ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 437 จะให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างทรมานเช่นนี้
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 437 จะให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างทรมานเช่นนี้
เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้าอย่างแรง “ข้าแค่ดูแลโรงเตี๊ยมที่นี่เท่านั้น ไม่
เคยพบเห็นผู้ดูแลคนไหนมาก่อน”
เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้โกหก เสี่ยวเอ้อร์ก็พูดเสริมว่า “แม้แต่พ่อ
ครัวสองคนนั้นก็เป็นพวกข้าที่ชักชวนมา หากท่านไม่เชื่อก็ไปถาม
พวกเขาได้”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ไปถามพวกพ่อครัว แต่ชี้ไปทางห้องเก็บฟืนและ
ถามว่า “คนแก่และเด็กเป็นคนที่เจ้าจับตัวมาหรือ?”
เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็มองไปที่นักฆ่าสองคนที่ถูก
พี่น้องสกุลโม่เอาเม็ดยาพิษออกจากปาก
“เป็นพวกเขา…พวกเขาเป็นคนน าตัวมาไว้ที่นั่น ตอนแรกพวก
เขามีเพียงสองคน แค่พาคนมาส่งแล้วก็จากไป จนกระทั่งวันนี้ พวก
เขาถึงปรากฏตัวอีกครั้ง ซ ้ายังมีคนมากขึ้นด้วย”
พวกนักเลงคนอื่นเห็นอย่างนั้นก็กลัวว่าตนเองจะถูกท าร้าย
เช่นกัน จึงพากันช่วยยืนยัน
“นายท่าน สิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง…”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น แต่กลับเดินตรงไปหานักฆ่า
สองคน
นักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดและไม่สนใจเรื่องความ
เป็นความตาย พอเห็นโม่จิ่วเยี่ยเดินเข้ามาใกล้ ทั้งคู่ก็ไม่แสดงท่าทาง
หวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอย่างตรงไปตรงมา
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าการจะสอบถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากปาก
ของคนทั้งสองไม่ใช่เรื่องง่าย หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาน่าจะ
น าผงคันที่ภรรยาท าติดตัวมาด้วย
สิ่งนั้นเหมาะที่สุดส าหรับการสอบสวน แม้แต่ปากที่แข็งที่สุดก็
สามารถง้างออกมาได้
แต่ตอนนี้เขาไม่มีผงคันติดตัว จึงต้องลองใช้วิธีเดิม
โม่ชูหานเห็นน้องชายเข้าไปหานักฆ่าทั้งสองแต่ยังไม่ยอมลงมือ
จึงหยิบมีดสั้นจากเอวแล้วเดินเข้าไป
“น้องเก้า ให้ข้าจัดการเอง”
ในขณะพูด มีดสั้นของโม่ชูหานก็ตัดหูของนักฆ่าคนหนึ่งแล้ว
พวกนักฆ่ายังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รู้สึกเย็นวาบที่ใบหู ไม่
นานก็ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เมื่อมองไปที่พื้นตรงหน้า หูข้างหนึ่งของเขาก็นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ฆ่าข้าเลยสิ ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”
เสียงของเขาเพิ่งจบลง มีดสั้นของโม่ชูหานก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง
ตัดหูอีกข้างของเขาออก แล้วจ่อปลายมีดไว้ที่สันจมูกของเขาทันที่
“สิ่งที่ข้าอยากรู้ เจ้ายังไม่ได้บอก ข้าก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าตาย จะ
ให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างทรมานเช่นนี้”
โม่ชูหานรู้ความคิดของพวกนักฆ่าเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้พวก
เขาจะไม่กลัวความเป็นความตาย แต่ก็ไม่อยากถูกทรมาน ดังนั้น ใน
ปากของนักฆ่าจึงมีเม็ดยาพิษติดตัว เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพื่อ
รักษาความลับของเจ้านายและไม่ต้องทุกข์ทรมาน พวกเขาจะเลือก
กัดเม็ดยาพิษฆ่าตัวตายไปทันที่
โชคร้ายที่วันนี้พวกเขามาเจอกับพี่น้องสกุลโม่ ไม่มีโอกาสได้กัด
เม็ดยาพิษฆ่าตัวตายเสียแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงคนที่ก าลังถูกทรมาน นักฆ่าอีกคนที่เห็นภาพนี้ก็
ตกใจจนหัวใจสั่น กลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไป
ทว่าความคิดของพวกเขายังคงจงรักภักดีต่อเจ้านาย แม้จะ
เผชิญกับการทรมานอย่างโหดร้าย พวกเขาก็ไม่มีทางบอกข้อมูลใด
ๆ ออกมา
นักฆ่าที่ถูกปลายมีดจ่อจมูกเตรียมใจตายเอาไว้แล้ว เพื่อไม่ให้
ตนเองต้องทรมานต่อไป เขาจึงฉวยโอกาสตอนที่โม่ชูหานเผลอ เงย
หน้าขึ้นแล้วพุ่งตัวใส่อย่างแรง
ล าคอของเขาตรงกับปลายแหลมของมีด
โม่ชูหานเห็นว่าตนเองหลบไม่ทันแล้ว มีดสั้นจึงแทงทะลุล าคอ
ของนักฆ่า คนตายทันที่
จากเชลยสองคนที่สามารถสอบถามข้อมูลได้ บัดนี้เหลือเพียง
คนเดียว สองพี่น้องจึงไม่กล้าประมาท มิเช่นนั้นเบาะแสของพวกเขา
อาจขาดลงตรงนี้
เพื่อความรอบคอบ โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้าประมาทอีกต่อไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้องสอบถามข้อมูลจากปากของนักฆ่าที่
ไม่กลัวตายเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“พี่แปด เมื่อครู่ข้าเห็นว่าในตรอกนี้มีบ้านทรุดโทรมอยู่หลังหนึ่ง
ท่านพาเขาไปรออยู่ที่นั่น ข้าจะจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยแล้วจะไปพบ
ท่าน”
บ้านที่ทรุดโทรมหลังนั้นโม่ชูหานก็เห็นเช่นกัน มองจากภายนอก
ลานบ้านนั้นดูมืดทะมึน คงเป็นเพราะเกิดเหตุไฟไหม้โดยไม่ตั้งใจ จึง
ท าให้ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ชั่วคราว
“ได้ ข้าจะพาเขาไปเดี๋ยวนี้”
เขาเพิ่งพลาดพลั้งปล่อยให้นักฆ่าคนหนึ่งตายไปอย่างง่ายดาย
คราวนี้โม่ชูหานไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เขาไม่คิดจะสอบสวนอีก ขอเพียงรักษาชีวิตคนเอาไว้ได้ ก็ยังมี
ความหวังที่จะสืบได้เรื่องอะไรบ้าง
“น้องเก้าวางใจเถอะ คราวนี้ข้ารับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เขาตาย
อีก”
เมื่อครู่นี้เป็นเพราะเขาประมาทไปจริง ๆ ถึงได้ปล่อยให้เชลยตาย
ไปเช่นนั้น
โม่ชูหานพูดจบก็คว้าตัวนักฆ่ากระโดดขึ้นสูง แม้จะเป็นช่วง
กลางวันแสก ๆ แต่เขาก็แบกคนเป็น ๆ คนหนึ่งไว้ จึงไม่อาจเดินไปมา
ตามท้องถนนได้ จ าเป็นต้องมองหาเส้นทางที่มีคนน้อยและอยู่บนที่สูง
เมื่อเห็นเงาของพี่แปดหายลับไป โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าไปใกล้คน
เหล่านั้นอีกครั้ง
จากการได้พบครอบครัวของหวังหลินในห้องเก็บฟืน ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าการตายของเถ้าแก่จินต้องเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้แน่
หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวพันถึงสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยคงจะจับคนพวกนี้ส่ง
ให้ทางการจัดการไปแล้ว
แต่สิ่งที่เขาค าถึงคือ คนที่สามารถลงมือกับสกุลโม่ได้ ย่อมไม่ใช่
คนธรรมดา
ท่านเจ้าเมืองผู้นี้เพิ่งเข้ารับต าแหน่งหลังจากที่พวกเขามาถึงเมือ
งอวิ่น โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่ายดีนัก ยิ่งไม่รู้ว่าท่านเจ้า
เมืองคนนี้เป็นคนของใครด้วย
โม่จิ่วเยี่ยจึงรู้สึกว่าการส่งคนเหล่านี้ไปยังหน่วยงานปกครองนั้น
ย่อมท าไม่ได้ อีกทั้งเมื่อเขาและพี่แปดมาถึงจิงเซียนโหลวแห่งที่สองนี้
ก็พบเบาะแสมากมาย ตอนที่อยู่ที่จิงเซียนโหลวแห่งแรกก็แค่คอย
สังเกตคร่าว ๆ เท่านั้น ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเหมือนกับที่นี่
หรือไม่
วิธีที่ดีที่สุดคือให้เมิ่งไห่หนิงพาคนเหล่านี้ไป แล้วก็ให้อีกฝ่าย
สอบสวนด้วยตนเอง
อีกทั้งการที่เมิ่งไห่หนิงมาสอบสวนคดีนี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
เพราะเขาได้รับหนังสือมาจากท่านเจ้าเมืองนานแล้ว เรื่องนี้มอบให้
เขาจัดการ แม้แต่เจ้าหน้าที่จากเมืองอวิ่นจะมาจับคนที่เมืองมณฑลนี้
หากท่านเจ้าเมืองรู้เรื่องก็คงไม่ว่าอะไร
น่าเสียดายที่ตอนนี้ทั้งเขาและพี่แปดต่างก็มีเหตุผลที่ไม่สามารถ
ออกไปได้ จึงท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกล าบากใจอยู่บ้าง
แต่พวกเขาสืบหาร่องรอยอย่างยากล าบากและลงมือจับกุมคน
เหล่านี้ไว้แล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะล้มเลิกกลางคัน
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เริ่มเดินส ารวจอยู่ในลาน
ดูเผิน ๆ เหมือนเขาก าลังเดินเล่นในลาน แต่ความจริงแล้วเขา
ก าลังมองหาสถานที่ซ่อนคนเหล่านี้ไว้ชั่วคราวก่อน
ขอเพียงมีเวลาสักสองสามชั่วยามเพื่อสืบสวนเรื่องภายในของจิง
เซียนโหลวอีกแห่งจนกระจ่าง จากนั้นเขาก็จะรีบกลับเมืองอวิ่น แจ้ง
เมิ่งไห่หนิงให้รีบมารับตัวคนเหล่านี้ไป
ย่าหลานที่อยู่ในห้องเก็บฟืนเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว เพราะได้ดื่มน ้าที่
โม่ชูหานมอบให้ หญิงชราพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความยากล าบาก
หลานสาวตัวน้อยคอยพยุงนางเดินออกจากห้องเก็บฟืน
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงจึงหันไปดู เห็นว่าแม้หญิงชราจะอ่อนแรง แต่
ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เคลื่อนไหวไม่ได้ ในใจของเขาจึงเกิดความคิด
ขึ้นมาทันที่
“ท่านป้าท่านนี้ ท่านจ าได้ทั้งหมดใช่หรือไม่ว่าถูกจับมาที่นี่ได้
อย่างไร?”
เมื่อครู่ตอนพี่น้องสกุลโม่สอบสวนคนพวกนี้ก็ไม่คิดจะปิดบัง
หญิงชรา เพราะนางก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน อีกฝ่ายย่อมต้องเกลียดชัง
คนพวกนี้แน่นอน