ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 450 เสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว
โม่หานเยี่ยถูกพี่สะใภ้ทั้งหลายแต่งหน้าใหม่ และสวมผ้าคลุมหน้า
สีแดงอีกครั้ง
ยามนี้หัวใจของหญิงสาวก าลังเต้นรัวด้วยความประหม่า เสียง
กลองและดนตรีดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อีกทั้งความคิดที่ว่าพี่แปดจะ
สร้างความยากล าบากให้กับเมิ่งไห่หนิง ท าให้นางทั้งกลัวทั้งกังวล
ตามความเข้าใจของนาง นอกจากพี่สะใภ้รองแล้ว พี่สะใภ้คนอื่น
ล้วนมีความสามารถทางด้านวรรณกรรมไม่เลว หากเมิ่งไห่หนิงเกิด
พลาดท่าขึ้นมาจะท าอย่างไร
ขณะที่นางก าลังว้าวุ่นอยู่นั้น ขบวนรับเจ้าสาวของเมิ่งไห่หนิงก็
มาถึงหน้าประตูแล้ว
ที่หน้าประตูใหญ่มีเหล่าพี่ชายต่างคอยเฝ้า แม้จะสร้างหยอกล้อ
เล็กน้อย แต่ก็ยังปล่อยให้เขาเข้ามาในลาน
เมิ่งไห่หนิงถูกผู้คนห้อมล้อมจนมาถึงหน้าประตู หลังจากค านับ
อย่างนอบน้อมแล้ว เขาก็ก้าวไปเคาะประตู
จากความตั้งใจของฮูหยินผู้เฒ่า นางไม่อยากท าให้เมิ่งไห่หนิง
ล าบากใจ แต่เพราะลูกแปดดื้อรั้น นางจึงท าอะไรไม่ได้
เวลาเดียวกัน ชายชราก็อยากเห็นว่าลูกเขยที่มาจากตระกูล
บัณฑิตผู้นี้จะมีความสามารถทางวรรณกรรมเพียงใด
พี่สะใภ้ทั้งหลายยังอายุน้อย ล้วนชอบความสนุกสนาน เมื่อเห็น
ว่าแม่สามีไม่คัดค้าน จึงพากันมาที่หน้าประตู
พี่สะใภ้สามถนัดเรื่องการเล่นค าคู่ พี่สะใภ้สี่ชื่นชอบแต่งกลอน
ส่วนพี่สะใภ้หกก็แสดงฝีมือของตนเช่นกัน
ผลลัพธ์คือ ค าถามเหล่านี้ที่พวกนางคิดว่ายากมาก กลับไม่
สามารถท าให้เมิ่งไห่หนิงที่ร้อนใจอยากจะแต่งงานล าบากเลย
ในที่สุดโม่ชูหานมองเหล่าสะใภ้ที่พ่ายแพ้ด้วยสายตาน้อยใจ แล้ว
จ าใจเปิดประตูให้
เมิ่งไห่หนิงพุ่งเข้ามาเป็นคนแรก พอเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเขาก็คุกเข่า
ลงกับพื้นอย่างจริงจัง
“ลูกเขยขอคารวะท่านแม่ยายขอรับ” พูดจบ เขาก็ก้มศีรษะค านับ
อย่างแรงสามครั้ง
สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ความส าคัญที่สุดคือการที่เมิ่งไห่หนิงมาจาก
ตระกูลที่มีการศึกษา วันนี้ด้วยความช่วยเหลือของลูกแปด นางจึงได้
เห็นถึงความสามารถของเขา
ยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกเหมือนแม่ยายที่ยิ่งมองลูกเขยก็ยิ่งชอบใจ
ค าเรียกขานก็เปลี่ยนจากใต้เท้าเมิ่งเป็นไห่หนิง
“ไห่หนิงลุกขึ้นเถอะ” ขณะพูด นางก็ยัดถุงผ้าใบหนึ่งใส่มือของ
เมิ่งไห่หนิง เป็นของขวัญแทนค าขอบคุณ
พี่ชายสกุลโม่เห็นว่าในห้องของน้องสาวไม่มีเสียงอึกทึกจึงก้าว
เท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ค าสั่งของมารดา พี่ชายค่อย ๆ แบกโม่หานเยี่ยขึ้นมา
“หานเยี่ย พี่ใหญ่จะแบกเจ้าขึ้นเกี้ยวมงคลเอง”
โม่หานเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ แล้วเกาะแผ่นหลังกว้างของพี่ใหญ่
ผู้คนทั้งหมดพากันเดินตามออกไป โม่ฉิงถูกบุตรชายเข็นรถเข็น
พาออกไปส่งที่ประตูใหญ่ด้วย
เมื่อโม่หานเยี่ยขึ้นเกี้ยวแล้ว เมิ่งไห่หนิงก็คุกเข่าลงต่อหน้าบิดา
มารดาภรรยาอีกครั้ง
“ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ขอท่านวางใจ ไห่หนิงจะรักและทะนุ
ถนอมโม่หานเยี่ยเป็นอย่างดีตลอดชีวิตนี้”
เห็นโม่หานเยี่ยนั่งเข้าไปในเกี้ยวแล้ว ไม่เพียงฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น
แม้แต่โม่ฉิงที่นั่งอยู่บนรถเข็นก็ยังน ้าตาคลอเบ้า
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อยากให้อารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของพวกเขาสอง
คนส่งผลต่อฤกษ์มงคลในการไหว้ฟ้าดินของบุตรสาว จึงรีบก้าวไป
ข้างหน้า พยุงเมิ่งไห่หนิงให้ลุกขึ้น
“ลูกเขยลุกขึ้นเถอะ ต่อไปนี้ข้าขอฝากหานเยี่ยไว้กับเจ้าแล้ว”
เมิ่งไห่หนิงถือโอกาสลุกขึ้นยืน แล้วค านับผู้อาวุโสทั้งสองอีกหน
ก่อนจะหันหลังกลับไปบอกขบวนรับเจ้าสาวให้ออกเดินทาง
ส่วนฝั่งคงสกุลโม่ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานย่อมต้องได้รับการ
ต้อนรับอย่างสมเกียรติ งานเลี้ยงต้อนรับถูกเตรียมไว้ช่วงเที่ยง ตอนนี้
ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าจะถึงเวลาเริ่มงาน
แตงโมลูกใหญ่จากไร่สกุลโม่กลายเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการ
ต้อนรับแขก นอกจากนี้ยังมีถั่วลิสง เมล็ดแตง และลูกอมผลไม้ที่เฮ่อจื
อหร่านซื้อมาจากเถาเป่า โดยนางแกะห่อบรรจุภัณฑ์ออกแล้วจัดใส่
จานไว้
ถั่วลิสงและเมล็ดแตงไม่ต้องพูดถึง คนยากจนไม่กล้ากินมันใน
ชีวิตประจ าวัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นของหายาก
แต่แตงโมลูกใหญ่ที่ทั้งหวานและฉ ่าน ้า รวมถึงลูกอมผลไม้นี้กลับ
ท าให้ทุกคนเอ่ยชมได้ทันที่
ส าหรับแขกของสกุลโม่ แตงโมลูกใหญ่ไม่ใช่ของหายากอะไร
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนตระหนี่ ตอนแตงโมสุกพวกเขา
น าไปให้ถังหมิงรุ่ยขายส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็แจกจ่ายให้กับคนที่สนิทกับ
ครอบครัวได้ลิ้มลองความสดใหม่
แต่อย่างไรก็ตาม แตงโมที่แจกจ่ายไปมีจ านวนจ ากัด เมื่อแบ่งกัน
ในครอบครัวก็หมดลงอย่างรวดเร็ว
วันนี้ที่สกุลโม่มีแตงโมลูกใหญ่ให้กินเหลือเฟือ ทุกคนที่อยู่ในงาน
ได้กินกันจนอิ่มหน าส าราญ
ยังมีก้อนน ้าตาลที่ดูใสแวววาว หวานกว่าขนมที่พวกเขาเคยกิน
หลายเท่านัก อีกทั้งยังมีรสชาติที่แตกต่างกันมาก ท าให้แขกเหรื่อ
รู้สึกหวานไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
เรื่องงานเลี้ยงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้ผักสวนครัวที่ปลูกในที่ดิน
ของสกุลโม่เริ่มออกดอกออกผลกันแล้ว หลายชนิดเป็นพันธุ์ที่ไม่มี
อยู่ในยุคนี้ อาหารที่ท าออกมาจึงอร่อยอย่างไม่ต้องสงสัย
จนกระทั่งถึงยามบ่าย งานเลี้ยงจึงสิ้นสุดลง
ชาวบ้านที่มีน ้าใจต่างอาสาอยู่ช่วยสกุลโม่จัดการเก็บกวาดให้
เรียบร้อยก่อนจะจากไปด้วยความพอใจ
เฮ่อจือหร่านมีเฮ่อฮูหยินคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เห็นได้ชัดว่านาง
ใกล้จะคลอดแล้ว จึงกลัวว่าบุตรสาวจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น หลัง
ทานอาหารเสร็จก็รีบพานางกลับไปแต่เนิ่น ๆ
ช่วงนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกไม่ค่อยสบายจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพราะ
ท้องที่โตมาก จึงท าให้รู้สึกเหนื่อยล้าบ่อยครั้ง
เมื่อกลับถึงบ้าน นางก าลังจะพักผ่อนสักหน่อย แต่กลับได้ยิน
เสียงของโม่จิ่วเยี่ยดังมาจากหน้าประตู
“เสี่ยวไป๋ เจ้ากลับมาแล้ว”
เสียงจากไกลเข้ามาใกล้ โม่จิ่วเยี่ยพาเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาในห้อง
เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นนั่ง
“ท่านพี่ เสี่ยวไป๋น าจดหมายกลับมาด้วยหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยวางเสี่ยวไป๋ลงบนโต๊ะ “มีจดหมาย ข้าจะถอดมันออก
เดี๋ยวนี้”
เฮ่อจือหร่านแม้ร้อนใจอยากอ่านจดหมาย แต่ก็รู้ดีถึงความ
เหนื่อยยากของเจ้านกน้อยสีขาว
หลังจากโม่จิ่วเยี่ยถอดจดหมายออกจากขาของมันแล้ว เฮ่อจือห
ร่านก็ส่งเสี่ยวไป๋เข้าไปในพื้นที่มิติโดยตรง และใช้จิตส านึกเตรียม
อาหารที่มันชอบไว้ให้
หลังเสี่ยวไป๋เข้าไปในพื้นที่มิติย่อมต้องไป ‘พูดคุย’ กับข้าวปั้น
น้อย เฮ่อจือหร่านไม่สนใจพวกมัน แล้วหันไปอ่านจดหมายของเฟ่ย
หนานอวี่พร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
ที่บอกว่าเป็นจดหมายสั้น ๆ แต่กลับเป็นจดหมายแบบยาวเสีย
มากกว่า
เนื่องจากครั้งนี้เฟ่ยหนานอวี่เขียนเนื้อหามามาก กระดาษที่ใช้จึง
มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
ในจดหมายกล่าวว่า
โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยส่งหนอนกู่สามตัวนั้นมาให้เขา ผู้ใช้กู่จึง
สามารถช่วยเหล่าขุนนางส าคัญถอนพิษกู่ได้ส าเร็จ
เพียงแต่ทุกคนล้วนได้รับพิษมานาน ร่างกายตอนนี้จึงยังอ่อนแอ
มาก แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้ว
นอกจากนี้เฟ่ยหนานอวี่ยังเตือนโม่จิ่วเยี่ยให้ระวังตัว เพราะเขารู้
มาว่าตระกูลขององค์จักรพรรดินีมีความเคลื่อนไหว ช่วงนี้เขาได้ส่ง
คนไปสอดแนมจักรพรรดินีแล้ว หากไม่ใช่เพราะอัครเสนาบดีเซวี
ยติดพิษกู่ บางทีอาจจะลงมือไปแล้ว
ส่วนจะลงมืออย่างไรนั้นตอนนี้เขายังไม่พบร่องรอยที่แน่ชัด
ขณะเดียวกัน เฟ่ยหนานอวี่ก็ก าชับโม่จิ่วเยี่ยว่า แต่เดิมคนที่
เกลียดชังสกุลโม่ที่สุดก็คือตระกูลขององค์จักรพรรดินี เพราะ
ความสัมพันธ์ระหว่างโม่จิ่วเยี่ยกับหนานฉี ทุกคนจึงคิดว่าสกุลโม่เป็น
พรรคพวกของหนานฉี
แม้ว่าสกุลโม่จะถูกเนรเทศไปยังซีเป่ยแล้ว แต่ตราบใดที่สกุลโม่
ยังมีทายาทผู้ชายหลงเหลืออยู่ ฝ่ายจักรพรรดินีคงลดความ
ระแวดระวังลงไม่ได้
เมื่อไม่กี่วันก่อน จู่ ๆ จักรพรรดินีได้รับเด็กชายคนหนึ่งมาเป็น
บุตรบุญธรรม เด็กคนนั้นตอนนี้มีอายุเพียงเจ็ดขวบเท่านั้น มีคน
กล่าวว่าเป็นเพราะจักรพรรดิซุ่นอู่เมาสุราแล้วเสพสมกับนางก านัลคน
หนึ่ง ผลคือนางก านัลคนนั้นตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายออกมา
ตอนนั้น จักรพรรดินีไม่ต้องการให้มีองค์ชายอีกคนมาเป็นภัยต่อ
ต าแหน่งของหนานเหิง หลังจากพบว่านางก านัลตั้งครรภ์ นางจึง
วางแผนจะเอาชีวิตอีกฝ่ายอย่างลับ ๆ
โชคดีที่พระพันปีรู้เรื่องนี้และหยุดยั้งนางไว้ได้ทันเวลา
พระพันปีประกาศว่า หากจักรพรรดินียังกล้าท าร้ายทายาทของ
ราชวงศ์ นางก็จะไม่ต้องเป็นจักรพรรดินีอีกต่อไป