขาซ้อมอย่างหนัก ตอนนี้ยังเจ็บจนต้อง
ขบฟันกัดริมฝีปาก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย จับคอเสื้อแล้วยกตัวอีก
ฝ่ายขึ้นมา
“พูดมา เจ้าเป็นใคร?”
เสี่ยวเอ้อร์ถูกสองพี่น้องท าให้ตกใจกลัวตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว รู้ตัว
แล้วว่าไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง ตอนนี้ยังถูกจับยกขึ้นมาเหมือนลูกไก่
ท าเอาเขาขวัญหนีดีฝ่อ
“ข้า…ข้าเป็นเพียงคนงานของจิงเซียนโหลวเท่านั้น…”
จากท่าทางของคนพวกนี้ หากโม่จิ่วเยี่ยเชื่อค าโกหกของเขาก็
แปลกแล้ว
ขณะที่เสี่ยวเอ้อร์ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็หักข้อมืออีกข้างของอีก
ฝ่าย
เสี่ยวเอ้อร์เจ็บจนเกือบจะสลบไป แต่โม่จิ่วเยี่ยไม่มีทางปล่อยให้
เขาท าแบบนั้น
มือที่จับคอเสื้อเปลี่ยนเป็นกระชากผมแทน ด้วยวิธีนี้ คนที่ถูก
กระท าจะรู้สึกตัวได้ง่ายมาก
เสี่ยวเอ้อร์ไม่มีท่าทีอวดดีเหมือนตอนอยู่ในตรอกอีกต่อไป
ร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาว่า
“นาย…นายท่านโปรดหยุดมือก่อน…ข้าเป็นคนของจิงเซียน
โหลวจริง ๆ แต่ไม่ใช่เสี่ยวเอ้อร์ ข้าเป็นนักเลงที่ผ่านการฝึกมา
โดยเฉพาะ…”
การที่จิงเซียนโหลวมีนักเลงที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษนั้น
ไม่ใช่เรื่องไม่น่าแปลกใจส าหรับพี่น้องสกุลโม่
เพราะจิงเซียนโหลวท าการค้าใหญ่โต เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนมา
สร้างปัญหา การเลี้ยงดูชายฉกรรจ์ไว้ไม่กี่คนเพื่อรักษาความสงบ
เรียบร้อยในร้านถือเป็นเรื่องปกติ
แต่การให้นักเลงไปท าหน้าที่เป็นเสี่ยวเอ้อร์นั้น ดูจะไม่
สมเหตุสมผลนัก
และจากค าพูดของชายคนนี้ โม่จิ่วเยี่ยสรุปได้ว่าอีกคนหนึ่งที่แต่ง
กายเหมือนเสี่ยวเอ้อร์และกลุ่มที่แต่งตัวเหมือนคนเฝ้ายามนั้น ล้วน
เป็นนักเลงของจิงเซียนโหลวทั้งสิ้น
จิงเซียนโหลวเปิดร้านในพื้นที่ยากจนเช่นนี้ ทั้งยังเปิดถึงสองแห่ง
ภายในร้านดูไม่มีทีท่าว่าจะท าการค้าเลย นี่ก็เพียงพอที่จะท าให้คน
สงสัยแล้ว ยังใช้นักเลงพวกนี้มาเป็นคนงานอีก เห็นได้ชัดว่า
จุดประสงค์ในการเปิดโรงเตี๊ยมที่นี่ช่างไม่บริสุทธิ์เอาเสียเลย
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อไป “เหตุใดจิงเซียนโหลวถึงมาเปิดร้านในพื้นที่
ยากจนอย่างซีเป่ยด้วย? แล้วท าไมถึงให้พวกเจ้านักเลงมาท างานเป็น
คนงาน? อีกอย่างผู้ดูแลของพวกเจ้าอยู่ไหน?”
ตระกูลเซวียวางตาข่ายใหญ่เช่นนี้ในซีเป่ย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะ
มีเพียงนักเลงกับพวกนักฆ่าอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าเจ้าของร้านอย่างเซวียจิ้น
ชวนจะไม่มา อย่างน้อยก็ต้องส่งคนสนิทมาดูแล