ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 44 ไปตลาด
เผิงวั่งพูดพลางชี้ไปยังฝูงชนแล้วถำมว่า “พวกเจ้ำจะใครเชื่อ
หรือจะเชื่อว่าเขำสองถูกคนสกุลโม่ทำร้ำย”
ในตอนนั้น ผู้คนที่พักอยู่ในโรงเตี๊ยมอีกสองสามตระกูลก็ตำมมา
หลังเผิงวั่งถำม ก็ต่ำงส่ำยหน้ำบอกว่าไม่เชื่อ
ไม่เพียงพวกเขำไม่เชื่อ แม้แต่เหอจื่อหยวนเองก็ยังไม่เชื่อ
แต่เพราะเขำหาคนร้ำยตัวจริงไม่ได้ อีกทั้งยังอยากจะใช้โอกำส
ทำให้คนสกุลโม่อยู่ไม่เป็นสุข
ทว่าเผิงวั่งกลับไม่เชื่อเขำแม้แต่น้อย
ลูกธนูที่ยิงออกไปแล้วไม่มีทำงหวนกลับ ในเมื่อเหอจื่อหยวนพูด
ออกไปแล้ว เขำก็ต้องยืนกรานจนถึงที่สุด
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ท่านบอกว่านางทำไม่ได้ แต่ท่านลองมองคน
เหล่านี้สิ มีแต่สกุลโม่เท่านั้นที่เกลียดชังพวกข้ามากที่สุด หากไม่ใช่
พวกเขำแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก”
“หุบปำก!” ความอดทนของเผิงวั่งหมดลงทันที่ เขำตะโกนเสียง
ดังใส่จนเหอจื่อหยวนต้องเงียบ
โจวเหล่ำปำก้ำวเข้ามา
“หัวหน้ำ ข้าจะไปดูก่อนว่าพวกเขำยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่”
“อืม” เผิงวั่งก็คิดเหมือนกัน ตอนนี้ต้องแน่ใจก่อนว่าสองคนนั้น
ยังมีชีวิตอยู่หรือตำยไปแล้ว
โจวเหล่ำปำตรวจสอบลมหายใจของทั้งสองก่อนหันกลับมา
“หัวหน้ำ พวกเขำยังไม่ตำย”
ความจริงแล้วพวกเขำยังไม่ได้ตำย โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าการปล่อยให้
พวกเขำตำยไปนั้นมันง่ำยดำยเกินไป ตอนที่ลงมือเขำจึงระมัดระวัง
เป็นพิเศษ
เมื่อคืนนี้ชายหนุ่มลอบออกมา มุ่งหน้ำไปยังเพิงหญ้ำ หลังจาก
พบตัวพี่น้องตระกูลเหอแล้ว เขำก็สกัดจุดพวกเขำ พำตัวไปที่มุมอับ
ลับสายตำ และจัดการตัดเส้นเอ็นมือและเท้ำของพวกเขำ
ส่วนเลือดบนใบหน้ำโม่จิ่วเยี่ยก็ตั้งใจทำขึ้นมา โดยใช้เลือดจาก
ข้อมือของพวกเขำเอง
จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้พวกเขำมีสภำพน่ำสยดสยองมากยิ่งขึ้น
เพื่อเป็นการข่มขู่คนตระกูลหลี่และตระกูลเหอ
ในเมื่อคนยังไม่ได้ตำย เผิงวั่งก็ต้องหาคนมาช่วยเหลือไปตำม
หน้ำที่
คนแรกที่เขำนึกถึงก็คือเฮ่อจือหร่าน
“เฮ่อจือหร่าน ที่นี่มีแค่เจ้ำคนเดียวที่รู้วิชำแพทย์ มาดูพวกเขำ
หน่อยได้หรือไม่”
หลังจากได้สนทนากันมาสองวัน เผิงวั่งจึงรู้ว่าเฮ่อจือหร่านเป็น
คนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง แม้แต่ตอนที่เขำสั่งให้นางทำอะไรก็ยัง
ไม่มั่นใจเท่ำไหร่
ถึงอย่ำงนั้น เขำก็ต้องให้เฮ่อจือหร่านช่วยรักษำคนอยู่ดี
คนตระกูลเหอย่อมไม่มีเงินจ้ำงหมอ เขำเองก็ไม่อยากจ่ำยเงินให้
ต่อให้เฮ่อจือหร่านจะทำการรักษำจนคนตำยไป เขำก็ไม่คิด
สนใจ
เฮ่อจือหร่านสังเกตบาดแผลของทั้งสองอย่ำงละเอียด ต้อง
ยอมรับว่าฝีมือการตัดเส้นเอ็นของโม่จิ่วเยี่ยนั้นร้ำยกำจมากจริง ๆ
บาดแผลมีขนาดเล็กราวกับเป็นแผลผ่ำตัดจากยุคปัจจุบันเลย
และไม่จำเป็นต้องเย็บแผลด้วยซ้ำ
และการที่ทั้งสองยังมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ แสดงว่าโม่จิ่วเยี่ย
หลบเลี่ยงเส้นเลือดแดงใหญ่ของพวกเขำได้
การรักษำพวกเขำไม่ยาก เพียงห้ำมเลือดจากบาดแผลแล้วค่อย
ๆ ดูแลพวกเขำให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
แต่นางรู้สึกว่าไม่มีหน้ำที่อะไรจะไปต้องรักษำศัตรู
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ข้าไม่ถนัดรักษำบาดแผลภายนอก ท่านคงต้อง
หาวิธีอื่นแล้ว!”
แม้ทั้งสองจะไม่ตำย แต่แขนขำก็พิการไปแล้ว จากนี้ไปก็ต้อง
กลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
เมื่อเห็นท่ำทีว่าเผิงวั่งกำลังจะโมโห เฮ่อจือหร่านจึงรีบกล่าวเสริม
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ท่านคงไม่คิดจะบังคับให้ข้าทำในสิ่งที่ยากเกิน
ความสามารถใช่หรือไม่”
เผิงวั่ง “…”
ในเมื่ออีกฝ่ำยพูดถึงขนาดนี้แล้ว หากเขำยังดันทุรังต่อไป ก็
เหมือนจะเป็นการบังคับนางจริง ๆ
ด้วยความจำใจเผิงวั่งจึงโบกมือให้เฮ่อจือหร่านออกไป
เมื่อดูเรื่องวุ่นวายจนพอใจแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงฉวยโอกำสนี้
กลับมาที่ลานด้านหน้ำโรงเตี๊ยม
พี่สะใภ้ทั้งสองเตรียมอาหารเช้ำเรียบร้อยแล้ว มีโจ๊กข้าวหม้อ
ใหญ่พร้อมกับข้าวอีกหนึ่งจำน
เฮ่อจือหร่านเชิญคนตระกูลฟำงและคนตระกูลเซี่ยให้มาทำน
อาหารด้วยกัน และได้รับคำขอบคุณมากมายอีกครั้งจากทั้งสอง
ตระกูล
ไม่รู้ว่าเผิงวั่งจัดการเรื่องพี่น้องตระกูลเหอบาดเจ็บอย่ำงไร แต่
หลังจากเจ้ำหน้ำที่กลับมา เสียงคนในเพิงหญ้ำก็สงบลงแล้ว
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่ต่ำงเห็นคนสกุลโม่กำลังทำนโจ๊กข้าวกับคน
ตระกูลฟำงและตระกูลเซี่ย ก็รู้สึกว่าหมั่นโถวขำวของพวกเขำไม่น่ำ
กินขึ้นมาทันที่
อย่ำงไรก็ตำม เมื่อเห็นว่าโจ๊กในหม้อใหญ่เหลือน้อยแล้ว พวก
เจ้ำหน้ำที่จึงเดินจากไปโดยไม่สบอารมณ์
หลังทำนอาหารเช้ำเสร็จ โจวเหล่ำปำก็มาเรียกเฮ่อจือหร่านไป
ตลาดด้วยกัน
นางวางแผนจะซื้อของจำนวนมาก จึงต้องใช้รถเข็นไม้
เมื่อมาถึงหน้ำโรงเตี๊ยม นางก็เห็นหลี่หู่ยืนรออยู่ สายตำของเขำ
ที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ
เฮ่อจือหร่านแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
“เจ้ำหน้ำที่โจว พวกเราไปกันเถอะ!”
โจวเหล่ำปำก็ไม่พูดอะไรอีก เดินข้างหลี่หู่นาอยู่ด้านหน้ำ
เมื่อเลี้ยวผ่านถนนสายหนึ่ง ผู้คนก็ยิ่งพลุกพล่านมากขึ้น เฮ่อจื
อหร่านรู้ว่าใกล้ถึงตลาดแล้ว
โจวเหล่ำปำหยุดฝีเท้ำ ชี้นิ้วไปแล้วเอ่ยว่า “ที่นี่คือตลาด พวกเรา
ต้องซื้ออาหารแห้งสักหน่อย เจ้ำตำมพวกเรามา และซื้อสิ่งที่เจ้ำ
ต้องการไปด้วย”
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเดินตลาดซื้อของกับพวกเขำเลย
ในพื้นที่มิติของนางยังมีอาหารที่นามาจากจวนสกุลโม่ก่อนถูก
ยึดทรัพย์อีกมาก หากไปกับพวกเขำ นางก็ไม่มีโอกำสหยิบมัน
ออกมาได้
เฮ่อจือหร่านครุ่นคิด
“เจ้ำหน้ำที่โจว ท่านดูสิ ข้าวของที่ข้าต้องการมีค่อนข้างเยอะ
หากไปกับพวกท่านคงจะเสียเวลามาก ข้าว่าข้าไปซื้อเพียงลาพังจะ
ดีกว่า พวกเรานัดเวลาและสถำนที่มาเจอกันอีกครั้งดีหรือไม่”
โจวเหล่ำปำลังเล
เฮ่อจือหร่านเป็นนักโทษเนรเทศ หากนางหายไปจากสายตำของ
เขำ ก็มีโอกำสหลบหนีได้
การที่นักโทษหลบหนีไปสาหรับเจ้ำหน้ำที่แล้วไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
เมื่อกลับถึงเมืองหลวงจะต้องถูกลงโทษ
เฮ่อจือหร่านมองเห็นความลังเลของเขำ จึงตัดสินใจอธิบำย
เหตุผลอย่ำงละเอียด
“ท่านเจ้ำหน้ำที่โจว หากข้าไม่อยากถูกเนรเทศไปตำมสามี ด้วย
ความสามารถของบิดำข้า เขำต้องหาทำงช่วยข้าให้อยู่ในเมืองหลวง
ต่อได้แน่ ข้าไม่ได้โง่งมพอจะหนีไปในช่วงที่กำลังถูกเนรเทศ ยิ่งไป
กว่านั้น คนสกุลโม่ยังอยู่ที่โรงเตี๊ยม ข้าไม่มีทำงทิ้งพวกนาง”
โจวเหล่ำปำรู้สึกว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดมีเหตุผลมาก แต่เขำเป็น
คนขี้กังวลจึงยังคงลังเลอยู่บ้ำง
ตอนนั้นเอง หลี่หู่ก็เอ่ยปำก
“พี่ปำ ข้าคิดว่าคำพูดของเฮ่อจือหร่านมีเหตุผล หากนางกล้ำหนี
เมื่อกลับไปแล้วข้าจะหักขำโม่จิ่วเยี่ยเสีย”
ภายนอกฟังเหมือนหลี่หู่กำลังเข้าข้างเฮ่อจือหร่าน แต่นางกลับ
เข้าใจความหมายอื่นของเขำ
คำดว่าหลี่หู่คงตั้งใจจะขัดขวางไม่ให้นางกลับไป เพื่อช่วยหลี่
โหรวเอ๋อร์กำจัดเสี้ยนหนาม และฉวยโอกำสนั้นทรมานโม่จิ่วเยี่ย
สิ่งนี้ทำให้เฮ่อจือหร่านอดสงสัยเรื่องตัวตนที่แท้จริงของหลี่หู่
ไม่ได้
มีความเป็นไปได้สูงที่เขำจะรับคำสั่งจากใครบำงคน ภายนอก
เขำอาจเป็นเจ้ำหน้ำที่ แต่ความจริงแล้วคือสายลับที่คนอื่นส่งมาเพื่อ
จับตำดูโม่จิ่วเยี่ย
หากเป็นเช่นนั้นจริง หลี่หู่คนนี้คงเก็บไว้ไม่ได้แล้ว
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้แสดงสีหน้ำให้เห็น
แม้แต่น้อย
“ท่านเจ้ำหน้ำที่โจว ข้าจะไม่หนีจริง ๆ”
“พี่ปำ อย่ำลังเลเลย พวกเรามีงำนต้องทำต่อ” หลี่หู่เร่งเร้ำอีกครั้ง
โจวเหล่ำปำจึงพยักหน้ำอย่ำงยากลาบำก
“ได้ ลองเชื่อนางสักครั้ง พวกเราจะมาเจอกันที่นี่ก่อนเที่ยงวัน”
เฮ่อจือหร่านบรรลุเป้าหมายได้แล้ว ก็ถอนหายใจโล่งอก
“ท่านวางใจ ข้ารับรองได้ว่าจะไม่มาสาย”
หลังจากแยกทำงกับเจ้ำหน้ำที่ทั้งสอง เฮ่อจือหร่านก็เข็นรถเข็น
ไม้ตรงไปยังตลาด
ตลาดกำลังคึกคักมาก ผู้คนพลุกพล่านไปมา เสียงตะโกนขำย
ของดังไม่ขำด
เฮ่อจือหร่านมีเวลาจากัด จึงมองบรรยากำศอันคึกคักเพียงผ่าน
ตำ
ร้ำนรวงมากมายข้างถนน ล้วนเปิดประตูค้ำขำย